เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 57
ตอนที่ 57
ราวกับเจมส์นั้นได้เตรียมตัวมาแล้ว ทันทีที่นายเวรเมษเอ่ยจบเขาก็ตอบกลับไปโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาคิด
“ มันก็ไม่ได้มากมายอะไร. . . ผมต้องการเครื่องVWCD รุ่นพิเศษสิบห้าเครื่องและรุ่นทั่วไปหนึ่งร้อยเครื่อง อาคารสำนักงานที่อยู่แถวชานเมือง มันชื่ออะไรนะ . . . ดาต้าเฮ้าส์ ? คุณน่าจะเป็นเจ้าของที่นั่น. . . เอิ่ม ถึงแม้ว่าจะไม่ก็เถอะแต่ผมก็ต้องการมัน แล้วก็ศูนย์ออกกำลังกายที่อยู่ติดกัน นอกจากนี้ผมยังต้องการเส้นสายของคุณในการรับรองสัญชาติไทยรวมไปถึงพาสปอร์ตระยะยาว ส่วนโควตาผมต้องการไม่เกินหนึ่งร้อยคน เท่านั้นก็น่าจะเพียงพอ ”
คำขอของเจมส์นั้นแม้มินาเสะที่เป็นผู้ฟังก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความหนักใจ สำหรับอาคารสำนักงานและศูนย์ออกกำลังกายนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่ มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ทั้งสองนั้นไม่เกินหนึ่งร้อยห้าสิบล้าน
แต่สำหรับ VWCD รุ่นพิเศษสิบห้าเครื่องนั้นไม่ใช่สิ่งที่หาได้ง่ายๆเลย แม้ว่ามูลค่าในปัจจุบันของเครื่องดังกล่าวจะอยู่ที่สิบล้านต่อเครื่องแต่ด้วยปัญหาการขาดตลาดของสินค้าทำให้มูลค่าของเครื่องรุ่นพิเศษนั้นทะยานขึ้นสูงกว่าสามเท่าตัวและไม่ใช่ว่ามีเงินเพียงอย่างเดียวจะสามารถหาซื้อได้ มันจำเป็นต้องมีเส้นสายและอำนาจพอสมควร
การจัดหา VWCD รุ่นพิเศษเพียงสองถึงสามเครื่องก็ว่ายากแล้วแต่ชายหนุ่มคนนี้เรียกร้องมากถึงสิบห้าเครื่อง !! นั่นควรจะมีมูลค่ามากกว่า 6-7ร้อยล้านบาท
ในส่วนของพาสปอร์ตและการรับรองสัญชาตินั้นไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับพ่อของเธอ หากว่าไม่ใช่อาชญากรเลวร้ายสิ่งนั้นจะเป็นเรื่องง่ายเพียงแค่เอ่ยปาก
ในเวลานี้มินาเสะหันมองไปยังผู้เป็นพ่อ เธอคิดว่าพ่อของเธออาจจะโกรธที่ข้อเรียกร้องของชายหนุ่มคนนี้มากจนเกินไป แต่ในความเป็นจริงแล้วนายวรเมษกลับพยักหน้าตอบรับราวกับว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเขา
“ ถ้าคุณคิดว่าคำพูดของคุณมีมูลค่าเกือบๆพันล้านแล้วละก็ ผมเองก็ไม่มีปัญหา. . . แต่ผมขอทราบข้อมูลเหล่านั้นก่อนที่จะตัดสินใจ ” นายวรเมษเอ่ยอย่างชาญฉลาด
ได้ยินเช่นนั้นเจมส์ก็ยักไหล่อย่างไม่แยแสพร้อมกับเอ่ยขึ้น “ เรื่องนี้จะต้องมีแค่คุณและลูกสาวของคุณเท่านั้นที่รู้ ไม่เช่นนั้นผมไม่รับประกันว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับครอบครัวของคุณรึเปล่า. . . ”
เมื่อได้ฟังคำของชายหนุ่มมินาเสะก็เผยให้เห็นสีหน้าที่จริงจัง ในส่วนของนายวรเมษนั้นยังคงสีหน้าปกติเช่นเดิมแต่แววตาของเขาเผยให้เห็นร่องรอยของความขบขัน
“ นั่นคือคำขู่ ? ” นายวรเมษเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาฟังดูติดตลกแต่มันก็แฝงไปด้วยความท้าทาย
เจมส์ส่ายหน้าเขายังคงรอยยิ้มที่ไม่แยแส “ ผมไม่ได้ขู่คุณแต่ข้อมูลนี้มีเพียงผู้นำโลกเท่านั้นที่ทราบ การที่คุณนำข้อมูลที่พวกเขาพยายามปกปิดไปเผยแพร่ คุณเป็นคนฉลาดก็ลองคิดดูแล้วกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น. . . ”
สำหรับสิ่งที่เจมส์เอ่ยออกไปนั้นไม่ใช่เรื่องที่กุขึ้นมาเล่นๆเลย ความลับที่อยู่เบื้องหลังเส้นทางดวงดาวนั้นมีเพียงแค่ผู้นำของประเทศมหาอำนาจเท่านั้นที่ทราบดี ในส่วนผู้นำของประเทศอื่นๆพวกเขาทราบเพียงแค่ว่าเส้นทางดวงดาวคือยุคใหม่ที่ต้องแย่งชิง ครอบครองเส้นทางดวงดาวก็เหมือนกับครอบครองโลก นี่คือสิ่งที่พวกเขารู้ เช่นเดียวกันกับตระกูลใหญ่ทั่วโลกและนายวรเมษพวกเขาไม่ได้รู้ข้อมูลอะไรที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางดวงดาวมากไปกว่านี้
ดังที่กล่าวมานั้นเป็นเหตุผลว่าทำไมตระกูลของผู้มีอำนาจทั่วโลกจึงต้องการลงทุนในเส้นทางดวงดาว
เมื่อรู้เช่นนี้แล้วมูลค่าราคาของข้อมูลที่เจมส์เรียกร้องนั้นแพงเกินไปรึเปล่า ? เปล่าเลย . . . สิ่งนี้ถูกเกินไปต่างหาก !
เมื่อได้ฟังคำจากปากของชายหนุ่มนายวรเมษก็รู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูกสันหลัง แน่นอนเขาไม่ใช่คนโง่ หากคำของชายหนุ่มผู้นี้เป็นความจริงเขาก็ไม่กล้าที่จะแพร่งพรายข้อมูลให้กับบุคคลที่สอง สามหรือสี่ เขาไม่ต้องการเปิดเผยเลย
ผู้นำโลกคือใคร ? นั่นคือยักษ์ผู้เป็นใหญ่ในดาวเคราะห์ดวงนี้ ด้วยอำนาจเล็กๆที่ผู้นำเหล่านี้ครอบครองอยู่ก็เพียงพอแล้วที่จะลบตระกูลของเขาให้หายไปจากประเทศไทย
“ เอาล่ะ ไปหาที่ส่วนตัวคุยกัน ”
นายวรเมษนำเลือกห้องพักธรรมดาที่ถูกใช้งานอยู่เป็นประจำ เขาไม่ได้เลือกห้องสำหรับ VIP หรือห้องพักหรูหรา เพราะความน่าจะเป็นในการถูกติดเครื่องดักฟังนั้นมีสูง แม้ว่าจะเป็นโรงแรมของตนเองนายวรเมษก็ไม่ไว้วางใจ เห็นได้ชัดว่านายวรเมษนั้นให้ความสำคัญกับข้อมูลนี้มากและเขาระวังตัวอย่างถึงที่สุด
ภายในห้องพักแม้ว่าจะเป็นห้องธรรมดาแต่ก็มีความหรูหราของโรงแรมระดับห้าดาว นั่งอยู่บนโซฟ้าขนาบข้างด้วยนายวรเมษและมินาเสะ เมื่อเห็นว่าทุกคนพร้อมแล้วเจมส์ก็เป็นฝ่ายที่พูดขึ้น
“ ผมบอกก่อนนะว่าผมจะเลือกตอบเฉพาะคำถาม เอาล่ะ คุณอยากรู้อะไร ? ”
ทั้งสองพ่อลูกสูดหายใจลึกราวกับว่าพวกเขากำลังเตรียมสมองที่จะรองรับข้อมูลต่อจากนี้ ในส่วนของมินาเสะนั้นดูตื่นเต้นมาก นี่คือข้อมูลที่เธอต้องการรู้มากที่สุด ยิ่งกว่านั้นเมื่อเธอได้สัมผัสกับโลกของเส้นทางดวงดาว เธอก็ยิ่งอยากรู้ความลับที่ซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังเกมออนไลน์ล้ำยุคเกมนี้
“ เส้นทางดวงดาวคืออะไรกันแน่ ? ” นายเวรเมษเปิดประเด็นคำถาม
“ มันคือเกมการแข่งขัน . . . ” เจมส์ตอบสั้นๆ เขาไม่ได้บอกว่ามันคือโลกกึ่งเสมือนเพราะสิ่งนี้จะนำไปสู่คำถามที่ต้องการคำอธิบายไม่รู้จับ
“ เกมการแข่งขัน ? ถ้ามันเป็นเพียงแค่เกมแล้วทำไมผู้มีอิทธิพลทั่วโลกต้องการเป็นใหญ่ในโลกของเกม ? ”
“ เพราะสิ่งนั้นจะมีผลต่ออนาคตในอีกสิบปีต่อจากนี้ ผมสามารถบอกได้ว่าคุณจะไม่ผิดหวังกับการลงทุนในเส้นทางดวงดาว แน่นอนว่าคุณจะต้องเป็นหนึ่งในผู้ชนะด้วยไม่เช่นนั้นมันก็สูญเปล่า. . . ”
“ ผู้ชนะจะได้อะไร ? ” ในครั้งนี้มินาเสะอดไม่ได้ที่จะเป็นผู้เอ่ยถาม
ราวกับว่านายวรเมษเองก็ต้องการรู้คำตอบของคำถามนี้ เขาจ้องมองไปที่เจมส์อย่างไม่ละสายตา
“ ในโลกนี้มีอะไรบ้างที่ยิ่งใหญ่กว่าความมั่งคั่ง ? ” เจมส์ตอบกลับด้วยการถามในเชิงให้คิด
“ อำนาจ ” นายวรเมษเอ่ยอย่างรู้ดีซึ่งเจมส์ก็พยักหน้าสำหรับการยืนยันคำตอบ
อย่างไรก็ตามมินาเสะนั้นดูเหมือนจะไม่เข้าใจ แน่นอนว่าเธอรู้ว่าอำนาจคืออะไรแต่เธอไม่ทราบว่าชนะแล้วจะได้รับอำนาจมาอย่างไร ด้วยวิธีการใดและอำนาจที่ว่านั้นคืออะไร คำตอบที่ได้นั้นกว้างและคลุมเครือเกินไป “ ฉันไม่เข้าใจเลย . . . นั่นเป็นแค่เกม ผู้ชนะจะได้อำนาจ ? อำนาจอะไร มันเป็นเกมทางการเมืองของประเทศมหาอำนาจรึเปล่า ? ”
เจมส์เผยรอยยิ้มเล็กๆก่อนที่จะส่ายหัว “ ฉันได้ตอบคำถามไปแล้ว ในส่วนนี้เธอจะรู้เมื่อถึงเวลา ”
เช่นเดียวกันในเวลานี้นายวรเมษเองก็ขมวดคิ้วเหมือนดังเช่นลูกสาวของตน คำตอบที่ได้นั้นก็ไม่ได้ทำให้เขากระจ่างชัดในสิ่งที่ตนเองสงสัย
“ ผู้นำพวกนั้นรู้อะไร ? ”
สำหรับคำถามนี้เจมส์ใช้เวลาครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งราวกับเขากำลังไตร่ตรองถึงข้อมูลที่จะเอ่ยออกไป หลังจากนั้นเจมส์ก็ได้เอ่ยขึ้น “ พวกเขารู้ว่าเส้นทางดวงดาวไม่ใช่เกมทั่วไป อย่างที่ผมบอกไปเมื่อสักครู่นี้ มันเป็นเรื่องของสิบปีต่อจากนี้ หลังจากการแข่งขันได้สิ้นสุดลงโลกจะเข้าสู่ยุคใหม่ ผู้ชนะในเส้นทางดวงดาวจะกลายเป็นผู้มีอำนาจในยุคใหม่ที่กำลังจะมาถึง แน่นอนว่ามันเป็นยุคที่แม้แต่คุณหรือใครๆก็ไม่อยากให้มันมาถึง ”
“ นายช่วยขยายความให้มากกว่านี้ได้ไหม ? ” มินาเสะเอ่ยขึ้น ในเวลานี้เธอรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อยกับคำพูดที่ฟังดูคลุมเครือของเจมส์
เจมส์ส่ายหัวปฏิเสธ เขาไม่สามารถบอกอะไรได้มากกว่านี้เพราะความเสี่ยงนี้ใหญ่เกินไป เขาไม่ได้กลัวผู้นำโลกหรือกองกำลังใดๆในโลกนี้ สิ่งที่เจมส์กลัวคือสิ่งอื่นที่ไม่ได้มีอยู่บนโลก
“ แล้วผมจะรู้ได้ยังไงว่าสิ่งที่คุณพูดเป็นความจริง ไม่ใช่ว่าคุณทราบแค่เพียงเล็กน้อยแล้วมากุเรื่องแต่งขึ้นเพื่อหวังผลประโยชน์ ? ” สุดท้ายนี้นายวรเมษเอ่ยขึ้นอย่างไม่เกรงใจ
ได้ยินเช่นนั้นเจมส์ไม่ได้โกรธ ในทางกลับกันเขาเข้าใจดีว่านักลงทุนนั้นกลัวอะไรมากที่สุด มันคือข้อมูลเท็จ
“ ต้นเดือนหน้า. . . ประเทศมหาอำนาจทั่วโลกจะประกาศรับรองสกุลเงินใหม่ มันคือค่าเงินในเส้นทางดวงดาว ” เจมส์เอ่ยขึ้น
สิ่งนี้ทำให้นายวรเมษประหลาดใจมาก เขาถึงกับโพล่งขึ้นอย่างลืมตัว “ นั่นเป็นไปไม่ได้เลย ! ”
เจมส์ยิ้มอย่างมีเลศนัยพร้อมกับเอ่ยสั้นๆ “ คอยดู . . . ”
ในเวลานี้ทั้งมินาเสะและนายวรเมษผู้เป็นพ่อตกอยู่ในสภาวะช็อก ทั้งสองนิ่งเงียบไปราวกับว่าเพิ่งจะได้ล่วงรู้ความลับที่สามารถเขย่าโลกได้ทั้งใบ ประกาศรองรับค่าเงินของเกม ? สิ่งนั้นเป็นไปไม่ได้ !! โลกนี้บ้าไปแล้ว !? ถ้าหากว่ามันเกิดขึ้นจริงเกมเส้นทางดวงดาวก็ไม่ใช่เกมธรรมดาเลย นี่เป็นเรื่องจริงอย่างนั้นเหรอ ??
เห็นว่าทั้งสองนิ่งเงียบไปเจมส์ก็ตัดสินใจที่จะจบบทสนทนาในครั้งนี้ “ ผมหวังว่าคุณจะไม่ลืมสิ่งที่เราตกลงกันไว้ ขอบคุณสำหรับมื้ออาหาร มันอร่อยมาก ” เขาเอ่ยและลุกขึ้นยืนราวกับว่ากำลังจะจากไป
อย่างไรก็ตามก่อนที่เจมส์จะได้ทันเดินจากไป นายวรเมษก็เอ่ยขึ้น “ เรื่องราคาของข้อมูลนั้นผมจ่ายแน่นอนแต่ต้องหลังจากเหตุการณ์ที่คุณได้ทำนายไว้เกิดขึ้นซะก่อน ”
เจมส์หันกลับมาพยักหน้าในเชิงยอมรับ “ นั่นไม่มีปัญหา ”
“ ส่วนเรื่องการแลกเปลี่ยนที่คุณทำไว้กับมินาเสะผมจะจัดการโอนเงินให้ภายในสามวันนี้ คุณสามารถเตรียมข้อมูลไว้ได้เลย ”
“ นั่นไม่มีปัญหา . . . ” เอ่ยสิ้นแล้วเจมส์ก็เตรียมตัวที่จะเดินออกไปแต่กระนั้นเขาก็ถูกปรามไว้อีกครั้งโดยเสียงของนายวรเมษ
“ ในฐานะคู่ค้า คุณพอจะมีคำแนะนำในเรื่องนี้สักหน่อยไหม ?”
เจมส์ถอนหายใจก่อนที่จะชำเลืองหันกลับมาเล็กน้อย “ มีเท่าไหร่ก็ลงให้หมด อย่ากั๊ก เพราะหลังจากนี้แล้วเงินจะไม่ต่างอะไรจากเศษกระดาษ . . . ” เจมส์เอ่ยสิ้นก็โบกมือในขณะที่หันหลังให้ซึ่งมันมีความหมายว่าอย่าเรียกเขาอีก
“ เอิ่ม . . . คุณจริงจังไหม ? ” นายวรเมษสบถ