เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 58
ตอนที่ 58
“ พ่อนั่นเป็นเรื่องจริงไหม ? ” มินาเสะเอ่ยถามหลังจากที่เจมส์ได้จากไปแล้ว
เมื่อได้ยินคำถามนายวรเมษก็เหมือนจะตกอยู่ในอาการครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่แน่ใจนัก
“ นั่นเป็นสิ่งที่ยากจะตัดสิน. . . เราคงต้องรอดูว่าในเดือนหน้าสิ่งที่ชายหนุ่มคนนั้นได้ทำนายไว้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ถ้าหากว่ามันเกิดขึ้นจริง. . . ความวุ่นวายอย่างไม่เคยมีมาก่อนจะเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ”
เห็นใบหน้าที่วิตกกังวลและตรึงเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนของผู้เป็นพ่อก็ทำให้มินาเสะตระหนักได้ถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้
“ ลูกเคยบอกว่าผู้ชายคนนั้นช่วยชีวิตลูกไว้ใช่ไหม ? สืบเรื่องของเขารึยัง ? ”
“ ลองทุกวิถีทางแล้วค่ะ หนูไม่พบอะไรเลย ทุกอย่างใสสะอาดและดูปกติจนยากจะเชื่อว่าเขาเป็นคนขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง ”
ได้ยินคำตอบนายวรเมษก็ถอนหายใจหนัก พูดตามตรงในเวลานี้อารมณ์ของเขาไม่ต่างจากมินาเสะผู้เป็นลูกสาวเท่าใดนัก ข้อมูลของเส้นทางดวงดาวที่เขาได้รับรู้ในวันนี้น่ากลัวจนเกินไปแต่ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือตัวตนหรือกลุ่มคนผู้มีอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังของชายหนุ่ม
การที่คนกลุ่มนั้นสามารถถือครองข้อมูลที่เป็นความลับระดับโลกได้นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะพิสูจน์ว่าอำนาจของกลุ่มคนหรือองค์กรที่ว่านี้มีมากน้อยแค่ไหน แม้ว่าจะยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่าสิ่งที่ชายหนุ่มคนนั้นพูดเป็นเรื่องจริงแต่ความเป็นไปได้ที่อยู่ในใจของนายวรเมษก็มีอยู่สูงมาก จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าทุกอย่างเป็นเรื่องจริงเขาจะไม่ยอมทำอะไรห่ามๆ
“ เอาล่ะ ถ้าไม่เจออะไรก็เลิกขุดคุ้ยเรื่องของเขา มันจะดีกว่าถ้าเราไม่ยั่วยุองค์กรหรือตัวบุคคลที่อยู่เบื้องหลังชายคนนั้น ”
. . .
เจมส์เดินออกมาจากโรงแรมหรูด้วยอารมณ์ที่ดี มันสามารถกล่าวได้ว่าการออกมาทานมื้อเย็นในวันนี้ทำให้เขาได้รับผลประโยชน์ที่มากกว่าคำว่าคุ้มค่า เพียงข้อมูลเล็กๆน้อยในความทรงจำเจมส์สามารถทำเงินได้มากเกือบหนึ่งพันล้านบาท
หากเป็นช่วงเวลาเดียวกันแต่เป็นชีวิตก่อนหน้านี้ผลประโยชน์หนึ่งพันล้านจะทำให้เจมส์เป็นบ้าตายเพราะความสุขแต่สำหรับในปัจจุบันมากที่สุดคือผลประโยชน์ในครั้งนี้เพียงทำให้เจมส์มีอารมณ์ที่ดีเท่านั้น มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเพราะมุมมองของเขาที่มีต่อโลก
อย่างไรก็ตามสิ่งที่เจมส์แลกเปลี่ยนกับข้อมูลของเขาในครั้งนี้ไม่ใช่เงินแต่เป็นสิ่งที่เขาจำเป็นจะต้องได้รับไม่ช้าก็เร็ว ตึกอาคาร อุปกรณ์เชื่อมต่อกับเส้นทางดวงดาวจำนวนหนึ่งร้อยสิบห้าเครื่องและศูนย์ออกกำลังกาย ทั้งสามอย่างนี้คือเงื่อนไขอันดับแรกที่จำเป็นจะต้องใช้ในการสร้างกองกำลังส่วนตัว
แน่นอนว่าแผนการกอบกู้โลกนั้นไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ด้วยพลังของคนเพียงคนเดียวและการสร้างกองกำลังส่วนตัวที่เจมส์ตั้งใจจะสร้างขึ้นนั้นจะกลายเป็นกำลังที่สำคัญในการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของโลก
ทว่าในปัจจุบันสิ่งที่เจมส์ขาดไม่ใช่ความมั่งคั่งอีกต่อไป แม้ว่าเจมส์จะยังไม่ได้รับผลประโยชน์ทั้งหมดในเวลานี้แต่เขาจะได้รับมันในไม่ช้า ด้วยผลรวมมูลค่าทั้งหมดจากทั้งสองข้อตกลงที่เขาได้ทำกับมินาเสะและนายวรเมษเงินและความมั่งคั่งของเจมส์จึงมีเพียงพอแล้วสำหรับการดำเนินแผนการในช่วงเริ่มต้น สิ่งที่เขายังขาดอยู่ก็คือบุคลากร
“ ผู้ที่มีพรสวรรค์กระจัดกระจายกันอยู่ทั่วโลก แม้ว่าในอดีตฉันจะคุ้นเคยกับพวกเขาบางคนแต่ในปัจจุบันคนเหล่านั้นไม่รู้จักฉันเลย. . . ฉันควรจะเริ่มต้นสรรหาคนเหล่านี้จากที่ไหน ? ” เจมส์พึมพำในขณะที่ความคิดของเขาล่องลอยไปในโลกของความทรงจำ
ในวินาทีต่อมาดวงตาของเจมส์ก็ฉายแววของความกระจ่างใส “ ดูเหมือนจะมีคนหนึ่งที่อยู่แถวๆนี้ ”
ในแทบจะทันทีเจมส์เรียกใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างผ่านทางแอปพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟน ใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาทีด้วยความคล่องตัวของมอเตอร์ไซค์ทำให้เจมส์สามารถฝ่าการจราจรที่คับคั่งของเมืองใหญ่จนมาถึงเขตพื้นที่ที่เต็มไปด้วยคอนโดมิเนียมเก่าหลากหลายโครงการ
ภายใต้ตึกสูงและผู้คนที่สัญจรผ่านไปผ่านมาไม่รู้จบ เจมส์เดินไปตามกระแสของผู้คนที่คับคั่งราวกับมันเป็นถนนในวันเทศกาล มุ่งหน้าลึกเข้าไปในซอยที่ตัดเข้าไปยังโครงการคอนโดมิเนียมต่างๆเจมส์ให้ความสนใจกับร้านรวงที่ตั้งอยู่โดยรอบ
คนที่เจมส์กำลังตามหาอยู่นั้นคือชายหนุ่มนามว่า ” อ้น ” ด้วยช่วงเวลาในปัจจุบันชายคนนั้นควรจะมีอายุอยู่ในช่วงวัย 22-23 ปี หากจะกล่าวถึงอ้น ชายคนนี้คือหนึ่งในผู้มีพรสวรรค์ที่เจมส์รู้จักและคุ้นเคยอยู่ไม่น้อย อ้นเป็นคนไทยเพียงไม่กี่คนที่กลายเป็นผู้ชนะของเส้นทางดวงดาวและยังมีชีวิตอยู่รอดไปจนถึงช่วงปลายของอโพคาลิฟเฟสที่ 2
ความโดดเด่นของอ้นคือประสาทสัมผัสและการตอบสนองที่เหนือมนุษย์ เขาเกิดมาเพื่อการต่อสู้ โชคร้ายที่พรสวรรค์ผู้นี้ไม่มีแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต เส้นทางของอ้นจึงสั้นและน่าเสียดายอย่างแท้จริง
เดินเข้ามาลึกจนเกือบจะสิ้นสุดทางเดินเจมส์ก็พบกับพื้นที่ที่เต็มไปด้วยร้านอาหารริมทาง ทั้งอาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว ของปิ้งย่างที่ซึ่งส่งกลิ่นที่ชวนให้น้ำลายไหลออกมาอยู่ตลอดเวลา
แม้ว่าจะถูกรายล้อมไปด้วยร้านอาหารริมทางที่แต่ละร้านนั้นมีอาหารที่น่าอร่อยตั้งวางให้เห็นอยู่มากมายแต่สายตาของเจมส์ก็จดจ่ออยู่กับร้านเพียงร้านเดียวที่ซึ่งเป็นร้านรถเข็นเก่าๆ
มันเป็นร้านขายน้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลืองที่คนไทยนิยมชมชอบ โชคร้ายที่ทำเลที่ตั้งของร้านนั้นถูกบดบังโดยร้านค้าริมทางอื่นๆจึงทำให้มันยากที่จะสังเกตเห็นจากที่ไกลๆ
ทำงานอย่างขะมักเขม้นชายหนุ่มเอ่ยชักชวนผู้ที่เดินผ่านไปผ่านมาให้ซื้อน้ำเต้าหู้ของเขาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ยืนอยู่ใกล้กันเป็นหญิงวัยทองที่ซึ่งมีอายุเกือบๆห้าสิบปี เธอมีใบหน้าที่ซีดเซียวไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เพียงแค่มองใบหน้าของเธอจะรู้ได้ว่าเธอคนนี้มีสุขภาพที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก
แม้ว่าเจมส์จะเคยรู้จักกับชายที่ชื่อว่าอ้นในช่วงที่ชายคนนั้นเข้าสู่วัยกลางคนแล้วแต่เค้าโครงใบหน้าของอ้นก็ยังคงชัดเจนอยู่ภายในใจของเจมส์ อ้นเป็นชายผอมสูง ใบหน้าเรียวยาว รูปลักษณ์ของเขาเป็นค่าเฉลี่ยแต่สิ่งที่โดดเด่นคือคิ้วและสายตาของเขาคมเหมือนมีด
แม้ว่าเจมส์จะมั่นใจเพียงแค่ 60% ว่าชายหนุ่มที่ขายน้ำเต้าหู้อยู่นั้นคือผู้มีพรสวรรค์ที่เขาเคยรู้จักแต่คิ้วและดวงตาที่คมชัดนั้นทำให้ความมั่นใจของเจมส์เพิ่มขึ้นเกือบจะถึง 100% ขาดแต่เพียงหลักฐานบางอย่างที่เจมส์จะต้องพิสูจน์ด้วยตนเองเท่านั้น
“ น้ำเต้าหู้ไหมครับ ? ”
ทันทีที่เจมส์เดินเข้าไปใกล้บริเวณร้านชายหนุ่มคนนั้นก็เอ่ยเชิญชวนด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตร ได้ยินเช่นนั้นเจมส์ก็ทำทีว่ามีความสนใจ เขาเดินไปยังบริเวณหน้าร้านก่อนที่จะมองดูว่ามีอะไรให้เลือกบ้าง
เห็นว่ามีลูกค้าคนอื่นนั่งทานน้ำเต้าหู้อยู่เจมส์จึงสั่งน้ำเต้าหู้เย็นหนึ่งถ้วยก่อนที่จะไปนั่งรออยู่บนเก้าอี้ที่มีไว้รองรับลูกค้าของร้านเต้าหู้ ไม่นานน้ำเต้าหู้ที่เจมส์สั่งไว้ก็ถูกนำมาเสิร์ฟโดยหญิงสาววัยทอง
“ นี่ค่ะน้ำเต้าหู้ที่สั่งไว้ ” เธอเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
เจมส์รับน้ำเต้าหู้มาจากมือของหญิงวัยทองอย่างไรก็ตามก่อนที่เธอจะเดินจากไปเจมส์ก็ได้เอ่ยขึ้น “ คุณป้าป่วยอยู่เหรอครับ ? ”
ได้ยินเช่นนั้นหญิงวัยทองก็หยุดเท้าของเธอก่อนที่จะหันกลับมาพร้อมรอยยิ้มขอบคุณแทนความเป็นห่วง “ ป้าแค่ไม่สบายนิดหน่อย ไม่เป็นไรมากหรอกจ้ะหนุ่ม ”
“ ยังไงคุณป้าก็ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ ” เจมส์แสดงความเป็นห่วงหลังจากนั้นเขาจึงหันไปให้ความสนใจกับถ้วยน้ำเต้าหูที่อยู่ในมือ
อย่างไรก็ตามการสนทนาเมื่อครู่นี้อยู่ในสายตาของชายหนุ่มผู้ขายน้ำเต้าหู้ หลังจากการพูดคุยก็ทำให้เขาจ้องมองลูกค้าผู้มีจิตใจดีด้วยสายตาประทับใจ ที่ผ่านมาไม่เคยมีลูกค้าคนไหนถามไถ่อาการป่วยของแม่แต่ลูกค้าคนนี้กลับเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงโดยที่ไม่รู้จักกันมาก่อน แม้ว่ามันจะเป็นความหวังดีเล็กๆน้อยๆแต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เขารู้สึกขอบคุณในน้ำจิตน้ำใจของลูกค้าคนนี้
หลังจากที่รับประทานเสร็จแล้วเจมส์ก็ลุกขึ้นและเดินไปยังชายหนุ่มผู้ขายน้ำเต้าหู้เพื่อชำระเงิน เจมส์แกล้งทำเป็นหยิบสมาร์ทโฟนออกมาเพื่อล้วงเหรียญที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงแต่ในระหว่างนั้นโทรศัพท์สมาร์ทโฟนก็ลื่นออกจากมือของเจ้าตัวอย่างน่าประหลาดใจ
โทรศัพท์สมาร์ทโฟนราคาแพงหลุดออกจากมือของเจมส์และกำลังร่วงลงสู่พื้น แต่ทว่าในแทบจะทันทีที่ตัวสมาร์ทโฟนลอยตกอย่างอิสระ มือของใครบางคนก็คว้ามันไว้อย่างน่าอัศจรรย์
ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของร้านคว้าสมาร์ทโฟนของเจมส์ไว้ได้อย่างง่ายดาย สีหน้าของเขาดูธรรมดามาก เขาไม่ได้แม้แต่แสดงให้เห็นถึงท่าทีของความลนลานหรือท่าทีที่แสดงให้เห็นถึงความโล่งใจ มันเหมือนกับว่าการกระทำนี้เป็นเรื่องที่ง่ายดายสำหรับเขา
เมื่อเห็นเช่นนั้นเจมส์ก็แสดงสีหน้าประหลาดใจปนโล่งใจแต่ทว่าภายในจิตใจนั้นปรากฏรอยยิ้มของจอมวายร้าย “ นี่คือเขา . . . ”
โดยที่ไม่ต้องเอ่ยถามชื่อเพียงแค่การแสดงเมื่อครู่นี้ของชายหนุ่มเจ้าของร้านก็เพียงพอแล้วที่จะพิสูจน์ว่าชายคนนี้คือผู้มีพรสวรรค์ที่เจมส์กำลังตามหา ด้วยเค้าโครงหน้าตาที่เหมือนกันและความสามารถในการตอบสนองที่ฉับไว ทั้งสองสิ่งนี้เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างยอดเยี่ยมว่าชายคนนี้คือ “ อ้น ” คนที่เจมส์เคยรู้จักในชีวิตก่อนหน้านี้
“ คุณทำได้ยังไง นี่มันยอดเยี่ยมมาก ” เจมส์เอ่ยพร้อมกับรับโทรศัพท์มือถือของตนเองคืนจากเจ้าของร้าน
ชายหนุ่มเกาหัวด้วยความรู้สึกเขินอายจากคำชม เขาหัวเราะแห้งๆก่อนที่จะเอ่ยตอบ “ เป็นแค่เรื่องบังเอิญครับ ดีแล้วที่โทรศัพท์ของคุณไม่เป็นไร ”
หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นใบหน้าของเจมส์ก็เต็มไปด้วยร่องรอยของความกระตือรือร้น “ นั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลยการตอบสนองของคุณเร็วมาก นั่นเป็นความสามารถที่น่าทึ่งจริงๆ ถ้าหากว่าคุณสนใจที่จะเปลี่ยนงานล่ะก็บอกผมได้เลยนะ รับรองได้ว่ารายได้นั้นมากกว่าการขายน้ำเต้าหู้เป็นไหนๆ ”
ข้อเสนอของเจมส์นั้นทำให้ชายหนุ่มเจ้าของร้านรู้สึกสนใจมาก ปัญหาของเขาในปัจจุบันก็คือเงินแน่นอนว่าเขาต้องการเงินไปรักษาโรคของแม่ที่ซึ่งป่วยเป็นโรคหัวใจ
อย่างไรก็ตามโรคที่แม่ของเขาเป็นอยู่นั้นไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการผ่าตัด เธอจำเป็นจะต้องได้รับการเปลี่ยนถ่ายหัวใจใหม่ แม้ว่าด้วยสวัสดิการจากทางภาครัฐแม่ของเขาสามารถใช้สิทธิ์เพื่อลดหย่อนค่ารักษาจำนวนมากได้แต่ปัญหาก็คือหัวใจของผู้บริจาค
สำหรับผู้มีรายได้น้อยนั้นการเปลี่ยนถ่ายหัวใจแทบจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ด้วยจำนวนคิวของผู้ป่วยที่รอการเปลี่ยนถ่ายหัวใจในปัจจุบันมีมากกว่าหลักร้อย เวลาที่รอคอยอาจจะนานหลายปีซึ่งผู้ป่วยบางคนไม่สามารถรอได้ นั่นรวมไปถึงแม่ของเขาด้วยเช่นกันซึ่งสำหรับปัญหานี้แม้แต่ชายหนุ่มก็จนปัญญา
อย่างไรก็ตามปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยเงิน ถ้าหากว่าเขามีเงินการเปลี่ยนถ่ายหัวใจสามารถทำได้ในเวลาเพียงไม่กี่เดือนแต่ทว่าค่ารักษานั้นแพงถึงหลักหลายล้านบาท เขาจะหาเงินมาจากไหน
แต่เมื่อได้ยินข้อเสนอของลูกค้าคนนี้ก็ทำให้ชายหนุ่มเจ้าของร้านรู้สึกสนใจมาก “ จริงเหรอครับ ผมอยากทราบรายละเอียดมากเลย คุณช่วยบอกได้ไหมว่ามันคืองานอะไร ? ”
ในเวลานั้นใบหน้าของเจมส์ก็ปรากฏรอยโค้งที่มุมปาก . . .
—
** มาสายต้องขออภัยด้วยการลง 4 ตอนรวดแล้วกันครับ