เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 62
ตอนที่ 62
ในเวลานี้ร่างทั้งสามของวัยรุ่นจอมเกเรถูกลากมากองไว้รวมกัน เจมส์ไม่ได้ให้ความสนใจกับถังขยะเหล่านี้ในทางกลับกันสายตาของเขาจดจ้องไปยังเด็กหนุ่มที่เพิ่งมองเขาด้วยสายตาฉงนสงสัย
ไม่แม้แต่จะเอ่ยคำทักทายสิ่งแรกที่เจมส์ทำคือการโยนดาบที่เหน็บอยู่เอวของเขาไปยังร่างที่บอบช้ำของเด็กหนุ่ม
เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจของเด็กหนุ่มเจมส์เพียงเอ่ยสั้นๆสำหรับการกระทำของเขา “ เอาสิ นี่คือศัตรูที่ทำให้เจ้าต้องเจ็บปวด เจ้ากล้าพอที่จะจัดการกับศัตรูเหล่านี้ไหม ? ”
ได้ยินเช่นนั้นเด็กหนุ่มก็ดูเหมือนจะลังเล สายตาของเขาจ้องมองไปยังร่างไร้สติของวัยรุ่นทั้งสี่ราวกับว่ากำลังชั่งใจถึงการกระทำของตนเองแต่แล้วในไม่กี่วินาทีต่อมาดวงตาที่สับสนวุ่นวายก็กลายเป็นดวงตาที่ดุดันเหมือนสัตว์ป่า
สี่วัยรุ่นนี้คืออันธพาลที่คอยรังแกตนเองมานานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว หลังจากที่ได้รับเงินค่าจ้างในการทำเหมืองพวกมันก็จะกักตัวเขาไว้เพื่อรีดไถเงินค่าจ้าง หากขัดขืนก็จะถูกซ้อมหากไม่ขัดขืนก็จะโดนน้อยหน่อย
หลังจากถูกรีดไถแล้วเด็กหนุ่มก็หลงเหลือเงินค่าจ้างอยู่เพียงไม่กี่เหรียญทองแดง ด้วยจำนวนเงินอันน้อยนิดทำให้เด็กหนุ่มนั้นมีเงินเพียงพอที่จะซื้อแค่เศษขนมปังกินประทังชีวิตให้รอดไปวันๆ
ความเจ็บแค้นนี้สั่งสมอยู่ภายในหัวใจของเขาตลอดมา
ด้วยร่างกายที่อ่อนแอขาดสารอาหารจึงทำให้เด็กหนุ่มไม่มีเรี่ยวแรงเพียงพอที่จะตอบโต้ ทุกๆครั้งที่โดนรังแกเขาจึงทำได้เพียงแค่มองเดรัจฉานเหล่านั้นด้วยสายตาของความอาฆาตแค้น สักวันหนึ่งฉันจะคืนกลับให้พวกแกเป็นร้อยเท่าพันเท่า !
อย่างไรก็ตามโอกาสที่ว่านั้นมาถึงเร็วกว่าที่เด็กหนุ่มได้คาดคิดไว้. . .
ในที่สุดแล้วเด็กหนุ่มก็หยิบดาบด้วยมือที่อ่อนแรงเต็มที เขาลุกยืนขึ้นอย่างทุลักทุเลเพราะอาการปวดระบมที่มีอยู่ทั่วทั้งร่างกาย
ลากดาบที่หนักเกินกว่าแขนอันผอมกะหร่องจะสามารถรับน้ำหนักได้ไปบนพื้นน้ำแข็ง ในเวลานั้นทุกอย่างเงียบแม้แต่เสียงของสายลมก็เบาบางลงจนเกือบจะเลือนราง มันเหมือนกับว่าการกระทำของเด็กหนุ่มในไม่กี่วินาทีต่อไปนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนของชะตากรรมทวีป
ขณะนั้นเองเด็กหนุ่มก็ยืนอยู่ตรงหน้าวัยรุ่นหัวโจกที่รังแกเขามากที่สุด ดาบโลหะถูกยกขึ้นด้วยแขนทั้งสองข้าง อย่างไรก็ตามพละกำลังของเด็กหนุ่มนั้นมีน้อยเกินไป ปลายดาบส่ายจนยากที่จะบอกว่าคมดาบนี้สามารถพรากชีวิตของใครได้หรือไม่ แต่กระนั้นเองปลายดาบที่ส่ายไปมาสุดท้ายแล้วก็หยุดอยู่ที่ตำแหน่งหัวใจของวัยรุ่นหัวโจก
ชีวิตของวัยรุ่นหัวโจกนั้นขึ้นอยู่กับว่าเด็กหนุ่มจะกดปลายดาบนี้ลงไปหรือไม่. . . แม้แต่เจมส์ก็อดไม่ได้ที่จะจ้องมองการกระทำของเด็กหนุ่มด้วยสายตาคาดหวัง
ณ ตอนนั้นเองปลายดาบก็ค่อยๆถูกกดลงไปในทรวงอกของวัยรุ่น สิ่งที่คมชัดกว่าดาบเล่มนี้ก็คือสายตาของเด็กหนุ่ม ในเวลานี้คู่ดวงตาสีน้ำเงินไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความผันผวนแต่กลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและอารมณ์ของนักรบ
เด็ดเดี่ยวแค่ไหน ?
คมดาบทะลุผ่านผิวหนังเลือดค่อยๆซึมออกจากปากแผล ความเจ็บปวดจากคมมีดทำให้วัยรุ่นคืนสติ เขาฟื้นขึ้นมาและพบว่ามีคมดาบจ่ออยู่ตรงจุดตายของตนเอง
“ ไอ้เด็กเหลือขอ แกกำลังจะทำอะไร !? ” วัยรุ่นหัวโจกโพล่งขึ้นด้วยความตกใจและหวาดกลัว
แต่ก่อนที่วัยรุ่นจะได้ทันยกมือเพื่อผลักดาบออกจากทรวงอก แรงของเด็กหนุ่มก็ส่งให้คมดาบนั้นจมลึกเข้าไปในเนื้อและเลือดจนกระทั่งมันแทงทะลุหัวใจของวัยรุ่นหัวโจก
“ นี่คือผลตอบแทนสำหรับการกระทำของแก ! ” เสียงของเด็กหนุ่มนั้นเต็มไปด้วยความเคียดแค้นแต่มันก็สั่นคลอนเล็กน้อยเพราะความรู้สึกจากการฆ่าคนเป็นครั้งแรก
ภายใต้ใบมีดที่ตัดขั้วหัวใจ วัยรุ่นหัวโจกก็ดิ้นทุรนทุรายด้วยความหวาดกลัว ในไม่ช้าความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไปทั่วร่างกายทำให้เขาหมดสิ้นเรี่ยวแรงที่จะต่อต้านทำได้เพียงแค่จ้องมองเด็กชายด้วยสายตาของความไม่เชื่อ
หลังจากนั้นเพียงไม่กี่ลมหายใจวัยรุ่นหัวโจกก็ตายลง. . .
เมื่อเห็นว่าวัยรุ่นหัวโจกตายแล้วเด็กหนุ่มก็ขาอ่อนสิ้นเรี่ยวแรง ดาบโลหะร่วงออกจากมือของเขาตกระทบแผ่นน้ำแข็งส่งเสียงดังสนั่น ร่างกายของเขาสั่นเหมือนกับลูกสุนัขที่ถูกทิ้งไว้กลางสายฝน
เจมส์ไม่แม้แต่จะเอ่ยปลอบเขาเพียงแค่เฝ้ามองราวกับเขาเป็นขุนเขาและสายลมที่ไม่มีตัวตน
ใช้เวลาเพียงไม่นานเด็กหนุ่มก็ยืนขึ้นมาอีกครั้ง เขากำหมัดแน่นสูดหายใจลึกก่อนที่จะก้มลงไปคว้าดาบและสังหารวัยรุ่นอีกสามคนที่เหลืออยู่
หลังจากที่ผ่านประสบการณ์เนื้อและเลือดสายตาเด็กหนุ่มก็เปลี่ยนไป มันเย็นเป็นน้ำแข็งและสงบนิ่งไม่แยแส หากมองผ่านๆแล้วแววตาของเด็กหนุ่มนั้นคล้ายคลึงกับเจมส์เพียงแต่แววตาของเจมส์นั้นลึกล้ำกว่ามาก
“ ขอบคุณ ” เด็กหนุ่มเอ่ยเพียงสั้นๆก่อนที่จะยื่นดาบที่เปื้อนเลือดคืนให้กับเจมส์
“ เจ้าเก็บมันไว้เถอะ ดาบเล่มนี้คือประสบการณ์เนื้อและเลือดครั้งแรกของเจ้า ดังนั้นมันจึงเป็นดาบของเจ้าแล้ว ” เจมส์เอ่ยและเขาไม่มีท่าทีว่าจะรับดาบคืน
เด็กหนุ่มไม่พูดแต่ก็พยักหน้า ด้วยพละกำลังที่มีอยู่ไม่มากเด็กหนุ่มจึงต้องกอดดาบที่เจมส์มอบให้ไว้ในอ้อมอก
ในเวลานี้เจมส์ได้กลายเป็นคนที่ทำลายความเงียบ “ เจ้ามีครอบครัวรึเปล่า ? ”
เด็กหนุ่มส่ายหัว
“ เจ้าใช้ชีวิตอยู่กับผู้ใด ? ”
เด็กหนุ่มส่ายหัว
“ เจ้าอยากเดินทางท่องโลกไปพร้อมกับข้าไหม ? ”
หลังจากสิ้นคำถามนี้ เสียงเตือนของระบบก็ดังขึ้นอย่างถี่รัวราวกับว่ามีบางอย่างที่ผิดพลาด เจมส์เพียงแค่มองดูข้อความจากระบบด้วยสายตาที่ไม่แยแสราวกับรู้อยู่แล้วว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น
: คำเตือน ท่านกำลังยุ่งเกี่ยวกับบุคลผู้ถือครองโชคชะตาของทวีป โปรดหลีกเลี่ยงการข้องเกี่ยวสิ่งนี้จะมีผลกระทบต่อบัญชีของท่าน :
ได้ยินคำถามเด็กหนุ่มก็หยุดนิ่งไปชั่วขณะหนึ่งราวกับเจ้าตัวกำลังตกอยู่ในความครุ่นคิด หลังจากนั้นเด็กหนุ่มก็เอ่ยออกมาเพียงสั้นๆแต่ทว่าเสียงของเขาแน่วแน่และแสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานไม่รู้จบ “ ข้าอยากแข็งแกร่งเหมือนกับท่าน ท่านช่วยข้าได้ไหม ? ”
“ ฮ่าๆ ! ” เจมส์ได้ยินเช่นนั้นก็โพล่งเสียงหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะของเขาดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณ
นี่ไม่ใช่การหัวเราะเพราะความยินดีแต่เป็นการหัวเราะของวีรบุรุษที่เย้ยหยันต่อเหล่าผู้ที่อยู่เบื้องบน
เป็นอย่างไรบ้าง ? ชายคนนี้กำลังเล่นกับโชคชะตา ฮ่าๆ !
ในวินาทีต่อมาอารมณ์ของเจมส์ก็กลับคืนเป็นปกติ เขามองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง“ ดี นับจากนี้เจ้าคือผู้ติดตามของข้า เด็กน้อยเจ้าชื่ออะไร ”
“ ท่านอาจารย์ข้ามีนามซิลวา . . .”
เด็กหนุ่มเอ่ยตอบออกไปโดยที่ไม่รู้เลยว่าชายนี้รู้จักตัวตนของเขาดีกว่าตนเองเสียด้วยซ้ำ
ในปัจจุบันแม้ว่าเจมส์จะไม่มีความแข็งแกร่งพอที่จะเป็นอาจารย์ของเด็กหนุ่มผู้ที่ในอนาคตจะสามารถสั่นคลอนทวีปแห่งนี้ได้แต่ด้วยประสบการณ์ของผู้ที่เคยสัมผัสโลกของเชี่ยวชาญชั้นยอดสิ่งนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะนำเด็กหนุ่มนามว่าซิลวากลับไปสู่จุดสูงสุดของเขาดังเช่นในอดีต
นอกจากเจมส์ไม่มีใครรู้ว่าเบื้องลึกเบื้องหลังของเด็กชายผู้ที่มีใบหน้าเสียโฉมนี้คือเจ้าชายผู้มีสายเลือดของราชวงศ์อันเก่าแก่ที่มีชื่อว่า “ ไทดาเมียร์ ” ซึ่งเป็นราชวงศ์ที่ล่มสลายไปเมื่อหลายสิบปีก่อน
ในอนาคตซิลวาจะกลับคืนสู่อำนาจที่เขาควรได้รับและซิลวาจะกลายเป็นซิลลูวาราชาที่ยิ่งใหญ่ผู้ที่นำกองทัพกวาดไปทั่วทั้งภาคกลางของทวีปเพอร์เชี่ยน
แผนการของเจมส์ตั้งแต่ต้นคือการใช้ประโยชน์จากความทรงจำสองชีวิตเพื่อตามหาเจ้าชายผู้ที่หายสาบสูญองค์นี้และสร้างความสัมพันธ์กับว่าที่ราชาผู้ยิ่งใหญ่ก่อนที่สายเลือดของไทดาเมียร์จะตื่นขึ้นอย่างแท้จริง เมื่อซิลวากลับคืนสู่บัลลังก์ของเขาเจมส์จะกลายเป็นผู้ช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและอำนาจของราชาองค์นี้จะทำให้แผนการของเจมส์ในเส้นทางดวงดาวง่ายดายขึ้นมาก
แต่ก่อนหน้านั้นเจมส์จะต้องนำซิลวากลับคืนสู่บัลลังก์ของเขาเสียก่อน แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย. . .
ดังที่กล่าวมานั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมระบบจึงร้องเตือนเมื่อเจมส์ต้องการที่จะผูกสัมพันธ์กับว่าที่ราชาแห่งที่ราบภาคกลาง
—