เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 66
ตอนที่ 66
เจมส์แอบหัวเราะในใจอย่างเงียบๆเมื่อเห็นว่าชายชราในเวลานี้รู้สึกโกรธจนใบหน้าทั้งหมดของเขาถูกย้อมด้วยสีแดงเข้ม อย่างไรก็ตามคำตอบของเจมส์นั้นไม่ใช่เพียงแค่เรื่องล้อเล่น มันคือการรบกวนอารมณ์ของชายชราผู้ตรวจสอบคำตอบอย่างมีนัย
แน่นอนว่าคำตอบที่ถูกต้องนั้นได้ถูกเขียนไว้ในบรรทัดต่อมา
หลังจากที่ลูคัสพบว่ายังมีคำตอบของโจทย์ดังกล่าวที่ยังคงถูกเขียนไว้บนกระดาษอารมณ์โกรธก็ได้รับการผ่อนคลายลงอย่างรวดเร็ว
การตอบคำถามของเจมส์เป็นเหมือนกับการขว้างหินใส่ลูคัส หลังจากที่ชายชราโกรธเขาก็ยื่นทองคำแท่งให้กับชายชรา ซึ่งมันทำให้ลูคัสไม่แม้แต่จะโกรธเคืองในทางกลับกันสิ่งนี้กลับทำให้ชายชราพึงพอใจ
เมื่อได้อ่านคำตอบของโจทย์คำถามในข้อต่อมาใบหน้าของชายชราก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึงร่องรอยของความสุข ไม่ว่าจะเป็นโจทย์คำถามชนิดใดคำตอบที่ถูกเขียนไว้ก็ชัดเจนและสมบูรณ์แบบราวกับถูกคัดลอกออกมาจากตำราหลายเล่ม
“ นี่คืออะไร ? ต้นพาลันทูมีคุณสมบัติของธาตุลมสามารถส่งเสริมคุณสมบัติของดอกไม้เที่ยงวันที่มีคุณสมบัติของธาตุไฟ การใช้เทคนิคของการส่งเสริมธาตุจะทำให้เม็ดยาที่ออกมามีคุณภาพสูงขึ้นกว่าเดิมก็จริงแต่ข้อเสียคือคุณสมบัติของเม็ดยาจะเกิดความแปรปรวนไม่มั่นคงเพราะการเพิ่มวัตถุดิบที่อยู่เหนือจากสูตรยา อย่างไรก็ตามข้อบกพร่องดังกล่าวสามารถใช้พิษของผลไม้ป่าเดือนดับที่ซึ่งมีคุณสมบัติหักล้างกับคุณสมบัติของต้นพาลันเพื่อตัดทอนองค์ประกอบส่วนเกินทำให้เม็ดยาที่ออกมานั้นมีความสมดุล นี่คือเทคนิคแบบไหน !? ” ในเวลานี้ลูคัสทำอะไรไม่ถูกนอกจากพึมพำด้วยความตกใจ
มาถึงคำตอบของคำถามในข้อท้ายๆที่ซึ่งมีลำดับความยากสูงที่สุดในชุดคำถาม เมื่อลูคัสได้อ่านคำตอบเหล่านั้นมือของเขาก็เริ่มสั่นอย่างไม่สามารถห้ามได้ คำตอบที่ถูกเขียนไว้ทั้งหมดเกินกว่าความรู้ของนักปรุงยาเกรด 3 บางครั้งลูคัสก็พบว่าเขาไม่ใช่ผู้ตรวจทานแต่เป็นนักเรียนที่ได้อ่านตำราทางวิชาการที่ถูกเขียนขึ้นโดยนักปรุงยาระดับสูง
ในความเป็นจริงการตรวจสอบคำตอบควรจะเสร็จสิ้นลงไปตั้งนานแล้วแต่ทว่าลูคัสก็ยังคงจมอยู่กับคำตอบที่ถูกเขียนไว้ในกระดาษราวกับถูกมนต์สะกด
มันไม่ใช่ว่าคำตอบที่ถูกเขียนไว้นั้นมีความกำกวมแต่เป็นเพราะคำตอบเหล่านี้เต็มไปด้วยแนวคิดมากมายที่ทำให้ลูคัสรู้สึกว่าเส้นทางนักปรุงยาของเขาที่ย่ำอยู่กับที่มานานหลายปีกำลังจะเกิดความก้าวหน้า มันคือช่วงเวลาของการตระหนักรู้ !!
เห็นว่าชายชราหลับตานิ่งจมอยู่ในสมาธิเจมส์ไม่ได้รบกวน เขารู้ว่าชายชรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่สำคัญ เจมส์เพียงนั่งรออยู่อย่างเงียบๆจนกระทั่งเวลาผ่านไปกว่าสองชั่วโมงที่สุดแล้วชายชราก็เปิดตาขึ้น
ดวงตาของลูคัสในเวลานี้เต็มไปด้วยประกายชื้น ราวกับว่าเขาเพิ่งจะได้เห็นการเกิดขึ้นของโลกและจักรวาลอย่างไรก็ตามมันเป็นเพียงการตระหนักรู้ซึ่งทำให้ลูคัสนั้นพร้อมที่จะก้าวไปสู่นักปรุงยาระดับ 4
ในทันทีที่ได้สติลูคัสก็รีบลุกขึ้นยืนพร้อมกับโค้งให้กับชายหนุ่มที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกของเขา ในเวลานี้ลูคัสไม่ได้ถือศักดิ์ศรีของการเป็นผู้อาวุโสหรือแม้กระทั่งสถานะของนักปรุงยาระดับ 3 คำตอบของชายหนุ่มที่อยู่บนกระดาษนั้นทำให้เขาได้รับผลประโยชน์มากมาย ความหวังในการก้าวหน้าที่แทบจะเลือนรางบัดนี้ได้รับประสิทธิผล แล้วเขาจะไม่ซาบซึ้งได้อย่างไร ?
“ ชายชราผู้นี้ขอบคุณเพื่อนตัวน้อยที่มอบโอกาสในการพัฒนา ” ลูคัสเอ่ยขึ้น การวางตัวของเขาในเวลานี้แตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างลิบลับ ด้วยการใช้คำว่าเพื่อนตัวน้อยนั้นเห็นได้ชัดว่าลูคัสได้ยกย่องชายหนุ่มตรงหน้าไว้สูงมากเพียงใด
เจมส์ลุกขึ้นและรับการโค้งคำนับก่อนที่เขาจะรีบพยุงชายชรา “ ท่านผู้อาวุโสโปรดเงยหน้าขึ้นเถิด สิ่งที่ท่านได้รับนั้นเกิดจากภูมิปัญญาของท่านไม่ใช่เพราะเพราะข้าเลย ”
ลูคัสพยักหน้าก่อนที่จะค่อยๆเงยหน้ายืนตัวตรง “ ชายชราผู้นี้มีนามว่าลูคัส ไม่ทราบว่าเพื่อนตัวน้อยนี้มีชื่อว่าอะไร ? ”
ลูคัสเอ่ยถาม ในยามปกติเขาจะไม่ถามชื่อของผู้เข้าสอบจนกว่าจะผ่านการทดสอบเพราะในแต่ละวันมีผู้เข้าสอบหลายสิบหรือบางวันก็มีมากจนเกือบจะถึงหลักร้อยคน มันเสียเวลาและไม่มีประโยชน์ใดๆในการถามชื่อของผู้ทดสอบที่ไม่สามารถผ่านการทดสอบได้
อย่างไรก็ตามชายหนุ่มตรงหน้าลูคัสคือผู้มีพระคุณที่ทำให้เขาก้าวหน้าในเส้นทางของนักปรุงยา ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องปกติที่ลูคัสจะอยากรู้จักชายหนุ่มผู้มีพระคุณผู้นี้
“ เจมส์ . . . ” เจมส์เอ่ยชื่อของเขา แน่นอนว่าจักรพรรดิดวงดาวนั้นคือนามเรียกของเขาซึ่งมันเป็นเหมือนกับฉายาดังนั้นเจมส์จะเลือกใช้นามเรียกที่ฟังดูหยิ่งของตนเองก็ต่อเมื่อต้องการที่จะกระจายชื่อเสียง แต่การทักทายหรือทำความรู้จักกับ NPC เฉพาะตัวบุคคลเจมส์จะเลือกใช้ชื่อเล่นของเขาแทน
“ ชายชราจะจดจำชื่อของเพื่อนตัวน้อยไว้ หากว่ามีอะไรให้ชายชราผู้นี้ช่วยเพื่อนตัวน้อยได้โปรดอย่าลังเล ”
หลังจากที่ได้ยินคำของชายชรารอยยิ้มของความสำเร็จก็ปรากฏขึ้นภายในใจของเขา แน่นอนว่าการเขียนคำตอบของเจมส์ไม่ใช่การอวดภูมิความรู้แต่มันคือการหว่านบุญ
เขาไม่จำเป็นที่จะต้องเขียนคำตอบที่ลึกซึ้งมากมายเพียงแค่ตัดตรงตอบเฉพาะประเด็นคำถามด้วยคำตอบที่เรียบง่ายแต่เจมส์ก็เลือกที่จะตอบคำถามในข้อยากๆด้วยวิธีการที่เต็มไปด้วยความลึกซึ้งในเส้นทางของนักปรุงยาซึ่งทั้งหมดก็เพื่อหวังผลลัพธ์
ด้วยความรู้และประสบการณ์ของอดีตนักปรุงยาที่มีระดับเทียบเท่ากับราชาโอสถคำตอบของเจมส์จึงเต็มไปด้วยแนวคิดที่ลึกซึ้งมากมายเพียงพอที่จะทำให้นักปรุงยาระดับต่ำ(ระดับ1-4) เกิดการพัฒนาและอาจจะได้รับสภาวะของการตระหนักรู้
แน่นอนว่าการได้รับสภาวะของการตระหนักรู้นั้นเกิดจากปัญญาของตัวบุคคล ในเรื่องนี้เจมส์ไม่สามารถควบคุมผลลัพธ์ได้แต่กระนั้นเขาก็สามารถเพิ่มอัตราในการเกิดสภาวะดังกล่าวได้
จะเห็นได้ว่าคำถามในข้อแรกเจมส์เลือกคำตอบที่ไร้สาระชวนโมโห สิ่งนั้นคือการรบกวนทางอารมณ์ที่ชายชราได้รับ เมื่อพบว่าคำตอบในบรรทัดต่อมาคือคำตอบที่ครบถ้วนสมบูรณ์ชายชราจะต้องรวบรวมสมาธิอีกครั้งเพื่อตรวจสอบคำตอบที่เหลืออยู่ วิธีการของเจมส์คือการหลอกล่อให้ชายชราปรับอารมณ์ของตนเองให้อยู่ในสภาวะที่มั่นคงและมีสมาธิซึ่งสภาวะอารมณ์ดังกล่าวจะทำให้ชายชรามีโอกาสในการเข้าสู่สภาวะตระหนักรู้ได้ง่ายยิ่งขึ้น
นอกจากนี้เจมส์ยังเลือกเขียนคำตอบที่ชวนให้คิดตามซึ่งทำให้ชายชราต้องทบทวนความรู้ของตนเองกับแนวคิดแปลกประหลาดอยู่ตลอดเวลา ด้วยสิ่งนี้จะทำให้ชายชรามีโอกาสที่จะเกิดสภาวะในการตระหนักรู้เพิ่มขึ้นมากกว่า 70% ส่วนที่เหลือนั้นขึ้นอยู่กับภูมิปัญญาของเขา
สำหรับเจมส์เขาวางโอกาสในการประสบผลสำเร็จจากการหว่านบุญในครั้งนี้ไว้มากกว่า 95% ไม่ใช่ว่าเพราะความทรงจำในอดีตที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของ NPC ผู้นี้ แม้ว่าเจมส์จะครอบครองความทรงจำมากมายแต่สมองของเขาก็ไม่มีที่ว่างพอสำหรับตัวละครเล็กๆดังเช่นชายชราที่เป็นเพียงแค่นักปรุงยาระดับ 3
สิ่งที่ทำให้เจมส์มั่นใจกว่า 95% เกิดจากการสังเกตและสายตาในการมองคน ด้วยอายุของชายชราเขาไม่ควรจะถูกจำกัดอยู่ที่นักปรุงยาระดับ 3 ด้วยเหตุนี้เจมส์จึงคาดว่าชายชรานั้นได้สะสมประสบการณ์ของนักปรุงยาระดับ 3 มามากมายแล้วขาดแต่เพียงแนวคิดที่จะทำให้เขาตัดผ่านคอขวดของตนเอง
ดังนั้นตั้งแต่การทดสอบที่สองเริ่มต้นขึ้นเจมส์จึงได้คาดหวังถึงผลลัพธ์เอาไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว นอกเหนือจากการสอบผ่านเขาจะต้องประสบผลสำเร็จในการหว่านบุญซึ่งหากว่าเขาประสบความสำเร็จ สิ่งนี้จะช่วยให้สิ่งต่างๆที่เจมส์ต้องการในสมาคมนั้นง่ายดายยิ่งขึ้น
เมื่อผ่านการทดสอบที่สองเจมส์จะต้องได้รับการทดสอบที่สามซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการสอบ โดยในการทดสอบที่สามคือการทดสอบภาคปฏิบัติ ซึ่งผู้เข้าทดสอบจะต้องสร้างเม็ดยาเกรดหนึ่งตามโจย์ที่พวกเขาได้รับ
ในเวลานี้ชายชราลูคัสได้นำเจมส์ไปยังห้องทดสอบภาคปฏิบัติที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก
ภายในห้องทดสอบที่สามนั้นมีผู้คุมสอบอีกคนหนึ่งประจำอยู่ ผู้คุมสอบคนนี้เป็นนักปรุงยาระดับสามเช่นเดียวกันกับลูคัสเพียงแต่ชายคนนี้มีอายุวัยที่อ่อนกว่ามาก เมื่อเห็นว่าลูคัสนำตัวผู้เข้าสอบมาส่งชายคนนั้นก็แสดงท่าทีของการเคารพ
“ พี่ลูคัส . . . ”
ลูคัสพยักหน้ารับการเคารพจากรุ่นน้องก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้น “ ชิบเปย์ นี่คือผู้เข้ารับการทดสอบที่สามแต่เจ้าอย่าเพิ่งเริ่มต้นการทดสอบ รอก่อน ข้าจะไปตามหัวหน้าสมาคม ”
ได้ยินเช่นนั้นนักปรุงยาที่มีนามว่าชิบเปย์ก็กลายเป็นฉงน ตามหัวหน้าสมาคม ? ทำไมต้องไปตามหัวหน้าสมาคมเพียงเพื่อการทดสอบของนักปรุงยาระดับ 1 ? ในหัวของชิบเปย์เต็มไปด้วยความสงสัย ตลอดการทำงานเป็นผู้ควบคุมการสอบเขาไม่เคยเจอกรณีเช่นนี้
หรือว่าชายหนุ่มคนนี้มีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดา ?
ชิบเปย์สงสัยแต่อย่างไรก็ตามลูคัสนั้นได้เดินออกไปในทันทีหลังจากที่เอ่ยจบดังนั้นเขาจึงไม่ทันแม้แต่จะตั้งคำถาม
“ นี่เกิดอะไรขึ้น ? เจ้าคือใคร ทำไมพี่ลูคัสต้องไปตามหัวหน้าสมาคมด้วย ? ”
เมื่อได้ยินคำถามเจมส์ก็ตอบกลับด้วยการยักไหล่
“ คุณถามฉัน ? ฉันไม่รู้อะไรเลย . . . ”
—