เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 75
ตอนที่ 75
“ กลุ่มของผู้มีอิทธิพลภายในเมืองงั้นรึ. . . เรื่องนี้ไม่ยากเลย ข้าจะอธิบายให้ฟัง ” ราซูเอ่ยขึ้น ในฐานะที่เป็นนายทหารผู้ดูแลความสงบเรียบร้อยและรักษากฎหมายของเมือง สิ่งต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเมืองอากุนนั้นราซูนั้นต้องรู้ดีอยู่แล้ว
กลุ่มของผู้มีอิทธิพลภายในเมืองอากุนนั้นมีมากมายและความสัมพันธ์ของคนเหล่านี้ก็ซับซ้อนเป็นอย่างมาก ด้วยความที่ว่าเมืองอากุนนั้นเป็นเมืองแห่งการค้าและมีความมั่งคั่งที่สุดในอาณาจักรกุนรีดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องปกติที่กลุ่มของผู้มีอิทธิพลจากหลากหลายชนชั้นจะมารวมตัวกันอยู่ที่เมืองนี้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์
ผู้ที่มีอำนาจและอิทธิพลมากที่สุดในเมืองแห่งนี้ไม่ใช่ราชวงศ์แต่เป็นท่านเคานต์รุคคาผู้ที่ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าเมืองคนปัจจุบันของเมืองอากุน
แม้ว่าตำแหน่งของเคานต์รุคคาในราชสำนักจะไม่สูงแต่การที่เคานต์รุคคาสามารถดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองของเมืองที่สำคัญไม่แพ้กับเมืองหลวงของอาณาจักรอย่างเมืองอากุนได้นั้นแสดงให้เห็นได้ชัดแล้วว่าท่านเคานต์ผู้นี้ไม่ธรรมดาเลย
แน่นอนนั่นก็เป็นเพราะว่าบุคคลที่อยู่เบื้องหลังของเคานต์รุคคาก็คือราชินีองค์ปัจจุบันของอาณาจักรกุนรีนั่นเอง
ด้วยความสัมพันธ์ทางสายเลือดทำให้รุคคาที่มีศักดิ์เป็นพี่ชายขององค์ราชินีมีอำนาจล้นฟ้า แม้แต่ดยุคผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสามที่ถือครองอำนาจสูงสุดรองจากกษัตริย์แห่งราชวงศ์ก็ต้องให้หน้าเจ้าเมืองคนนี้อยู่บ้าง
รองลงมาจากเจ้าเมืองก็คือกลุ่มของขุนนางและพ่อค้ารายใหญ่ สำหรับอิทธิพลลำดับที่สองนี้มีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก บางกลุ่มทำงานร่วมกับราชวงศ์ บางกลุ่มมีความสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจของสมาคมต่างๆ มันยากจะอธิบายความสัมพันธ์ของกลุ่มคนเหล่านี้ได้ทั้งหมด ดังนั้นราซูจึงเอ่ยเพียงสั้นๆเกี่ยวกับอำนาจที่อยู่เบื้องหลังของกลุ่มผู้มีอิทธิพลกลุ่มนี้
สุดท้ายคืออิทธิพลท้องถิ่น กลุ่มคนเหล่านี้คล้ายคลึงกับกลุ่มแก๊งอันธพาลหรือมาเฟียดังที่มีปรากฏอยู่ในโลกของเจมส์ โดยพวกเขาแสวงหาผลประโยชน์จากการรีดไถเก็บค่าคุ้มครองจากร้านค้าหรืออาคารประกอบการต่างๆที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของตนเอง
ในทางกลับกันคนเหล่านี้จะรักษาความสงบเรียบร้อยและดูแลร้านค้าที่จ่ายค่าคุ้มครอง ดังนั้นการกระทำของคนเหล่านี้ถ้าไม่ล้ำเส้นจนเกินไปอำนาจอิทธิพลที่อยู่สูงกว่าจะไม่เสียเวลาลดมือลงมาจัดการคนเหล่านี้
สำหรับอิทธิพลท้องถิ่นนั้นเป็นสิ่งที่เจมส์สนใจเป็นอย่างมาก รากฐานของเขาจะเริ่มต้นที่กลุ่มคนเหล่านี้ เมื่อราซูเอ่ยจบเจมส์ก็เอ่ยขึ้นในแทบจะทันที
“ ข้าต้องการเยี่ยมชมพื้นที่ของผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นเหล่านี้ ท่านช่วยหาคนพาข้าไปได้รึไหม ? ”
สำหรับคำขอนี้ราซูไม่ได้ให้คำตอบในทันทีแต่กลับแสดงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความลำบากใจ แน่นอนว่าเจมส์ทำไมจะไม่รู้ความต้องการของรองแม่ทัพผู้นี้ ถ้าไม่มีผลประโยชน์ใครจะอยากขยับมือและเท้าของตนเอง ?
“ สำหรับความช่วยเหลือในครั้งนี้ข้าจะจดจำความโปรดปรานของท่านรองแม่ทัพเอาไว้ ”
ได้ยินเช่นนั้นราซูก็เผยรอยยิ้มขี้เล่น แม้ว่าเขาจะไม่ทราบตัวตนที่แท้จริงของชายหนุ่มคนนี้แต่จดหมายรับรองของหัวหน้าสมาคมนักปรุงยาที่เขาพกมาด้วยนั้นก็เพียงพอแล้วที่จะยืนยันถึงฐานะของเขาในสมาคมนักปรุงยา
สำหรับคำพูดของชายหนุ่มนั้นมันคือสิ่งที่ราซูต้องการได้ยิน
“ ฮ่าๆ มันเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้นไม่คุ้มค่าแก่การจดจำเลย เอาล่ะ ถ้าเช่นนั้นข้าจะให้นายทหารที่ชำนาญพื้นที่นำท่านไปเดินเล่นรอบๆเมือง ” ราซูเอ่ยพร้อมกับเผยใบหน้ายิ้มแย้มราวกับมันเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยดังที่เขากล่าวมาจริงๆ
ในวันนั้นเจมส์ใช้เวลาทั้งวันในการสำรวจพื้นที่ต่างๆที่ถูกครอบครองโดยกลุ่มแก๊งอันธพาลโดยมีนายทหารที่มีชื่อว่า “ นาทู ” เป็นผู้นำทาง
ต้องยอมรับว่าคนที่รองแม่ทัพราซูส่งมาให้เขานั้นเป็นนายทหารที่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องอิทธิพลอย่างแท้จริงและน่าแปลกใจที่นาทูเป็นทหารที่มีมนุษยสัมพันธ์เยี่ยมยอด นอกจากคำพูดคำจาของเขาจะฉลาดรอบรู้แล้ว เจมส์ยังพบว่านาทูผู้นี้รู้จักกับ NРС มากมาย
หลังจากที่ใช้เวลาทั้งวันเจมส์ก็ได้รับข้อมูลมากพอตามที่เขาต้องการ นอกจากย่านการค้าหลักที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองและเขตทางเหนือแล้ว ทั่วทั้งเมืองอากุนนั้นมีแก๊งอันธพาลกระจายกันอยู่ไม่ต่ำกว่าสิบกลุ่ม
ก่อนที่จะเสร็จสิ้นภารกิจเจมส์ก็ได้มอบเหรียญทองจำนวนหนึ่งเหรียญให้กับนาทูเพื่อเป็นสินน้ำใจ ในความเป็นจริงแล้วเจมส์ไม่จำเป็นต้องมอบรางวัลใดๆให้กับนาทูเลยเพราะนายทหารผู้นี้อยู่ที่นี่เพราะคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
แต่กระนั้นเองเจมส์ก็ต้องการที่จะสร้างความสัมพันธ์กับนายทหารผู้นี้ เมื่อเทียบกับความรู้และเครือข่ายคนรู้จักที่นาทูมีอยู่หนึ่งเหรียญทองที่เจมส์สูญเสียไปนั้นไม่มีค่าอะไรเลย
เงินหนึ่งเหรียญทองนั้นเท่ากับค่าจ้างตลอดสามวันของนาทูเมื่อเขาได้รับค่าเหนื่อยจากมือของเจมส์นาทูก็ไม่สามารถช่วยได้นอกจากจะยิ้มจนแก้มปริ
อย่างไรก็ตามเจมส์ไม่ได้ปล่อยให้นาทูกลับไปง่ายดายขนาดนั้น ก่อนที่จะจากกันเจมส์ยังพานาทูไปเลี้ยงอาหารมื้อค่ำที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในย่านใจกลางเมือง แน่นอนว่ามันไม่ใช่การกระทำที่เปี่ยมล้นไปด้วยน้ำจิตน้ำใจแต่เป็นข้ออ้างในการแสวงหาผลประโยชน์เพิ่มเติม
สิ่งที่เจมส์พูดคุยกับนาทูในระหว่างมื้อค่ำเป็นข้อมูลที่อยู่นอกเหนือจากผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ มันเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับรองแม่ทัพราซู รวมไปถึงสถานการณ์ในกองทหารรักษาเมือง สำหรับนาทูเรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นความลับและเขามองว่าเจมส์เป็นนายน้อยที่อยากรู้อยากเห็นเพียงเท่านั้น
อย่างไรก็ตามสำหรับเจมส์ข้อมูลที่เขาได้นั้นเป็นประโยชน์ต่อแผนการของตนเองมาก จากคำบอกเล่าของนาทูเจมส์พบว่ากองทหารรักษาเมืองกำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน
ในปัจจุบันแม่ทัพผู้บัญชาการกองทหารรักษาเมืองกำลังจะพ้นจากตำแหน่งเพราะหมดวาระ มันทำให้ในตอนนี้รองแม่ทัพทั้งสามคนซึ่งหนึ่งในนั้นคือราซูกำลังแข่งขันกันเพื่อทำผลงาน โดยทุกคนหวังที่จะชิงตำแหน่งผู้บัญชาการคนต่อไปของกองทัพ (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
สำหรับเจมส์มันเป็นข่าวดี นี่คือโอกาสที่เขาจะได้สร้างความโปรดปราน ถ้าหากว่าเขาสามารถช่วยให้ราซูขึ้นเป็นแม่ทัพผู้บัญชาการคนต่อไปของกองทหารรักษาเมืองได้ สถานะของเขาในเมืองอากุนจะยิ่งทรงพลังมากยิ่งขึ้น
ทว่าในปัจจุบันเจมส์ไม่มีอำนาจเพียงพอที่จะช่วยเหลือราซู แม้ว่าจะมีหัวหน้าสมาคมนักปรุงยาแห่งเมืองอากุนคอยหนุนหลังแต่กระนั้นเจมส์ก็ยังไม่มีความคิดใดๆในเรื่องนี้
“ ช่างมัน สิ่งสำคัญของฉันตอนนี้คือการทำสิ่งนั้นให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด ในตอนนี้ฉันมีทุกอย่างที่ต้องการแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการลงมือทำ ” เจมส์พึมพำ ในขณะเดียวกันสายตาของเขาก็มองแผ่นหลังของนาทูที่กำลังเดินจากไป
ในช่วงสายของวันใหม่ หลังจากที่เจมส์ได้ดูดซึมละอองดาวและสอนสิ่งต่างๆให้กับซิลวาตามกิจวัตรที่เคยทำแล้ว เขาก็มุ่งหน้าไปยังเขตสลัมที่ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของรูเพิร์ชต่อในทันที
ใช้เวลาไม่นานในการเดินทาง ขณะนี้เจมส์ยืนอยู่เบื้องหน้าบ้านหลังเก่าที่ซึ่งเต็มไปด้วยร่องรอยของการเวลา โดยไม่รีรอเจมส์เคาะประตูเพื่อเรียกคนที่อยู่ภายในบ้าน
“ ใคร ? ” เสียงอันทรงพลังเปล่งออกมาจากภายในบ้าน
“ ข้าเอง . . . ”
เหมือนว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเคยเกิดขึ้นไปเมื่อวันก่อนแต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนี้จะไม่เป็นเช่นเดิม
แทบจะในทันทีที่เสียงของเจมส์เงียบลงเสียงของฝีเท้าจากภายในบ้านก็ดังขึ้น เห็นได้ชัดว่าเจ้าของบ้านนั้นเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นที่จะพบหน้าแขก
“ นายน้อย ” รูเพิร์ชเปิดประตูพร้อมกับเอ่ยคำทักทายด้วยความนอบน้อม
เจมส์กวาดสายตามองร่างของชายวัยกลางคนตรงหน้าอย่างถีถ้วนก่อนที่เขาจะพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ รูเพิร์ชในวันนี้ไม่ได้เป็นดังเช่นเมื่อวานที่ผ่านมา
ร่างกายกำยำของรูเพิร์ชเปล่งประกายของความมีชีวิตชีวา กล้ามเนื้อทุกส่วนอัดแน่นไปด้วยพลังงานที่รอการปลดปล่อย ที่สำคัญคือสายตาของเขา จากสายตาของชายธรรมดาที่แอบซ่อนความทุกข์ใจเอาไว้กลายเป็นสายตาของเชี่ยวชาญที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและอารมณ์ที่ยากจะหยั่งถึง
เจมส์พยักหน้ารับคำทักทายก่อนที่จะเอ่ยขึ้น “ ข้ามารบกวนเจ้ารึเปล่า ? ”
“ จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร. . . นายน้อยเชิญด้านใน คนรับใช้ผู้นี้จะไปเตรียมอาหารว่างและเครื่องดื่มมาให้ท่าน ”
ขณะนี้เจมส์นั่งอยู่ในบริเวณระเบียงบ้าน มันเป็นจุดที่เชื่อมต่อกับลานที่ทำงานของรูเพิร์ช เบื้องหน้าของเขานั้นคือโต๊ะไม้ตัวเล็กที่ประกอบไปด้วยแก้วน้ำผลไม้และขนมปังก้อนใหญ่ที่มากพอจะเติมเต็มท้องได้ทั้งวัน
“ ข้าไม่ได้รับแขกมานานหลายปีแล้ว ถ้าหากว่าของว่างพวกนี้ไม่อร่อย. . . ไม่สิ ! ไม่ถูกปากของท่าน นายน้อยโปรดอย่าถือสา ” รูเพิร์ชเอ่ยพร้อมกับเผยรอยยิ้มอันแปลกประหลาด
เมื่อเห็นท่าทางการแสดงออกที่ดูแข็งกระด้างแต่ก็ยังมีความพยายามของรูเพิร์ชก็ทำให้เจมส์ไม่สามารถหักห้ามรอยยิ้มของตนเอง
สำหรับรูเพิร์ชที่ไม่เคยก้มหัวให้ใคร การที่กลายมาเป็นคนรับใช้ในชั่วข้ามคืนทำให้เขาไม่สามารถปรับตัวได้ทัน เหตุนี้เองจึงทำให้การแสดงออกของรูเพิร์ชอาจจะดูแข็งกระด้างและดูเก้ๆกังๆไปบ้างซึ่งเจมส์ไม่ได้ถือสาและให้ความสำคัญกับเรื่องเช่นนี้อยู่แล้ว
“ อาการของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ? ” เจมส์เอ่ยถาม
“ ยอดเยี่ยม ! แม้ว่าในตอนนี้ข้าจะไม่ได้ฟื้นคืนกลับไปยังความรุ่งโรจน์ของตนเองในอดีตแต่คงใช้เวลาฟื้นตัวไม่นานนัก แน่นอนว่าทั้งหมดนั้นเป็นเพราะพระคุณของนายน้อย ” รูเพิร์ชเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“ มันเป็นเรื่องปกติ ร่างกายของเจ้าเพิ่งจะฟื้นคืนมันต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามการที่เจ้าถูกพิษกัดกร่อนมานานกว่าสามปีนั้นทำให้เส้นทางดาวของเจ้าไม่เหนียวและยืดหยุ่นเหมือนแต่ก่อน หนำซ้ำยังอาจจะมีความเสียหายเกิดขึ้นอีกด้วย ”
“ ต่อจากนี้เจ้าควรจะหาเวลาในช่วงเช้าดูดซึมละอองดาวบริสุทธิ์เพราะในช่วงที่ดวงทิวาเริ่มต้นให้พรแก่ผืนแผ่นดินนั้นคือช่วงเวลาที่ละอองดาวบริสุทธิ์มีอำนาจในการรักษาสูงที่สุด การดูดซึมละอองดาวในช่วงเวลาดังกล่าวจะช่วยทำให้อาการบาดเจ็บทั้งในและนอกของเจ้าฟื้นคืนได้เร็วขึ้น ” เจมส์เอ่ยแนะนำด้วยความปรารถนาดี
ได้ฟังคำพูดของเจ้านายรูเพิร์ชก็ไม่สามารถช่วยได้นอกจากยักคิ้วด้วยความสงสัย สิ่งที่นายน้อยพูดนั้นแม้แต่ตนเองที่มีฐานการบ่มเพาะถึงระดับที่เกือบจะเทียบเท่ากับแม่ทัพดวงดาวก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลย
เป็นไปได้ไหมว่านายน้อยของเขานั้นมีความรู้ในเรื่องของการบ่มเพาะ ?
“ คำแนะนำของนายน้อยนั้น คนรับใช้ผู้นี้จะจำไว้ ” รูเพิร์ชทำได้แค่ตอบรับด้วยความยินดี
“ เอาล่ะ ข้ามาที่นี่เพราะมีงานให้เจ้าทำ หวังว่าเจ้าจะสามารถเริ่มต้นได้โดยเร็วที่สุด ” ในเวลานี้เจมส์ได้เอ่ยถึงจุดประสงค์การมาของเขา