เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 410 เปิดห้อง
ตอนที่ 410 เปิดห้อง
……….
เมื่อเห็นคนเหล่านั้นส่งเสียงเฮและดื่มอวยพรไม่หยุด หยางจวินก็ใกล้จะหัวเสียแล้ว
เขาเดินตามแนวกำแพงไปหาเถ้าแก่แล้วเอ่ยว่า “เถ้าแก่หลี่ ขอโทษนะ ฉันไม่คิดว่าวันนี้พวกเขาจะเป็นแบบนี้”
เถ้าแก่หลี่มองคนเหล่านั้นด้วยสีหน้าจนใจ
แต่อย่างไรหยางจวินก็เป็นนายน้อยของเจ้าของที่ให้เช่า ถึงเขาจะลำบากใจก็ทำได้แค่กัดฟันเท่านั้น
“ไม่เป็นไรครับคุณชายหยาง เหอะๆ ถึงยังไงก็เป็นเพื่อนของคุณ ผมเลี้ยงสักมื้อคงไม่เป็นไร”
หยางจวินพยักหน้า “งั้นก็ดี เถ้าแก่หลี่ ฉันหยางจวินจะจำเรื่องวันนี้ไว้ ต่อไปถ้ามีปัญหาอะไร เราคุยกันได้สบายๆ”
“ดีจังเลยครับ คุณชายหยางพูดแบบนี้ผมก็โล่งใจ”
พูดจบ หยางจวินก็จำใจส่ายหัว และถอนหายใจพร้อมกับจากไป
เมื่อเดินไปที่ริมถนน หยางจวินก็จุดบุหรี่ด้วยสีหน้าสิ้นหวัง
เสี่ยวหลิวที่อยู่ข้างเขาเอ่ยว่า “คุณชายหยาง คนพวกนั้นไม่หน้าด้านเกินไปหน่อยเหรอ คุณใจดีเลี้ยงพวกเขา แต่พวกเขาดันเป็นแบบนี้”
“เหอะๆ ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน ดูสิว่ามันจนขนาดไหน เศษสวะจริงๆ!”
ขณะที่พูด หยางจวินก็ยักไหล่และสูดลมหายใจเบาๆ จากนั้นสูบบุหรี่เข้าลึกๆ
“หน้าด้านจริงๆ คุณชายหยาง ไม่งั้น…สั่งสอนหน่อยดีไหมครับ”
เสี่ยวหลิวดูแลธุรกิจในบริษัทและเพิ่งทำงานได้ไม่นาน หากเขาสนิทกับนายน้อยได้ ต่อไปก็จะสามารถไต่เต้าได้เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เขาเก่งเรื่องการสังเกตสีหน้าและคำพูดของคนอื่น รู้ว่าเวลาไหนควรจะพูดอะไร
หยางจวินได้ยินแบบนี้ก็ชะงัก “สั่งสอนเหรอ ช่างเถอะ มีคนอยู่เยอะ งั้นเอาแบบนี้ นายไปหามาว่าไอ้หมอนี่ทำงานอะไร”
“ฮ่าๆ คุณชายหยาง เขาจะทำอะไรได้ล่ะ คุณดูสภาพการแต่งตัวเขาสิ คงจะเป็นคนใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปวันๆ”
“นายพูดถูก แต่ระวังหน่อยก็ดี ภูมิหลังครอบครัวถังหย่าฉีไม่ธรรมดา เป็นไปไม่ได้ที่เธอจะอยู่กับคนพาล ไปสืบมาก่อนเถอะ”
“ได้ครับ คุณชายหยาง ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง”
พูดจบ หยางจวินก็โยนก้นบุหรี่ในมือทิ้งแล้วเข้าไปในรถด้วยสีหน้าหงุดหงิด
…
ตอนแรกคิดว่าเป็นโลกที่มีแค่เขาสองคน แต่กลับกลายเป็นว่าทุกคนดื่มเหล้าด้วยกัน
แต่ถังหย่าฉีไม่สนใจเลย เธอกลับมีความสุขมากกว่า
ช่วงนี้เธอยุ่งกับเรื่องเรียนและต้องดูแลร้านในตอนเย็น
ซ่งจื่อเซวียนก็มีธุระมากมายทุกวัน ดังนั้นพวกเขาจึงขาดกิจกรรมยามว่างจริงๆ
โลกที่มีแค่เขาสองคนนั้นแสนหวาน แต่เมื่อมีผู้คนมากมายก็สนุกดีเช่นกัน คืนนี้ถังหย่าฉีก็ดื่มหนักไม่น้อย
แต่เพราะวันรุ่งขึ้นเป็นวันอาทิตย์ ซ่งจื่อเซวียนจึงไม่ค่อยห้ามเธอ เนื่องจากนานๆ ทีเธอจะได้รู้สึกเป็นอิสระ
ท้ายที่สุดพวกเขาก็จบด้วยการดื่มจนดึก
ในกลุ่มพวกเขาซางเทียนซั่วยังส่งเสียงเอะอะเพราะต้องการต่อรอบที่สอง
แต่เมื่อนึกได้ว่าในวันพรุ่งนี้ยังมีงานอีก ซ่งจื่อเซวียนจึงให้ทุกคนรีบกลับบ้าน
ซางเทียนซั่วเรียกคนขับรถได้ ส่วนไต้ทงและฟางรุ่ยไม่ได้ดื่ม ดังนั้นจึงไม่เป็นไร
“ฉันไม่กลับ ฉันอยากดื่มอีก…” ถังหย่าฉีตะโกน
ซ่งจื่อเซวียนกลอกตา ยัยสาวน้อยคนนี้กลับมาอีกแล้ว…
“รีบกลับบ้าน พรุ่งนี้เราค่อยมาดื่มต่อโอเคไหม” ซ่งจื่อเซวียนพูดพลางประคองเธอไปที่รถ
“ไม่เอา ผึ้งน้อยสองตัวกำลังโบยบินท่ามกลางหมู่ดอกไม้…”
ซ่งจื่อเซวียนพูดไม่ออกจริงๆ ยัยสาวน้อยคนนี้เดินทิ้งตัว เขาจึงประคองเธออย่างเหน็ดเหนื่อย
ไต้ทงกลับอมยิ้ม คนที่เขาไว้ใจให้โอบกอดถังหย่าฉีไว้ในอ้อมแขนได้ก็คือซ่งจื่อเซวียน…
เวลานี้หลิงเข่อเอ๋อร์ก็จับมือถังหย่าฉีไว้
“ไม่ได้ พี่หย่าฉีไปไม่ได้ เราต้องดื่มกันอีก!”
“เด็กดีเข่อเอ๋อร์ ฉันไม่ไปหรอก เราไปดื่มเหล้ากันเถอะ ถ้าพวกเขาไม่ไปเราก็ไม่ต้องพาพวกเขาไปด้วย เราไปกันเลย!”
พูดจบ ทั้งสองคนก็เดินจับมือกันไป
ซ่งจื่อเซวียนรีบรั้งเอาไว้ “โธ่เอ๊ย แม่ทูนหัวทั้งสอง หยุดโวยวายได้แล้ว ได้เวลากลับบ้านแล้ว!”
“เราไม่กลับ อยากดื่มเหล้า!”
“ใช่ เราไม่กลับ!”
ซ่งจื่อเซวียนกำลังฉุดรั้งพวกเธอไว้ ซางเทียนซั่วที่อยู่ข้างๆ ก็เดินเข้ามาอย่างสะลึมสะลือ
เขาดื่มหนักมาก ตอนนี้จึงเดินโซเซ มองดูแล้วก็กลัวว่าเขาจะสะดุดขาตัวเองล้ม…
“อาจารย์ ปล่อยให้พวกเธอไปดื่มเถอะ ยากนะ…ที่จะแฮปปี้กัน ผมเฝ้าพวกเธอเอง ไม่ต้องห่วง!”
ซ่งจื่อเซวียนกลอกตามองเขา “ไม่ต้องห่วงกับผีสิ สภาพนายแบบนี้เนี่ยนะ รุ่ยจื่อ รีบเรียกคนขับให้เขาเลย”
“ครับนายท่านรอง”
ก่อนที่ฟางรุ่ยจะคุยโทรศัพท์ ซางเทียนซั่วก็คว้ามือถือไป “ไม่ๆๆ ฉันต้องเฝ้าอาจารย์แม่กับศิษย์น้องหญิง จะได้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเธอ…”
ซางเทียนซั่วพูดราวกับว่ามีถั่วอยู่ในปาก แทบได้ยินไม่ชัดเจน
ทันทีที่เขาพูดจบก็ถ่มน้ำลายออกมา
หลายคนที่อยู่ด้านข้างรีบหลบหลีก แม้แต่คนที่เดินผ่านไปมาก็อยู่ห่างๆ เขาไว้
ซางเทียนซั่วเช็ดปาก “คายออกมาแล้วดีขึ้นเยอะ…”
ซ่งจื่อเซวียนก็มึนงงเช่นกัน ผู้หญิงสองคนนี้ดื่มหนักก็รับมือยากแล้ว นี่ยังมีซางเทียนซั่วอีก
เมื่อสภาพของเขาเป็นแบบนี้ แม้ว่าจะเรียกคนขับรถมาก็ยากที่จะแบกเขาขึ้นไปบนตึก
“เหลียงฮั่น งั้นนายไปส่งเทียนซั่วหน่อย เขาสภาพแบบนี้…เหลือทนจริงๆ”
“โอเค นายท่านรอง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเอง!”
เหลียงฮั่นพูดจบก็หิ้วคอเสื้อของซางเทียนซั่วขึ้นมาแล้วเดินไปที่รถราวกับกำลังอุ้มลูกเจี๊ยบ
แต่ก่อนจะเดินไปถึงรถ เขาก็เห็นรถคันหนึ่งค่อยๆ จอดที่ริมถนน
ประตูรถเปิดออกและมีหญิงสาวคนหนึ่งเดินลงมา
หญิงสาวคนนั้นสวมกางเกงยีนส์สีชมพู เสื้อยืดสีขาว และรองเท้าผ้าใบเสริมส้นแวววาวระยิบระยับ
แม้ว่าจะเรียบง่าย แต่พอมองก็รู้ว่าไม่ใช่ของราคาถูก
ผมยาวหยักศกมัดรวบขึ้นทั้งสองข้างจนดูเหมือนในการ์ตูน
โต้วซานซานนั่นเอง
“ซานซาน เธอมาทำอะไรที่นี่” ซ่งจื่อเซวียนถามขึ้นเมื่อเห็นโต้วซานซาน
“อาจารย์ เทียนซั่วเขา…เป็นอะไรเหรอคะ”
ซ่งจื่อเซวียนหันกลับมาและรีบคิดอย่างรวดเร็ว “อ๋อๆ อย่าพูดถึงเลย เจ้านี่เป็นแบบนี้เพราะความรักน่ะ วันนี้เขาดื่มเหล้าให้หายเศร้า”
“เอ๋ ดื่มให้หายเศร้าเหรอ เขาเศร้าเรื่องอะไร”
ในเวลานี้โต้วซานซานมีท่าทางสับสน ใบหน้าเล็กๆ นั่นเป็นห่วงซางเทียนซั่วอย่างชัดเจน
แต่ก็ยังเขินอายอยู่บ้าง บางทีอาจจะเกี่ยวกับเรื่องที่เธอไม่พอใจซางเทียนซั่ว
“ก็ใช่น่ะสิ เมื่อสองวันก่อนมีผู้ชายชื่อเจ้าอีโจวมาหาเขาแล้วบอกว่าเธอสองคนคบกันอยู่ เด็กนี่เลยก๊งเหล้าจนอ้วกทุกวัน”
โต้วซานซานพลันชะงักไป จากนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “เจ้าอีโจวคนนี้ พูดเรื่องไร้สาระอะไร เรา…”
ซ่งจื่อเซวียนรอให้โต้วซานซานพูดว่าไม่มีอะไรระหว่างพวกเขาสองคน แต่สุดท้ายโต้วซานซานก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
“อาจารย์ ตอนนี้เทียนซั่ว…เป็นยังไงบ้างคะ”
“เป็นแบบนี้แหละ ฉันจะให้เหลียงฮั่นทิ้งเขาไว้ข้างถนนให้เขาได้สติ เราไปก่อนนะ” ซ่งจื่อเซวียนพูด
“หา? อะไรนะ ทิ้งไว้ข้างถนนเหรอ”
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้า “ใช่ ไอ้เด็กนี่มันไม่ได้เรื่อง ดิ่งลงเพราะความรู้สึก ปล่อยให้เขารับลมเรียกสติสักหน่อย”
โต้วซานซานมองซางเทียนซั่วด้วยความเป็นห่วง
ที่บอกให้รับลมนั้นไม่เป็นไรอยู่แล้ว ตอนนี้เป็นฤดูร้อน เขาไม่กลัวว่าซางเทียนซั่วจะแข็งตาย
แต่บนถนนมีรถเยอะมาก นอกจากนี้หากคนขับหลับในกลางดึก เขาก็จะถูกทับตาย…
“อาจารย์ อย่าๆ…ดึกแล้วมันอันตรายนะคะ”
ซ่งจื่อเซวียนแอบหัวเราะแล้วแกล้งทำเป็นไม่สน “แล้วจะทำยังไงล่ะ ฉันต้องไปส่งพวกเขาอีก ดูแลไม่ไหวหรอก”
โต้วซานซานได้ยินเช่นนั้นก็โกรธเล็กน้อย เขาทำกับซางเทียนซั่วแบบนี้ได้ยังไง กไม่ยุติธรรมเลย
โดยเฉพาะตอนนี้ที่ซางเทียนซั่วกำลังเมา เขาเมินได้ยังไงกัน
แต่แม้ว่าเธอจะโกรธ เธอก็ยังเรียกซ่งจื่อเซวียนว่าอาจารย์และยังเคารพเขา
“อาจารย์ ถ้างั้น…ฉันจะไปส่งเขาเองค่ะ”
ซ่งจื่อเซวียนแสดงสีหน้าเหลือทน “ตามใจเถอะ พวกเธอจัดการเองได้ก็ดี งั้นเราไปก่อนนะ!”
พูดจบ เขาก็ลากถังหย่าฉีและหลิงเข่อเอ๋อร์เข้าไปในรถก่อน
เนื่องจากเป็นสถานการณ์ที่ควบคุมยาก เขาจึงไม่ได้เลือกรถและเข้าไปในรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ของตัวเอง
ไต้ทงพูด “นายท่านรอง งั้นให้หย่าฉีมารถคันนี้เถอะ รุ่ยจื่อจะได้ไม่ต้องไปส่งอีกรอบ”
ซ่งจื่อเซวียนมองถังหย่าฉีที่ตอนนี้กำลังพูดเจื้อยแจ้วกับหลิงเข่อเอ๋อร์
“ช่างเถอะ ตอนนี้เราคงแยกผู้หญิงทั้งคู่ออกจากกันไม่ได้ กลับไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
ไต้ทงพยักหน้า “ก็ได้”
จากนั้นรถทั้งสามคันก็สตาร์ทพร้อมกันและออกจากร้านริมถนน
เมื่อเห็นพวกเขาจากไป เถ้าแก่หลี่ก็มีสีหน้ากลัดกลุ้มและพูดทอดถอนใจออกมา “ในที่สุดก็ไปสักที”
พนักงานเสิร์ฟที่อยู่ด้านข้างพูดว่า “เถ้าแก่ โต๊ะนี้กินเยอะจริงๆ ฉันคำนวณดูแล้วคงจะสี่ห้าพัน”
“หา? ทำไมสี่ห้าพันล่ะ เมื่อกี้ฉันเห็นว่าพวกเขาสั่งไปประมาณสามพันเองนะ”
“ดื่มกันเยอะมาก เบียร์ก็สั่งไปอีกเจ็ดขวด ปลานึ่งอีกสามตัว กุ้งต้มสองที่ อ๋อใช่สิ พวกเขายังสั่งมังกรหยกในถังด้วย”
“ว่าไงนะ สั่งมังกรหยกด้วยเหรอ”
เมื่อครู่เถ้าแก่หลี่ไปดื่มกับโต๊ะเพื่อนตัวเองสองสามแก้วจึงไม่ได้สังเกต ใครจะรู้ว่าพวกเขาสั่งแม้กระทั่งมังกรหยก
มื้อนี้ขาดทุนสุดๆ…
ภายในรถ โต้วซานซานเหลือบมองซางเทียนซั่วแล้วเอ่ยขึ้นว่า “นี่ นายโอเคไหม”
ซางเทียนซั่วเหม่อมองไปข้างหน้าอย่างว่างเปล่า
“ไม่เป็นไร เธอขับเร็วหน่อย เราไปต่อรอบที่สองกัน”
“ต่อรอบที่สองอะไรกัน นายเมาจนพูดไม่รู้เรื่องแล้ว” โต้วซานซานกล่าว
“เพ้อเจ้อ รีบขับเร็วๆ ถ้าช้าจะไม่ให้เงินนะ ขับแซงรถคันหน้าไป นั่นเป็นรถของอาจารย์ฉัน”
โต้วซานซานมองดูและเห็นว่าข้างหน้าเป็นรถเก็บขยะ…
ไอ้หมอนี่พูดไร้สาระจริงๆ ตาถั่วไปหมดแล้ว
“โอเคๆ รีบกลับเถอะ นายพักอยู่ที่ไหน” โต้วซานซานเอ่ยถาม
เมื่อมองไปที่ซางเทียนซั่วอีกครั้ง เขาก็หลับปุ๋ยและกรนออกมาแล้ว
โต้วซานซานก็งงงวยเช่นกัน จะทิ้งเขาไว้ข้างนอกเหรอ เป็นไปไม่ได้แน่นอน อย่างไรเธอก็ยังชอบซางเทียนซั่วอยู่
หรือจะส่งเขากลับบ้าน นั่นยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย
ช่วงนี้เธอกำลังคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนอยู่ตลอด เธอคิดว่าถ้าตนเป็นฝ่ายรุกทุกเรื่องจะดูไม่มีระดับเกินไป
และยิ่งเธอทำแบบนี้ ก็เหมือนซางเทียนซั่วจะยิ่งไม่สนใจเธอ ราวกับว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่ควรจะเป็น
ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจสงบสติอารมณ์และควบคุมความรู้สึกของตนให้มากที่สุด ไม่อย่างนั้น…เธอจะต้องเจ็บปวด
และในตอนนี้ เจ้าอีโจวก็ปรากฏตัวแล้ว ต้องบอกว่าเจ้าอีโจวเป็นคนที่เอาใจใส่ กระตือรือร้นและอ่อนโยนมาก
แต่โต้วซานซานปล่อยซางเทียนซั่วไปไม่ได้ และไม่มีทางไปชอบเจ้าอีโจว
…
สุดท้ายโต้วซานซานก็ตัดสินใจเปิดห้องพักในโรงแรม
เนื่องจากสภาพของซางเทียนซั่วในตอนนี้ไม่สามารถบอกที่อยู่บ้านของเขาได้ และโต้วซานซานก็จะพาเขากลับบ้านของเธอไม่ได้เช่นกัน
โรงแรม…ดูเหมือนจะเป็นสถานที่ที่ดีที่สุด
จากนั้นโต้วซานซานจึงตัดสินใจขับรถไปที่โรงแรมข่ายอ้อที่อยู่ริมแม่น้ำในเมือง
เธอได้เปิดห้องสวีทที่หรูหราทั้งภายในและภายนอก และขอให้พนักงานโรงแรมช่วยพยุงซางเทียนซั่วเข้าไป
………………………………………………
……….