เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 411 อยู่ในกำมือ
ตอนที่ 411 อยู่ในกำมือ
……….
ขับรถมาจอดที่หน้าบ้านแล้ว ซ่งจื่อเซวียนก็รีบลงจากรถเดินไปด้านหลังเพื่อประคองถังหย่าฉีกับหลิงเข่อเอ๋อร์ออกมา
หลังจากทั้งสองคนขึ้นรถแล้วก็โวยวายอยู่พักหนึ่ง แต่ในไม่ช้าก็ผล็อยหลับไป
ท่านอนหลับของพวกเธอแปลกพอตัว ทั้งสองคนกอดกัน ทั้งมือและเท้าเกี่ยวกัน เหมือนถูกล็อกเอาไว้
เดิมทีซ่งจื่อเซวียนอยากเรียกฟางรุ่ยมาช่วย แต่ทัศนียภาพเช่นนี้สวยงามเกินไป จึงไม่อยากเรียกแล้ว
เขาลองแกะมือของถังหย่าฉีก่อน แต่เธอกอดหลิงเข่อเอ๋อร์ไว้แน่นมาก ดึงไม่ออกเลยด้วยซ้ำ
หลิงเข่อเอ๋อร์ก็เช่นกัน ซ่งจื่อเซวียนปวดหัว แบบนี้จะพาออกมาได้อย่างไร
ไต้ทงเดินมาข้างหน้าแล้วเอ่ยว่า “นายท่านรอง ให้ถังหย่าฉีลงจากรถก่อนเถอะ ผมจะพาเธอกลับไปก่อน”
เรื่องนี้ไต้ทงไม่กล้าประมาท นี่คือคำสั่งของถังจวิ้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต้องดูแลถังหย่าฉีอย่างดี
แน่นอนว่า เขาไม่รู้ความคิดที่แท้จริงของถังจวิ้น หากรู้…เกรงว่าคงกลับบ้านไปนานแล้ว
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้า “ปล่อยพวกคุณไป…ผมไม่มีปัญหา แต่…คุณดูสิ ถ้าคุณทำได้ คุณก็ทำเลย”
ไต้ทงชะงัก จากนั้นก็เดินไปข้างหน้าทันที มองเข้าไปที่ประตูด้านหลังรถ เขาเองก็งุนงงเช่นกัน
ท่านอนหลับของผู้หญิงสองคนนี้มองไม่ได้เลยจริงๆ…
“เมื่อกี้ผมลองแล้ว แกะไม่ออก…” ซ่งจื่อเซวียนพูดด้วยความเก้อเขิน
ไต้ทงพูดไม่ออก…
จากนั้นจึงลองดึงอีกสองสามครั้ง ซ่งจื่อเซวียนก็ไม่ไหวแล้ว มองไปที่ทางไต้ทง “เอาอย่างนี้ดีไหม…คุณกลับไปก่อน ผมจะเฝ้าอยู่ตรงนี้เอง
อีกสักพักถ้าพวกเธอสองคนตื่นแล้ว จะพาเข้าไปนอนในห้องเลย เข่อเอ๋อร์มีห้องเป็นของตัวเองน่ะ”
ไต้ทงครุ่นคิด อันที่จริงเขาไม่ได้เป็นห่วง แต่กลัวเจ้านายจะลงโทษต่างหาก
สำหรับนิสัยของซ่งจื่อเซวียน เขาไม่สงสัยแน่นอนอยู่แล้ว อีกทั้งฟางรุ่ย หลิงเข่อเอ๋อร์ก็พักอยู่ข้างในบ้าน จุดนี้เขาจึงวางใจเช่นกัน
พอนึกถึงตรงนี้ เขาจึงพยักหน้า “โอเค นายท่านรอง ถ้าอย่างนั้นวันพรุ่งนี้ผมจะตรงไปที่ร้านสวนสวินเฟิงเลย คุณจะพาหย่าฉีไปด้วยใช่ไหม”
“ได้ คุณวางใจได้เลย”
…
ภายในห้องส่วนตัว โรงแรมข่ายอ้อ
โต้วซานซานประคองซางเทียนซั่วเข้าไปในห้องอย่างหมดแรง
ซางเทียนซั่วเป็นชายหนุ่มที่มีน้ำหนักเจ็ดสิบห้ากิโลกรัม แต่โต้วซานซานหนักแค่สี่สิบห้ากิโลกรัม ระดับความแข็งแรงแบบนี้แค่คิดก็รู้แล้ว
ตอนที่ใกล้จะเข้าห้อง โต้วซานซานแทบหายใจไม่ทัน
แต่ในเวลานี้เอง ซางเทียนซั่วกลับลืมตาทั้งสองข้างทันที จากนั้นมองไปรอบๆ
วินาทีต่อมา เขาก็แทบจะพุ่งเข้าไปในห้องน้ำ
ต่อจากนั้นเสียงอาเจียนก็ดังออกมา โต้วซานซานฟังแล้วยังรู้สึกสะอิดสะเอียน
หลังจากอาเจียนได้ประมาณหนึ่งนาทีกว่า ซางเทียนซั่วก็เดินออกมาจากห้องน้ำอย่างโซซัดโซเซ
โต้วซานซานทำสีหน้าพูดไม่ออก กำลังจะไปทำความสะอาดที่ห้องน้ำ แต่พอเดินเข้าไปใกล้ กลิ่นนั้นก็ลอยออกมา
เธอรู้สึกว่าเดินต่ออีกหนึ่งก้าวไม่ไหวแล้ว เพราะแทบจะอาเจียนออกมา
“โอ๊ย ดื่มเหล้าเยอะขนาดไหนกัน…”
โต้วซานซานเอามือป้องปาก
เมื่อเห็นดังนั้น ซางเทียนซั่วจึงหน้าบึ้งถลึงตามอง “เธอ…เธอทำมือแบบนั้นทำไม หมายความว่ายังไง ยังไม่เอาเหล้ามาให้ฉันอีก!”
โต้วซานซานได้ยินแบบนั้นจึงโมโห ไม่รู้ว่าอีตานี่มองฉันเป็นพนักงานบริการหรือไง
อยู่ข้างนอกดื่มไม่พอ มาถึงโรงแรมก็ยังจะดื่มอีก
“ดื่มหาพระแสงอะไร นายดื่มจนมีสภาพแบบนี้แล้วเนี่ย”
“สภาพยังไง แล้วจะทำไมล่ะ” ซางเทียนซั่วเดินตัวโอนเอนเข้าใกล้โต้วซานซาน “ไป ไปดื่มร้านที่สองกับพี่ ไปที่…คลับเฮาส์ไห่เทียน!”
ขณะพูด เขาก็วางแขนไปบนไหล่ของโต้วซานซาน
โต้วซานซานใช้แรงดิ้นให้หลุด ตะโกนใส่ว่า “มีแต่ผีที่จะไปกับนาย รีบนอนไปเลย ฉันจะบอกนายนะซางเทียนซั่ว พอฉันคิดว่าต้องล้างห้องน้ำฉันก็อยากอาเจียนแล้ว!”
ปกติโต้วซานซานเป็นคนรักอนามัย โซฟาในบ้านทุกตัวหากไม่เช็ดสองรอบเธอจะไม่นั่ง
หากเสื้อผ้าเลอะคราบน้ำมัน ก็ต้องซักสามครั้งเป็นอย่างน้อยถึงจะวางใจ
ตอนนี้ให้เธอไปล้างห้องน้ำ ทำความสะอาดสิ่งที่ซางเทียนซั่วอาเจียนออกมา แค่คิดเธอก็รู้สึกรับไม่ได้แล้ว
แต่เนื่องจากเป็นคนรักอนามัย เธอจะนอนไม่หลับถ้าไม่ได้อาบน้ำ ดังนั้นเธอจำเป็นต้องทำความสะอาดห้องน้ำ
โต้วซานซานหยิบหน้ากากกันฝุ่นออกมาจากกระเป๋า แล้วใส่กระดาษข้างในถึงสามชั้น ก่อนจะรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปในห้องน้ำ
ครั้งนี้ไม่มีกลิ่นแล้ว แต่ภาพที่เห็นโหดร้ายเกินไป
เดิมทีซางเทียนซั่วก็ดื่มหนักอยู่แล้ว จะอาเจียนตรงไหนก็ไม่แน่นอน ทั้งในชักโครกและขอบชักโครก บนพื้นที่รอบๆ มีแต่สิ่งที่เขาอาเจียนออกมาทั้งนั้น
โต้วซานซานอาเจียนแห้งสองสามครั้งทันที แต่ไม่ได้อาเจียนออกมาจริงๆ
เธอได้แต่ปิดตาเดินเข้าไป หยิบฝักบัวขึ้นมา เปิดน้ำแล้วเริ่มฉีดล้างมัน
จนกระทั่งฉีดสิ่งสกปรกทั้งหมดเข้าไปในชักโครกและท่อระบายน้ำ เธอจึงรู้สึกโล่งใจไปทั้งตัว
แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ เธอก็ยังไม่ได้ดึงหน้ากากออก เธอใช้ครีมอาบน้ำหมดเกือบครึ่งขวด แล้วฉีดล้างอีกครั้ง…
เวลานี้เอง เสียงตะโกนของซางเทียนซั่วก็ดังมาจากข้างนอก
“เอาเหล้ามา แม่งเอ๊ย เอาเหล้ามาให้ฉันเดี๋ยวนี้ แล้วก็ไม่มีสาวๆ มาด้วย บริการอะไรกันวะ!”
โต้วซานซานโกรธ ถลึงตามองไปข้างนอก จากนั้นจึงฉีดล้างต่อ
แต่ซางเทียนซั่วกลับไม่จบ เมื่อไม่เห็นมีใครสนใจเขา เขาจึงลุกขึ้นแล้วเดินตามเสียงที่ได้ยินจนมาถึงห้องน้ำ
“เป็นอะไร นายลุกขึ้นมาทำไม!”
โต้วซานซานหมุนตัวกลับมาถาม
“เป็นอะไร เธอมาหลบในห้องน้ำทำไม ออกมา มาดื่มเหล้า ร้องเพลงกับฉัน!”
ขณะพูด ซางเทียนซั่วก็เดินโซเซไปข้างหน้า
“ซางเทียนซั่วนายจะทำอะไร…”
โต้วซานซานโยนฝักบัวในมือทิ้งเมื่อรู้ตัว รีบเอามือบังหน้าอกของตัวเองทันที
น้ำพุ่งออกมาจากฝักบัว พ่นกระจายไปทั่วห้องน้ำ และทำให้โต้วซานซานกับซางเทียนซั่วร่างกายเปียกโชก
โต้วซานซานรู้สึกหมดสภาพ แต่ซางเทียนซั่วกลับไม่ได้คิดแบบนั้น ฤทธิ์เหล้ายังอยู่ในหัวของเขา และไม่สนใจน้ำอะไร
เขาจับมือของโต้วซานซานไว้แล้วออกแรงดึง มือของโต้วซานซานหลุดจากหน้าอกทันที
“ซางเทียนซั่วนายจะทำอะไร…”
“ออกมากับฉันเดี๋ยวนี้!”
เขาลากโต้วซานซานออกมาจากห้องน้ำ จนมาถึงบนโซฟาในห้องนั่งเล่นด้านนอก
ซางเทียนซั่วเอ่ยว่า “ไป เลือกเพลงอูฐแห่งทะเลทรายให้ฉันที!”
โต้วซานซานอดทนไม่ไหวแล้ว ลุกขึ้นตะโกนใส่ทันที “ฉันมองนายเหมือนอูฐมากกว่า ร้องเพลงเหรอ นายจะร้องหาพระแสงอะไร!”
ซางเทียนซั่วอึ้งไป แต่เขาก็รีบลุกขึ้นมาเหมือนกัน
“พูดจากับใครอยู่ ฉันไม่ได้ให้เงินหรือไง แม่งเอ๊ย ถึงขั้นกล้ามาด่าฉัน!”
เขาพูดพลางลากโต้วซานซานเข้ามา แล้วเหวี่ยงเธอไปบนโซฟา
โต้วซานซานงุนงงเป็นอย่างยิ่ง…
เมื่อก่อนซางเทียนซั่วไม่เคยโมโหร้ายมาก่อน
หรือจะพูดว่า…เมื่ออยู่ต่อหน้าซางเทียนซั่ว โต้วซานซานมีความแข็งแกร่งมากกว่าเขา ลากเขาไปทำนั่นทำนี่มากกว่า
ซางเทียนซั่วเหมือนกับแพะตัวน้อย จะรู้สึกกลัวอยู่บ้างทุกครั้ง และยังขี้อาย
เป็นเพราะจุดนี้ โต้วซานซานจึงชอบเขาเป็นพิเศษ รู้สึกว่าซางเทียนซั่วน่ารักมาก
แต่ตอนนี้…ซางเทียนซั่วกลับโหดขึ้นมา ทำให้โต้วซานซานไม่เข้าใจจริงๆ
“เทียนซั่ว นาย…”
ซางเทียนซั่วขมวดคิ้วทันที “ฉันจะบอกเธอให้นะ ฉันมาเที่ยวแบบเสียเงิน ไม่ได้มามองหน้าเธอเฉยๆ”
พอได้ยินประโยคนี้ โต้วซานซานก็โกรธขึ้นมาทันที
เธอเองก็รู้ว่าซางเทียนซั่วเจ้าชู้ เมื่อก่อนชอบไปเที่ยวสถานบริการเป็นประจำ
แต่ตอนนี้กลับมามองเธอเป็นสาวๆ ในร้านคาราโอเกะเนี่ยนะ!
“ซางเทียนซั่ว! ฉันขอสู้ตายกับนายไปข้างหนึ่ง!”
โต้วซานซานพูดพลางลุกขึ้นจะเข้าไปต่อยซางเทียนซั่ว
แต่กำปั้นน้อยๆ ของเธอนั้น ซางเทียนซั่วไม่รู้สึกอะไรเลย กดเธออยู่กับโซฟาได้ในทันใด
“ต่อยฉันเหรอ เธออยากตายใช่ไหม!”
ทันทีที่พูดจบ ทั้งสองคนเหมือนจะนิ่งอึ้งไปพร้อมกัน
ร่างกายของพวกเขาในเวลานี้แนบชิดติดกัน ส่วนใบหน้าก็ห่างกันประมาณสิบเซนติเมตรเท่านั้น
แทบจะมองหน้าอีกฝ่ายไม่ชัดเจนแล้ว
แต่…กลับได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันได้อย่างชัดเจน
“ถ้ารู้ว่านายเป็นผู้ชายแบบนี้ ฉันจะไม่…”
เธอยังพูดไม่ทันจบ ซางเทียนซั่วก็จูบลงมาทันที
ในตอนนี้โต้วซานซานไร้ซึ่งการตอบสนองใดๆ
ผู้หญิงอย่างเธอ เผชิญหน้ากับผู้ชายที่ตัวเองชอบ และยังเป็นด้านที่แมนๆ เช่นนี้
การโดนบังคับจูบ! ดูเหมือนจะเป็นความรู้สึกที่เธอแอบรอคอยอยู่!
และในเวลานี้ เธออยากจะแสดงอาการต่อต้านเล็กน้อย แต่กลับต้านทานไม่ไหว รู้สึกละลายไปกับการบังคับจูบและความรุนแรงของอีกฝ่าย
นี่คือแผนที่โต้วซานซานคิดไว้นานแล้ว แต่พอเอาเข้าจริง…เธอกลับไม่ได้ต่อต้านเลยสักนิด
กำปั้นเล็กๆ ของเธอค่อยๆ คลายออก จากนั้น ค่อยๆ ยกมือขึ้นมากอดผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า
ขณะที่กำลังนัวเนียกันอยู่ การจูบของทั้งสองก็ละลายบรรยากาศทั้งหมดอย่างช้าๆ
แต่ในบ้านของซ่งจื่อเซวียน ตอนนี้กลับวุ่นวายเป็นอย่างมาก
ถังหย่าฉีกับหลิงเข่อเอ๋อร์โวยวายอยากดื่มเหล้า ตะโกนเสียงดังแข่งกัน ซ่งอีหนานต้องนั่งเครื่องบินไปเซ็นสัญญาตอนเช้า ตอนนี้จึงนอนหลับแล้ว
หานหรงกลับวิ่งไปมาทั้งในห้องและนอกห้อง ดูแลผู้หญิงสองคนนี้
เหมือนกับซางเทียนซั่ว พวกเธออาเจียนออกมาเหมือนสายฝน บวกกับเสียงหัวเราะและโวยวาย ทำเอาสองแม่ลูกเหนื่อยเอาการ
จนกระทั่งเวลาตีสาม พวกเธอถึงฟุบหลับอยู่บนเตียงจนได้
เมื่อทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ซ่งจื่อเซวียนก็เดินมาในลานบ้าน เห็นหานหรงนั่งอยู่ตรงนั้น เขาจึงเดินเข้าไป
“แม่ครับ ทำให้แม่ต้องเหนื่อยแล้ว ผม…ถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้จะไม่ให้พวกเธอดื่มเลยครับ”
หานหรงกลับหัวเราะออกมา บอกให้ซ่งจื่อเซวียนนั่งลง จากนั้นพัดให้เขา
“ไม่เป็นไร ยังหนุ่มยังสาวกันทั้งนั้น เรื่องปกติ แม่เข้าใจพวกแก”
“หา? แม่ครับ แม่คิดแบบนี้จริงๆ เหรอ” ซ่งจื่อเซวียนถามด้วยความประหลาดใจ
“เหอะๆ ลูกคิดว่าแม่แก่จนเลอะเลือนเหรอ ไม่ใช่เลย หย่าฉีเด็กคนนี้เป็นคนตรงไปตรงมา เข่อเอ๋อร์ก็เหมือนกัน แม่ชอบพวกเธอ”
ซ่งจื่อเซวียนพลันยิ้มซื่อๆ “แม่ครับ แม่ดีจริงๆ แม่หิวไหม ผมทำของกินให้แม่สักหน่อยดีไหม”
“ไม่กิน ถ้าลูกหิวแม่จะทำของกินให้ลูกเอง อย่าเห็นว่าลูกเป็นพ่อครัวเลย พอกลับบ้าน แม่ก็ต้องทำอยู่ดี”
ซ่งจื่อเซวียนรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ ความรู้สึกแบบนี้จะมีเฉพาะยามที่อยู่ต่อหน้าแม่เท่านั้น
เขาสามารถปล่อยวางความเป็นผู้ใหญ่และความรับผิดชอบลงได้ทั้งหมด ทำตัวเป็นเด็กได้อย่างสบายใจ
“แม่ครับผมไม่หิว แม่รีบนอนเถอะ ผมจะไปอาบน้ำล้างหน้าแล้วเข้านอนเหมือนกัน”
“ได้ ถ้างั้นลูกไปอาบน้ำเถอะ แม่จะปูเสื่อเย็นให้ลูก”
พูดจบ หานหรงก็ค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในห้องนอนหลัก
เขามองท่าทางการเคลื่อนไหวของแม่ช้าที่ลงอยู่บ้าง ซ่งจื่อเซวียนแอบถอนหายใจ แม่…แก่แล้ว
ความเงียบหนึ่งคืนผ่านไป
เช้าวันถัดมา ตอนที่ซ่งจื่อเซวียนตื่นนอน ถังหย่าฉีกับหลิงเข่อเอ๋อร์ยังนอนหลับปุ๋ยอยู่ในห้องนอน
แต่ฟางรุ่ยกลับตื่นตั้งแต่เช้า ช่วยหานหรงทำอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย
ซ่งจื่อเซวียนได้กลิ่นหอมขณะที่เดินมา จึงเอ่ยว่า “แม่ครับ ตอนเช้ากินอะไรกันน่ะ หอมจัง”
“แพนเค้กกับไข่คน ของลูกกับรุ่ยจื่อ พี่สาวของลูกออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว รอพวกถังหย่าฉีตื่น แม่จะทำก๋วยเตี๋ยวน้ำให้พวกเธอ”
หานหรงพูดพลางถือแพนเค้กจีนแผ่นบางจานหนึ่งออกมาจากห้องครัว “เมื่อวานดื่มหนักเกินไป ต้องกินของบำรุงกระเพาะในตอนเช้า”
“เชอะ แม่รู้จักแต่เป็นห่วงพวกเธอ ผมก็ดื่มเหมือนกัน แต่ก็ให้กินแต่แพนเค้ก”
“พอเถอะ ของแบบนี้ก็อยากจะแย่งเหรอ รีบกินกับรุ่ยจื่อไปเลย!”
ซ่งจื่อเซวียนพลันยิ้ม “ครับ ผมไปแปรงฟันก่อน”
เพิ่งจะพูดจบ โทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา เห็นว่าเฉิงปาโทรเข้ามา ซ่งจื่อเซวียนจึงยิ้มเล็กน้อย
“นายท่านรอง เกิดเรื่องนิดหน่อย ฉัน…ไม่รู้ว่าจะพูดยังไง”
“เหอะๆ เสี่ยปา คุณจะพูดเรื่องในหมู่บ้านใช่ไหมครับ”
“หา? นายท่านรอง…รู้แล้วเหรอ”
“พูดมาเถอะครับ” ซ่งจื่อเซวียนบีบยาสีฟันไปพลางพูดไปพลาง ดูเหมือนเขาจะไม่รู้สึกแปลกใจเลยสักนิด
“เมื่อกี้จูโหย่วซานโทรเข้ามา บอกว่า…มีคนสาดน้ำกรดเข้ามาในลานบ้าน เมล็ดพันธุ์ผักที่ปลูกไว้ตายเรียบ ดิน…ก็น่าจะเสียแล้ว”
“ครับ ผมเข้าใจแล้วครับเสี่ยปา วันนี้พวกเราเข้าไปดูด้วยกันนะ”
ซ่งจื่อเซวียนวางสายแล้วก็หัวเราะ ทั้งหมดนี้…ดูเหมือนจะอยู่ในกำมือของเขา
……………………………………………
……….