เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 416 ผมจะทำงานกับคุณ
ตอนที่ 416 ผมจะทำงานกับคุณ
……….
แม้ว่าเฉิงปาจะโหดร้าย แต่เมื่อเป็นเรื่องการบีบบังคับคน เขายังถือว่ามีความคิดอยู่
ท้ายที่สุดก็เหมือนกับเมืองตู้เหมิน ถ้าอยากอยู่วงการใต้ดิน จะพึ่งแต่ความรุนแรงอย่างเดียวไม่ได้
เวลานี้เจ้าซิงไม่อยู่บ้าน หากเขาเข้าไปพังข้าวของ ไอ้เวรนั่นคงได้แต่มองจากไกลๆ ไม่กล้ากลับบ้าน
ของถูกพังเละเทะ แต่ไม่มีใครเก็บไป
ดังนั้นเฉิงปาจึงสั่งให้ลูกน้องไปดักซุ่มอยู่หน้าบ้าน เจ้าซิงกลับมาเมื่อไร ไม่ต้องรีบเข้าไปอัดเขา
ต้องล่อเขาเข้ามาในบ้าน แล้วค่อยอัดให้ยับ แบบนี้จะหนีก็หนีไม่รอด
ซ่งจื่อเซวียนและเฉิงปาเฝ้าดูบ้านของเจ้าซิงจากไกลๆ
ซ่งจื่อเซวียนสูบบุหรี่ “เสี่ยปา คุณคิดจะทำอะไร”
“หึๆ นายท่านรอง เรื่องบางเรื่องนายไม่ต้องรู้ก็ได้ คนอย่างเจ้าซิงต้องโดนอัดซะบ้าง!
ถ้าไม่สั่งสอนมันบ้าง มันต้องคิดแต่จะแก้แค้นตลอดไป แล้วมันจะแอบขัดแข้งขัดขานาย”
ซ่งจื่อเซวียนฟังแล้วพยักหน้า “คนแบบนี้…จริงๆ ใช้งานได้นะ”
“หา? นายท่านรองจะใช้งานเจ้าซิงงั้นเหรอ จะใช้ใครก็ได้แต่อย่าใช้มัน!”
เห็นได้ชัดว่าเฉิงปาไม่เข้าใจคำพูดของซ่งจื่อเซวียนเลย ในสายตาของเขา เจ้าซิงเป็นพวกปลิ้นปล้อน ให้ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ
“หึๆ ไม่เป็นไร คุณจัดการกับเขาเรียบร้อยแล้วค่อยว่ากัน”
“เอาเถอะ เรื่องนี้ฉันถนัด”
รอจนกระทั่งเวลาสองทุ่มกว่า พวกที่ซุ่มดูที่หน้าบ้านของเจ้าซิงก็เห็นเงาของอีกฝ่าย
เจ้าซิงสภาพเมาหัวราน้ำ เดินโซซัดโซเซ มีคนเดินมาข้างๆ ด้วย
คือฉินเอ้อร์นั่นเอง
เห็นได้ชัดว่าทั้งสองคนดื่มหนักมาก พวกเขาเดินตุปัดตุเป๋ อีกนิดเดียวฉินเอ้อร์จะหัวคะมำแล้ว
“ฮ่าๆๆ โดนเด็กอย่างแกจับได้ซะแล้ว อีกสองสามวันฉันจะหาเวลานอนกับหล่อนสักที”
“พี่นี่มันเจ๋งจริง พี่เอาพวกสาวใหญ่เกินครึ่งหมู่บ้านแล้วใช่ไหม”
เจ้าซิงพูดยิ้มๆ “แค่นั้นมันจิ๊บจ๊อย หมู่บ้านข้างๆ ข้าก็ฟาดมาหมดแล้ว แต่เลิกพูดถึงเถอะ เมียไอ้หานต้าโถวเนี่ยโคตรจะเซ็กซี่ แค่เห็นทรวดทรงแม่คุณก็ซู่ซ่าขึ้นมาแล้ว ขาวจั๊วะน่าเจี๊ยะ!”
ทั้งสองพูดกันไปเรื่อยๆ จนเดินมาถึงประตูหน้าบ้าน เจ้าซิงก็พูดขึ้นมา “ไปดื่มกับพี่ต่อเถอะ วันนี้อารมณ์ดีโว้ย”
“ฮ่าๆ เพราะสาวใหญ่พวกนั้นเหรอ”
“ก็ไม่ใช่ทั้งหมด แม่ง แค่เห็นคราวซวยของไอ้เวรเฉิงปาฉันก็ดีใจแล้ว ไอ้เก๋าเจ้งหัวล้าน กล้าต่อยข้าเหรอ ข้าจะทำลายเมล็ดของแกให้หมด!”
เมื่อประโยคนี้หลุดออกไป พวกเหลยจื่อก็เข้าใจในทันที งั้นก็ดี แสดงว่าต่อยแกได้ไม่ผิด
ทันทีที่เปิดประตู กำลังจะก้าวขาเข้าไป เขาก้รู้สึกเหมือนมีคนจับไหล่ของตนไว้
พอเจ้าซิงหันหน้าไปมองคนตรงหน้า เขากลับจำไม่ได้
“ให้ตายสิ ใครวะ มาเล่นหลอกผีตอนกลางคืน ตกใจจะตายห่าแล้ว!”
พอสิ้นเสียง เจ้าซิงก็ต้องสะดุ้งสุดตัว
เขาเห็นคนสองคนจับไหล่เขาคนละข้าง ก่อนจะเดินแยกออกไปสองฝั่ง แล้วเหลยจื่อก็โผล่มาจากด้านหลัง
“ละ…เหลยจื่อ?”
ไม่ใช่ว่าเจ้าซิงไม่เคยโดนเหลยจื่อกระทืบมาก่อน ย่อมจำเหลยจื่อได้ขึ้นใจ
แค่เห็นเหลยจื่อ เขาก็รู้สึกสั่นสะท้านในใจทันที เพราะเขารู้ดีแก่ใจว่าตนมีความผิด ไปราดน้ำกรดใส่ลานบ้านเสี่ยเฉิงปา หรือว่าอีกฝ่าย…จะรู้เรื่องเข้าแล้ว?
“เจ้าซิง แกรู้ใช่ไหม…ว่าทำไมฉันถึงมาหาแก”
“คือ…” เจ้าซิงส่ายหน้ารัวๆ
มาถึงจุดนี้ ดูเหมือนจะไม่มีวิธีอื่นอีกแล้วนอกจากปฏิเสธหัวชนฝา
“ไม่รู้ใช่ไหม ได้ ลากพวกมันเข้าไป!”
ฉินเอ้อร์ตอบสนองอย่างรวดเร็ว แทบจะหนีออกไปทันที แต่อีกฝ่ายกระชากคอเสื้อของเขาไว้ จึงหนีไปไหนไม่ได้
ทั้งสองคนถูกผลักเข้าไปในบ้านอย่างแรง แต่เหลยจื่อไม่ได้ปิดประตู เขารู้ว่าอีกไม่นานเสี่ยเฉิงปากับนายท่านรองจะมาที่นี่
ไกลออกไป เสี่ยเฉิงปาที่เห็นภาพนี้ก็แค่นหัวเราะออกมา “หึ ไอ้เวรนั่นกลับมาแล้ว นายท่านรอง พวกเราไปดูกันเถอะ!”
ทั้งสองคนเดินเข้าไปในบ้านของเจ้าซิงทันที
เห็นสภาพบ้านที่ทรุดโทรมของเจ้าซิง ซ่งจื่อเซวียนอดขมวดคิ้วไม่ได้
คนอื่นที่เป็นอันธพาลคุมหมู่บ้าน มีแต่เงินทองเต็มบ้าน แต่หมอนี่กลับ…ยากจนสุดๆ
แต่พอลองคิดดูอีกทีก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ อันธพาลคุมหมู่บ้านรายนี้เหมือนคนสันหลังยาว นอกจากรังแกชาวบ้านไปวันๆ ก็ไม่ทำอย่างอื่นอีก แถมยังทำตัวไม่ต่างจากหัวขโมย
หาเงิน…เขาไม่มีหัวคิดเรื่องพวกนั้นหรอก
ข้างในบ้าน ลูกน้องสองคนล็อกตัวเจ้าซิงไว้ ฉินเอ้อร์ที่อยู่ใกล้ๆ ตัวสั่นงันงก ประตูปิดสนิท พวกเขาไม่กล้าหลบหนี
เฉิงปานั่งตรงหน้าของเจ้าซิง พลางจ้องหน้าเขา
เมื่อเผชิญกับสายตาของเสี่ยเฉิงปา เจ้าซิงรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาล
ภาพที่ถูกซ้อมครั้งล่าสุดราวกับฉายอยู่ตรงหน้า เขาจำได้ดีว่าตอนนั้นเสี่ยเฉิงปาใช้ขาเก้าอี้ฟาดใส่หัวเขา แม้จะร้องขอความเมตตาก็ไม่ได้ผล…
“สะ…เสี่ยปา…”
“หึๆ เจ้าซิง แกมันไอ้สารเลว ยังกล้าเรียกฉันว่าเสี่ยอีกเหรอ เวลาแกทำเรื่องชั่วๆ ไม่เคยเห็นหัวฉันบ้าง!”
“เสี่ยปาพูดถึงเรื่องอะไรครับ เรื่องบ้านคุณไม่ใช่ฝีมือผมนะครับ!” เจ้าซิงละล่ำละลักอธิบาย
“โอ้? สารภาพออกมาเองเลยเหรอ ฉันได้ถามเรื่องบ้านฉันสักคำหรือยัง”
เฉิงปาพูด แล้วจุดบุหรี่ขึ้นสูบ
“คือ…เสี่ยปาครับ เรื่องที่บ้านของคุณคนในหมู่บ้านใครๆ ก็ทราบ ผมจะไม่ทราบได้ยังไงล่ะครับ! ไม่ใช่ผมจริงๆ นะครับ…”
ซ่งจื่อเซวียนเฝ้าดูเงียบๆ เมื่อครู่ฟางรุ่ยรายงานสิ่งที่ได้ยินให้กับซ่งจื่อเซวียนแล้ว ดังนั้นตอนนี้เขาแค่รอดูเสี่ยเฉิงปาจัดการกับอีกฝ่าย
ทั้งหมดทั้งมวลรอให้จัดการเรียบร้อยแล้วค่อยว่ากัน
เจ้าซิงส่ายหน้ารัวๆ “ไม่เกี่ยวจริงๆ ครับ!”
เพียะ!
เสียงฝ่ามือกระแทกเข้าที่ใบหน้าของเจ้าซิง
“แม่งเอ๊ย แกคิดว่าข้าหูหนวกหรือไง แกเพิ่งพูดตอนกลับมาถึงบ้านนี่เอง ลืมไปแล้วเหรอ”
พูดจบ เสี่ยเฉิงปาก็หยิบบัวรดน้ำใส่น้ำกรดออกมา แล้วตวาดลั่น “ไอ้นี่เป็นของแกหรือเปล่า”
เจ้าซิงตกตะลึง เขาโยนไอ้นี่ทิ้งไปแล้ว ทำไมมันถึงตกอยู่ในมือของเสี่ยเฉิงปาได้?
เพียะ!
ขณะที่เจ้าซิงกำลังสับสน ฝ่ามือก็ปะทะเข้าที่หน้าของเขาอีกครัง คราวนี้ทำให้เขาได้สติขึ้นมาทีเดียว
“จะยอมรับไหม”
สีหน้าของเจ้าซิงดูสับสน พูดอะไรไม่ออกสักคำ
“ผม…”
เพียะ!
“จะยอมรับไหม”
“ผมยอมแล้วครับเสี่ย ผมทำเองครับ อย่าทำผมเลยครับ…”
เจ้าซิงไม่กล้าปากแข็งอีกต่อไป ฝ่ามือที่ตบเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า เล่นเอาใบหน้าระบมไปครึ่งซีก
เสี่ยเฉิงปาพยักหน้าแล้วลุกขึ้นยืน “ดี ยอมรับแล้วก็ดี ไม่งั้นข้าคงไม่มีเหตุผลที่จะกระทืบแก”
“ครับ?”
เจ้าซิงยังสับสนอยู่ อะไรวะ…ต้องหาเหตุผลด้วยเหรอ เขายอมรับไปฟรีๆ งั้นเหรอ
“นายท่านรอง พวกเราออกไปสูบบุหรี่กันก่อนเถอะ ตรงนี้ปล่อยให้พวกเหลยจื่อจัดการไป”
พูดจบ เสี่ยเฉิงปาก็เดินไปข้างนอก เหลยจื่อรีบเอ่ยขึ้น “เสี่ยครับ แล้วไอ้เวรนั่นให้จัดการยังไงครับ”
เฉิงปาปรายตามองฉินเอ้อร์ “ก็แค่ไอ้สันดานหมา จัดการมันไปพร้อมๆ กันนี่แหละ”
จากนั้น ซ่งจื่อเซวียนและเสี่ยเฉิงปาก็เดินออกมาจากบ้าน ตามมาด้วยเสียงโครมครามจากด้านใน ระคนกับเสียงกรีดร้องของเจ้าซิงและฉินเอ้อร์
หากเป็นเมื่อก่อน ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงแบบนี้ ซ่งจื่อเซวียนคงอกสั่นขวัญแขวนไปด้วย
แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้…เขาจะเห็นจนชินตา และกลายเป็นคนเฉยชาไปเสียแล้ว
ฟังเสียงกรีดร้องไป ปากก็พ่นควันบุหรี่ไป ไม่รู้สึกรู้สาใดๆ ทั้งสิ้น
ไม่รู้ว่ากระทืบกันนานเท่าไร จนกระทั่งเสียงกรีดร้องของเจ้าซิงและฉินเอ้อร์ค่อยๆ เงียบไป
ไม่รู้ว่าแหกปากจนเหนื่อย หรือเจ็บแต่ไม่มีแรงกรีดร้องกันแน่
“นายท่านรอง พวกเราเข้าไปดีไหม”
อันที่จริงเสี่ยเฉิงปามองว่าซ่งจื่อเซวียนเป็นคนมีอารยธรรม จึงพยายามไม่ให้เขาเห็นเห็นฉากการทำร้ายร่างกายให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ จึงได้ชวนออกไปสูบบุหรี่รอข้างนอกแทน
ดูเหมือนว่่าตอนนี้จะจัดการเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาจึงเอ่ยปาก
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้า ดับบุหรี่ และเดินเข้าไปพร้อมกับเสี่ยเฉิงปา
ตอนนี้ในห้องเละกว่าเดิม เมื่อครู่สภาพถือว่าเละเทะมากแล้ว แถมยังมีอาหารใกล้บูดวางอยู่บนโต๊ะอีกด้วย
แต่ตอนนี้…แม้แต่เตียงหรือโต๊ะต่างก็พลิกคว่ำไปแล้ว
ฉินเอ้อร์นอนอยู่บนฐานรองเตียง ขาข้างหนึ่งพาดอยู่บนโครงเหล็ก ดวงตาเขียวช้ำ ท่าทางสะลึมสะลือไปแล้ว
ส่วนเจ้าซิงนั่งคุดคู้อยู่ตรงมุมห้อง เลือดไหลออกมาจากมุมปากและหางคิ้ว เขายกมือปัดป้องเป็นพักๆ ราวกับกำลังขอร้องให้หยุดทุบตี
ถ้าซ่งจื่อเซวียนสมัยก่อนเห็นภาพนี้คงจะรู้สึกไม่ดี แต่ตอนนี้ไม่เป็นเช่นนั้น กลับกันเขารู้สึกว่าไอ้เวรเจ้าซิงสมควรโดนแล้ว
“เจ้าซิง รู้แล้วใช่ไหมว่าถ้าล่วงเกินเสี่ยปาจะมีจุดจบยังไง”
เจ้าซิงไม่มีแรงที่จะพูดอีกต่อไป เขาค่อยๆ ยกมือแล้วชูนิ้วโป้งขึ้น
อย่างไรก็ตาม การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการยั่วยุผู้มีอิทธิพล ราวกับจะบอกว่าแกแน่จริงที่ฆ่าฉันให้ตายได้
เสี่ยปากลับไม่สนใจ เพียงแต่ยิ้มอย่างเยือกเย็น
เสี่ยเฉิงปากำลังจะเอ่ยปาก แต่ซ่งจื่อเซวียนยกมือห้ามเสียก่อน
“หึๆ เจ้าซิงใช่ไหม ฉันชื่อซ่งจื่อเซวียนนะ เมล็ดพันธุ์ที่นายรดน้ำกรดใส่จนตายน่ะ ฉันเป็นคนปลูกเอง”
“ผมขอโทษ…”
“แม่ง นี่นายท่านรองเชียวนา กล้าไปสาดน้ำกรดใส่เมล็ดพันธุ์ของเขา อยากตายมากหรือไงหา?” เฉิงปาพูด
“นายท่านรอง ผมขอโทษครับ ผมจะไม่ทำอีกแล้ว…”
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้า “ฉันรู้ว่านายจะไม่กล้าทำอีก ถ้ามีครั้งที่สองเชื่อได้เลยว่าเสี่ยปาไม่เอานายไว้แน่”
พูดแล้วซ่งจื่อเซวียนก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปหาเจ้าซิง ทุกคนคิดว่าเขาจะระบายความโกรธ รวมถึงเจ้าซิงก็เช่นกัน
เจ้าซิงรีบกระเถิบตัวชิดกับกำแพง ตอนนี้เขาไม่เหลือเค้าอันธพาลประจำหมู่บ้านอีกต่อไป มีแต่ความขี้ขลาด
“นายท่านรอง อย่า..”
ทว่าในตอนนี้เอง ซ่งจื่อเซวียนก็ควักซองบุหรี่ออกมา และจุดมวนหนึ่ง
จากนั้น เขาย่อตัวลง ยัดบุหรี่ใส่ปากของเจ้าซิง
ในขณะเดียวกันเขาก็ยัดซองบุหรี่ในมือใส่ลงไปในกระเป๋าอกเสื้อของตน
“ในหมู่บ้านเสี่ยวเหอ ฉันว่านอกจากนายแล้ว ไม่มีใครมีความสามารถอะไรเลย แม้แต่ผู้ใหญ่บ้านก็ด้วย”
คำพูดนี้ทำเอาเจ้าซิงถึงกับตะลึง เขาสูบบุหรี่เข้าไป แล้วพูดว่า “นายท่านรอง คุณ…หมายความว่ายังไงครับ”
ซ่งจื่อเซวียนหัวเราะ ก่อนจะลุกขึ้นยืน “ไม่มีอะไร มาทำงานกับฉันซะ ช่วยฉันดูแลเรื่องในหมู่บ้าน ฉันจะให้เงินห้าพันหยวน…ต่อเดือน ตกลงไหม”
เจ้าซิงตกตะลึง มีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยเหรอ
แม้ว่าเขาจะเป็นอันธพาลประจำหมู่บ้าน ไม่มีความสามารถในการหาเงิน ดีแต่รังแกชาวบ้านไปวันๆ
ปกติเวลาหิวเขาก็ไปแย่งคนอื่นกิน ทุกคนรู้ว่าเขาเป็นพวกหัวรุนแรง ก็ไม่กล้าไล่เขาไป แต่ถึงกระนั้นในใจเจ้าซิงก็แอบด้อยค่าตัวเองเช่นกัน
ห้าพันต่อเดือน…เพียงพอให้เขาใช้ชีวิตในหมู่บ้านได้สบายๆ เลยทีเดียว
“อะไรนะ? นายท่านรอง ให้ตังค์มันทำไมตั้งห้าพัน? ไม่ต่างอะไรกับให้ข้าวหมาเลย!”
ซ่งจื่อเซวียนยิ้ม ไม่ตอบโต้เสี่ยเฉิงปา แต่จ้องมองเจ้าซิง “จะทำไม่ทำ
ฉันให้โอกาสครั้งเดียวเท่านั้น ถ้าทำงานไม่ดีฉันจะไม่เลี้ยงนายอีกต่อไป แต่ถ้าทำงานดี ฉันจะจ่ายเพิ่มให้อีก!”
เจ้าซิงพยักหน้าทันทีโดยไม่คิด
“ทำครับ นายท่านรอง ผมจะทำงานกับคุณครับ!”
……………………………………….
……….