เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 417 ไม่ได้อยู่ในสายตาด้วยซ้ำ
ตอนที่ 417 ไม่ได้อยู่ในสายตาด้วยซ้ำ
……….
ซ่งจื่อเซวียนเห็นปฏิกิริยาของเจ้าซิงเช่นนั้นก็ยิ้มบางๆ ออกมา
ความจริงการที่เขามาเยือนหมู่บ้านเสี่ยวเหอในครั้งนี้ เขาได้วางเดิมพันกับไพ่เจ้าซิงใบนี้เอาไว้แล้ว
เขาไม่คาดหวังให้เสี่ยเฉิงปาอยู่ที่นี่
ไม่ว่าเสี่ยปาจะยินยอมหรือไม่ โรงอาบน้ำและคลับเฮาส์ก็อยู่ไม่ได้หากขาดเขาไป
เหลยจื่อเองก็เป็นไปไม่ได้
อีกอย่างจะใช้งานใครก็ไม่ดีเท่ากับใช้คนในหมู่บ้านเสี่ยวเหอเอง ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าซิงยังเป็นที่รู้จักดีในหมู่บ้าน
แม้แต่จูโหย่วซานก็ยังไม่สามารถทำอะไรเขาได้
ทว่าซ่งจื่อเซวียนยังไม่กล้าเชื่อใจหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะนิสัยของไอ้หมอนี่ปกติแล้วไม่ค่อยเป็นโล้เป็นพายสักเท่าไร
แน่นอนว่าพอได้รับเงินแล้ว อาจจะเปลี่ยนไปก็ได้
“เจ้าซิง ฉันให้เวลานายสองวัน จัดตั้งทีมจากคนในหมู่บ้านมาหนึ่งทีม แล้วคอยลาดตระเวนแถวบ้านฉัน มีปัญหาไหม”
“นายท่านรอง วางใจได้เลยครับ ไม่มีปัญหาครับ ผมจะพยายามครับ”
“อย่าบอกว่าจะพยายาม ฉันถามว่านายหาทีมให้ฉันภายในสองวันได้หรือไม่!”
“ได้ครับ ผมรับรองว่าสำเร็จแน่นอนครับ!
เสี่ยเฉิงปากลอกตาใส่เขา “ทำได้กับผีน่ะสิ นายท่านรอง ให้ฉันอยู่ที่นี่สักสองสามวันดีไหม ไอ้หมอนี่มันไม่ได้เรื่องหรอก!”
เจ้าซิงจ้องมองซ่งจื่อเซวียนด้วยสีหน้าเว้าวอน เห็นได้ชัดว่าอยากทำ
ใช้ชีวิตสำมะเลเทเมามาครึ่งชีวิต ยังไม่เคยทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน คราวนี้มีงานให้ทำจริงๆ เขาย่อมตั้งตาคอย
ยิ่งไปกว่านั้น…เงินเดือนเดือนละห้าพันหยวน สำหรับหมู่บ้านเสี่ยวเหอแล้วถือว่าไม่ใช่น้อยๆ เลย
ซ่งจื่อเซวียนพูดยิ้มๆ “เสี่ยปา คุณช่วยได้แค่ชั่วคราว ให้เจ้าซิงลองดูก่อนก็ได้นี่ ถ้าไม่ไหวจริงๆ คุณค่อยกระทืบเขาอีกทีก็ได้ จริงไหม”
เจ้าซิงรีบพยักหน้า “เสี่ยปาครับ ผมทำได้จริงๆ ครับ…”
“ครับๆ ผมทราบแล้ว ขอบพระคุณเสี่ยปาจริงๆ ครับ ขอบคุณเสี่ยปาที่ไม่ทำร้ายผม!” เจ้าซิงผงกหัวรัวๆ
เฉิงปาเดินเข้าไปใกล้ จ้องมองเจ้าซิงด้วยสายตาเหยียดหยาม “ไอ้กะล่อนแกฟังไว้ งานของนายท่านรองคราวนี้ตั้งใจให้ดี
ถ้าฉันรู้ว่าแกอู้งาน หรือหาเศษหาเลยล่ะก็ ไม่ต้องให้นายท่านรองเลิกจ้างแกหรอก ฉันนี่แหละจะทำให้แกเดี้ยงก่อน!”
“เสี่ยปา ผมจำไว้แล้วครับ ผมไม่กล้าแน่นอน!”
จากนั้น เสี่ยเฉิงปาก็มองซ่งจื่อเซวียน ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้า “โอเคครับเสี่ยปา ถ้างั้นผมรบกวนคุณอยู่เฝ้าที่นี่สักสองวันแล้วกัน ผมขอกลับก่อนนะ”
“ได้สิ นายท่านรอง ที่นี่ไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ว่าแต่…เมล็ดพันธุ์ที่นายจะปลูกล่ะ…”
“หึๆ ไม่ต้องกังวล ผมคุยกับผู้ใหญ่บ้านจูเรียบร้อยแล้ว ไว้จัดการเรื่องราวเรียบร้อยเมื่อไร ค่อยปลูกก็ยังไม่สาย”
เสี่ยเฉิงปาพยักหน้า “โอเค งั้นก็เอาตามที่นายท่านรองว่า!”
คืนนั้น ซ่งจื่อเซวียนให้เสี่ยเฉิงปาพักที่หมู่บ้านเสี่ยวเหอ
มีพวกเหลยจื่ออยู่ ซ่งจื่อเซวียนไม่ต้องกังวลว่าเสี่ยปาจะลำบาก
เพราะกลับมาครั้งนี้ เขากลับมาแค่หกวัน ตอนนี้เวลาก็ผ่านไปครึ่งทางแล้ว เขายังอยากจะอยู่กับถังหย่าฉีให้นานกว่านี้หน่อย
อีกสองวันเขาต้องไปรายงานตัวเป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยแล้ว คงไม่ได้กลับมาที่ตู้เหมินอีกสักพัก
…
คอนโดห้องสองชั้นใจกลางเมือง
ในเมืองตู้เหมิน คนมีฐานะไม่อาศัยอยู่ในวิลล่า หรือบ้านสไตล์ตะวันตกอย่างที่เห็นกันในโทรทัศน์
ในเมืองใหญ่ วิลล่าส่วนใหญ่มักจะตั้งอยู่ในแถบชานเมือง แม้ว่าจะเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงฐานะ แต่การขับรถในชั่วโมงเร่งด่วนทุกวันเป็นอะไรที่น่ารำคาญอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะพวกเจ้านายรุ่นใหม่ พวกเขาให้ความสำคัญกับการทำงานตรงเวลา ไม่ยอมปล่อยให้พนักงานทำงานผิดพลาด
ดังนั้น พวกเขาจึงไม่เลือกที่จะขับรถในชั่วโมงเร่งด่วนที่รถติดเป็นชั่วโมง สองชั่วโมงแน่นอน
แม้ว่าจะมีบ้านหรูในเขตชานเมือง แต่พวกเขาก็ยังซื้อคอนโดในเขตชุมชนอีกที่หนึ่ง
ในห้อง หยางจวินกำลังสวมหูฟังชมภาพยนตร์ ถ้วยกาแฟในมือของเขาสั่นไหวเล็กน้อย
สำหรับชายหนุ่มผู้มั่งคั่งคนนี้ การพักผ่อนที่บ้านเป็นอะไรที่ค่อนข้างสะดวกสบาย
เขาเบื่อหน่ายบาร์และไนต์คลับมานานแล้ว ส่วนผู้หญิง…เขาไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ แค่โทรหาพวกเธอก็มาแล้ว
ขณะดูหนัง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
“คุณชายหยาง เรื่องที่คุณให้ผมสืบ ได้ข้อมูลแล้วครับ”
เมื่อได้ยินเสียงของเสี่ยวหลิว หยางจวินก็พยักหน้า “นายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบอ้อมค้อม พูดมา”
“คุณชายหยาง ครอบครวของถังหย่าฉีคนนั้นไม่ธรรมดาเลยครับ พ่อของเธอคือถังจวิ้นแห่งบริษัทถังกรุ๊ป”
หยางจวินเบิกตากว้างทันที ถังจวิ้น? เขาคือคนดังในแวดวงธุรกิจจีน
เริ่มต้นจากธุรกิจร้านอาหาร ต่อมาทำผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป ตอนนี้ก็อาจกล่าวได้ว่าบริษัทของเขาเป็นหนึ่งในผู้จำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและข้าวรายใหญ่ที่สุด
เขารู้มาตั้งแต่สมัยมัธยมว่าบ้านของถังหย่าฉีไม่ธรรมดา แต่ไม่คิดว่าจะแข็งแกร่งขนาดนี้
คิดมาถึงตรงนี้ เขาก็ยิ้มบางๆ ดูเหมือนว่าเขาต้องเริ่มรุกหนักบ้างแล้ว
“จริงสิ แฟนเธอทำงานอะไร คงไม่ใช่คุณชายจากตระกูลไหนหรอกนะ”
“คุณชายหยางคิดมากไปแล้วครับ ไอ้หมอนั่นมันก็แค่พวกเกาะผู้หญิง ผมให้คนลองไปกินข้าวที่ร้านของถังหย่าฉี ไอ้หมอนั่นมันนั่งเฝ้าร้านอย่างเดียว ไม่ทำอะไรสักอย่างเลยครับ!” เสี่ยวหลิวกล่าว
หยางจวินแค่นหัวเราะก่อนจะขมวดคิ้ว “แต่…นายแน่ใจนะว่าไม่ใช่ร้านอาหารของเขา”
“ไม่ใช่แน่นอนครับ คุณชายหยางลองคิดดูสิครับ อย่างเขาจะเป็นอะไรได้ ถังหย่าฉีไปแค่วันเสาร์อาทิตย์ ส่วนเวลาปกติมีไอ้หมอนั่นเฝ้าร้าน”
หยางจวินพยักหน้าช้าๆ “อย่างนี้นี่เอง งั้นก็เป็นไอ้กระจอกจริงๆ นั่นแหละ”
“ใช่แล้วครับ ไอ้หมอนี่วันๆ ไม่ทำอะไร แต่ดันขับรถเบนซ์ ผมว่าถังหย่าฉีต้องซื้อให้เขาแน่นอนครับ”
หยางจวินอดขมวดคิ้วไม่ได้เมื่อได้ยิน พลันเกิดความสงสัยขึ้นมา ถังหย่าฉีซื้อรถให้ผู้ชายคนนั้นด้วยเหรอ ก็แค่เลี้ยงเด็กในสังกัดนี่เอง!
อย่างไรหญิงสาวบ้านรวยเป็นแบบนี้กันไม่น้อย และดูจะเป็นเรื่องปกติ
หลังจากวางสาย หยางจวินรีบไปอาบน้ำ สวมเสื้อผ้าสุดเนี้ยบ และฉีดน้ำหอมทั่วตัว
แล้วขับรถตรงไปยังมหาวิทยาลัยหนานกวน
ตลอดทาง หยางจวินอารมณ์ดีสุดๆ ลองมาคิดดูตอนนี้…ถังหย่าฉีก็ไม่ได้ยากสักเท่าไรนี่หว่า
แม้แต่ไอ้หนุ่มหน้ามนยังคว้าเธอมาได้ ทำไมชายหนุ่มบ้านรวยอย่างเขาจะคว้าเธอมาบ้างไม่ได้
เมื่อมาถึงมหาวิทยาลัยหนานกวน ก็เป็นเวลาเที่ยงตรงพอดี
ปกติเวลาเที่ยง ถังหย่าฉีจะไม่กลับไปที่ร้านสวนสวินเฟิง นอกเสียจากตอนที่ซ่งจื่อเซวียนไม่อยู่ เธออาจจะโผล่ไปดูสถานการณ์บ้าง
อย่างไรในช่วงเร่งด่วนของมื้อกลางวัน เธอยังสามารถจัดการกำลังคนได้
แต่วันนี้ซ่งจื่อเซวียนคอยเฝ้าอยู่ที่นั่น เธอจึงไปทานข้าวที่โรงอาหาร
เมื่อทุกคนเดินไปยังโรงอาหาร จะเห็นมาเซราติสีดำจอดเด่นอยู่หน้าโรงอาหาร
จอดในมหาวิทยาลัยเช่นนี้ ย่อมดึงดูดสายตาของนักศึกษาไม่น้อย
โดยเฉพาะสาวๆ บ้าผู้ชายทั้งหลาย พวกเธอต้องรู้ให้ได้เดี๋ยวนั้นว่ารถคันนี้เป็นของคุณชายตระกูลไหน เพื่อจะได้รีบเข้าไปเปิดบทสนทนา
หยางจวินเดินลงมาแล้วยืนพิงรถ ในมือถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่
ทุกสายตาเคลื่อนจากตัวรถไปยังตัวคน
ทว่าสายตาของหญิงสาวบางคนดูผิดหวังเล็กน้อย อีกฝ่ายถือช่อดอกไม้มาแบบนี้ แสดงว่ามีเป้าหมายอยู่แล้ว
ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเธอ
ในตอนนี้เอง ถังหย่าฉีและเพื่อนๆ ก็เดินมา
ขณะเดินไป หญิงสาวที่เดินข้างๆ เธอก็เอ่ยขึ้น “ว้าว รถไฮโซมาก ผู้ชายคนนั้นหล่อมากเลย ไม่เหมือนคนในมหา’ลัยเราเลย”
“นั่นสิๆ หล่อจัง พระเจ้า ได้นอนกับเขาแค่คืนเดียวฉันก็ยอม”
ถังหย่าฉีกลอกตาอย่างเบื่อหน่าย แล้วหันไปมองหยางจวิน
“หยางจวิน?”
“ฮ่าๆ งั้นเขาก็มาจีบเธอน่ะสิ หล่อชะมัด”
“แล้วยังไงล่ะ หย่าฉีเขามีแฟนแล้วย่ะ”
“ไม่เอาน่า หย่าฉี แฟนเธอน่ะไม่ไหวหรอก แต่งตัวไม่มีเทสเอาซะเลย ลองเปลี่ยนดูไหม”
ถังหย่าฉีเหลือบมองเธอ “เงียบเหอะน่า อย่าพูดอะไรไร้สาระ!”
พวกเธอเดินไปยังโรงอาหาร ถังหย่าฉีพยายามก้มหน้าก้มตาเดินไป โดยหวังว่าหยางจวินจะมองไม่เห็นตน
แต่หยางจวินตั้งใจมาหาเธอ จะมองไม่เห็นได้อย่างไร
ยังไม่ทันเดินเข้าไปในโรงอาหาร ดอกไม้ของหยางจวินก็ถูกยื่นมาตรงหน้าของถังหย่าฉี
ทันใดนั้นทุกคนก็หยุดเดินแล้วหันมามุงเป็นวงกลม
ตรงกลางของวงล้อมนั้นคือถังหย่าฉีและหยางจวิน
เหล่านักศึกษาต่างชอบเรื่องตื่นเต้น โดยเฉพาะพวกเรื่องตื่นเต้นในรั้วมหาวิทยาลัย เรื่องรักๆ ใคร่ๆ ดึงดูดสายตาพวกเขาได้ดี
หยางจวินคุกเข่าลง ในมือถือช่อดอกไม้ พร้อมกับเงยหน้าจ้องมองถังหย่าฉีด้วยแววตาลึกซึ้ง ท่ามกลางสายตาที่จับจ้อง
“หย่าฉี ฉันชอบเธอมาสี่ปีแล้ว วันนี้พวกเราก็เรียนมหา’ลัยกันหมดแล้ว โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ฉันเลยอยากจะสารภาพความในใจของฉัน”
พูดแล้วเขาก็ยื่นช่อดอกไม้ให้กับถังหย่าฉี “เป็นแฟนกันนะ”
บรรยากาศรอบข้างเงียบสนิทโดยสิ้นเชิง สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ถังหย่าฉี ราวกับรอคำตอบของเธอ
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร จู่ๆ ก็มีเสียงคนตะโกนขึ้นว่า “รับรักเขาไปเลย คบกันเลย”
“คบกันเลย!”
“คบกันเลย!”
ถังหย่าฉีตัวแข็งทื่อ รู้สึกอับอายมาก
เวลาเธออยู่กับซ่งจื่อเซวียน เธอชอบบรรยากาศที่ห้อมล้อมไปด้วยความมั่นคง และความเป็นผู้ใหญ่ของเขา
แต่ตอนนี้เมื่อเผชิญกับการจีบของชายหนุ่มสไตล์ไอดอลตรงหน้า เธอกลับรู้สึกทนไม่ไหว
เธออยากจะหาที่ซ่อนตัวให้ได้เดี๋ยวนี้
ถังหย่าฉีดวงตาเบิกกว้างโดยไม่รู้ตัว “ใครบอกนาย? นะ…นายเป็นบ้าหรือไง”
หยางจวินกลับคลี่ยิ้มน้อยๆ “หย่าฉี ฉันรู้แล้ว เดี๋ยวนี้หาแฟนดีๆ สักคนมันหายาก ฉันเข้าใจเธอ
ผู้หญิงคนหนึ่งอยากได้รับการปกป้องการหวงแหนจากผู้ชายกันทั้งนั้น แต่เธอจะเลือกมั่วๆ ไม่ได้นะ
เธอในใจของฉันคือคนที่งดงามที่สุด ยอดเยี่ยมที่สุด เธอที่เป็นแบบนี้…ทำฉันปวดใจจริงๆ
หย่าฉี อย่ามัวแต่จมปลักอยู่เลย คบกับฉันเถอะนะ ฉันจะดูแลเธออย่างดี!”
“คบกันเลย!”
“คบกันเลย!”
…
การจีบอย่างร้อนแรงของหยางจวินกระตุ้นผู้คนรอบข้างได้อีกครั้ง โดยเฉพาะพวกผู้หญิงที่ถึงกับซาบซึ้ง
ถึงกระนั้นถังหย่าฉีก็ไม่รู้สึกรู้สาใดๆ อยู่ดี เธอไม่มีความคิดเชิงชู้สาวกับหยางจวินสักนิด ซ้ำร้ายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนกลับทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงไม่น้อย
ในตอนที่ถังหย่าฉีกำลังตกที่นั่งลำบากอยู่นั้น รถหรูสีดำก็ขับมาจอดที่หน้าประตูโรงอาหาร
ทุกคนหันไปมอง เห็นเมอร์เซเดสเบนซ์ มายบัคสีดำดับเครื่อง จอดอยู่ด้านนอกฝูงชน
ทุกคนต่างตกตะลึง วันนี้เป็นวันอะไรกันแน่ ทางเข้าโรงอาหารกลายเป็นโชว์รูมรถงั้นเหรอ
เมื่อเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งเดินลงมาจากรถ สาวๆ จำนวนไม่น้อยต่างส่งเสียงฮือฮาด้วยความตกตะลึง
ชายหนุ่มสวมชุดลำลองสีดำ มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นแบรนด์ชั้นนำระดับสากล
บวกกับผมสั้นเรียบร้อย ใบหน้าอันหล่อเหลา เล่นเอาสาวๆ บ้าผู้ชายเหล่านี้แทบจะเป็นลม
ชายหนุ่มเดินตรงเข้าไปหาถังหย่าฉี ซึ่งเธอก็ยิ้มอย่างรู้ทัน
“ถึงเวลาอาหารแล้ว พวกเราไปกันเถอะ” ชายหนุ่มคนนี้ย่อมเป็นซ่งจื่อเซวียน
ถังหย่าฉีที่เห็นเขาสวมเสื้อผ้าที่เธอเลือกให้ ทำเอาใจอ่อนระทวย
ส่วนหยางจวิน…ไม่ได้อยู่ในสายตาของซ่งจื่อเซวียนด้วยซ้ำ
…………………………………………
……….