เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 421 ตำแหน่งใหม่
ตอนที่ 421 ตำแหน่งใหม่
……….
ได้ยินประโยคนี้ ซ่งจื่อเซวียนและท่านเป้ยเล่อสบตากัน หัวเราะออกมาทันที
ท่านเป้ยเล่อยิ้มเอ่ย “ถ้าเขามาหาเรา ฉันก็จะบอกว่านายให้เรากระทืบ ก็คืออยากแก้แค้นนั่นแหละ”
ได้ยินดังนั้น ซ่งจื่อเซวียนก็ป้องปากหัวเราะ
หวังเหลียงจงกลับอึ้งไป พูดว่า “เฮ้อ ไม่มีคุณธรรมเลย ถึงตอนนั้นพวกนายต้องออกหน้าให้ฉันนะ”
“โอ้โห เหลียงจง พูดแบบนี้ไม่ถูกสิ ต่อให้เป็นแบบนั้นจริง นายยังคิดจะแสร้งทำเป็นไม่เห็นเรื่องนี้เลยนี่นา”
หวังเหลียงจงครุ่นคิด ทำหน้าลำบากใจ
“เอ่อ…ฉันไม่อยากโดนกระทืบนะ”
พูดจบ เห็นท่าทางรังเกียจของซ่งจื่อเซวียนและท่านเป้ยเล่อ หวังเหลียงจงก็หัวเราะออกมาทันที
“ฮ่าๆ ล้อพวกนายเล่นน่า สหายที่แสนดี มีเรื่องเราก็ต้องแบกรับไปด้วยกัน!”
“ต้องอย่างนี้สิ!” ท่านเป้ยเล่อยักไหล่ด้วยรอยยิ้ม
ขณะที่ทั้งสามกำลังพูดคุยกัน ตรงทางเดินก็มีเสียงพูดคุยดังขึ้น
จากเสียงก็ฟังออกได้ว่ามีเฉิงหวาลี่ วังเหว่ยและหลินอู๋ซิ่ว
พอได้ยินเสียงนี้ ในห้องประชุมก็เงียบลงในพริบตา ทุกคนไม่พูดอะไรอีก รอเหล่าผู้บริหารวิทยาลัยเดินเข้ามา
ถัดจากนั้น วังเหว่ยก็เดินมาหน้าสุด ตอนที่เดินมาถึงหน้าประตูเขาก็หยุด
ผายมือข้างหนึ่งทำท่าเชื้อเชิญ เฉิงหวาลี่ก็เดินเข้ามาในห้องประชุมทันที
ขณะเดียวกัน วังเหว่ยก็เอ่ยว่า “อาจารย์ทุกท่าน นี่คือผู้อำนวยการเฉิงของวิทยาลัยเรา มา ทุกคนมาต้อนรับกันครับ”
อาจารย์ใหม่ในห้องประชุมปรบมือขึ้นทันที
จากนั้น หลินอู๋ซิ่วและโหย่วไท่ก็เดินตามเข้ามา
นี่ถือว่าเป็นผู้บริหารสูงสุดของวิทยาลัย และมองออกว่าวิทยาลัยให้ความสำคัญกับอาจารย์ใหม่มาก
เขาเดินมาถึงหน้าโพเดียม มองอาจารย์หน้าใหม่ด้านล่าง ใบหน้าเผยรอยยิ้มพึงพอใจ
“ทุกท่านครับ ก่อนอื่นผมต้องยินดีต้อนรับพวกคุณที่เข้ามาทำหน้าที่สอนในวิทยาลัยอาหาร
ตามการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของวัฒนธรรมอาหาร การแสวงหาอาหารของคนจีนมาถึงจุดที่ทำลายสถิติเดิม
หลายปีมานี้ กระทั่งเรายังคิดว่าถึงยุคของอาหารจีนแล้ว
รายรับต่างๆ ที่อุตสาหกรรมอาหารทำออกมาทั้งหมดได้สถิติใหม่ เพียงพอที่จะพิสูจน์ความสำคัญของอาหารในสังคมสมัยนี้
และนักเรียนที่เรียนจบจากวิทยาลัยของเราแต่ละรุ่น ก็กลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการอาหารทั้งสิ้น
ดังนั้น ผมคิดว่าพวกคุณยังมีหนทางอีกยาวไกล จงฝึกฝนจนเชี่ยวชาญก่อนจะให้ความรู้แก่ผู้อื่น”
……
คำพูดของเฉิงหวาลี่นับเป็นภาษาทางการแท้ๆ ในสมองของทุกคน การแนะนำภายในวิทยาลัยนี้ไม่ได้ถือว่ามากมายนัก
อีกทั้งไม่ได้มีการวางแผนการทำงานที่เป็นรูปธรรม หลักๆ แทบจะเหมือนกับภาพรวมมากกว่า
แต่เวลาที่พูดไม่ได้นานนัก ทั้งหมดก็ประมาณสามนาทีกว่า คนด้านล่างจึงยังรักษาท่าทีตั้งใจฟังเอาไว้ได้
“ผมพูดได้เท่านี้ หวังว่าการทำงานของพวกคุณหลังจากนี้ จะผลิตนักเรียนเชฟที่ดียิ่งกว่าเดิมได้
เดิมที ครั้งนี้ผู้อำนวยการกิตติมศักดิ์ หรือก็คือผู้อาวุโสหลิงเจิ้น เชฟชื่อดังอันดับที่สามจะมาให้โอวาสแก่พวกเรา
แต่เนื่องจากการเดินทาง คาดว่าผู้อาวุโสจะมาที่วิทยาลัยเราได้หลังจากที่ทุกท่านเริ่มทำงานแล้ว
ถัดไป รองผู้อำนวยการหลินอู๋ซิ่วจะจัดตำแหน่งหน้าที่ให้พวกคุณ”
พูดจบ เฉิงหวาลี่ วังเหว่ยก็ออกจากห้องประชุมไป
เห็นสถานการณ์นี้ ท่านเป้ยเล่อก็ยิ้มออกมา เพียงแต่ยิ้มอย่างค่อนข้างจนใจ
“เอาล่ะ ดูท่า ครั้งนี้เราต้องไปทำงานที่วิทยาลัยเขตตะวันออกแน่”
ซ่งจื่อเซวียนส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มพลางพูด “แบบนั้นก็ไม่มีทางเลือก คิดไม่ถึงว่าจะให้เขาเป็นคนจัดตำแหน่งหน้าที่…”
จากนั้น หลินอู๋ซิ่วก็เดินไปที่โพเดียม
“ทุกท่าน…อาจารย์ผู้สอน ใช่ ผมควรจะเปลี่ยนคำเรียกพวกคุณแล้ว
ได้ยินดังนั้น ท่านเป้ยเล่อก็มีสีหน้าดูแคลน ผ่านเรื่องคราวที่แล้วมา เขาก็ไม่ได้มีความประทับใจที่ดีอะไรกับหลินอู๋ซิ่วคนนี้
“ถัดไป ผมจะดำเนินการจัดสรรตามตำแหน่งที่ว่างในวิทยาลัยให้ทุกคน
วิทยาลัยของเราแบ่งเป็นเขตตะวันออกและตะวันตก แต่ไม่ว่าจะได้รับหน้าที่สอนที่ไหน ค่าตอบแทนก็เท่ากันหมดครับ
ส่วนการเลื่อนขั้น…นั่นก็ต้องดูความสามารถของพวกคุณแล้ว”
ซ่งจื่อเซวียนส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม หลินอู๋ซิ่วพูดแบบนี้ก็น่าสนใจ ความสามารถของวิทยาลัยเขตตะวันออกและตะวันตกทั้งสองฝั่งต่างกันขนาดนั้น การเลื่อนขั้นจะดูที่ความสามารถเหรอ
พูดได้ว่า อาจารย์ผู้สอนของเขตตะวันออกไม่มีโอกาสเลย
แต่เขาก็ไม่ได้มาเพื่อการเลื่อนขั้นหรือค่าตอบแทน ขอแค่ได้ดู ‘บันทึกหย่งซั่น’ ก็บรรลุเป้าหมายของเขาแล้ว
ถึงตอนนั้น เขาอาจจะลาออกจากวิทยาลัยก็ได้
ที่จริงจะจัดสรรอย่างไร…เขาไม่ได้สนใจ
“ตอนนี้ตำแหน่งที่ว่างวิทยาเขตตะวันตกมีอาจารย์สองตำแหน่ง เขตตะวันออกว่างสามตำแหน่ง และขาดผู้ดูแลโรงอาหารของวิทยาลัยอีกหนึ่งตำแหน่ง”
หลินอู๋ซิ่วพูดพลางหยิบรายชื่อในมือออกมาดู
หกคนที่นั่งอยู่ด้านล่างต่างกังวล ส่วนหนึ่งรู้ว่าวิทยาลัยตะวันออกและตะวันตกสองเขตนี้มีความแตกต่างกัน
ต่อให้ไม่รู้ ก็เข้าใจความแตกต่างในการทำงานเป็นอาจารย์ผู้สอนและการทำงานเป็นผู้บริหาร
ผู้ดูแลโรงอาหารเหรอ เงินที่ได้ก็มากเหมือนกัน งานก็สบาย แต่…พูดออกไปก็อายคน
คุณทำงานที่ไหน วิทยาลัยอาหาร สุดยอดเลย แผนกไหนล่ะ โรงอาหาร
……
ที่รู้คือค่าตอบแทนกับงานเหมือนกัน ที่ไม่รู้คือคิดว่าคุณต้องจุดไฟในห้องครัวด้วยน่ะสิ
ดังนั้น หลินอู๋ซิ่วพูดตำแหน่งเหล่านี้จบ พวกเขาก็ต่างกังวล กลัวว่าจะจัดสรรให้ตนไปอยู่ที่โรงอาหาร
“หลี่เซียง อาจารย์ผู้สอนห้องหกวิทยาเขตตะวันตก”
อนาคตของอาจารย์คนใหม่แห่งวิทยาลัยอาหารเขตตะวันตก แทบจะเริ่มต้นตั้งแต่ตอนนี้ สถานะของเขาพลิกผันไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า
แต่เหมือนว่าทุกคนก็พอนึกออก
พี่ชายของเขาเป็นอาจารย์ของวิทยาลัยอาหาร ช่วงเวลาที่สำคัญแบบนี้ ยังจะไม่ช่วยดันหลังเขาอีกเหรอ
นี่ป็นการใช้ตำแหน่งงานจัดการให้อย่างลับๆ ชัดๆ!
ตอนนี้ ซ่งจื่อเซวียนกับท่านเป้ยเล่อก็รู้ถึงเรื่องนี้เช่นกัน
ที่ว่างสองตำแหน่งของวิทยาเขตตะวันตก ตอนนี้มีหนึ่งคนแล้ว
หรือก็คือ ขอแค่พวกเขาทั้งสองมีคนใดคนหนึ่งเข้าไปในวิทยาเขตตะวันตกได้ เช่นนั้นอนาคตก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้วอย่างแน่นอน
ตอนนี้ท่านเป้ยเล่อก็แอบตัดสินใจเงียบๆ ถ้าตนได้เข้าวิทยาเขตตะวันตก เช่นนั้นก็ถอดใจได้เลย
“เถียนฟู่ อาจารย์ห้องห้าวิทยาเขตตะวันออก”
เห็นได้ชัดว่าเจ้าอ้วนเถียนฟู่ค่อนข้างไม่สบายใจ แต่ก็รับได้ ถึงอย่างไรก็ดีกว่าไปที่โรงอาหาร
“หวังเหลียงจง ผู้ดูแลโรงอาหาร”
หวังเหลียงจงสับสน เขามองหลินอู๋ซิ่ว แล้วมองซ่งจื่อเซวียนกับท่านเป้ยเล่อ
เห็นท่าทางแบบนั้น…ท่าทางที่ไม่มีความสุขจนอยากจะร้องไห้
แต่หลินอู๋ซิ่วไม่สนใจ อ่านรายชื่อในมือต่อ
“ซูหมิง อาจารย์ห้องสามวิทยาเขตตะวันตก”
ได้ยินประโยคนี้ ซ่งจื่อเซวียนก็โล่งอก
ที่จริงเมื่อครู่เขาก็คิดเหมือนกับท่านเป้ยเล่อ ถ้าเป็นเขาเองที่เข้าไปในวิทยาเขตตะวันตก เขาคงถอดใจกับโอกาสนี้
แต่ตอนนี้ได้ยินว่าท่านเป้ยเล่อกลายเป็นอาจารย์วิทยาเขตตะวันตก เขาก็เผยสีหน้ามีความสุขทันที
“เยี่ยมจริงๆ ท่านเป้ยเล่อ คุณได้เข้าวิทยาเขตตะวันตกล่ะ”
ท่านเป้ยเล่อยิ้มน้อยๆ ไม่พูดอะไร
“หยางจวิ้นเย่ อาจารย์ห้องสองวิทยาเขตตะวันออก”
“จวิ้นเย่ ห้องสองคือห้องหัวกะทิของวิทยาเขตตะวันออก คุณต้องตั้งใจนะ”
“เข้าใจแล้วครับ รองผู้อำนวยการหลิน” หยางจวิ้นเย่พูดจบก็นั่งลง
และตอนนี้ก็เหลือซ่งจื่อเซวียนแค่คนเดียว ไม่ต้องคิดเลย จะต้องเป็นอาจารย์วิทยาเขตตะวันออกแน่นอน
“ซ่งจื่อเซวียน อาจารย์ห้องหกวิทยาเขตตะวันออก”
ซ่งจื่อเซวียนหน้าสงบนิ่ง ไม่ได้พูดอะไร
หลินอู๋ซิ่วกวาดตามองเขาแวบหนึ่ง ถึงสายตานั้นจะเรียบนิ่ง แต่ก็มองความเย็นชาออก
“เอาล่ะ ผมจัดสรรตำแหน่งของทุกคนเรียบร้อยแล้ว
ก่อนหน้านี้ห้องพวกนี้มีอาจารย์ท่านอื่นดูแลให้ ตอนนี้พวกคุณก็ไปรับตำแหน่งได้แล้ว
เรื่องที่ต้องระวังหลังจากนี้ นอกจากเวลารับประทานอาหารที่ทุกคนไปโรงอาหารด้วยกัน ต้องกำชับว่าเวลาอื่นนักเรียนจะต้องอยู่ที่วิทยาเขตของตนเอง
อาจารย์ก็เช่นเดียวกัน นอกเสียจากการประชุมในวิทยาลัยถึงจะมาที่อาคารอำนวยการได้ เวลาอื่นก็ควรจะอยู่ที่วิทยาเขตที่ตนดูแล”
พูดจบ หลินอู๋ซิ่วจัดการของที่อยู่ในมือ แล้วเดินออกจากห้องประชุมไป
แต่เขายังไม่ได้ออกจากห้องประชุม เสียงหนึ่งก็รั้งเขาไว้
“เดี๋ยวก่อนครับ รองผู้อำนวยการหลิน ผมมีเรื่องจะขอร้อง”
คนที่พูดก็คือท่านเป้ยเล่อ
“หืม คุณมีอะไร” หลินอู๋ซิ่วหันมาถาม
“ผมไม่ค่อยอยากเป็นอาจารย์ที่วิทยาเขตตะวันตกน่ะครับ เปลี่ยนได้ไหม”
เดิมท่านเป้ยเล่อวางแผนจะอยู่วิทยาเขตเดียวกับซ่งจื่อเซวียน
ตอนนี้หลินอู๋ซิ่วพูดอีกว่าวิทยาเขตตะวันออกและตะวันตกจะเดินไปมาตามใจไม่ได้ ทั้งยังต้องอยู่ที่วิทยาเขตตนเองอีก
เช่นนั้นเขาก็ต้องยื่นเรื่อง มาวิทยาลัยกับซ่งจื่อเซวียน หากหลังจากนี้แยกกันอยู่ตลอดก็ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไรจริงๆ
อีกทั้งเป้าหมายของเขาก็เหมือนกับซ่งจื่อเซวียน นั่นก็คือ ‘บันทึกหย่งซั่น’
หลินอู๋ซิ่วรู้สึกดีใจ
ผ่านเรื่องคราวก่อนมา เขาก็แทบอยากจะจัดซ่งจื่อเซวียนและท่านเป้ยเล่อสองคนนี้ไปที่วิทยาเขตตะวันออก
แต่พิจารณาเรื่องความสนิทสนมของท่านเป้ยเล่อกับผู้อำนวยการ อีกทั้งวังเหว่ยก็กำชับเขา เขาถึงต้องไว้หน้าจัดให้ท่านเป้ยเล่อไปเป็นอาจารย์ที่วิทยาเขตตะวันตก
แต่ตอนนี้ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นคนเสนอเอง…ย่อมต้องสนองให้คุณอยู่แล้ว
“คุณแน่ใจเหรอครับ”
“แน่ใจสิครับ!”
“ครับ หยางจวิ้นเย่ คุณสลับกับซูหมิง ไปที่ห้องสามวิทยาเขตตะวันตก ซูหมิงเปลี่ยนเป็นห้องสองวิทยาเขตตะวันออก”
“ครับ รองผอ.หลิน” หยางจวิ้นเย่พูด
ท่านเป้ยเล่อยิ้มบาง ไม่พูดอะไรอีก
ส่วนหลินอู๋ซิ่วก็เดินไปหาซ่งจื่อเซวียน
“อาจารย์ซ่ง ห้องหกวิทยาเขตตะวันออกนับว่าค่อนข้างสอนยาก ผมหวังว่าคุณจะพยายามมากหน่อยนะครับ สร้างบรรยากาศใหม่ๆ”
ซ่งจื่อเซวียนเงยหน้ามองหลินอู๋ซิ่ว “อืม”
ตอบอย่างไม่สนใจ ทำให้หลินอู๋ซิ่วรู้สึกอับอายไปชั่วขณะ
เขากระแอมไอเบาๆ สองครั้ง เดินออกจากห้องประชุมทันที
หลังจากนั้น พวกอาจารย์ก็พากันออกไป ท่าทางของทุกคนยังถือว่าสงบนิ่ง
แน่นอนว่า ยกเว้นอยู่คนหนึ่งนั่นก็คือหวังเหลียงจง
เขานั่งอยู่ที่เดิม ไม่ขยับเขยื้อน หน้าตาเศร้าหมอง
“เหอะๆ เหลียงจง ใช้ได้นะเนี่ย หลังจากนี้อำนาจในโรงอาหารก็อยู่ในมือนายทั้งหมดแล้ว”
ท่านเป้ยเล่อเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
หวังเหลียงจงกลอกตา “ไม่ต้องมาล้อเลียนฉันเลย โรงอาหารมีอำนาจกับผีสิ แม่งถ่อมาที่นี่ได้เป็นกุ๊กเนี่ยนะ!”
“ฮ่าๆๆ ไม่ได้เรียกแบบนั้นสักหน่อย นายไม่ใช่ผู้ดูแลโรงอาหารหรือไง ไม่ได้รับหน้าที่ทำอาหารนี่นา” ซ่งจื่อเซวียนพูด
“แย่กว่ากุ๊กอีก…แม่งเอ๊ย ไม่งั้นฉันไปดีกว่า แม่งโคตรอายคนเลย” หวังเหลียงจงพูด
ซ่งจื่อเซวียนยิ้ม “เอาน่า กว่าจะสอบเข้ามาได้ไม่ง่ายเลยนะ แถมหลังจากนี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรก็ได้”
“นั่นน่ะสิ เหลียงจง ที่จริงนายดีกว่าพวกฉันนะ นักเรียนวิทยาเขตตะวันออกแย่กว่าวิทยาเขตตะวันตกมากเลยนะ
อำนาจของอาจารย์ก็แตกต่างกัน เราสองคนต่างหากที่เรียกว่าโชคร้ายน่ะ”
ถึงจะบอกว่าโชคร้าย แต่ท่านเป้ยเล่อกลับหน้าตายิ้มแย้ม อย่างไรสำหรับเขาแล้ว…
ไม่ว่าจะเป็นรายได้หรือตำแหน่งของอาจารย์วิทยาลัยอาหาร ก็ไม่ได้มีแรงดึงดูดอะไรอยู่แล้ว
หวังเหลียงจงก็ทำได้แค่ถอนหายใจ พยายามพูดว่ามีความสุข ต้องรีบไปรายงานตัวที่โรงอาหารอีก
“ท่านเป้ยเล่อ เราก็ไปกันเถอะ”
“เหอะๆ ไม่ต้องรีบน่า เราไปที่อื่นกันก่อน”
……………………………………..
……….