เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 422 รับเข้าเรียน
ตอนที่ 422 รับเข้าเรียน
……….
ซ่งจื่อเซวียนได้ยินก็ชะงัก ไปที่อื่นเหรอ
ตอนนี้คนเขาไปที่ห้องของตนเองกัน อาจารย์คนนี้ที่เพิ่งได้รับตำแหน่งไม่กลับห้อง ไม่สนใจนักเรียนของตนเอง ทั้งยังไปที่อื่นอีกเหรอ
แต่ไม่นานนัก ซ่งจื่อเซวียนก็เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง
เขายิ้มน้อยๆ “คุณจะไปหาวังเหว่ยเหรอครับ”
“โฮ่ สมแล้วที่เป็นน้องของฉัน รู้จักฉันดีจริงๆ
“เมื่อกี้ผอ.เฉิงพูดภาษาทางการเสียยกใหญ่ ก็ไม่ได้มีเนื้อหาอะไรมาก หลินอู๋ซิ่วคนนี้จัดสรรเสร็จก็ให้เราไปที่ห้อง
ถ้าไม่ไปถามให้แน่ใจ ถึงตอนนั้นตกเป็นฝ่ายถูกกระทำขึ้นมาจะยังไงล่ะ ไปถามให้ชัดเจนแล้วค่อยว่ากันดีกว่า”
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้า “เหตุผลเป็นแบบนี้นี่เอง แต่ว่า…พวกนักเรียนจะทำยังไงล่ะครับ ตอนนี้ไม่มีใครดูแลเลยนะ”
“ฮ่าๆ แค่เด็กเปรตกลุ่มหนึ่ง ปล่อยพวกเขาอยู่เฉยๆ สักพัก ให้พวกเขาเชื่อฟังสักหน่อย”
ซ่งจื่อเซวียนได้ยินก็ยิ้ม จากนั้นก็เดินตามท่านเป้ยเล่อขึ้นอาคารไป
ห้องประชุมนี้ก็อยู่ที่อาคารอำนวยการ เดิมก็อยู่ที่เดียวกับห้องทำงานของผู้บริหาร ดังนั้นการไปหาวังเหว่ยจึงรวดเร็วมาก
แต่ตอนที่มาถึงชั้นห้องทำงานของผู้อำนวยการ จำเป็นต้องสแกนบัตรเข้าไป
หรือก็คือนอกจากพวกผู้บริหารและผู้ที่รับผิดชอบงานด้านบริหารแล้ว คนอื่นเข้าไปไม่ได้
“เฮ้อ กฎเยอะจัง ฉันโทรหาวังเหว่ยก่อนนะ ให้เขามารับเรา!”
ท่านเป้ยเล่อพูดพลางล้วงโทรศัพท์ออกมาโทรหาวังเหว่ย
แต่ก็น่าเสียดายที่ตอนนี้วังเหว่ยกำลังคุยงานอยู่ในห้องทำงานของเฉิงหวาลี่ ทำให้พวกเขาต้องรออยู่สองสามนาที
ซ่งจื่อเซวียนพูด “ท่านเป้ยเล่อ ที่จริง…ผมคิดว่าวันนี้คุณไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้นะครับ”
“เหอะๆ เป็นพี่น้องกันก็ต้องอยู่ด้วยกันอยู่แล้ว หรือว่าหลังจากนี้เราจะอยู่ที่สองวิทยาเขตเลยดี”
ท่านเป้ยเล่อพูดด้วยรอยยิ้ม
“ที่พูดก็ไม่ผิดหรอกครับ แต่…ผมคิดว่ามีเราสักคนหนึ่งอยู่ที่วิทยาเขตตะวันตกก็ไม่แย่นะ
ที่วิทยาเขตตะวันตกเลื่อนขั้นไว ได้อะไรเยอะ ที่สำคัญคือจะได้ใกล้ชิดกับคนระดับสูงในวิทยาลัยด้วย”
ท่านเป้ยเล่อได้ยินก็หัวเราะ “ฮ่าๆ ที่นายคิดมีเยอะจริงๆ จื่อเซวียน แต่ฉันเชื่อว่าถ้าวันนี้เป็นนายที่ได้เข้าวิทยาเขตตะวันตก ผลลัพธ์ก็น่าจะเป็นแบบนี้เหมือนกัน”
ประโยคนี้พูดตรงใจซ่งจื่อเซวียน
ความจริงเรื่องนี้เขาก็เคยคิดไว้แล้ว ถ้าวันนี้กลายเป็นเขาที่ได้เข้าวิทยาเขตตะวันตก
เขาคงปัดตกตำแหน่งอาจารย์วิทยาเขตตะวันตกอย่างไม่ลังเลแน่นอน ยอมที่จะอยู่วิทยาเขตตะวันออก อย่างไรก็ได้อยู่กับพวกพ้อง
ซ่งจื่อเซวียนจึงไม่ได้ตอบอะไร ทำเพียงแค่ยิ้ม
ตอนนี้เอง เสียงปลดล็อกประตูดังขึ้น ประตูเปิดออก
วังเหว่ยมองทั้งสองคน พูดว่า “คุณมาหาผมทำไม ตอนนี้ไม่ใช่ว่าไปห้องตัวเองกันหมดแล้วเหรอ”
ท่านเป้ยเล่อบิดขี้เกียจ “ไม่รีบๆ ไปนั่งที่ห้องทำงานนายก่อน จิบชาสักหน่อย เร็วเข้าๆ!”
ท่านเป้ยเล่อพูดพลางดันวังเหว่ยเข้าไป
วังเหว่ยก็จนปัญญา ที่นี่ เขาเป็นรองผู้อำนวยการ ท่านเป้ยเล่อเป็นอาจารย์ จุดนี้ไม่ผิด
แต่ที่ปักกิ่ง ถ้าพูดถึงตำแหน่ง…เขาไม่มีทางเทียบกับท่านเป้ยเล่อได้
รวมถึงครั้งก่อนที่ไปศึกษาดูงานที่ต่างประเทศ วังเหว่ยได้โอกาสครั้งนั้นมายากมาก และในวิทยาลัยก็ไม่มีแผนไปศึกษาดูงาน
ท่านเป้ยเล่อรู้เรื่องนี้ ก็เอาชื่อไปจัดการ และยังหาสปอนเซอร์ให้โดยเฉพาะด้วย
อาศัยเพียงแค่อิทธิพลนี้ วังเหว่ยก็ยอมแล้ว
เดินเข้าไปในในห้องทำงานของวังเหว่ย ซ่งจื่อเซวียนมองรอบๆ ค่อนข้างมีมาดจริงๆ
พื้นที่ประมาณแปดสิบตารางเมตร กระเบื้องถูกขัดจนสะอาดวับ
โต๊ะกาแฟและโต๊ะเก้าอี้ทำงานโทนสีน้ำตาล ดูสง่างามมากอย่างชัดเจน บวกกับบอนไซสองต้นข้างๆ ดูปลอดโปร่งแต่ไม่เสียสีสันไป
ภาพวาดแบบจีนดั้งเดิมบนผนังก็มีจินตภาพมาก
วังเหว่ยชงชาในกา รินให้ซ่งจื่อเซวียนและท่านเป้ยเล่อคนละถ้วย
“ท่านเป่ยเล่อ เราอย่าคุยกันนานเกินไปเลย ตอนนี้นักเรียนไม่มีคนดูแล พวกคุณรีบไปเถอะครับ”
ได้ยินดังนั้น ท่ายเป้ยเล่อกลับไม่สนใจ ยกชาขึ้นจิบ
“ชานี่รสชาติงั้นๆ นะ รองผอ.วังฉีกหน้าฉันนะเนี่ย เพราะฉันมานายก็เลยซ่อนชาดีๆ ไปหมดเลยเหรอ”
วังเหว่ยกลอกตา “ใช่ที่ไหนล่ะครับ ปกติผมไม่ได้ดื่มชา ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรด้วย คุณก็ดื่มแก้ขัดไปก่อนแล้วกัน
จื่อเซวียน การจัดการครั้งนี้ คุณไปอยู่ที่วิทยาเขตตะวันออกก่อน แต่วางใจเถอะ ไม่เกินสองเดือน ผมหาวิธีย้ายคุณไปวิทยาเขตตะวันตกได้แน่นอน!”
วังเหว่ยพูดพลางมองซ่งจื่อเซวียน
ได้ยินประโยคนี้ ท่านเป้ยเล่อก็พ่นชาในปากออกมา
ซ่งจื่อเซวียนก็ชะงัก ให้ฉันไปที่วิทยาเขตตะวันตกเหรอ งั้นท่านเป้ยเล่อจะทำยังไงล่ะ
คิดถึงตรงนี้ เขาก็กลอกตามองท่านเป้ยเล่อ ครั้งนี้น่าจะเป็นเรื่องไร้สาระไปแล้ว…
“เอ่อ…วังเหว่ย ฉันว่าไม่ต้องแล้วล่ะ นายต้องย้ายเราสองคนไปที่วิทยาเขตตะวันตก มันลำบากเกินไป”
ได้ยินดังนั้น วังเหว่ยก็ทำท่าทางสงสัยเล็กน้อย
“อะไรนะ หมายความว่ายังไง พวกคุณสองคนเหรอ
คุณอยู่ที่วิทยาเขตตะวันตกแล้วไม่ใช่เหรอ นี่ผมคุยกับหลินอู๋ซิ่วเป็นการส่วนตัวเลยนะ
เหมือนว่าเขาจะไม่ค่อยประทับใจจื่อเซวียนเท่าไร แถมหลี่เซียงนั่นก็ใช้เส้นอีก เลยจัดจื่อเซวียนไปอยู่ที่วิทยาเขตตะวันออกชั่วคราว”
ได้ยินดังนั้น ท่านเป้ยเล่อก็กระอักกระอ่วน
“เอ่อ…เรื่องนี้…วังเหว่ย ฉันว่านายอย่าเปลืองแรงเลย วิทยาเขตตะวันออกดีมากนะ”
วังเหว่ยกลอกตาใส่เขา “ดีอะไรล่ะ วิทยาลัยตะวันออกไม่มีวันโดดเด่นนะครับ ระดับของอาจารย์และคุณภาพของนักเรียนตามไม่ทันเลย
ต่อให้เราทำเพื่อ ‘บันทึกหย่งซั่น’ ทางที่ดีที่สุดอยู่ที่ทางวิทยาเขตตะวันตกจะสะดวกสบายกว่า
อาจารย์ของวิทยาเขตตะวันออกและตะวันตกอยู่ด้วยกัน วิทยาเขตตะวันออกโดนดูถูกตลอด อีกทั้งนักเรียนก็ทำให้กังวลเสมอ
ท่านเป้ยเล่อได้ยินก็กระแอมไอสองครั้ง พูดอย่างอายๆ “เอ่อ…คืออย่างนี้ ฉันห่วงว่าจื่อเซวียนจะอยู่ที่วิทยาเขตตะวันออกแล้วไม่มีวันโดดเด่น…
ฉันก็เลยไปที่ที่ไม่มีวันโดดเด่นด้วยเป็นเพื่อนเขา ตอนนี้ฉันก็เป็นอาจารย์ที่วิทยาเขตตะวันออกเหมือนกัน”
“หืม” วังเหว่ยชะงัก “เกิดอะไรขึ้น ทำไมคุณถึงไปที่วิทยาเขตตะวันออกล่ะ หลินอู๋ซิ่วเขา…”
“ฉันเป็นคนที่ต้องการเปลี่ยนเอง ตอนนี้ฉันอยู่ที่วิทยาเขตตะวันออกแล้ว”
พูดจบ ท่านเป้ยเล่อก็คารวะ “อาจารย์ห้องสองวิทยาเขตตะวันออกขอคารวะรองผู้อำนวยการวัง!”
วังเหว่ยเบิกตากว้าง ในใจร้อนรุ่ม
“คารวะกับผีสิ ท่านเป้ยเล่อ นี่คุณเล่นอะไรกับผมเนี่ย ผมวางแผนไว้หมดแล้ว คุณทำบ้าอะไร”
ท่านเป้ยเล่อหมดคำพูดไปชั่วขณะ เหมือนตนจะเป็นคนทำให้เรื่องนี้เละเทะไปแล้วจริงๆ
“เอ่อ…รองผอ.วัง วิทยาเขตตะวันออก…แย่ขนาดนั้นเลยเหรอครับ” ซ่งจื่อเซวียนพูด
วังเหว่ยพยักหน้าอย่างแรง “ไม่ได้แย่ธรรมดานะ ท่านเป้ยเล่อก็จริงๆ เลย ให้คนหนึ่งไปอยู่นั่นวังเหว่ยอย่างผมก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ ตอนนี้นี่สิ พวกคุณสองคน…ผมจะทำยังไง”
“ฮ่าๆ เป็นแบบนี้ไปแล้ว จะกลัวอะไรล่ะ อย่างมากเราก็ทำตัวเกียจคร้านที่วิทยาเขตตะวันออกต่อไป ร้อยกำไลจิบชา หมกมุ่นอยู่กับงานอดิเรกจนไม่สนใจจะก้าวหน้าก็ดีนะ”
“อยู่เฉยๆ ไปก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะลองคิดหาวิธีแล้วกัน”
ซ่งจื่อเซวียนยิ้ม “รองผอ.วัง ที่จริงถ้าไม่ส่งผลกระทบกับการวิจัย ‘บันทึกหย่งซั่น’ ก็ช่างมันไปเถอะครับ
ก็อย่างที่ท่านเป้ยเล่อพูด เราสองคนปรับเองก็ได้ครับ แถม…ถ้าเกรดของนักเรียนวิทยาเขตตะวันออกต่ำขนาดนั้นจริงๆ ผมกลับอยากลองด้วยซ้ำว่าจะสอนได้ไหม”
วังเหว่ยส่ายหน้าถอนหายใจ “อาจารย์คนก่อนหน้านี้ก็คิดแบบนี้ครับ แต่สุดท้าย…ไม่ช่างมันไปเลย ก็พยายามสร้างคอนเนคชันเข้าไปในวิทยาเขตตะวันตกแทน”
“เอาน่า อย่าถอนหายใจไปเลย ลองพูดให้เราฟังหน่อย ว่าในวิทยาเขตตะวันออกมีอะไรให้ต้องระวังหรือเปล่า”
วังเหว่ยพยักหน้า “ก็ทำได้แค่สอนเสริมพวกคุณสั้นๆ แล้วล่ะ
วิทยาเขตตะวันออกและตะวันตกมีเขตละหกห้อง ห้องหนึ่งและห้องสองเป็นห้องผู้ดี ห้องหก…เป็นห้องที่แย่ที่สุด จื่อเซวียน หลินอู๋ซิ่วส่งของขวัญให้คุณแล้วใช่ไหม”
“เดาได้อย่างแรกก็คือ เด็กเปรตพวกนั้นเป็นทายาทรุ่นที่สองทั้งหมด ไม่ต้องไปสนใจพวกเขาหรอก ปล่อยพวกเขาไปตามยถากรรมก็ได้
แต่เวลาปกติพวกคุณก็ไม่ต้องไปยุ่งกับทางอาจารย์วิทยาเขตตะวันตกนะ พวกเขาเย่อหยิ่งมาก แถมยังสามัคคีกันมากด้วย
เทียบกันแล้ว ที่จริงอาจารย์วิทยาเขตตะวันออกก็คิดว่าจะใช้ชีวิตไปวันๆ เอาเงินเดือนเท่านั้น เลยไม่มีทางสามัคคีกันได้ อย่าคาดหวังเลยว่าพวกเขาจะช่วยพวกคุณ
ท่านเป้ยเล่อดูแลห้องสองยังดีหน่อย นักเรียนบางคนยังมีความพยายาม หวังจะได้เข้าวิทยาเขตตะวันตก หรือเรียนจบอย่างราบรื่น
ปัญหาคือห้องหก จื่อเซวียนผมไม่ได้ล้อเล่นนะ ไม่สนใจได้ก็ไม่ต้องสนใจ ผอ.ยังไม่สนใจว่าจะเป็นยังไงเลย แล้วคุณล่ะ”
ซ่งจื่อเซวียนครุ่นคิด ไม่ได้ตอบอะไร
“โหย่วไท่ดูแลเรื่องการสอน หลินอู๋ซิ่วดูแลเรื่องอาจารย์ สองคนนี้พูดได้ว่าเป็นหัวหน้าของพวกคุณโดยตรง วันหลังพยายามหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง
อีกสองสามวัน…ผมจะลองพยายามอีกรอบ ถ้าย้ายพวกคุณไปเป็นผู้ช่วยสอนที่วิทยาเขตตะวันตกก็ดีกว่าอยู่ที่วิทยาเขตตะวันออกมาก”
ซ่งจื่อเซวียนเหมือนไม่ได้ฟังคำพูดพวกนี้เลย เขาถามว่า “นักเรียนห้องหก…ไม่อยากเรียนอะไรเลยจริงเหรอครับ งั้นทำไมไม่ลาออกไปเลยล่ะ”
“ไม่มีทางเลือก พ่อแม่ไม่อนุญาต ใช้เงินส่งพวกเขาเข้ามาทั้งนั้น ของที่ให้มาเดาว่าน่าจะสูงกว่ารายได้ที่พวกคุณได้ในวิทยาลัยมาก
เด็กเลวตัวน้อยพวกนี้คิดไม่เป็น และไม่กล้าลาออกด้วย”
ซ่งจื่อเซวียนยิ้มน้อยๆ “เหอะๆ น่าสนใจ แต่ขอแค่ทำให้ถึงมาตรฐานก็เรียนจบอย่างราบรื่นได้ใช่ไหมครับ”
“ตามหลักก็แบบนั้นแหละ แต่เด็กเวรพวกนั้น…เหอะๆ ผมว่าไม่มีโอกาสหรอก แต่มีอยู่โอกาสหนึ่ง จื่อเซวียน วันนี้ตอนบ่ายมีการคัดเลือกเด็กใหม่”
“การคัดเลือกเด็กใหม่เหรอ”
วังเหว่ยพยักหน้า “ใช่ นักเรียนที่สอบเข้ามาในครั้งนี้บ่ายวันนี้จะมารายงานตัว มีอาจารย์มาคัดเลือกเข้าห้องตนเอง แต่…พูดจากใจ ทางพวกคุณไม่มีพาวเวอร์ไปแย่งชิงหรอก”
ซ่งจื่อเซวียนยิ้มพูด “ไม่เป็นไร ผมพานักเรียนมาด้วยคนหนึ่ง จริงสิรองผอ.วัง จะเริ่มรับเพิ่มเมื่อไรเหรอครับ”
“รับนักเรียนเพิ่มเหรอ เดือนหน้าน่ะ ทำไมเหรอ”
“ต้องนานขนาดนั้นเลยเหรอครับ”
“คุณมีตัวเลือกดีๆ เหรอ”
“ครับ ลูกศิษย์ผมมาลงทะเบียนสอบแล้ว”
วังเหว่ยอึ้งกับสิ่งที่ซ่งจื่อเซวียนพูด ถึงซ่งจื่อเซวียนจะเป็นอาจารย์คนหนึ่ง แต่อยู่ในวงการอาหารมาสองปี โดยเฉพาะวงการอาหารทางเหนือก็ถือว่าโด่งดังมาก
ลูกศิษย์ของเขา พูดถึงคุณสมบัติและประสบการณ์…ที่จริงก็เพียงพอแล้ว
ถึงอย่างไรอาชีพพ่อครัวนี้ การถ่ายทอดจากอาจารย์สำคัญมาก ตอนนี้มีพ่อครัวที่ได้รับการถ่ายทอดจากอาจารย์น้อยลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะลูกศิษย์ของพ่อครัวมีชื่อ
“เอาอย่างนี้แล้วกันจื่อเซวียน ผมจะไปปรึกษากับผอ.เฉิงสักหน่อย ถ้าทำได้…ให้เขาเข้ามาในกลุ่มนักเรียนที่จะถูกคัดเลือกตอนบ่ายวันนี้เลย รับเข้าเรียนเป็นกรณีพิเศษ ว่ายังไงครับ”
ซ่งจื่อเซวียนอดอึ้งไม่ได้ วังเหว่ยคนนี้…ช่างเอาใจใส่จริงๆ
“รองผอ.วัง ทำแบบนี้…ได้เหรอครับ”
“เหอะๆ หลินอู๋ซิ่วให้ของขวัญคุณครั้งหนึ่ง ถ้าวังเหว่ยอย่างผมไม่ให้ จะไม่ค่อยยุติธรรมเกินไปหรือเปล่า”
พูดจบ พวกเขาก็หัวเราะออกมา
………………………………………….
……….