เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 423 ลูกพี่ห้องหก
ตอนที่ 423 ลูกพี่ห้องหก
……….
คุยต่ออีกครู่หนึ่ง วังเหว่ยก็ให้พวกซ่งจื่อเซวียนทั้งสองกลับไปที่ห้องก่อน
อย่างไรก็เป็นอาจารย์ใหม่ต้องไปพบหน้ากับนักเรียนสักหน่อย
หลังจากนี้พวกเขาไม่ใช่แค่ต้องรับผิดชอบวิชาภาคปฏิบัติและวิชาวัฒนธรรม ทั้งยังต้องรับผิดชอบชีวิตของนักเรียน
นี่เป็นภาระที่ไม่เล็กน้อยเลย
ส่วนวังเหว่ยก็ไปหาเฉิงหวาลี่ทันที ถึงเรื่องนี้หลินอู๋ซิ่วจะเป็นผู้ดูแล แต่คุยกับเขานั้นเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
เขาขัดแย้งกับซ่งจื่อเซวียนขนาดนั้น ถ้าบอกว่าจะรับลูกศิษย์ของซ่งจื่อเซวียนเป็นกรณีพิเศษอีก ต้องไม่ยอมรับแน่นอน
จากนั้น ซ่งจื่อเซวียนก็หาที่ตั้งของวิทยาเขตตะวันออกกับท่านเป้ยเล่อจนเจอตามคู่มือ
พื้นที่วิทยาลัยทั้งสองวิทยาเขตแบ่งได้ชัดเจนมากตามคาด
เดินมาถึงวิทยาเขตตะวันออก ก็เห็นป้ายขนาดใหญ่ป้ายหนึ่งด้านหน้าไม่ไกล
ใต้ป้ายเป็นประตูสีแดงบานใหญ่สองบานประตู ตอนนี้กำลังปิดสนิท
มองออกว่า นี่เป็นการดูแลนักเรียนตามเวลาปกติ นอกเสียจากเวลากินข้าว ก็จะไม่ให้ออกไปจากพื้นที่วิทยาเขตตะวันออก
เดินไปกดกริ่งที่ประตู ไม่นาน ก็มีรปภ.เปิดประตูสีแดงบานใหญ่ของวิทยาเขตตะวันออก
“พวกคุณคือ…”
เห็นซ่งจื่อเซวียนกับท่านเป้ยเล่อ รปภ.คนนั้นก็ถามออกมา
ซ่งจื่อเซวียนยิ้มเล็กน้อยพลางพูด “อ้อ เราเป็นอาจารย์ของห้องสองและห้องหกครับ”
“อ้อๆ พวกคุณนี่เอง รีบเข้ามาเถอะ อาจารย์เถียนก็เพิ่งเข้าไปครับ”
รปภ.ได้รับแจ้งมาแล้ว บอกว่าวันนี้จะมีอาจารย์ใหม่สามห้องมาที่วิทยาเขตตะวันออก
แต่รออยู่นาน ก็มีเถียนฟู่มาแค่คนเดียว เห็นซ่งจื่อเซวียนกับท่านเป้ยเล่อ เขาถึงนับว่าเสร็จสิ้นภารกิจ
“เอ่อ…ทั้งสองท่าน นี่เป็นบัตรอาจารย์ของพวกคุณ หรือก็คือบัตรพนักงานนั่นแหละครับ เมื่อกี้ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการส่งมา”
รับบัตรอาจารย์มาดู ท่านเป้ยเล่อก็ยิ้มพูด “เหอะๆ สัญลักษณ์ของสถานะแหละ”
“เอ่อ…ท่านไหนเป็นอาจารย์ของห้องหกเหรอครับ”
ได้ยินดังนั้น ซ่งจื่อเซวียนก็พูด “อ้อ ผมครับ มีเรื่องอะไรเหรอ”
รปภ.ทำหน้าลำบากใจ “จะพูดก็ลำบากใจนะครับ คุณเพิ่งจะมาถึงผมก็ต้องบอกสถานการณ์ วันนี้เฉิงฮ่าวห้องของคุณปีนกำแพงวิทยาลัยออกไปครับ”
“นี่ผิดกฎระเบียบใช่ไหมครับ” ซ่งจื่อเซวียนถาม
รปภ.พยักหน้า “ใช่ครับ ปกติถ้านักเรียนจะออกไป นอกจากเวลากินข้าว ก็ต้องมีหนังสือรับรองของอาจารย์”
ท่านเป้ยเล่อพูด “ท่าทางนายที่เพิ่งได้ตำแหน่งจะได้ของขวัญชิ้นใหญ่แล้วล่ะ”
“อาจารย์ซ่ง เอ่อ…ยังไงนักเรียนของห้องหกก็เป็นแบบนี้บ่อยๆ ผมก็จะเตือนคุณไว้หน่อยนะครับ คุณเพิ่งมา เจอเรื่องแบบนี้ก็อย่าเพิ่งโมโหไป ทำตัวให้ชินก็พอครับ”
ได้ยินคำพูดนี้ ซ่งจื่อเซวียนก็อึ้งไป ห้องหกนี่ขึ้นชื่อเรื่องเรื่องก่อความวุ่นวายจริงๆ ด้วย
เอาเถอะ ครั้งนี้มีงานให้ทำจริงๆ แล้ว
“ผมทราบแล้วครับ ขอบคุณนะ จริงสิ ห้องพักผม…”
ซ่งจื่อเซวียนรู้ตอนที่สมัครสอบอาจารย์ว่าห้องพักที่อยู่เป็นที่พักชั่วคราว ไม่ต่างกับโรงแรมในวิทยาลัย
ตอนนี้เริ่มงานอย่างเป็นทางการแล้ว ก็น่าจะต้องมีห้องพักของตนเอง
“อ้อ ห้องพักของทั้งสองท่านอยู่ที่ถนนเล็กๆ เส้นด้านหลังอาคารเรียนครับ เดินไปทางทิศเหนือ มีอาคารสามชั้นหลังหนึ่ง อาจารย์วิทยาเขตตะวันออกพักอยู่ที่นั่นกันหมดครับ”
“ครับ ขอบคุณครับ”
พูดจบ ทั้งสองก็เข้าสู่วิทยาลัยอาหารวิทยาเขตตะวันออกอย่างแท้จริง
พวกเขาโทรหาต้าเหมาและฟางรุ่ย ให้พวกเขานำของของตนไปไว้ที่ห้องพักวิทยาเขตตะวันออก
จากนั้นพวกเขาก็ต่างคนต่างไปที่ห้องเรียนของตนเอง
…
ห้องที่เละเทะที่สุดของทั้งวิทยาลัย หรือจะพูดว่า…ห้องที่อ่อนที่สุด
อย่างที่วังเหว่ยบอก นักเรียนที่นี่โดยพื้นฐานก็ใช้ชีวิตไปวันๆ กันทั้งนั้น
ทว่าแต่ละคนรู้สึกเบื่อทั้งวัน จึงต้องสร้างวีรกรรมเล็กๆ น้อยๆ
เวลาเรียนสร้างความวุ่นวาย ทะเลาะวิวาท หาแฟนเป็นเรื่องที่ปกติมาก บ้างก็กระทั่งปีนกำแพงออกไปจากวิทยาเขตตะวันออกเพื่อไปซื้อบริการ ดึกดื่นไม่กลับหอพัก
ระบบของวิทยาลัยเป็นระบบเรียนสี่ปีจบ แต่หากผ่านการประเมินการเรียนจบ ก็สามารถเรียนจบก่อนเป็นกรณีพิเศษและออกหนังสือรับรองได้
สำหรับวิทยาลัย ก็พูดได้อย่างมั่นใจว่าสำหรับห้องหกวิทยาเขตตะวันออก พวกเขารอแต่สี่ปีกันทั้งนั้น
แน่นอนว่าอนาคตของนักเรียนห้องนี้ น่าจะได้ใบปริญญายากมาก
อย่าว่าแต่การประเมินเรียนจบเลย ต่อให้เป็นการสอบปกติก็น่าจะไม่ผ่านกันหมด
เดินมาถึงหน้าห้องเรียน ซ่งจื่อเซวียนก็ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายจากด้านใน
เขาดูนาฬิกา ตอนนี้น่าจะเป็นเวลาเรียน วันนี้รู้ว่ามีอาจารย์ใหม่มา เด็กเปรตพวกนี้ก็ต่อต้านอย่างชัดเจน
เห็นขยะเต็มพื้นหน้าประตู ซ่งจื่อเซวียนก็จนใจ ถุงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขวดน้ำอัดลม ก้นบุหรี่ แล้วก็…ถุงยางที่ใช้แล้ว นี่ทุเรศเกินไปมั้ง
ของพวกนี้…ยังไม่สกปรกเท่าไร
แหวกขยะบนพื้นเดินเข้าห้องไป ซ่งจื่อเซวียนก็มึนหัว ในห้องเรียนเละเทะกว่าด้านนอกมาก
ขยะบนพื้นยังไม่ต้องพูดถึง โต๊ะเก้าอี้วางระเนระนาด บางคนกระทั่งนั่งคุยบนโต๊ะ
ซ่งจื่อเซวียนก็เหมือนกับคนไร้ตัวตน ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าเขาเข้ามาแล้ว
ทำเรื่องทั้งหมดต่อไป
“เฮ้อ เด็กพวกนี้ไม่ไว้หน้าหน้ากันเลยจริงๆ”
เขาเดินไปที่โพเดียม พูดว่า “ทุกคน ตอนนี้เป็นเวลาเรียนหรือเปล่าครับ”
ซ่งจื่อเซวียนเพียงแค่พูดด้วยเสียงปกติ ถ้าเป็นบรรยากาศในการเรียนจริงๆ ทุกคนจะได้ยินอย่างชัดเจนแน่
แต่ตอนนี้…นอกเสียจากนักเรียนหน้าห้องสองสามคนที่หันหน้ามามองเขาแวบหนึ่ง ก็ไม่มีใครสนใจเขาเลย
เห็นนักเรียนด้านล่างที่ยังทำอะไรที่ไม่ควรทำอยู่ ซ่งจื่อเซวียนก็ค่อนข้างไม่สบายใจ
แต่ใช้ชีวิตในสังคมมาตั้งนานขนาดนี้ เขายังไม่ถึงขนาดกับโมโหกับเด็กพวกนี้จริงๆ
เขายันแขนกับโต๊ะครู่หนึ่ง เหมือนคิดอะไรได้ เผยรอยยิ้มออกมา
เขาเดินลงมาจากโพเดียมไปทางกลุ่มที่พูดคุยกันครึกครื้นที่สุด
เห็นซ่งจื่อเซวียนเดินลงมา คนจำนวนไม่น้อยก็เงียบลง
พวกเขาเคยชินกับการไม่สนใจอาจารย์ กระทั่งรังแกอาจารย์ด้วยซ้ำ แต่ถ้าอาจารย์โมโหจริงๆ พวกเขาก็ทำเป็นยอมๆ ไปเช่นกัน
ทุกที่ที่ซ่งจื่อเซวียนเดินผ่าน นักเรียนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ก็จะเจียมตัวเล็กน้อย
จวบจนเดินไปถึงกลุ่มที่พูดคุยกันอยู่นั้น
“ข้าจะเล่าให้แกฟัง ข้าเสียดายชุดสีส้มชุดนั้นจริงๆ เพิ่งใช้เงินสองแสนซื้อมาสองชุด ผลคือเกมดันใหม่กว่า”
“ใหม่กว่าแล้วยังไง”
“ยังไงน่ะเหรอ ซื้อมาเสียเปล่าน่ะสิ ออกของที่เกี่ยวกันมาอีกชุด แกว่าน่าโมโหไหมล่ะ วันนี้ยังต้องเติมสามแสนด้วย”
“ไม่น่าสนใจเลย วันๆ เล่นแต่เกม ยังไม่สู้เล่นกับหญิงล่ะวะ ข้าจะเล่าให้แกฟังนะว่าจากหน้าวิทยาลัยเดินไปทางทิศตะวันตก น้องสาวที่คาราโอเกะนั่นสวยจัด”
“ฮ่าๆ จริงอยู่ แต่น้องสาวในที่อย่างปักกิ่งค่อนข้างดัดจริตว่ะ คิดไม่ถึงว่าข้าให้เงินนางไปสองหมื่นหยวนก็ไม่ยอมนอนด้วย”
“ปกติน่า คนเขาเห็นว่ามีคนรวยเยอะไง แกลองจ่ายไปสองแสนยัง”
“ข้าจะบ้า สองแสนไม่สู้ข้าเอาเงินไปเที่ยวหญิงชั้นสองชั้นสามดีกว่าเหรอ”
ได้ยินคำพูดเหล่านี้ ซ่งจื่อเซวียนก็ลอบยิ้ม นี่เป็นทายาทรุ่นที่สองอย่างสิ้นเชิงจริงๆ
แต่ความจริงพวกเขาก็ไม่ถึงขั้นเป็นทายาทรุ่นสองระดับสูงของจีน หรือจะบอกว่า…ระดับสูงก็ไม่ใช่
พวกลูกคนรวยจริงๆ ไม่มีทางมาเรียนที่วิทยาลัยอาหารแบบนี้หรอก
พวกเขาจะถูกส่งไปเรียนที่ต่างประเทศที่มีความรู้ด้านการจัดการก้าวหน้า หรือเรียนจบก็เข้ารับการฝึกฝนในกิจการของตระกูล
โยนทิ้งไว้ที่นี่ ใช้ใบประกอบของเชฟไปวันๆ…
ถ้าเกิดหลังจากนี้ครอบครัวตกต่ำ ก็ยังโชคดีที่มีทักษะสักอย่างเลี้ยงชีพตนเองได้
ซ่งจื่อเซวียนได้ฟังก็ตื่นเต้น ไม่ได้เร่งให้นักเรียนพวกนี้เข้าเรียน
จึงนั่งที่เก้าอี้ข้างๆ ชันเข่าขึ้น จุดบุหรี่ฟังต่อ
“เพื่อน เอามามวนดิ”
นักเรียนคนหนึ่งข้างๆ ได้กลิ่นบุหรี่ กระทั่งหันหน้ามาหาซ่งจื่อเซวียนเพื่อจะเอาบุหรี่
ซ่งจื่อเซวียนยิ้ม ส่งให้เขา
“พวกนายคุยกันสนุกจัง จริงสิ เมื่อกี้ที่นายบอกว่าสองแสนไปเที่ยวหญิงชั้นสองชั้นสามได้นี่หมายความว่ายังไงเหรอ”
ซ่งจื่อเซวียนถามพลางมองนักเรียนคนนั้นที่เพิ่งพูด
“หา? นี่แกไม่รู้เหรอ ก็นักแสดงชั้นสองชั้นสามไง มีราคาชัดเจน”
ซ่งจื่อเซวียนอดยิ้มพลางทำหน้าตกใจไม่ได้ “ไปเล่นกับนักแสดงได้เลยเหรอ สองสามแสน…ไม่แพงนะเนี่ย เล่นสนุกด้วยหนึ่งเดือนเหรอ”
ซ่งจื่อเซวียนพูดจบ นักเรียนรอบๆ ก็ส่งสายตาดูถูกมา
“หนึ่งเดือนอะไรล่ะ ก็คืนเดียวสิ พูดง่ายๆ ก็ครั้งเดียว”
“เพื่อนคนนี้ตลกจริงๆ เดือนหนึ่ง…แบบนั้นน่าจะเน่าตายเลย จริงสิ นายดูไม่เหมือนอยู่ห้องหกนะ นายอยู่ห้องไหน”
“เหอะๆ ฉันห้องหกนะ”
ได้ยินดังนั้น พวกเขาก็อึ้งไป มองตากัน เห็นได้ชัดว่าไม่รู้จักซ่งจื่อเซวียน
“นายมาใหม่เหรอ ไม่ใช่ว่าบ่ายวันนี้ถึงจะคัดเลือกนักเรียนใหม่หรือไง แต่ว่า…เหอะๆ ก็ไม่มีคนมาห้องหกเราหรอก”
คำพูดนี้ไม่ได้โกหก การรับสมัครนักเรียนใหม่ทุกปี แทบจะไม่มีจัดมาที่ห้องหกเลย
อย่างไรนักเรียนพวกนั้นก็ล้วนเป็นความหวังของวิทยาลัย ห้องหก…ก็เหมือนกับกองขยะ ใครจะเอานักเรียนมาที่นี่ได้ล่ะ
แทบจะเหมือนกับคนตาย
ดังนั้น ปกติห้องหกจะเป็นห้องที่รวบรวมเด็กจากวิทยาเขตตะวันออกที่แย่ที่สุด ที่ขาดแรงจูงใจที่สุด
ตอนนี้ ก็มีนักเรียนอีกคนพูดขึ้นมา “อ้อ จริงสิ วันนี้ได้ยินว่ามีอาจารย์มาใหม่ นายไม่ใช่…”
ปกตินักเรียนจะกลัวอาจารย์กันหมด ทำไมนี่…ถึงดูถูกอาจารย์กันล่ะ
“เหอะๆ อาจารย์แล้วทำไม อาจารย์คุยกับพวกนายไม่ได้หรือไง ก็เหมือนกับที่พวกนายคุยกันฉันก็ไม่ได้เข้าใจทั้งหมด ก็ขอให้พวกนายช่วยสอนไม่ใช่เหรอ”
ได้ยินดังนั้น นักเรียนพวกนั้นก็หัวเราะ “ไม่ คุณเข้าใจผิดแล้วล่ะ เราก็ต้อนรับอาจารย์เข้าร่วมด้วย เพียงแต่ว่า…”
เขากวาดตามองพวกนักเรียนคนอื่นแวบหนึ่งแล้วหัวเราะออกมา
“แต่อะไรเหรอ”
“แต่การต้อนรับของเรามีเงื่อนไขนะครับ”
ซ่งจื่อเซวียนยิ้มพูด “ก็ลองพูดมาสิ”
“ที่ห้องหกน่ะ คำพูดของพวกเราถือเป็นคำขาด ผมชื่อว่าข่งเซ่าหลง เขาชื่อตู้หมิง คนนี้ชื่อเฉินเจี๋ย แล้วก็เฉิงฮ่าว นับว่าเป็นลูกพี่ของพวกเรา
พวกเรายินดีต้อนรับอาจารย์เข้ากลุ่มพวกเรา หลังจากนี้ออกไปดื่มเหล้า เที่ยวหญิงด้วยกัน แน่นอนว่า เงินเดือนของคุณมันน้อยเกินไป พวกเราจะจ่ายทั้งหมดเอง”
ได้ยินดังนั้น ซ่งจื่อเซวียนก็พยักหน้า “งั้นก็ดีจริงๆ แต่ว่าก็น่าเกรงใจเกินไปน่ะสิ ฉันเอาแต่เล่นชิวๆ ได้เลยนะ”
“ฮ่าๆ จะสักเท่าไรเชียว ผมรู้ว่าเงินเดือนเดือนหนึ่งของอาจารย์อย่างพวกคุณไม่กี่หมื่นหยวน ยังไม่พอค่าใช้จ่ายรายวันของพวกเราเลย”
ข่งเซ่าหลงพูดพลางหัวเราะลั่น
“แต่คุณก็ต้องออกแรงนะ บางทีวิทยาเขตตะวันออกจะไม่ยอมให้เราออกไป ถึงตอนนั้นคุณก็ใช้สถานะอาจารย์ อำนวยความสะดวกให้พวกเรามากหน่อย”
ซ่งจื่อเซวียนลอบยิ้ม ข่งเซ่าหลงหนอข่งเซ่าหลง นายนี่กล้าหาญชาญชัยจริงๆ พูดเรื่องพวกนี้กับอาจารย์เรอะ
“เมื่อก่อนพวกนายก็ทำแบบนี้กับอาจารย์เหรอ”
ข่งเซ่าหลงยิ้ม ในรอยยิ้มแฝงความมั่นใจเล็กน้อย
“ไม่ใช่แบบนั้นหรอก อาจารย์คนก่อนหน้านี้ไม่รู้เรื่อง โดนเราบีบออกไป ได้ยินมาว่าไปนอนโรง’บาลแล้ว
หลังจากนั้นเราก็ถูกดูแลด้วยอาจารย์หวังห้องหนึ่ง เขาก็ไม่ได้สนใจพวกเรา แถมยังอำนวยความสะดวกพวกเราด้วย”
ซ่งจื่อเซวียนถาม “พวกนายก็เลี้ยงอาจารย์หวังด้วยเหรอ”
“เปล่า เขาก็ไม่ได้เปิดกว้างนักหรอก แต่ว่าต่างคนต่างอยู่ เขาอำนวยความสะดวกพวกเรา เราก็ไม่รังแกเขา”
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้าน้อยๆ “เหอะๆ น่าสนใจ ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าพวกนายจะรังแกอาจารย์ยังไง”
…………………………………………
[1] อาคิว (阿Q) เป็นตัวละครจากเรื่องสั้นชื่อว่า ‘ประวัติจริงของอาคิว’ 《阿Q正传》เป็นเรื่องสั้นสะท้อนสังคมชนบทของจีน บรรยายความเจ็บแค้นของตนที่มีต่อความพ่ายแพ้ของการฏิวัติซินไฮ่ ซึ่งจิตวิญญาณอาคิวอยู่ในสังคมชาวนาจีนในยุคนั้น
……….