เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 424 วันนี้ได้ซัดแกแน่
ตอนที่ 424 วันนี้ได้ซัดแกแน่
……….
ซ่งจื่อเซวียนพูดประโยคนี้ พวกข่งเซ่าหลงก็ยิ้ม
ราวกับเป็นความสำเร็จอันรุ่งโรจน์ก่อนหน้านี้ของเขา มีสีหน้าท่าทางลำพองใจ
“รังแกอาจารย์ยังไงน่ะเหรอ เหอะๆ อาจารย์คนก่อน แฟนของเขามาหา ตอนที่นัวเนียกันถูกเราถ่ายเอาไว้
เฉินเจี๋ยอัปวิดีโอนี้ลงเวยป๋อ ถึงจะถูกลบ แต่ก็มีคนไม่น้อยที่เห็น
จนตอนนี้ ไอ้หลานคนนั้นก็ยังเดินก้มหน้าในวิทยาลัย
อาจารย์คนก่อนๆ อีกคน…ไม่มีวิสัยทัศน์เกินไป อยากดูแลพวกเรา แต่หลังจากนั้นพวกเราก็กระทืบเขา พอออกมาจากโรงพยาบาล เหมือนว่าจะไม่มีหนทางกลับมาเป็นอาจารย์ได้แล้ว”
ได้ยินเรื่องพวกนี้ ซ่งจื่อเซวียนก็รู้สึกอยากต่อยไอ้เด็กนี่ให้ฟันหลุดอย่างเหลืออด
แต่ยังอดทนไว้ได้ อย่างไรสถานะของพวกเขาก็คืออาจารย์และนักเรียน สิ่งที่ต้องทำคือเปลี่ยนแปลงพวกเขา ไม่ใช่ใช้กำปั้นเหมือนกับที่ทำกับคนนอก
“เหอะ สุดยอดๆ ฉันว่าฉันฉลาดหน่อยดีกว่า จริงสิ เฉิงฮ่าวคนนั้น…ไปไหนแล้วล่ะ ไม่เจอเห็นเลย”
เฉินเจี๋ยพูด “ลูกพี่ตามจีบสาวคนใหม่อยู่ สาวชงเหล้าที่คาราโอเกะ ตอนนี้เดาว่าน่าจะแฮปปี้กับเธอแล้วล่ะ”
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้าน้อยๆ “อย่างนี้นี่เอง พวกนายนี่ใช้ได้จริงๆ การดูแลที่ปิดมิดชิดขนาดนี้พวกนายยังออกไปเที่ยวได้อีก”
“ฮ่าๆ ข้างบนมีนโยบาย ข้างล่างมีมาตรการรับมือ ถ้าหลังจากนี้อาจารย์อำนวยความสะดวกให้เรา เราก็จะสบายหน่อย ไม่อย่างนั้น…ก็ต้องปีนกำแพงออกไปเที่ยวน่ะสิ ใครจะยอมทนอยู่ที่เชี่ยๆ แบบนี้ได้”
ซ่งจื่อเซวียนได้ยินก็ยิ้ม “งั้นทำไมพวกนายต้องมาเรียนที่นี่ล่ะ กลับบ้านไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ”
“ใครบอกว่าไม่ใช่ล่ะ แต่ก็ไม่มีทางเลือกนี่นา พ่อแม่เข้มงวดมาก ถ้าลาออกกลับไปทั้งแบบนี้ มีหวังหลังจากนี้ก็ไม่ให้ค่าขนมพวกเราแล้ว”
เหอะๆ ที่แท้ก็ไม่ใช่เพราะกลัวพ่อกลัวแม่ แต่กลัวไม่มีเงินสินะ
เด็กพวกนี้ดีพอๆ กับเด็กเปรตเลย แต่ละคนเป็นลูกล้างผลาญกันทั้งนั้น
แต่ซ่งจื่อเซวียนก็ไม่ได้สนใจ ขอแค่พัฒนาไปตามปกติของวิทยาลัย ได้อ่าน ‘บันทึกหย่งซั่น’ เช่นนั้นเป้าหมายของเขาก็เสร็จสิ้นแล้ว
คิดถึงตรงนี้ เขาก็พูดยิ้มๆ “เข้าใจแล้ว รอพี่ใหญ่เฉิงฮ่าวของพวกนายกลับมา เราค่อยนั่งคุยกัน ทำยังไงพวกนายถึงจะสะดวกขึ้น ฉันจะพยายามทำนะ”
ข่งเซ่าหลงยกนิ้วโป้ง “พี่ชาย รู้กฎทางโลก พิถีพิถัน ผมว่าอาจารย์ในหมู่อาจารย์หลายคน ก็มีคุณนี่และที่พูดจาเหมือนมนุษย์น่ะ
วางใจเถอะ เราก็จะญาติดีกับคุณ หลังจากนี้ออกไปไหนก็จะพาคุณไป กินดื่มเที่ยวพนันด้วยกันก็นับเป็นพวกเราแล้ว”
“งั้นฉันก็ขอบคุณไว้ก่อนล่วงหน้าเลยแล้วกัน เอาล่ะ งั้นเราก็ไม่ต้องเรียนแล้ว พวกนายเล่นกันไปเถอะ ฉันจะกลับไปนอนที่ห้องพักสักหน่อย”
พูดจบ ซ่งจื่อเซวียนก็หันหลังออกจากห้องไป
เห็นแผ่นหลังของซ่งจื่อเซวียน คนไม่น้อยก็แปลกใจมาก
อาจารย์คนนี้…เหมือนจะแตกต่างเกินไป อาจารย์ก่อนหน้านี้เห็นภาพพวกนี้ ไม่ร้อนรนก็เริ่มเรียนเลย
แต่เขา…คิดไม่ถึงว่าจะเดินออกไปเลย กลับไปนอนที่ห้องพักเหรอ โคตรเก๋า!
หอพักอาจารย์กับหอพักนักเรียนไม่ได้ห่างจากอาคารเรียนมากนัก
เดินประมาณสิบนาทีก็ถึง
อาคารเล็กๆ สามชั้นไม่ได้เล็กเลย ดูจากด้านนอกกว้างเกือบร้อยเมตร
นี่ก็เป็นสวัสดิการที่วิทยาลัยมอบให้อาจารย์
ทุกคนได้อยู่ห้องเดี่ยว ในห้องเดี่ยวมีห้องนอน ห้องน้ำ ห้องส้วม ห้องครัว ห้องรับแขก
และชั้นหนึ่งในโถงใหญ่ ยังมีอุปกรณ์ออกกำลังกายต่างๆ ด้วย รวมถึงขนม เครื่องดื่มต่างๆ ครบครัน
คนที่ทำความสะอาดจะนับจำนวนทุกวัน ถ้าสุรา น้ำอัดลมชนิดไหนเหลือน้อยแล้ว ก็จะเติมเพิ่มทันที
สวัสดิการแบบนี้พูดได้ว่าต่อให้เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในระดับนานาชาติก็ยังเทียบไม่ติด
และในลานขนาดใหญ่ด้านหลังอาคาร นอกจากพวกทัศนียภาพธรรมชาติอย่างต้นไม้ใบหญ้า น้ำพุภูเขาแล้ว ยังมีสระน้ำแปดเลนห้าสิบเมตรด้วย
บวกกับอุปกรณ์ออกกำลังกายในโถง ก็พบว่าวิทยาลัยให้ความสำคัญกับสุขภาพร่างกายของอาจารย์มาก
บนบัตรอาจารย์ของซ่งจื่อเซวียนมีเลขห้องพักอยู่ 302 เป็นห้องชั้นบนสุด
โถงใหญ่สว่างไสวเหมือนกับชั้นหนึ่ง มีโซฟา โต๊ะกาแฟ ชั้นหนังสือและบอนไซวางไว้ ถ้าได้พูดคุยเล่นกันที่นี่น่าจะสบายอกสบายใจมากทีเดียว
ส่วนอีกด้านมีโถงทางเดินทางหนึ่งที่ยาวมาก ไฟในโถงทางเดินก็เปิดไว้สว่างมากเช่นกันแม้จะเป็นในตอนกลางวัน
ประตูห้องในโถงทางเดินห่างกันมาก อย่างไรวิทยาเขตตะวันออกมีทั้งหมดหกห้อง อาจารย์หกคน มีหกห้องก็เพียงพอ
เดินเข้าไปในห้อง ซ่งจื่อเซวียนก็แอบร้องโอ้โหอีกครั้ง ห้องนี้…แทบจะเท่ากับความหรูหราของห้องชุดในโรงแรมข่ายอ้อที่อ่าวชิงหลงแล้ว
อุปกรณ์ โครงสร้างนับว่าใจกว้างมาก ใช้สีไม้ดั้งเดิมเป็นสไตล์หลัก นอกจากจะมีห้องรับแขก ห้องหนังสือและห้องนอน ยังมีระเบียงกว้างๆ ด้วย
และระเบียงห้องของซ่งจื่อเซวียนอยู่ด้านหลังวิทยาลัยพอดี มองเห็นทัศนียภาพธรรมชาติได้
“นายท่านรองกลับมาแล้วเหรอครับ”
เหมือนได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว ฟางรุ่ยก็เดินออกมาจากห้องห้องหนึ่ง
“อืม รุ่ยจื่อ ชินกับที่นี่หรือยัง”
ฟางรุ่ยยิ้ม “ได้อยู่ครับ เหมือนกับโรงแรมใหญ่ๆ เลย แต่ว่านะครับนายท่านรอง ผมกับต้าเหมาไม่ได้อยู่ที่นี่ ชั้นหนึ่งมีห้องอยู่ เป็นห้องให้ผู้ช่วยอาจารย์อยู่โดยเฉพาะเลยครับ”
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้าน้อยๆ “อย่างนี้นี่เอง อย่างนั้นก็ดี ไม่ไกล”
“ทำไมนายท่านรองเลิกเร็วขนาดนี้ล่ะครับ ท่านเป้ยเล่อยังไม่กลับมาเลย”
“เหอะๆ ทางฉัน…ค่อนข้างเร็วน่ะ!”
ซ่งจื่อเซวียนก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร ถูกเด็กเปรตพวกนั้นทำให้โมโหจัดตั้งแต่เช้าขนาดนี้ ก็คร้านจะพูดถึง
ตอนเที่ยง ซ่งจื่อเซวียนก็รับสายของท่านเป้ยเล่อ อีกฝ่ายเรียกให้เขาไปกินข้าว แต่ว่าซ่งจื่อเซวียนปฏิเสธไปเพราะยังไม่หิว
ได้ยินสถานการณ์ของห้องหกเมื่อช่วงสาย เขาก็กินไม่ลงจริงๆ…
แต่ท่านเป้ยเล่อก็ยังห่อพวกข้าวปลาอาหารมาจากโรงอาหารกลับมาให้เขา
ถึงจะเป็นโรงอาหาร แต่อาหารประณีตมาก เพราะอย่างไรก็เป็นวิทยาลัยอาหาร ด้านอาหารการกินจะต้องคุณภาพสูงอยู่แล้ว
“เป็นไง รสชาติไม่เลวเลยใช่ไหม ฮ่าๆ เทียบกับน้ำแกงเกล็ดปลาทองห้าสายของนายไม่ได้หรอก แต่ก็ดีกว่าร้านอาหารธรรมดามากนะ”
วันนี้ฉันก็ไม่ได้เริ่มเรียนตามแผนการสอน มีแค่คุยเล่นกับพวกเขาก่อน แล้วก็รู้ว่าพวกเขาก้าวหน้ามาก
มีบางคนหวังว่าจะจบในสองปี บางคนยังหวังว่าจะสอบแข่งเข้าวิทยาเขตตะวันตกได้”
ตอนที่ท่านเป้ยเล่อพูดก็มีรอยยิ้มมั่นใจประดับบนใบหน้า เหมือนกับสวมบทบาทเป็นอาจารย์คนหนึ่งในพริบตา
แต่ซ่งจื่อเซวียนไม่ได้สนใจเรื่องนั้น เขาพยักหน้าเท่านั้น ไม่ได้พูดอะไร
“จื่อเซวียน ทางนายล่ะ ฉันได้ยินมาว่าห้องหกดูแลยากมากเลยนี่”
ได้ยินดังนั้น ซ่งจื่อเซวียนก็หัวเราะออกมา เพียงแต่ท่านเป้ยเล่อดูออก เสียงหัวเราะนี้ไม่ใช่เพราะมีความสุขมาก
“ทำไม ไม่ราบรื่นเหรอ เด็กเวรพวกนั้นมันอวดดีมากใช่ไหม” ท่านเป้ยเล่อถาม
“อวดดีงั้นเหรอ…คำนี้ให้เกียรติพวกเขามากเกินไปแล้ว เป็นกลุ่มเด็กล้างผลาญชัดๆ
คุณเคยได้ยินไหมว่าพวกเขาขอร้องให้อาจารย์อำนวยความสะดวกพวกเขาน่ะ ค่าตอบแทนเป็นการพาอาจารย์ไปกินดื่มเที่ยว พวกเขาจะจ่ายเงินให้”
พอท่านเป้ยเล่อได้ยินก็หัวเราะออกมา “จริงเหรอ เด็กเปรตพวกนี้คิดได้ยังไงนะ”
“ไม่ได้น่าหัวเราะขนาดนั้นหรอกครับ คุณรู้ไหมว่าอาจารย์ที่รับผิดชอบพวกเขาสองคนก่อนหน้านี้ออกไปยังไง”
ซ่งจื่อเซวียนก็เล่าเรื่องที่คุยในห้องเรียนวันนี้ให้ฟังทันที
ท่านเป้ยเล่อไม่หัวเราะอีก สีหน้าจริงจังเล็กน้อย
“เอ่อ…ค่อนข้างเกินไปนะ ถึงเราคิดว่าจะไม่ได้อยู่ยาว อาจจะเป็นอาจารย์ที่ผ่านทางมาคนหนึ่ง แต่จะให้พวกเขาข้ามหัวกันแบบนี้ก็ไม่ได้มั้ง”
ซ่งจื่อเซวียนส่ายหน้า “ผมขี้เกียจจะสนใจแล้ว ผมคุยกับพวกเขาจบก็กลับมานอนนี่แหละ พวกเขาอยากจะทำอะไรก็ทำ”
ท่านเป้ยเล่อได้ยินก็ยิ้ม “นี่ไม่เหมือนกับซ่งจื่อเซวียนเลย ไม่ใช่ว่านายชอบจัดการเรื่องราวให้เรียบร้อยตลอดหรอกเหรอ”
“นี่เป็นข้อยกเว้นน่ะสิครับ รู้ทั้งรู้ว่าเราคงไม่อยู่ที่นี่นานอยู่แล้ว ทำไมผมต้องไปเปลี่ยนแปลงพวกเขาด้วยล่ะ ให้อาจารย์คนต่อไปโชคร้ายก็ได้นี่”
ซ่งจื่อเซวียนพูดพลางวางตะเกียบลง จุดบุหรี่
“คำพูดนี้ของคุณผมก็คิดได้แล้วแหละครับ เรื่องเทียนซั่วก็ไม่รู้จัดการไปถึงไหนแล้ว”
“เทียนซั่ว? อ้อ เมื่อกี้ฉันเพิ่งเจอวังเหว่ยที่โรงอาหาร ตอนบ่ายสองมีการคัดเลือกนักเรียนใหม่ พวกเราก็ต้องไป เทียนซั่วก็คงอยู่ที่แถว”
“คัดเลือก? พวกเราเป็นคนเลือกเหรอครับ” ซ่งจื่อเซวียนถาม
ท่านเป้ยเล่อพยักหน้า “ใช่ อาจารย์คัดเลือกนักเรียน แต่นักเรียนก็มีสิทธิ์เลือกเองเหมือนกัน”
ได้ยินดังนั้น ซ่งจื่อเซวียนก็ครุ่นคิด อดเผยรอยยิ้มเล็กน้อยไม่ได้
“เลือกไวขนาดนี้เชียว เหอะๆ ถ้าเทียนซั่วมาห้องหก…ผมอยากจะดูว่าเด็กเวรพวกนั้นจะยังเป็นบ้ากันอยู่ไหม”
ท่านเป้ยเล่อก็หัวเราะออกมาเช่นกัน “นั่นน่ะสิ เทียนซั่วเจ้าเด็กคนนี้ก็เป็นปีศาจร้ายที่สิงอยู่ในร่างมนุษย์ ท่าทางไอ้เด็กกลุ่มนั้นจะโชคร้ายแล้วล่ะ”
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้า “ใช่ บางที…ผมอาจจะต้องสร้างบารมีในห้องหกแล้วจริงๆ”
…
ตอนบ่าย โถงบรรยายอาคารอำนวยการ
นักเรียนใหม่ชุดนี้นั่งอยู่ในโถงบรรยายแล้ว รอพวกอาจารย์มา
ซางเทียนซั่วนั่งอยู่ตรงมุมมองซ้ายมองขวา สีหน้าย่ำแย่จริงๆ
ไม่ใช่เพราะอะไร แต่เพราะห่างจากเขาประมาณสามถึงห้าที่นั่ง เจ้าอีโจวนั่งอยู่ตรงนั้น
เห็นคนคนนี้ ซางเทียนซั่วก็หงุดหงิดขึ้นมา
ที่สำคัญที่สุดคือ…ตนยังไม่เคยได้ต่อยเขาเลย
ตอนนี้ เจ้าอีโจวก็หันหน้ามามองซางเทียนซั่วเช่นกัน สายตานั้นเหมือนจะเพิ่มความโหดเหี้ยมเข้าไปด้วย
นับตั้งแต่โต้วซานซานพูดจากปากเองว่าคบกับซางเทียนซั่วอยู่ สำหรับเจ้าอีโจว ซางเทียนซั่วก็เป็นศัตรูที่ไม่อยากจะอยู่ร่วมโลกเดียวกันแล้ว
ถึงจะทำใจมาหลายวัน ในใจก็ไม่ได้ถือโทษโกรธโต้วซานซานขนาดนั้นแล้ว แต่กับซางเทียนซั่ว…ยังคงเกลียดอยู่ดี
ไม่ใช่แค่เกลียด แถมยังดูถูกด้วย
เจ้าอีโจวเกิดในครอบครัวธรรมดา เดิมก็อคติกับพวกทายาทรุ่นสอง บวกกับเรื่องโต้วซานซานด้วย เขาก็ตัดสินซางเทียนซั่วด้วยคะแนนลบหนึ่งร้อยมาตั้งนานแล้ว
“แกแม่งมองทำส้นตีนอะไรวะ!”
ซางเทียนซั่วยืนขึ้นทันที พูดพลางชี้ไปที่เจ้าอีโจว
ตอนนี้เอง นักเรียนใหม่ก็มองไปที่เขากันหมด
เจ้าอีโจวได้ยินก็ลุกขึ้น “นายสนใจฟ้าสนใจดินสนใจอะไรกับการที่ฉันมองล่ะ นายคิดว่าตัวเองเป็นคนหรือไง เป็นคนกับผีสิ!”
“แม่แกเอ๊ย วันนี้ได้ซัดแกแน่!”
ถึงจะไม่เคยได้ทำ แต่นิสัยของซางเทียนซั่วก็เป็นแบบนี้ ให้เขาอดทนเหรอ เป็นไปไม่ได้หรอก!
แค่ไอ้หมอนี่จีบโต้วซานซานอย่างเดียว อีกทั้งยังกล้าพูดต่อหน้าเขา จุดนี้เขาก็ทนไม่ได้แล้ว!
ซางเทียนซั่วพูดพลางเหยียบระหว่างโต๊ะและเก้าอี้พุ่งออกไป
ทางเจ้าอีโจวก็ไม่ได้ด้อยกว่า ยกเก้าอี้ขึ้นมาตั้งรับซางเทียนซั่วทันที ฟาดเก้าอี้ไปที่ตัวเขา
ซางเทียนซั่วถีบเก้าอี้กระเด็น กระโจนใส่เจ้าอีโจว ทั้งสองทะเลาะวิวาทกันทันที
นักเรียนที่อยู่ใกล้ๆ ตกใจตัวโยนกันหมด พากันลุกขึ้นไปนั่งที่นั่งไกลๆ กลัวว่าจะโดนลูกหลง
………………………………………………….
……….