เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 425 ปฏิเสธ
ตอนที่ 425 ปฏิเสธ
……….
หน้าอาคารอำนวยการ พวกอาจารย์สูบบุหรี่พลางพูดคุยกัน
ซ่งจื่อเซวียนเดินมากับท่านเป้ยเล่อพอดี
เห็นว่าในกลุ่มคนที่คุยกันอยู่นั้นมีหยางจวิ้นเย่และหลี่เซียงด้วย พวกเขาก็รู้ว่ากลุ่มนี้น่าจะเป็นอาจารย์วิทยาเขตตะวันตก
เห็นพวกซ่งจื่อเซวียนเดินมา สายตาของหลี่เซียงก็เฉียบคมขึ้นทันที
แน่นอนว่าเขาไม่มีทางลืมการกระทืบครั้งก่อนอยู่แล้ว
ที่สำคัญที่สุดคืออยู่ในร้านนวดฝ่าเท้า ร่างเปลือยเปล่าต่อหน้าสาวนวดเท้านั้น น่าอับอายขายขี้หน้ามาก
แค้นนี้…เขาสาบานว่าต้องชำระแน่นอน
ตอนที่หลินอู๋ซิ่วจัดสรรตำแหน่ง เขาก็อดทนไม่ไหวแล้ว แต่อยู่ต่อหน้าผู้บริหารวิทยาลัยเขาก็ทำอะไรไม่ได้
เขาเดินเข้าไปใกล้อาจารย์อีกคนหนึ่ง พูดว่า “พี่ คราวก่อนคนที่กระทืบผมก็สองคนนั้นแหละครับ”
อาจารย์คนนั้นมองแผ่นหลังซ่งจื่อเซวียนและท่านเป้ยเล่อ หรี่ตาลงเล็กน้อย
“พวกเขาเป็นอาจารย์ที่รับเข้าทำงานเป็นกรณีพิเศษในครั้งนี้หรือเปล่า”
คำพูดของชายคนนั้นแฝงความดูถูกอยู่หลายส่วน ขณะเดียวกันก็ลูบเคราที่คาง
“ใช่ครับ ผมมั่นใจว่าเป็นพวกเขาแน่นอน ทำเอาผมน่าสมเพชเลย”
ชายคนนั้นพยักหน้า “ฉันรู้แล้วล่ะ พวกเขารู้จักผอ. อย่าเพิ่งบุ่มบ่ามไปก่อน”
“หา? เรื่องนี้…ก็ช่างมันไปเหรอครับ” คำพูดของหลี่เซียงเห็นได้ชัดว่าไม่สบายใจ
“รีบร้อนอะไร มีเวลาเหลือเฟือ วิทยาเขตตะวันออกและตะวันตกมักจะขัดแย้งกันบ่อยๆ นายยังกลัวที่จะหาเหตุผลดีๆ สักอย่างไม่ได้อีกเหรอ”
ได้ยินประโยคนี้ หลี่เซียงก็พยักหน้าน้อยๆ “โอเคครับพี่ ผมเชื่อพี่ ไม่ทำให้ผมเสียเปรียบก็พอแล้ว”
“หึ คนสำนักมีดเมฆาอย่างเรา…เคยเสียเปรียบเมื่อไร!”
พูดจบ เขาก็ดับบุหรี่ เดินเข้าไป
เดินเข้าไปในอาคารอำนวยการ ท่านเป้ยเล่อก็พูดขึ้นมา “เหอะๆ จื่อเซวียน เห็นหลี่เซียงนั่นหรือเปล่า มองเราอย่างกับศัตรูคู่แค้นแน่ะ”
ซ่งจื่อเซวียนยักไหล่ยิ้ม “แน่สิ คราวก่อนไอ้หมอนี่ถูกรุ่ยจื่อจัดการแรงๆ ไปทีหนึ่ง
เหลียงจงก็พูดไม่ใช่เหรอครับว่าเขาต้องการแก้แค้น แถมป่าวประกาศด้วยว่าจะจัดการเราสองคน”
ท่านเป้ยเล่อหันหลังไปมอง เห็นพวกหลี่เซียงเดินเข้ามา พูดว่า “ตามสบายเถอะ ยังไงอยู่ที่วิทยาเขตตะวันออกก็ไม่มีอะไรน่าสนใจ ถ้าพวกเขาอยากโดนกระทืบ ฉันสนองพวกเขาได้อยู่แล้ว”
ขณะที่พูด ทั้งสองก็มาถึงหน้าโถงบรรยายพอดี
ยังไม่ทันเดินเข้าไป ก็ได้ยินเสียงโครมครามด้านใน
ซ่งจื่อเซวียนสูดลมหายใจ มีลางสังหรณ์บางอย่างทันที
“แม่งเอ๊ย เป็นเทียนซั่วแน่นอน รีบไปดูกันครับ!”
ทั้งสองรีบเดินเข้าไปในโถงบรรยาย ตามคาด ตอนนี้ซางเทียนซั่วกำลังถูกเจ้าอีโจวต่อยอยู่บนโต๊ะ
แต่โชคดีที่ไม่นับว่าเสียเปรียบเกินไปนัก ขณะที่เจ้าอีโจวเงื้อหมัดขึ้น แม้ซางเทียนซั่วจะนอนอยู่ แต่ก็จับข้อมือของอีกฝ่ายไว้ได้เหมือนกัน
แม้จะโดนต่อย แต่ไม่นับว่าอนาถเกินไป…
เห็นอย่างนั้น ซ่งจื่อเซวียนก็รีบพุ่งเข้าไป ท่านเป้ยเล่อก็ตามเข้ามาติดๆ เช่นกัน
ก่อนจะเดินเข้าไป ซ่งจื่อเซวียนจับข้อมือของทั้งสองไว้
“ถ้าพวกนายยังอยากจะอยู่ที่วิทยาลัยอาหาร ก็หยุดเดี๋ยวนี้!”
เจ้าอีโจวมองซ่งจื่อเซวียนแวบหนึ่ง “ผมว่าพวกคุณก็เป็นพวกเดียวกันอยู่แล้ว นี่เป็นการเข้าข้างกันหรือเปล่าครับ”
ซ่งจื่อเซวียนพูดอย่างเคร่มขรึม “ฉันจะบอกนายนะเจ้าอีโจว มีความสามารถก็ไปเรียนห้องเดียวกับซางเทียนซั่ว จากนั้นก็ใช้ทักษะทำอาหารแข่งขันกัน ไม่มีความสามารถก็แลกหมัดกันที่นี่ไปเลย!”
พูดประโยคนี้จบ เจ้าอีโจวถึงได้หยุด
เขาค่อยๆ ปล่อยซางเทียนซั่ว ขณะเดียวกันก็ระแวงว่าอีกฝ่ายจะลงมืออีก ถอยไปช้าๆ
เขาชี้ไปที่ซางเทียนซั่วพลางพูดว่า “ซางเทียนซั่ว เก่งจริงก็ไปห้องเดียวกับฉัน ฉันจะเล่นงานแกให้ตายเลย!”
“พวกนายก็มาที่ห้องหกวิทยาเขตตะวันออกของฉันแล้วกัน ฉันรับประกันว่านายสองคนสู้กันยังไงฉันก็ไม่สนใจหรอกนะ ว่ายังไง”
ทั้งสองสบตากัน พูดพร้อมกันทันที “ได้!”
ซ่งจื่อเซวียนได้ยินก็ลอบยิ้ม ไม่เลวเลยนี่ ยังไม่ได้เลือก ก็ได้นักเรียนมาสองคนแล้ว
แต่สองคนนี้ก็สะบักสะบอม มุมปากของเจ้าอีโจวม่วงไปหมดแล้ว
ซางเทียนซั่วหนักกว่ามาก นอกจากมุมปากที่โดนต่อยจนม่วง ตาซ้ายก็ช้ำจนกลายเป็นตาแพนด้าไปเลย
ตอนนี้เอง อาจารย์คนอื่นก็ค่อยๆ เดินเข้ามา เห็นว่าซ่งจื่อเซวียนแยกนักเรียนสองคนออกจากกันแล้ว สีหน้าของแต่ละคนกลับเฉยเมยมาก
ราวกับไม่ว่าจะทะเลาะวิวาท หรือมีนักเรียนได้รับบาดเจ็บ ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขา
วิทยาเขตตะวันออกและตะวันตกทั้งสองวิทยาเขตมีอาจารย์ทั้งหมดสิบสองคน ตอนนี้มาถึงโถงบรรยายทั้งหมดแล้ว
พวกเขามองนักเรียนรุ่นนี้ ใบหน้าเผยแววสบประมาทออกมา
ตอนนี้เอง หลินอู๋ซิ่วก็พาโหย่วไท่เดินเดินเข้ามา
“รองผอ.หลิน!”
“รองผอ.หลินมาแล้ว…”
พวกอาจารย์พากันเดินเข้าไปทักทาย
ส่วนท่านเป้ยเล่อกับซ่งจื่อเซวียนยืนอยู่ที่เดิม ไม่เข้าไป
หลินอู๋ซิ่วเฉยๆ กับซ่งจื่อเซวียน ขณะเดียวกัน ซ่งจื่อเซวียนกับท่านเป้ยเล่อก็ดูถูกเขา
“อืม มากันหมดแล้วใช่ไหม” หลินอู๋ซิ่วถามพลางมองไปทางโหย่วไท่
“ครับ รองผอ.หลิน อาจารย์ทั้งสิบสองคนมาครบแล้ว นักเรียน…” โหย่วไท่พูดพลางนับจำนวนคน “ยังขาดไปหนึ่งคนครับ”
หลินอู๋ซิ่วพยักหน้า “โอเค งั้นก็เริ่มเลยเถอะ”
พูดจบ เขานั่งลงที่แถวแรก ส่วนพวกอาจารย์ก็นั่งที่แถวที่สอง
เห็นดังนั้น ซ่งจื่อเซวียนกับท่านเป้ยเล่อก็ขยับเข้าไปนั่ง
หลังจากอาจารย์คัดเลือก นักเรียนใหม่มีสิทธิ์ตกลงหรือปฏิเสธ เริ่มจากห้องหนึ่งวิทยาเขตตะวันตกไปตามลำดับ จบที่วิทยาเขตตะวันออก เข้าใจไหมครับ”
ได้ยินดังนั้น ท่านเป้ยเล่อก็มองซ่งจื่อเซวียน พูดว่า “แม่ง วิทยาเขตตะวันออกอะไรก็ได้ท้ายๆ ตลอด ห้องหกของนายนี่ถือว่าล่างสุดเลยนะเนี่ย”
ซ่งจื่อเซวียนได้แต่ยิ้มไม่พูดอะไร เขาไม่สนใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ได้นักเรียนมาหรือไม่ก็ไม่ได้สนใจ อย่างน้อยจนถึงตอนนี้ ซางเทียนซั่วและเจ้าอีโจว เขาก็ได้มาครอบครองอย่างมั่นคงแล้ว
จากนั้น นักเรียนคนแรกก็เดินมาถึงด้านหน้า
“สวัสดีครับอาจารย์ทุกท่าน ผมชื่อหลิวซิน เป็นหัวหน้าเชฟของห้องอาหารส่วนตัวหมายเลขหนึ่งในเมืองเหมยสุ่ย ที่มาสมัครสอบที่วิทยาลัยครั้งนี้หลักๆ คือเพื่อแสวงหา…”
พูดยังไม่ทันจบ อาจารย์คนหนึ่งก็พูดว่า “หลิวซิน ตอนนี้คุณไม่ต้องพูดมากเกินความจำเป็น พูดแค่จุดแข็งของคุณก็พอ”
ซ่งจื่อเซวียนมองอาจารย์คนนั้น รู้สึกว่าค่อนข้างคุ้นหน้า
ไม่นานนัก เขาก็นึกออก เป็นคนที่หลี่เซียงไปหาที่หอพักวันนั้นนั่นเอง
ไม่ได้เกินกว่าที่คาดไว้…เขาน่าจะเป็นพี่ชายของหลี่เซียง
อาจารย์มากมายขนาดนี้ มีแค่เขาที่พูด ดูออกว่าในบรรดาอาจารย์…ตำแหน่งของเขาน่าจะสูง
และดูจากตำแหน่ง ซ่งจื่อเซวียนก็มั่นใจได้ว่าคนคนนี้น่าจะเป็นอาจารย์วิทยาเขตตะวันตกห้องหนึ่ง
อย่างที่เขาคาดไว้ วิทยาเขตตะวันตกห้องหนึ่ง…น่าจะเป็นห้องที่หัวกะทิที่สุดในวิทยาลัย ตำแหน่งนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ
“ครับ อาจารย์ จุดแข็งของผมคืออาหารหวายหยาง และยังมีส่วนในการจัดจานออเดิร์ฟเย็นครับ”
เมื่อฟังหลิวซินพูดจบ อาจารย์คนนั้นก็เริ่มก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ เห็นได้ชัดว่าไม่สนใจหลิวซินเลย
สุดท้าย หลิวซินก็ถูกหยางจวิ้นเย่เลือก เข้าสู่ห้องสามวิทยาเขตตะวันตก
จากนั้นนักเรียนสองคนถัดมาก็เข้าห้องห้าวิทยาเขตตะวันตกและห้องหนึ่งวิทยาเขตตะวันออกตามลำดับ
โหย่วไท่มองรายชื่อในมือ พูดว่า “คนต่อไป เจ้าอีโจว!”
เจ้าอีโจวเดินไปถึงตรงด้านหน้า ลำดับแรกสายตาก็มองไปที่ซ่งจื่อเซวียน อย่างไรเมื่อครู่เขาก็ตัดสินใจแล้วว่าจะเข้าห้องของซ่งจื่อเซวียน
“อีโจว การทำอาหารประเภทแป้งของจีนหรืออาหารหวานสไตล์ตะวันตกต้องใช้เวลาทั้งนั้น เอาอย่างนี้แล้วกัน ผมจะให้โจทย์คุณหนึ่งข้อ”
เจ้าอีโจวพยักหน้า “ครับ”
“ทำแผ่นแป้งไม่น่าจะมีปัญหาใช่ไหม วันนี้คุณต้องทำแป้งตอติญ่าสไตล์จีนมาหนึ่งที่ คุณเริ่มนวดแป้งเถอะ”
เจ้าอีโจวมองเคาน์เตอร์ใกล้ๆ ข้าวและบะหมี่ทุกชนิดมีหมด ก็เริ่มทำทันที
หยิบแป้งมา ตักน้ำสะอาดจากถังน้ำข้างๆ จากนั้นก็นวดแป้ง
หากผู้เชี่ยวชาญเป็นคนลงมือ แค่ดูก็รู้ว่าเชี่ยวชาญหรือไม่
ท่านวดแป้งของเจ้าอีโจวไม่เหมือนกับคนทั่วไป เห็นเพียงหลังมือทั้งสองของเขาวาดผ่านน้ำและแป้งด้านบน
แป้งก็อยู่ระดับเดียวกับน้ำทันที จากนั้นวาดสองมือเข้าไปด้านใน ผงแป้งก็คลุมน้ำตรงกลางจนมิด
และหลังจากนั้น ท่าทางของเจ้าอีโจวก็เริ่มเร็วขึ้น ถึงจะเร็วขึ้น แต่ไม่ได้รุนแรง กลับกันยังคงนุ่มนวลและเป็นขั้นเป็นตอน
เพิ่มความเร็วไม่เพิ่มแรง แป้งและน้ำก็แทบจะคงรูปเดิมในระหว่างที่เคล้ากันเต็มที่
เห็นภาพนี้ คนไม่น้อยก็พยักหน้า มองไปทางอาจารย์ห้องหนึ่งวิทยาเขตตะวันตกทันที
เหมือนว่าทุกคนจะรู้แล้วว่าเขาต้องการนักเรียนคนนี้
นี่คือความสำคัญของลำดับ ข้อดีของการอยู่ด้านหน้าคือได้เลือกก่อน บวกกับเป็นห้องหัวกะทิ อาจารย์วิทยาลัยตะวันออกก็ทำได้แค่เก็บของเหลือ
ไม่นานนัก เจ้าอีโจวก็นวดแป้งในมือเป็นแป้งโด
ผิวของแป้งโดนุ่มและละเอียด เจ้าอีโจวแทบจะไม่ได้หยุดมือเลย
ท่าทางการนวดแป้งถูกมองข้ามไปเพราะความเร็ว ราวกับมีแป้งกลมๆ ก้อนหนึ่งหมุนอยู่ในมือเขา
ทุกคนเผยสีหน้าชื่นชม มีทักษะการนวดแป้งแบบนี้ บอกว่าเขาเป็นยอดฝีมืออาหารประเภทแป้ง ก็คุ้มค่าที่จะเชื่อจริงๆ
มีแค่ซางเทียนซั่วแถวหลังที่ยักไหล่แค่นหัวเราะ “ชิ นวดแป้ง จะเก๊กอะไรนักหนาวะ…”
และตอนนี้เอง ซ่งจื่อเซวียนก็มีรอยยิ้มประดับใบหน้า คิดไม่ถึงว่าความสามารถของเจ้าอีโจวคนนี้จะไม่เลวเลยจริงๆ
มิน่าถึงช่วยโต้วซานซานจัดการพวกเรื่องต่างๆ ได้ โต้วซานซานทำอาหารหวานประเภทแป้ง ส่วนเจ้าอีโจวคนนี้ก็ช่วยยกระดับธุรกิจของเธอได้พอดี
“เจ้าอีโจว หยุดได้แล้วล่ะ ผมหลงรื่อเยวี่ยเป็นอาจารย์ของห้องหนึ่งวิทยาเขตตะวันตก ห้องหนึ่งวิทยาเขตตะวันตกเป็นห้องหัวกะทิที่ดีที่สุดของวิทยาลัยอาหาร ผมหวังว่าคุณจะเข้าร่วมกับพวกเรานะ”
หลายปีมานี้ นักเรียนที่เข้าตาของหลงรื่อเยวี่ยได้มีไม่มาก โดยเฉพาะนักเรียนใหม่
อีกทั้งหลงรื่อเยวี่ยก็ถนัดอาหารประเภทแป้ง ถ้าได้เจ้าอีโจวมา ก็ตรงสายอย่างไม่ต้องสงสัย
ตอนนี้ พวกอาจารย์ล้วนมองไปทางหลงรื่อเยวี่ยกันหมด
“ยินดีกับอาจารย์หลงด้วยนะครับที่ได้ลูกศิษย์เก่งๆ ไป”
“ใช่ครับอาจารย์หลง นักเรียนคนนี้คุณสมบัติไม่เลว เหมาะสมกับห้องหนึ่งของคุณพอดีเลย”
“ยินดีกับอาจารย์หลงด้วย”
หลงรื่อเยวี่ยยิ้มน้อยๆ เชิดหน้ามองเจ้าอีโจว “อีโจว วิทยาลัยอาหารเป็นวิทยาลัยทำอาหารที่ชั้นยอดที่สุดของจีน และห้องหนึ่งเป็นห้องหัวกะทิในห้องหัวกะทิ”
รอยยิ้มบนหน้าของหลงรื่อเยวี่ยเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
สำหรับเขา เขาได้ตัวเจ้าอีโจวมาแล้ว อย่างไรก็ไม่มีใครปฏิเสธห้องหนึ่งที่เป็นห้องหัวกะทิ
แต่ตอนนี้เอง เจ้าอีโจวก็มองไปยังซ่งจื่อเซวียนแถวหลัง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“อาจารย์ครับ ผมมีสิทธิ์ปฏิเสธใช่ไหมครับ”
พูดจบ ทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนี้ก็อึ้งไป
อาจารย์ทั้งสองวิทยาเขต กระทั่งรวมถึงโหย่วไท่และหลินอู๋ซิ่วต่างอึ้งกันไปหมด
นี่…เหมือนว่าจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการรับสมัครนักเรียนที่มีคนปฏิเสธห้องหนึ่งวิทยาเขตตะวันตก ปฏิเสธหลงรื่อเยวี่ย…
……………………………………………………..
……….