เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 426 ชิงตัว
ตอนที่ 426 ชิงตัว
……….
สถานการณ์ตกอยู่ในความเงียบสงบ ทุกคนต่างก็มองไปที่เจ้าอีโจวหรือไม่ก็มองหลงรื่อเยวี่ย
แม้แต่นักศึกษาใหม่เหล่านี้ ส่วนมากก็รู้สถานะของห้องหนึ่งในวิทยาเขตตะวันตกดี
ในฐานะที่เป็นนักเรียนของวิทยาลัยอาหารปักกิ่งสามารถพูดได้ว่า มีเพียงการได้เข้าเรียนในห้องหนึ่งของวิทยาเขตตะวันตกเท่านั้นจึงจะมีโอกาสได้เป็นกลุ่มอันดับแรกในระดับประเทศ
ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนใหม่หรือเป็นนักเรียนห้องอื่น พวกเขาก็แทบจะทะเยอทะยานให้ได้เข้าเรียนในห้องหนึ่งของวิทยาเขตตะวันตก
แต่เจ้าอีโจวคนนี้…นึกไม่ถึงว่าจะถามหลงรื่อเยวี่ยว่าเขาสามารถปฏิเสธได้หรือไม่
หลินอู๋ซิ่วและโหย่วไท่ที่อยู่แถวหน้าต่างก็มองหน้ากัน สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความแปลกใจ
ตามกฎแล้วนักเรียนมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธได้ นอกจากครูจะเลือกนักเรียนแล้ว นักเรียนก็ยังเลือกครูได้อีกด้วย
เพียงแต่การปฏิเสธหลงรื่อเยวี่ย…เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งแรกจริงๆ
ท่านเป้ยเล่อที่อยู่แถวหลังจึงยิ้ม “จื่อเซวียน เจ้าอีโจวนี่เกี่ยวข้องอะไรกับนาย กล้าดีมากเลยนะที่ปฏิเสธห้องหนึ่งของวิทยาเขตตะวันตก”
เมื่อครู่ท่านเป้ยเล่อเห็นซ่งจื่อเซวียนห้ามปรามซางเทียนซั่วและเจ้าอีโจว และได้ยินว่าเจ้าอีโจวรับปากว่าจะเข้าเรียนห้องเดียวกับซ่งจื่อเซวียน
แม้ว่าจะรับปากก็ตาม แต่หลังจากรู้สถานะของห้องหนึ่งในวิทยาเขตตะวันตกแล้วก็ยังปฏิเสธออกมาได้ ความกล้านี้ไม่ธรรมดาจริงๆ
ซ่งจื่อเซวียนได้ยินก็พยักหน้าและยิ้ม “ไม่ได้เกี่ยวอะไรกันมากครับ เขาน่าจะอคติกับผม แต่เด็กนี่ใช้ได้จริงๆ แข็งแกร่งด้วย”
“เหอะๆ นายเยี่ยมจริงๆ เลยนะ นายพานักเรียนเก่งสองคนมาโดยไม่บอกกล่าวสักคำ”
“สองคน?” ซ่งจื่อเซวียนหันไปมองท่านเป้ยเล่อ
“คนที่เก่งเรื่องการทำแป้งและคนที่เก่งเรื่องการอาละวาด”
พรืด ซ่งจื่อเซวียนแทบจะหัวเราะครืนใหญ่
ใช้คำว่าอาละวาดมาอธิบายซางเทียนซั่วนั้นเหมาะสมจริงๆ แต่เขารู้ว่าฝีมือของซางเทียนซั่วไม่ใช่แค่ใช้กำลังและอาละวาดเท่านั้น
ทักษะการใช้มีดของไอ้หมอนี่น่าทึ่งมาก
“เจ้าอีโจว คุณว่าไงนะ”
เจ้าอีโจวยิ้มตามมารยาท “ผมอยากจะถามว่าผมสามารถปฏิเสธได้ไหม”
เมื่อพูดอีกครั้ง หลงรื่อเยวี่ยก็เสียใจที่ถามซ้ำ ช่างน่าขายหน้าเสียจริง
“ใช่ คุณมีสิทธิ์ปฏิเสธได้ แต่…คุณจะปฏิเสธห้องเรียนที่แข็งแกร่งที่สุดในวิทยาลัยอาหารจริงๆ เหรอ”
เจ้าอีโจวเมินประโยคนี้และพูดว่า “งั้นให้ผมเลือกแล้วกัน ผมขอเลือกห้องหกวิทยาเขตตะวันออก”
พรืด…
แทบทุกคนเกือบจะสำลักออกมา
หมอนี่สมองกลวงไปแล้วเหรอ ไม่สิ ต้องสมองมีแต่ขี้เลื่อย
ห้องหกวิทยาเขตตะวันออก…หากลองกวาดตาดูในวิทยาลัยอาหารคงไม่มีใครอยากไปหรอก
ห้องหนึ่งวิทยาเขตตะวันตกเป็นการฝึกยอดเชฟหัวกะทิ ตราบใดที่ได้เข้าไปเรียนก็จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เข้มข้น
ส่วนห้องหกวิทยาเขตตะวันออก…สังคมไม่ดี เป็นการรวมกลุ่มคนที่ไร้อนาคต
หลงรื่อเยวี่ยเบิกตากว้างและพูดว่า “เจ้าอีโจว คุณจะบอกว่า…อยากเข้าเรียนห้องหกวิทยาเขตตะวันออก ห้องที่แย่ที่สุดในสถาบันเนี่ยนะ”
เจ้าอีโจวยังไม่เปิดปาก ซ่งจื่อเซวียนก็หัวเราะเยาะ “แย่ที่สุดเหรอ นั่นคือสิ่งที่คุณคิดต่างหาก”
หลงรื่อเยวี่ยจึงหันกลับมามองซ่งจื่อเซวียนทันที “บังอาจ! ที่นี่ใครให้คุณพูดตั้งแต่เมื่อไร!”
ทันทีที่เขาพูด ทั้งห้องก็เงียบลงอีกครั้ง
จำต้องบอกว่ามีอาจารย์อาวุโสที่ต่ำกว่าผู้อำนวยการใหญ่ และอาจารย์จากวิทยาเขตตะวันออกกับตะวันตกที่ต่ำกว่านั้นสิบสองคน
ในบรรดาคนเหล่านี้ หลงรื่อเยวี่ยเป็นผู้นำของห้องหนึ่งวิทยาเขตตะวันตก มีสถานะที่สูงกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย
เขาแสดงให้เห็นถึงอำนาจ ความสามารถในการสอนและศักยภาพ ทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งที่หลินอู๋ซิ่วชื่นชอบ
สามารถกล่าวได้ว่าเขาเป็นโอรสคนโปรดของสวรรค์ในบรรดาครู ไม่ใช่ดวงดาราที่ถูกสรรเสริญจากดวงเดือน
ไม่ต้องพูดถึงนักเรียน แม้แต่อาจารย์คนอื่นๆ ก็ไม่กล้าพูดจากับหลงรื่อเยวี่ยแบบนี้
คำพูดของซ่งจื่อเซวียนดูเหมือนจะทำให้เขาหมดความอดทน เขาจึงเอาความโกรธทั้งหมดมาลงที่ซ่งจื่อเซวียน
ซ่งจื่อเซวียนยักไหล่และยิ้ม “หลงรื่อเยวี่ย เราไม่ได้สนิทกัน ใครให้คุณกล้าดีมาพูดจาหน้าไม่อายแบบนี้กับผม”
“นาย…”
หลงรื่อเยวี่ยโมโหจริงๆ วันนี้เขาไม่เพียงแต่ถูกนักเรียนปฏิเสธเท่านั้น ยังต้องเถียงกับครูคนใหม่อีกด้วย!
ตั้งแต่เขาเข้ามาในวิทยาลัย เขาไม่เคยโมโหแบบนี้มาก่อน!
“ซ่งจื่อเซวียน นายรู้ไหมว่ากำลังคุยกับใครอยู่ รนหาที่ตายใช่ไหม”
ไม่รอให้หลงรื่อเยวี่ยเปิดปาก หลี่เซียงก็ลุกขึ้นพูด
ซ่งจื่อเซวียนได้ยินเช่นนั้นก็ยังยิ้ม เขาส่ายหัวแล้วพูดว่า “หมาบ้า…ที่ไล่กัดคนมั่วซั่วไง”
หลังจากพูดแบบนี้ ท่านเป้ยเล่อก็หัวเราะเสียงดัง
เมื่อเห็นท่าทางนี้ ซึ่งอาจเกิดการปะทะกัน สุดท้ายหลินอู๋ซิ่วก็เป็นคนพูด
ท่านเป้ยเล่อที่อยู่ด้านข้างหัวเราะ “เหอะๆ การจัดตามลำดับก่อนหลังแบบนี้ไร้สาระจริงๆ มีนักเรียนดีๆ ใครมาก่อนคนแรกก็จะเอาเปรียบเหรอ”
หลังจากนั้นทุกคนก็มองไปทางท่านเป้ยเล่อ
“ไอ้หนู นายหมายความว่าไง ครูใหม่ใช่ไหม เหอะๆ ดูเหมือนนายจะไม่เข้าใจกฎของสถาบันนะ”
หลงรื่อเยวี่ยลุกขึ้นยืนทันทีหลังจากได้ยินคำพูดนั้น
ท่านเป้ยเล่อเหลือบมองเขาพร้อมกับยักไหล่และยิ้มเยาะ
“ก็ยังไม่ค่อยรู้มากนัก แต่กฎข้อนี้…ทำให้ข้าไม่พอใจ!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ อาจารย์ทุกคนก็ตกตะลึง
โดยเฉพาะหลงรื่อเยวี่ย
ในฐานะอาจารย์ที่มีอนาคตมากที่สุดในวิทยาลัยอาหารปักกิ่ง และยังรับผิดชอบห้องหนึ่งวิทยาเขตตะวันตกซึ่งถือเป็นห้องเรียนชั้นยอดอย่างแน่นอน
สถานะเช่นนี้ทำให้เขาไม่เคยถูกท้าทายแบบนี้มาก่อน
เมื่อท่านเป้ยเล่อได้ยินแบบนั้น เขาก็ยิ้มและไม่คิดจะลุกขึ้นยืน
ในความคิดของเขา หลงรื่อเยวี่ยคนนี้ไม่คู่ควรที่เขาจะต้องมองด้วยซ้ำ
“งั้นเหรอ จะสั่งสอนตอนนี้หรือจะรอเลือกนักเรียนให้เสร็จก่อนล่ะ ผมได้หมด”
“นาย…”
หลงรื่อเยวี่ยโมโหมาก ไม่ว่าจะอยู่ที่สำนักอวิ๋นเตาภายใต้ฐานะอาจารย์ก่อนหน้านี้หรือวิทยาลัยอาหารปักกิ่ง ก็ไม่เคยมีใครพูดกับเขาแบบนี้มาก่อน
แม้แต่ผู้อำนวยการใหญ่เฉิงหวาลี่ก็ยังเกรงใจเขา จึงยิ่งทำให้หลงรื่อเยวี่ยหยิ่งผยอง
“แม่งเอ๊ย ซ่งจื่อเซวียนแกกำลังพูดกับใครอยู่วะ รนหาที่ตายงั้นเหรอ”
ก่อนที่หลงรื่อเยวี่ยจะพูดอะไร หลี่เซียงก็ลุกขึ้นยืนและชี้ไปที่ซ่งจื่อเซวียนพร้อมกับตะโกนเสียงดัง
ทันใดนั้นซางเทียนซั่วที่อยู่แถวหลังก็ทนไม่ไหว
ปกติเขาทนไม่ได้อยู่แล้วหากมีใครด่าว่าอาจารย์ต่อหน้าเขา แต่เมื่อเขากำลังจะลุกขึ้น ซ่งจื่อเซวียนก็หันกลับมาจ้องเขาทันที
ซ่งจื่อเซวียนเข้าใจซางเทียนซั่วอย่างแน่นอน
หลังจากวันนี้ซางเทียนซั่วจะเป็นนักเรียนของวิทยาลัยอาหาร หากจะไล่เขาออกคงไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่หากก่อความวุ่นวายตอนนี้ เกรงว่าความพยายามทั้งหมดก่อนหน้านี้จะสูญเปล่าไป
“เหอะๆ หมาบ้า…เริ่มเห่าแล้ว”
ซ่งจื่อเซวียนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยโดยไม่มองหลงรื่อเยวี่ยและหลี่เซียงแม้แต่น้อย จากนั้นก็พูดด้วยรอยยิ้ม
ท่านเป้ยเล่อที่อยู่ด้านข้างก็ยิ้มน้อยๆ และวางท่าทีเหมือนกำลังชมการแสดงที่น่าสนุก ในความคิดของเขา เรื่องนี้…ซ่งจื่อเซวียนต้องแก้ไขเอง
แน่นอนว่าหากหลี่เซียงหรือหลงรื่อเยวี่ยต้องการแก้แค้น ท่านเป้ยเล่อจะไม่มีทางนิ่งเฉย
เมื่อเห็นว่าบรรยากาศตึงเครียด หลินอู๋ซิ่วจึงกระแอมสองครั้ง “อะแฮ่ม…เอาล่ะๆ วันนี้เป็นการคัดเลือกนักเรียน อาจารย์ห้ามทะเลาะกัน คนต่อไป!”
แต่เห็นได้ชัดว่าทั้งการปฏิเสธจากเจ้าอีโจวและคำพูดของซ่งจื่อเซวียนส่งผลต่อสภาพจิตใจของหลงรื่อเยวี่ยอย่างมาก
ในขณะนี้เขานั่งอยู่ที่เดิม ดวงตาก็จ้องมองไปข้างหน้าและหายใจหอบ เห็นได้ชัดว่ายังโมโหอยู่
นักเรียนสองคนถัดมาก็เดินเข้ามา แต่หลงรื่อเยวี่ยไม่ฟังหรือพูดอะไรเลย
เขานั่งโมโหอยู่ตรงนั้น ขณะเดียวกันก็คิดว่าวันหลังเขาจะต้องสั่งสอนซ่งจื่อเซวียนอย่างแน่นอน
ตั้งแต่เขาเข้ามาในวิทยาลัยยังไม่เคยมีใครกล้าทำแบบนี้กับเขา ซ่งจื่อเซวียนยิ่งทำไม่ได้!
นักเรียนทั้งสองได้แยกไปเข้าเรียนห้องสี่ของหลี่เซียงในวิทยาเขตตะวันตก และห้องหนึ่งของหงเทียนเหว่ยในวิทยาเขตตะวันออก
หลังจากรับนักเรียนแล้ว หงเทียนเหว่ยก็หันไปมองท่านเป้ยเล่อ “ดูสิ ห้องสองของนายยังหานักเรียนไม่ได้เลย”
มองดูใบหน้าที่จริงจังของหงเทียนเหว่ย ท่านเป้ยเล่อก็อยากจะหัวเราะ
เขาได้ยินวังเหว่ยบอกว่าห้องหนึ่งและห้องสองของวิทยาเขตตะวันออกเป็นห้องเรียนชั้นยอด แน่นอนว่าถึงแม้จะยอดเยี่ยมก็เปรียบเทียบกับผลงานของวิทยาเขตตะวันตกไม่ได้
แต่ถึงอย่างนั้นการแข่งขันระหว่างห้องหนึ่งและห้องสองก็ยังดุเดือดมาก
พวกเขาแข่งขันกันเรื่องอัตราการจบการศึกษา อัตรานักเรียนหัวกะทิและใครที่สามารถดึงนักเรียนที่ดีกว่าให้เข้าเรียนในวิทยาเขตตะวันตกได้
เห็นได้ชัดว่าวันแรกที่ท่านเป้ยเล่อเข้ารับตำแหน่ง หงเทียนเหว่ยก็เริ่มมองว่าเขาเป็นคู่แข่งแล้ว
ท่านเป้ยเล่อยักไหล่และไม่ได้สนใจ อย่างไรก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องมาใส่ใจตอนนี้ กลับไปที่วิทยาเขตตะวันออกค่อยว่ากัน
คนต่อไปที่ก้าวไปข้างหน้าคือซางเทียนซั่ว
ซางเทียนซั่วยังดูเหมือนเดิม เห็นได้ชัดว่าเขาไร้ซึ่งความกังวล เขาค้ำโต๊ะด้วยมือทั้งสองข้างและยืนอยู่ตรงนั้น
เขายังไม่ได้พูด อาจารย์หลายคนก็ตะลึงและบางคนถึงกับหัวเราะออกมา
อันที่จริงเมื่อครู่นี้เจ้าอีโจวมีแผลบนใบหน้า แต่ไม่ชัดเจนมากนัก
แต่ซางเทียนซั่ว…หางคิ้วแตก มุมปากช้ำและดวงตายังเป็นหมีแพนด้าชัดเจนมาก
“ซางเทียนซั่ว นี่มันเกิดอะไรขึ้น” โหย่วไท่เอ่ยถาม
เจ้าอีโจวก็เข้าใจด้วยว่าตอนนี้ตัวเองเป็นนักเรียนของซ่งจื่อเซวียนแล้ว อีกอย่างซางเทียนซั่วก็ปากปีจอมาตลอด
สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดอะไรและนั่งลง
แต่โหย่วไท่ไม่พอใจกับคำพูดนี้ ไม่ใช่เรื่องของคุณนี่มันหมายความว่ายังไง ข้าเป็นอาจารย์อาวุโสนะ!
“ยังไม่ทันได้เรียนก็ตีกันแล้วเหรอ ทำไมถึงเกเรขนาดนี้”
ซางเทียนซั่วเหลือบมองเขา “พูดให้ชัด ผมยังไม่ใช่นักเรียนของวิทยาลัยอาหาร ดูเหมือนว่าคุณจะมายุ่งไม่ได้นะ”
“นาย…
ช่างเป็นเด็กอวดดีจริงๆ ฮึ่ม ถ้านายเอาแรงนี้ไปทำอาหาร บางทีอาจจะพอมีศักยภาพอยู่บ้าง”
ทันใดนั้นหลงรื่อเยวี่ยก็พูดว่า “แต่นายเอาอารมณ์ไปต่อยตี ฮึ่ม วิทยาลัยอาหารไม่เหมาะกับนายหรอก!”
ซางเทียนซั่วกลอกตาราวกับว่าไม่ได้ยินและยังยืนอยู่ที่เดิม
ซ่งจื่อเซวียนเอ่ย “ให้เขาพูดถึงจุดแข็งเถอะ”
ซ่งจื่อเซวียนก็ไม่มีทางเลือก เด็กคนนี้ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มักจะก่อเรื่อง นายจะมาใช้กำลังกับครูทำไม
ซางเทียนซั่วพูด “จุดแข็งของผมคือทักษะการใช้มีด”
เมื่อได้ยินเสียงเนิบนาบของซางเทียนซั่ว ทั้งโหย่วไท่ หลงรื่อเยวี่ยและคนอื่นๆ ก็ไม่พอใจ
แต่ตามกฎแล้วเขายังต้องแสดงฝีมือให้เห็นสักหน่อย
“เหอะๆ ทักษะการใช้มีด…เหมาะกับหั่นผักในครัวหรือเปล่า เอาสิ นายโชว์หน่อยฉันจะรอดู” หลงรื่อเยวี่ยกล่าว
ซางเทียนซั่วเกลียดคนที่วางตัวสูงส่งเช่นนี้ที่สุด เขาแค่นหัวเราะ “ถ้างั้นคุณจับตาดูดีๆ ล่ะ ถ้าผมโชว์พลาดอาจทำให้คุณบาดเจ็บได้!”
พูดจบ ซางเทียนซั่วก็หยิบมีดหัวหมาป่าออกมาจากกระเป๋าของเขา
เมื่อเห็นมีดเล่มนี้ อาจารย์หลายคนก็ตื่นตกใจ รวมถึงหลงรื่อเยวี่ยด้วย!
ต่อมาซางเทียนซั่วก็เริ่มสะบัดมีดทำครัว แสงสีทองวูบวาบ ทำให้ทุกคนอดไม่ได้ที่จะร้องอุทาน
ทันใดนั้นบรรดาอาจารย์ก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในใจ นักเรียนคนนี้…ต้องชิงมาให้ได้!
………………………………………………..
……….