เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 427 ฉันเอาด้วย
ตอนที่ 427 ฉันเอาด้วย
……….
มีดในมือซางเทียนซั่วราวกับติดอยู่ที่นิ้วของเขา
ขณะที่มีดแกว่งไปตามนิ้ว ใบมีดก็หมุนไปด้วยพร้อมกับเปล่งแสงสีทองแวววาว
แต่ไม่มีทางหลุดมือ นี่เป็นท่วงท่าที่ฝึกฝนมาอย่างชำนาญแน่นอน
เมื่อผ่านไปสักพัก อาจารย์ทุกคนและแม้แต่โหย่วไท่ก็ประเมินซางเทียนซั่วสูงทันที
หลงรื่อเยวี่ยถึงกับเสียใจภายหลัง เมื่อครู่นี้หากเขาไม่พูดแบบนั้น…เขาอาจจะมีความมั่นใจมากกว่านี้
ซางเทียนซั่วคนนี้มีสีหน้าไม่แยแสต่อสิ่งใด เห็นได้ชัดว่าเป็นบุคลิกของเขา ในหลายครั้งยิ่งเป็นคนที่มีความสามารถเก่งมากเท่าไร บุคลิกจะยิ่งแข็งกระด้างมากขึ้นเท่านั้นไม่ใช่เหรอ
เมื่อนึกถึงจุดนี้ เขาก็แอบตัดสินใจเงียบๆ แม้ว่าจะเสียหน้า แต่ต้องคว้าตัวนักเรียนคนนี้ไว้ให้ได้
อย่างไรเมื่อพูดถึงทักษะการใช้มีด นักเรียนของเขายังไม่มีทักษะถึงระดับนี้
หรือจะพูดว่า…อาจารย์หลายคนอาจไม่มีทักษะการใช้มีดดีไปกว่าเขาด้วยซ้ำ
ซางเทียนซั่วแกว่งมีดอย่างเท่ๆ จากนั้นก็วางมีดลงบนโต๊ะ
ทันใดนั้นเขาก็ค้ำมือบนโต๊ะอีกครั้ง แสดงท่าทางเบื่อหน่ายออกมา
“ได้หรือยัง”
แปะๆๆๆ…
เสียงปรบมือดังขึ้นในเวลาเดียวกัน คนแรกที่ปรบมือคือหลงรื่อเยวี่ย
ท่านเป้ยเล่อเข้าใกล้ซ่งจื่อเซวียนแล้วกระซิบว่า “หมอนั่นถูกใจคนของนายอีกแล้ว”
ซ่งจื่อเซวียนยิ้ม “ต้องขอโทษจริงๆ ที่วันนี้โจมตีเขาถึงสองครั้งเลย”
ท่านเป้ยเล่อยิ้มแต่ไม่พูดอะไร หากเป็นคนอื่นเขาคงไม่กล้าพูดถึงความภักดี แต่ซางเทียนซั่ว…ไม่ว่าใครก็แย่งเขาไปไม่ได้
ขณะนี้หลินอู๋ซิ่วหันกลับไปมองหลงรื่อเยวี่ยพร้อมกับขมวดคิ้ว
ซึ่งมีความหมายชัดเจนมากนั่นคือให้หลงรื่อเยวี่ยคว้าตัวนักเรียนคนนี้ไว้
การสรรหานักเรียนที่ดีที่สุดและถ่ายทอดความรู้ที่ดีที่สุดให้แก่พวกเขานั้น เป็นทางลัดในการฝึกฝนให้บรรลุผลอย่างไม่ต้องสงสัย
ดังนั้นตอนที่เจ้าอีโจวปรากฏตัวขึ้นเมื่อครู่นี้ หลินอู๋ซิ่วรู้สึกว่านี่คือนักเรียนห้องหนึ่งแน่นอน
แต่เขาคิดไม่ถึงว่าเจ้าอีโจวจะเลือกซ่งจื่อเซวียน
หลงรื่อเยวี่ยไม่รู้ แต่หลินอู๋ซิ่วมองว่าเจ้าอีโจวเป็นฝ่ายไปหาซ่งจื่อเซวียนเองอย่างแน่นอน
สำหรับซางเทียนซั่ว หลินอู๋ซิ่วรู้แค่ว่าเขาเป็นนักเรียนที่รับมาเป็นกรณีพิเศษ แต่ไม่รู้ความสัมพันธ์ของเขากับซ่งจื่อเซวียน
สุดท้ายแล้ววังเหว่ยคงไม่มีทางบอกเรื่องนี้กับเขา เห็นได้ชัดว่ามีการแข่งขันกันระหว่างรองผู้อำนวยการทั้งสองอยู่
หลงรื่อเยวี่ยมองไปยังซางเทียนซั่วและยืนขึ้นเพื่อแสดงความจริงใจ
“เทียนซั่ว ผมชื่อหลงรื่อเยวี่ยเป็นอาจารย์ห้องหนึ่งวิทยาเขตตะวันตก หวังว่าคุณจะเข้าร่วมกับผมนะ”
ซางเทียนซั่วเหลือบมองเขาและไม่พูดอะไร
หลงรื่อเยวี่ยโกรธมากจริงๆ แต่เมื่อคำนึงว่านี่คือชายหนุ่มที่มีความสามารถ เขาจึงอดทนได้
“เหอะๆ ในเมื่อมาเรียนที่วิทยาลัยอาหาร หลังจากเรียนจบคุณจะต้องมีสถานะที่สูงขึ้นในวงการอาหารแน่นอน
ซางเทียนซั่วผมขอบอกว่าคนที่มีความสามารถมากที่สุดในวิทยาลัยอาหารทั้งหมดคือห้องหนึ่งของเราอย่างไม่ต้องสงสัย
อนาคตของนักเรียนห้องหนึ่งมีแค่สองเส้นทางเท่านั้น หนึ่งคือกลายเป็นเชฟท้องถิ่นชื่อดังอย่างแน่นอนและอาจจะได้รับการประเมินอันดับ
อีกหนึ่งเส้นทางคือเป็นอาจารย์ กระทั่งได้เป็นถึงอาจารย์อาวุโส”
คำพูดของหลงรื่อเยวี่ยสามารถสร้างความประทับใจให้คนส่วนใหญ่ได้แน่นอน ในเมื่อพวกเขามาที่วิทยาลัยอาหาร ก็ต่างหวังว่าจะได้ดี
แน่นอนว่ายกเว้นคนใฝ่ต่ำเหมือนห้องหกของวิทยาเขตตะวันออก
แต่ซางเทียนซั่วกลับหัวเราะเบาๆ หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านี้ “พูดมากขนาดนี้หิวน้ำบ้างหรือเปล่า”
“หืม”
หลงรื่อเยวี่ยกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขารู้สึกว่าถูกตบหน้าอย่างแรง
วันนี้คงไม่ได้แย่ถึงขนาดตบหน้าตัวเองมั้ง
“หึ ฉันแค่พูดในสิ่งที่ควรจะพูด ส่วนจะเลือกยังไงก็แล้วแต่นาย”
พูดจบ หลงรื่อเยวี่ยก็นั่งลง
หลินอู๋ซิ่วอดไม่ได้ที่จะส่ายหัว เห็นได้ชัดว่าหลงรื่อเยวี่ยใจร้อนเกินไป
เมื่อเจอคนมีพรสวรรค์ก็ควรวางมาดของตัวเองลง
ซางเทียนซั่วกลอกตามองเขา “เอาล่ะ คนต่อไป!”
หลายคนสับสนกับสิ่งที่เขาพูด ใครกันแน่ที่เป็นอาจารย์
กล้าดีมาจากไหน คิดว่าวันนี้นายเป็นกรรมการเหรอ
ต่อมาอาจารย์ห้องสองของวิทยาเขตตะวันตกเป็นคนพูด แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนกัน เขากลอกตาและแทบจะอารมณ์เสียแทบตาย
“คนต่อไป!”
“คนต่อไป!”
ตอนนี้ซางเทียนซั่วทำตัวเหมือนเป็นอาจารย์ เขาตะโกนเรียกอาจารย์เหล่านั้นเหมือนกับตะโกนเรียกหมายเลขเพื่อเลือกสาวงาม…
อาจารย์ทุกคนกำลังหน้าแดง โกรธแต่ไม่กล้าพูดอะไร อย่างไรหลินอู๋ซิ่วก็ยังนั่งอยู่ข้างหน้า
ซ่งจื่อเซวียนและท่านเป้ยเล่อที่นั่งอยู่ด้านหนึ่งรู้สึกมีความสุข คนที่สามารถทำแบบนี้ต่อหน้าอาจารย์ที่หยิ่งผยองเหล่านี้ได้ เกรงว่าจะมีแค่ซางเทียนซั่วเท่านั้น
อาจารย์ของวิทยาเขตตะวันตกเลือกเสร็จแล้ว หลินอู๋ซิ่วจึงรู้สึกอับอายเล็กน้อย
เพราะนี่มันไม่เหมาะสมเกินไป
“เอาล่ะๆ ซางเทียนซั่ว ตั้งแต่ก่อตั้งวิทยาลัยอาหาร ไม่เคยมีนักเรียนคนไหนเรียกหมายเลขแบบนี้เลย”
ซางเทียนซั่วยักไหล่ “หืม คุณบอกว่านักเรียนสามารถเลือกอาจารย์ได้ไม่ใช่เหรอ”
หลินอู๋ซิ่วถอนหายใจอย่างจนใจ “โอเค คุณเลือกมาคนหนึ่งเถอะ พวกอาจารย์ก็ไม่ต้องพูดทีละคนแล้ว”
ในเวลานี้เขาเป็นรองผู้อำนวยการที่ต้องรักษาเกียรติของเหล่าอาจารย์ หากถูกซางเทียนซั่วเรียกต่อไปทีละคนนั้นก็ดูไม่เข้าท่าจริงๆ
ซางเทียนซั่วแสดงสีหน้าไม่แยแสและกำลังมองไปที่อาจารย์ด้วยท่าทางอวดดี
พรืด!
ทุกคนตกใจอีกครั้ง นักเรียนคนนี้โง่ดักดานหรือเปล่า ไปห้องหกเหรอ แล้วยังเป็นห้องหกวิทยาเขตตะวันออกอีกด้วย…
มีเพียงหลินอู๋ซิ่วเท่านั้นที่ตระหนักได้ว่าซ่งจื่อเซวียนคนนี้…ไม่ธรรมดา นี่เป็นการแสดงอำนาจต่อหน้าทุกคนแบบหนึ่ง
หลินอู๋ซิ่วหันไปมองซ่งจื่อเซวียน สายตาเผยความระแวดระวังเล็กน้อย
ซ่งจื่อเซวียนยืนขึ้นแล้วยิ้ม “เอาล่ะ ถ้างั้นผมก็จะรับ ต้องขออภัยทุกท่านด้วย”
ทุกคนโมโหขึ้นมา ได้มาง่ายๆ แต่ทำเป็นอวดดี
ตอนนี้นักเรียนที่เก่งที่สุดสองคนเข้าเรียนที่ห้องหกของวิทยาเขตตะวันออกไปหมดแล้ว โลกเปลี่ยนไปแล้วใช่ไหม
นักเรียนคนถัดจากนั้นมีคุณสมบัติทั่วไปจริงๆ
แม้ว่าพวกเขาจะเก่งอยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับเจ้าอีโจวและซางเทียนซั่วสองคนก่อนหน้านี้จึงไม่ได้โดดเด่นเท่าไร
เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมาที่คัดเลือกนักเรียน บรรดาอาจารย์ไม่เคยเห็นใครที่มีความสามารถสูงขนาดนี้มาก่อน
แต่ทุกคนก็อยากเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับห้องเรียน พวกเขาจึงพยายามเลือกคนที่ดีเข้าไป
ในท้ายที่สุด นอกจากห้องหนึ่งวิทยาเขตตะวันตกแล้ว ทุกห้องเรียนก็ได้รับนักเรียนใหม่อยู่บ้าง
เดิมทีหลงรื่อเยวี่ยก็ยอมขาดคนดีกว่ามีคนด้อยคุณภาพ บวกกับการขัดแย้งกันในวันนี้ เขาจึงไม่อยากเลือกอีกเลย
หลังจากเลือกนักเรียนทั้งหมดแล้ว หลินอู๋ซิ่วก็รีบประกาศแยกย้าย วันนี้ขายหน้าเกินไปแล้ว
เขาในฐานะรองผู้อำนวยการรู้สึกขายหน้า
ราวกับว่าอาจารย์เก่าแก่เหล่านี้ถูกซ่งจื่อเซวียนปั่นหัว
บรรดาอาจารย์ก็ไม่มีอารมณ์มากนัก พวกเขาจึงถอนหายใจอย่างไม่มีทางเลือก
แต่ก่อนที่บรรดาอาจารย์จะออกไป พวกเขาก็เห็นเงาร่างหนึ่งรีบพุ่งเข้ามาในห้องรายงานตัว
“ขอโทษที่มาสายค่ะ ฉันเป็นนักเรียนใหม่ครั้งนี้ค่ะ”
คนที่พูดเป็นเด็กผู้หญิงที่สวมชุดกีฬาสีขาว แม้จะเป็นชุดลำลอง แต่ไม่สามารถซ่อนรูปร่างที่สมบูรณ์แบบของเธอได้
แต่คนที่ตกใจที่สุดคือซ่งจื่อเซวียน
เขาเบิกตากว้างมองหญิงสาวและรู้สึกประหลาดใจมาก
นึกไม่ถึงว่าจะเป็น…เธอ?
หลินอู๋ซิ่วมองไปที่อาจารย์คนอื่นๆ
“ตามกฎแล้วเธอมาสายเกินไป ควรถูกตัดสิทธิ์การสอบสัมภาษณ์ แต่ผมอยากฟังความเห็นของทุกคน”
หลงรื่อเยวี่ยพูด “ผอ.หลิน จริงๆ แล้ววันนี้มีนักเรียนไม่ค่อยเยอะ ไม่งั้น…ให้ทุกคนได้เลือกอีกหนึ่งคนเถอะ”
หลินอู๋ซิ่วมองคนอื่นๆ อีกครั้ง “พวกคุณมีความคิดเห็นว่ายังไง”
“อาจารย์หลงพูดถูก ไม่งั้น…เราเลือกอีกสักคนเถอะครับ”
“ใช่แล้ว ถึงยังไงก็มาแล้ว เป็นผู้หญิงอีกด้วย เลือกกันก่อนเถอะ”
หลินอู๋ซิ่วพยักหน้า “ก็ได้ งั้นพวกคุณตัดสินใจเองเลย ผมยังมีงานต้องทำ ขึ้นตึกไปก่อนล่ะ”
พูดจบ หลินอู๋ซิ่วก็จากไป
สายตาของหลงรื่อเยวี่ยเบิกกว้าง ต้องบอกว่าบนโลกนี้ไม่มีผู้ชายที่ไม่มีตัณหา
โดยเฉพาะเวลาเจอผู้หญิงแบบนี้ ใครจะทนไหว
นอกจากนี้หลงรื่อเยวี่ยยังโสดอีกด้วย หากเขาจีบเธอจริงๆ คงได้เปรียบกว่านักเรียนหรืออาจารย์คนไหนๆ อย่างแน่นอน
หลงรื่อเยวี่ยยิ้ม “คุณชื่ออะไร”
“ตวนมู่เยวี่ย ขอถามหน่อยค่ะมีการคัดเลือกนักเรียนใหม่ยังไงคะ นักเรียนใหม่มีสิทธิ์เลือกเองหรือเปล่าคะ”
หลงรื่อเยวี่ยยิ้มและพยักหน้า “มีแน่นอน ขั้นตอนระหว่างการคัดเลือกของเราไม่ใช่แค่ตรวจสอบศักยภาพของนักเรียนเท่านั้น แต่ยังให้สิทธิ์เลือกอย่างอิสระอีกด้วย”
ตวนมู่เยวี่ยพยักหน้า “ดีเลยค่ะ งั้นอย่าให้เสียเวลา ฉันขอเลือกเลยแล้วกันค่ะ”
หลังจากพูดแบบนี้ หลายคนก็ตกตะลึง ทำไมนักเรียนทุกคนที่มาวันนี้ถึงแปลกๆ
ปีที่แล้วคงไม่มีใครกล้าทำแบบนี้
คำพูดนี้ทำให้ซ่งจื่อเซวียนตกตะลึง เขาคาดไม่ถึงว่าผู้หญิงคนนี้จะตรงดิ่งมาหาแบบนี้…
“หา?”
“หาอะไรกัน ไม่ต้องการฉันเหรอ ฉันเคยช่วยคุณแล้วคงไม่ลืมใช่ไหม”
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้าอย่างกระอักกระอ่วน “อ๋อๆ จำได้ จำได้แน่นอน มาสิครับ ตามผมมาที่วิทยาเขตตะวันออก”
จากนั้นซ่งจื่อเซวียนก็พาเจ้าอีโจว ซางเทียนซั่วและตวนมู่เยวี่ยออกจากห้องรายงานตัว ในขณะที่ท่านเป้ยเล่อก็เดินออกไปพร้อมกับนักเรียนของเขาด้วย
อาจารย์ที่อยู่ข้างหลังต่างสับสนกันไปหมด ทำไมรู้สึกเหมือนราวกับฝันไปล่ะ
เมื่อครู่นี้ดูเหมือนว่าจะมีนักเรียนมา แต่เขายังไม่ได้เลือกเลย…การคัดเลือกจบแล้วเหรอ
คนที่โมโหที่สุดคือหลงรื่อเยวี่ย วันนี้ถือว่าเขาโดนตบหน้า
“ซ่งจื่อเซวียน หน็อยแน่…นายคิดว่าอยู่ในรังวิทยาเขตตะวันออกแล้วจะไม่เป็นไรงั้นเหรอ ไม่ช้าก็เร็วนายได้เห็นดีแน่ รอก่อนเถอะ!”
หลงรื่อเยวี่ยกัดฟันและกระซิบกระซาบกับตัวเอง
ระหว่างทางกลับไปที่วิทยาเขตตะวันออก พวกเขาทั้งพูดคุยและหัวเราะ
ท่านเป้ยเล่อได้เลือกนักเรียนมาสองคนเช่นกัน พวกเขาไม่ได้มีพรสวรรค์ที่เลิศเลอ แต่สไตล์การทำอาหารยังถูกใจท่านเป้ยเล่อ
“อาจารย์ซู วางใจได้เลยครับ ผมจะตั้งใจเรียนและในวันข้างหน้าจะสอบเข้าเรียนที่วิทยาลัยตะวันตกให้ได้ ผมจะทำให้คุณเฉิดฉาย”
ได้ยินคำพูดนี้ ท่านเป้ยเล่อก็ชะงัก ซ่งจื่อเซวียนก็หยุดฝีเท้าเช่นกัน
ท่านเป้ยเล่อยิ้มและพูดว่า “นายบ้าหรือเปล่า สอบเข้าวิทยาเขตตะวันตกแล้วฉันจะเฉิดฉายทำไม ฉันเป็นอาจารย์วิทยาเขตตะวันออกนะ”
นักเรียนคนนั้นชะงัก “หา? วิทยาเขตตะวันออกไม่ได้…ฝึกฝนนักเรียนให้เก่งแล้วส่งไปที่วิทยาเขตตะวันตกเหรอครับ”
“นั่นมันไร้สาระทั้งเพ ถ้านายอดทนจนเรียนจบจากวิทยาเขตตะวันออกหรือสอบเข้าเป็นอาจารย์ได้ แล้วจะไปวิทยาเขตตะวันตกทำไม ก็ยังเป็นนักเรียนอยู่ดีไม่ใช่เหรอ”
ท่านเป้ยเล่อยักไหล่และพูดด้วยน้ำเสียงดูถูกเล็กน้อย
แน่นอนว่าการดูถูกนี้ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่นักเรียน แต่เป็นวิทยาเขตตะวันตก!
เมื่อซ่งจื่อเซวียนได้ยินก็พยักหน้า “ใช่แล้ว ท่านเป้ยเล่อ จริงๆ แล้ว…สิ่งที่คุณพูดก็สมเหตุสมผล”
“หืม นายฟังเจตนาออกอีกแล้วเหรอ” ท่านเป้ยเล่อถามพร้อมรอยยิ้ม
“เหอะๆ แม้ว่าคุณกับผมจะมีจุดประสงค์ แต่ขั้นตอนมันค่อนข้างน่าเบื่อจริงๆ ถ้าเราเปลี่ยนสถานการณ์ได้จริงๆ…คงจะสนุกน่าดู”
ท่านเป้ยเล่อหัวเราะ “ถ้านายอยากเล่นสนุก ฉันเอาด้วย!”
……………………………………………..
……….