เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 429 อาจารย์ที่มาใหม่เป็นคนขี้ขลาด
ตอนที่ 429 อาจารย์ที่มาใหม่เป็นคนขี้ขลาด
……….
ซ่งจื่อเซวียนค่อนข้างประหลาดใจเมื่อจู่ๆ หลี่เซียงก็นั่งลง
คาดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะมีอาจารย์คนอื่นมาทานอาหารที่โรงอาหารของนักเรียนด้วย
“อาจารย์ซ่ง ไม่คิดเลยว่านายจะชอบกินข้าวที่โรงอาหารของนักเรียน” หลี่เซียงเอ่ยปากพูดพร้อมรอยยิ้ม
ซ่งจื่อเซวียนยักไหล่ “บังเอิญจังเลย นึกไม่ถึงว่าจะชอบแบบเดียวกับอาจารย์หลี่”
“ฮ่าๆๆ นายคิดผิดแล้ว ฉันไม่ใช่แบบนั้นหรอก อาจารย์กับนักเรียนน่ะแตกต่างกัน”
“ถ้าอาจารย์ปรากฏตัวที่โรงอาหารของนักเรียนบ่อยๆ คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะรบกวนการทานข้าวของนักเรียน”
ซ่งจื่อเซวียนได้ยินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “แต่ดูเหมือนว่าอาจารย์หลี่จะรบกวนการทานข้าวของคนอื่นอยู่นะ”
“ฉันเหรอ ฉันแค่มีธุระ ไม่งั้นฉันคงไม่มาทานข้าวที่นี่หรอก”
เมื่อพูดจบ เขาก็หันไปมองตวนมู่เยวี่ยและเอ่ยว่า “ตวนมู่เยวี่ย ฉันเชื่อว่าเธอไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับวิทยาลัยอาหาร
เพราะงั้น…พวกอาจารย์กลัวว่าจะฉุดรั้งอนาคตของเธอไว้ เลยให้ฉันมาบอกเธอเกี่ยวกับสถานการณ์ในวิทยาลัย”
“หืม? งั้นขอบคุณมากเลยค่ะ ช่วยบอกฉันหน่อยค่ะ”
ตวนมู่เยวี่ยพูดจบก็หยิบช้อนขึ้นมาและเริ่มทานข้าว
ความจริงหากกล่าวจากอีกมุมมองหนึ่ง เวลาพูดคุยกับอาจารย์ อย่างน้อยในฐานะนักเรียนก็ควรหยุดกิน แต่ตวนมู่เยวี่ยกลับทำตรงกันข้าม
แน่นอนว่าเนื่องจากรูปร่างหน้าตาที่น่าประทับใจของเธอ หลี่เซียงจึงไม่ถือสา
“วิทยาลัยของเราแบ่งออกเป็นวิทยาเขตตะวันออกและตะวันตก ไม่ว่าการเรียนการสอน คุณสมบัติของอาจารย์และศักยภาพนักเรียน วิทยาลัยตะวันตกล้วนสูงกว่า
แน่นอนว่าในด้านผลการประเมินประจำปี รวมถึงสภาพความเป็นอยู่ของนักเรียน ไม่มีทางที่วิทยาเขตตะวันออกจะเทียบกับวิทยาเขตตะวันตกได้”
พูดถึงตรงนี้ หลี่เซียงก็ชะงักไปชั่วคราว ในขณะที่ตวนมู่เยวี่ยก็พยักหน้ารับ “อื้ม พูดต่อได้เลยค่ะ”
สายตาของซางเทียนซั่วไม่ชอบใจอย่างเห็นได้ชัด แต่ซ่งจื่อเซวียนยิ้มน้อยๆ และทานต่อ
เพียงดูปฏิกิริยาของตวนมู่เยวี่ย เขาก็มั่นใจแล้วว่าตวนมู่เยวี่ยกำลังเล่นแง่กับเขา
นอกจากนี้เมื่อเธอมาที่นี่ก็ลงชื่อขอเข้าชั้นเรียนของตน แม้ว่าจะไม่ทราบเหตุผลชัดเจน แต่สัญชาตญาณบอกว่าตวนมู่เยวี่ยไม่คิดจะไปที่วิทยาเขตตะวันตก
“ตอนที่เธอเลือกยังใจร้อนเกินไป เพราะงั้นฉันคิดว่าเธอคิดทบทวนใหม่ได้อีกครั้งนะ
ถ้าเธอตัดสินใจที่จะไปวิทยาเขตตะวันตกหรือห้องหนึ่งวิทยาเขตตะวันตกที่ยอดเย่มที่สุดของเรา ฉันเชื่อว่าทางวิทยาลัยยินดีที่จะจัดการให้เธอ”
ซ่งจื่อเซวียนยิ้มเล็กน้อยและเข้าใจความหมายทันที
นี่คือหลงรื่อเยวี่ยให้หลี่เซียงมาดึงตัวคนไป
ตวนมู่เยวี่ยยังไม่ได้แสดงความสามารถของเธอด้วยซ้ำ เขาแค่พยายามดึงเธอมาเป็นพวก ชัดเจนว่าไม่ใช่เพราะระดับความสามารถของนักเรียน
และเหตุผลทั้งหมดเป็นเพราะตวนมู่เยวี่ยคนนี้
เรียกได้ว่าตวนมู่เยวี่ยมีใบหน้าที่สวยดั่งดอกไม้และพระจันทร์ เธอใจกว้างและไม่เสแสร้ง เมื่อผู้ชายพบเจอก็จะเลิกคิดถึงเธอไม่ได้
หลงรื่อเยวี่ย…ก็ไม่เว้น
หลังจากพูดจบ หลี่เซียงก็มองตวนมู่เยวี่ยตาปริบๆ แต่ตวนมู่เยวี่ยไม่รีบอะไรและยังก้มหน้าทานข้าว
“หืม? อาจารย์หลี่ พูดจบแล้วเหรอคะ” ตวนมู่เยวี่ยถาม
“ใช่ เธอ…ไม่ได้ฟังเหรอ” สีหน้าหลี่เซียงดูกระอักกระอ่วน
เขาตั้งหน้าตั้งตาพูดอยู่ตั้งนาน แต่เด็กผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ฟังเลยเหรอ
ตวนมู่เยวี่ยโบกมือ “เปล่าๆๆ คุณเข้าใจผิดแล้ว ฉันฟังอยู่ค่ะ แค่อาหารของวิทยาลัยอาหารอร่อยมากจนหยุดไม่ได้เลยสักนิดเดียว”
ได้ยินแบบนี้ ซ่งจื่อเซวียนก็แอบหัวเราะ ช่างน่าขำจริงๆ วันที่ตวนมู่เยวี่ยปรากฏตัว เขาก็รู้แล้วว่าตัวตนของผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา
แม้ว่าเธอจะไม่ใช่ลูกสาวข้าราชการระดับสูงอย่างเจ้าถิงถิงหรือลูกสาวเถ้าแก่อย่างถังหย่าฉี แต่อย่างน้อยเธอก็เป็นคนรอบรู้
ข้าวผัดจักรพรรดิไม่ได้ทำให้เธอประหลาดใจ หรือว่าอาหารในโรงอาหารของวิทยาลัยจะอร่อยกว่า?
“หมายความว่ายังไงน่ะเหรอ ฉันถามว่าเธอต้องการเลือกใหม่หรือเปล่า ถ้าเธออยากไปวิทยาเขตตะวันตกหรือแม้แต่ห้องหนึ่งวิทยาเขตตะวันตกก็ได้ทั้งนั้นไม่มีปัญหา”
“อ๋อ ที่แท้ก็หมายถึงแบบนี้” ตวนมู่เยวี่ยพยักหน้าและวางช้อนในมือลง “ฉันไม่ต้องการค่ะ”
พรวด!
ซางเทียนซั่วแทบจะพ่นข้าวออกมา
สาวน้อยคนนี้เจ๋งดีแฮะ เธอพยายามเล่นแง่กับหลี่เซียงชัดๆ
ตวนมู่เยวี่ยพูดจบก็ยิ้มหวานให้หลี่เซียง
เจอกับรอยยิ้มแบบนี้ ใครจะโกรธบ้าง
หลี่เซียงพูดไม่ออก “ทำไมล่ะ สภาพที่พักในวิทยาเขตตะวันตกดีกว่าวิทยาเขตตะวันออก เธอเรียนรู้อะไรได้มากกว่า และจบพร้อมได้ใบรับรองผลการศึกษาล่วงหน้า ไม่ดีเหรอ”
“เอ่อ…ก็ดีค่ะ แต่ฉันไม่ชอบ”
“เธอ…” หลี่เซียงสับสน ไม่ชอบงั้นเหรอ
หรือจะชอบของไม่ดี บ้าหรือเปล่าเนี่ย!
“แต่ต้องขอบคุณอาจารย์มากเลยนะคะ ฉันอิ่มแล้ว ขอตัวกลับหอพักนะคะ!”
ตวนมู่เยวี่ยพูดจบก็ยืนขึ้นและเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
ซางเทียนซั่วส่ายหน้าและถอนหายใจ “ให้ตายเถอะ…เท่จัง”
ซ่งจื่อเซวียนยิ้ม “หลี่เซียง ค่อยๆ กินนะ ฉันก็อิ่มแล้วเหมือนกัน ถ้ามีโอกาสครั้งหน้าก็มากินข้าวด้วยกันอีกนะ”
เมื่อพูดจบ ซ่งจื่อเซวียนก็จากไป ส่วนซางเทียนซั่วก็ตามไปติดๆ
เหลือหลี่เซียงเพียงคนเดียวที่นั่งอึดอัดอยู่ตรงนั้น
“กินข้าวด้วยกันกับผีน่ะสิ ฝากไว้ก่อนเถอะ ฉันจะค่อยๆ คิดบัญชีกับนาย!”
แต่เขาก็ปวดหัวเล็กน้อยเช่นกัน เพราะความจริงการมาในครั้งนี้เป็นงานที่หลงรื่อเยวี่ยมอบให้เขา หากกลับไปเฉยๆ แบบนี้…ยังไม่รู้จะอธิบายให้อีกฝ่ายฟังอย่างไรดี
และเขาก็ไม่ได้ไปเช็กชื่อก่อนนอนเช่นกัน เหตุผลง่ายๆ เพราะยังไม่ถึงเวลาลงโทษเด็กเปรตพวกนี้…
ดังนั้นในคืนนั้นนอกจากพูดคุยกับท่านเป้ยเล่อ ฟางรุ่ยและซางเทียนซั่วพักหนึ่ง เขาก็ไม่ได้ทำอะไรและไม่ได้ออกจากอาคารหอพัก
“จริงสิท่านเป้ยเล่อ ผมว่าจะกลับตู้เหมินพรุ่งนี้ ต้องลากิจหรือเปล่า”
ท่านเป้ยเล่อชะงัก “นายจะกลับไปพรุ่งนี้เหรอ ไปทำไม”
“เหอะๆ ไปดูถั่วปากอ้าภูเขากับยี่หร่าเก้าเซียนน่ะสิ คุณไม่สนใจเหรอ” ซ่งจื่อเซวียนพูดยิ้มๆ
เมื่อท่านเป้ยเล่อได้ยินก็เริ่มสนใจ เพราะพวกเขาได้ของสิ่งนี้มาจากเขตป่าในวิทยาลัยด้วยกัน
โดยเฉพาะยี่หร่าเก้าเซียนที่แย่งมาจากหยางจวิ้นเย่
“ได้ ฉันขอถามวังเหว่ยก่อนแล้วกัน”
จากนั้นท่านเป้ยเล่อก็โทรหาวังเหว่ย
“แม่งเอ๊ย ยังต้องขอลากิจกับโหย่วไท่อีก เวทนาจริงๆ” ท่านเป้ยเล่อขมวดคิ้ว
เรื่องนี้วังเหว่ยไม่สามารถช่วยพวกเขาได้ เพราะนี่คือขั้นตอนในระบบของวิทยาลัย
เส้นสายก็ส่วนเส้นสาย แต่จะทำลายระบบไม่ได้ นอกจากนี้วังเหว่ยยังเป็นรองผู้อำนวยการ ดังนั้นเขาจึงต้องเป็นผู้นำในการทำตามขั้นตอนในระบบก่อน
ซ่งจื่อเซวียนครุ่นคิด “ถ้างั้นผมไปเลยได้ไหม”
“หา?” ท่านเป้ยเล่ออึ้งไปและพูดว่า “แต่ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ พี่น้องของเราไม่กลัวพวกเขา เอางี้ นายไปเถอะ ถ้ามีปัญหาฉันจะจัดการเอง”
ซ่งจื่อเซวียนยิ้มและพูดว่า “ใจดีจริงๆ เอางี้ พรุ่งนี้เช้าผมจะทักทายทุกคนในชั้นเรียนแล้วค่อยไป เด็กเปรตพวกนั้นจะได้ไม่เกเร”
……
ห้องทำงานรองผู้อำนวยการ
“อะไรนะ คืนนี้ซ่งจื่อเซวียนไม่ได้ไปอาคารเรียนเหรอ” หลินอู๋ซิ่วถามพร้อมกับขมวดคิ้ว
โหย่วไท่พยักหน้า “ใช่ครับ สองทุ่มเขาก็ไม่ได้ไปเช็กชื่อก่อนนอนด้วย”
หลินอู๋ซิ่วเคาะโต๊ะด้วยมือเดียวแล้วพูดว่า “นายบอกเรื่องพวกนี้กับเขาแล้วใช่ไหม”
“ผอ.หลิน ซูหมิงทำหมดทุกอย่าง แต่เขาไปเฝ้าดูชั่วโมงศึกษาด้วยตัวเองแค่สิบนาที”
“ใช้ไม่ได้ ไม่เป็นระบบเลย” หลินอู๋ซิ่วมองดูนาฬิกา “วันนี้สายไปแล้ว พรุ่งนี้เช้าเราจะไปตรวจสอบการสอนที่วิทยาเขตตะวันออก”
“ครับ ผอ.หลิน”
……
หอพักนักเรียน
ซางเทียนซั่วกลับไปที่หอพักและพบว่าเจ้าอีโจวยังไม่กลับมา เขาจึงอาบน้ำก่อน
แต่เขาอาบน้ำได้แค่ครู่เดียวก็ได้ยินเสียงคำรามจากข้างนอก
“ซางเทียนซั่ว!”
ซางเทียนซั่วขมวดคิ้วและรีบเปิดประตูห้องน้ำออกเป็นช่องเล็กๆ “แม่งเอ๊ยตะโกนหาใครวะ ไอ้เวร!”
เจ้าอีโจวชี้ไปที่เตียงของเขาด้วยความโกรธ “ไอ้เชี่ย แกทำใช่ไหม”
“ไสหัวไปเลย ข้าเพิ่งกลับมาอาบน้ำเนี่ย เมื่อกี้อยู่ที่หอพักอาจารย์ แกอย่ามาใส่ร้ายข้า!”
เจ้าอีโจวตะลึงงัน ไม่ใช่ซางเทียนซั่วเหรอ แล้วจะเป็นใครล่ะ
ซางเทียนซั่วถามอีกครั้ง “ที่นอนแกมันทำไม”
“แก…ไม่ต้องยุ่ง!”
ขณะที่พูด เจ้าอีโจวก็ยกผ้าปูที่นอนและฟูกทั้งหมดขึ้นไปวางไว้บนชั้นวางเหนือเตียง
แม้ว่าเขาไม่ได้บอก แต่ซางเทียนซั่วก็มองเห็นได้ ผ้าปูที่นอนใต้แสงโคมไฟนั้นโปร่งแสง ฟูกมีสีเข้มมาก
เห็นได้ชัดว่าเปียกชุ่มฉ่ำ
ซางเทียนซั่วอมยิ้ม กรรมตามสนองไอ้หมอนี่จริงๆ ไม่ต้องคิดเลย นี่คงเป็นฝีมือของพวกข่งเซ่าหลง
เมื่อเจ้าอีโจวไตร่ตรองเรื่องนี้ก็รีบออกจากหอพักทันที
แต่หาไปก็ไม่มีประโยชน์ ตอนนี้ประตูห้องของข่งเซ่าหลงและตู้หมิงล็อกไว้ ไม่มีใครอยู่ข้างใน
วันรุ่งขึ้นที่อาคารเรียนห้องหกในวิทยาเขตตะวันออก
แปดโมงครึ่งเป็นเวลาเข้าเรียน
ในห้องเรียนมีคนเพียงครึ่งเดียว และพวกเขากำลังจับกลุ่มคุยกัน
ดูเหมือนสำหรับพวกเขา การเข้าห้องเรียนในเวลานี้ถือเป็นการให้เกียรติอาจารย์แล้ว
ส่วนพวกเขาจะมาทำอะไรนั้น…อาจารย์ไม่สนใจ
สิบนาทีต่อมา นักเรียนหลายคนก็ทยอยเดินเข้ามา
ซางเทียนซั่วเดินโซเซเข้ามา จากนั้นหาที่นั่งว่างแล้วนั่งลง
ส่วนเจ้าอีโจวนั่งอยู่อีกด้านพร้อมยังกำหมัดแน่น ราวกับว่าเขากำลังรอให้พวกข่งเซ่าหลงมาแล้วจะได้ถามพวกเขา
เมื่อเห็นผู้คนด้านหน้าพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ซางเทียนซั่วก็เดินเข้าไปเช่นกัน
“นี่ ใกล้จะเรียนแล้วใช่ไหม พวกนายไม่นั่งให้เรียบร้อยเหรอ”
ชายหนุ่มคนหนึ่งหันไปมองเขาแล้วพูดว่า “เหอะๆ นายมาใหม่เหรอ ไม่เป็นไรหรอก อาจารย์ของเราไม่ต้องมีพิธีรีตองขนาดนั้น”
“หา? ถึงจะไม่เป็นไรแต่นั่งเรียนบนโต๊ะไม่ได้สิ” ซางเทียนซั่วพูด
“ฮ่าๆ นายไม่รู้อะไรซะเลย ไม่ต้องห่วง หัวหน้าห้องเราไปคุยกับอาจารย์แล้ว”
“ใช่ อาจารย์คนใหม่ของเราเป็นคนขี้ขลาด กลายเป็นลูกน้องหัวหน้าห้องของเราไปแล้ว”
“ฉันก็ได้ยินมาเหมือนกันว่าหัวหน้าเฉิงฮ่าวบอกว่าหลังจากนี้อาจารย์เป็นคนของเรา อยากทำอะไรแค่บอกเขาสักคำก็พอแล้ว”
ซางเทียนซั่วได้ยินเช่นนี้ก็โมโห อาจารย์ของฉันเป็นคนขี้ขลาดเหรอ แม่แกสิ เดี๋ยวพวกแกก็จะรู้แล้ว เด็กเปรตอย่างพวกแกเดือดร้อนแน่!
ขณะที่ซางเทียนซั่วกำลังคิดโต้ตอบสักคำสองคำ ซ่งจื่อเซวียนก็เดินเข้ามาในห้องเรียน
เขาเป็นคนขี้ขลาดไปแล้วจริงๆ เมื่ออาจารย์เข้ามาในห้องเรียน นักเรียนเหล่านี้ก็ทำเหมือนมองไม่เห็นเขาเลย อยากทำอะไรก็ทำ…
“เฉิงฮ่าวมาหรือยัง” ซ่งจื่อเซวียนเอ่ยขึ้นเป็นประโยคแรก
ชายหนุ่มคนหนึ่งพูดว่า “ยังไม่มาครับอาจารย์ เมื่อคืนพวกหัวหน้าห้องไปเที่ยวผับมา”
“เฮ้อ น่าเสียดายจริงๆ มาตั้งสองวันแล้วยังไม่เจอหัวหน้าห้องอีก” ซ่งจื่อเซวียนเอ่ย
…………………………………………
……….