เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 432 ฉันคือเสี่ยปาแห่งตู้เหมิน
ตอนที่ 432 ฉันคือเสี่ยปาแห่งตู้เหมิน
……….
ได้ยินเช่นนี้ จูโหย่วซานก็มีสีหน้ากลุ้มใจขึ้นมาทันที
“เอ้า แบบนี้จะทำยังไง แล้ว…ใครโดนต่อยตีล่ะ”
สือเลี่ยงตอบ “สองสามีภรรยาซุนเฉวียนกุ้ยครับ ตอนนี้พวกเขากระตือรือร้นกันมาก พอเห็นคนทำลายหลักเขตที่ดินของนายท่านรอง ก็รีบเข้าไปจัดการทันที
ใครจะไปรู้ว่าเหลียงจ้งเหลียงเจี้ยนหมู่บ้านข้างๆ อะไรนั่นจะต่อยเข้ามาเลย”
“เหลียงเจี้ยน?” จูโหย่วซานตกตะลึง “แย่แล้ว คนคนนั้นเป็นคนไม่กลัวตาย เขากลับมาได้ยังไง เขาอยู่ตู้เหมินไม่ใช่เหรอ”
“ใครจะไปรู้ ตอนนี้คนในหมู่บ้านหลายคนเดินไปดูแล้ว ผู้ใหญ่บ้าน ทำยังไงดีครับ”
จูโหย่วซานไม่ได้รีบพูดทันที แต่มองไปยังซ่งจื่อเซวียนกับเสี่ยเฉิงปา
เสี่ยเฉิงปาขมวดคิ้วเล็กน้อย ลูบศีรษะล้านของตัวเอง “เหลียงเจี้ยน…ชื่อนี้คุ้นมาก”
“เสี่ยปา นักเลงของหมู่บ้านเหลียงเจียมีชื่อว่าเหลียงหงอัน เป็นน้องชายของเหลียงเจี้ยน
เหลียงเจี้ยนออกจากหมู่บ้านตั้งแต่อายุสิบกว่าปีแล้ว กลับมาเยี่ยมคนในบ้านเป็นครั้งคราว ระยะเวลาน่าจะเท่ากับตอนที่นายไปตู้เหมินเหมือนกัน”
พอได้ฟังประโยคนี้ เสี่ยเฉิงปาก็เงยหน้าทันที “โอ๊ะ…นึกออกแล้ว เพราะว่าเขาตาเล็ก เลยเรียกเขาว่าเหลียงตาบอดใช่ไหม”
“ใช่ๆๆ เสี่ยปาความจำดีมาก!” จูโหย่วซานรีบพูดเอาใจทันที
เขารู้ว่า หากเขาเป็นคนจัดการเรื่องนี้ ต้องยอมกัดฟันรับความเสียหายเป็นแน่
แต่ถ้าไม่อยากเสียหาย…ก็ต้องอาศัยเสี่ยปากับนายท่านรองแล้ว
“เสี่ยปารู้จักคนคนนี้เหรอ” ซ่งจื่อเซวียนถาม
“อืม นิสัยไม่ดี ไปตู้เหมินช่วงแรกๆ เป็นอันธพาลกระจอกแล้วก็ขโมยของ
ต่อมาไอ้หมอนี่โชคดี อยู่กับเคอซาน ถือว่าอยู่จนมีชื่อเสียงขึ้นมานิดหน่อย ตอนนี้เหมือนจะทำธุรกิจของตัวเองแล้ว ทำบริษัทขนส่งอะไรพวกนี้”
“ได้ นายท่านรอง ทำตามที่แกว่า”
จากนั้น ซ่งจื่อเซวียนก็พาฟางรุ่ยไปด้วย เสี่ยเฉิงปาพาเหลยจื่อกับลูกน้องอีกสองคนเดินตาม เดินไปที่ไร่พร้อมกัน
เดิมทีไร่แปลงนี้เป็นจุดเชื่อมของหมู่บ้านเสี่ยวเหอกับหมู่บ้านเหลียงเจีย เมื่อก่อนเกิดข้อพิพาทอยู่ไม่น้อย
ถึงแม้เหลียงหงอันของหมู่บ้านเหลียงเจียจะค่อนข้างน่ากลัว แต่เมื่อมาบุกรุกที่ดิน ชาวบ้านในหมู่บ้านเสี่ยวเหอก็ไม่ยอมเสียเปรียบ ต่างหยิบจอบถือพลั่ว เดินมาสู้ไม่ถอย
ตอนนั้นทะเลาะกันแรงไม่น้อย บาดเจ็บยิ่งมากกว่า เพื่อป้องกันไม่ให้มีอันตรายถึงชีวิต จูโหย่วซานจึงเป็นฝ่ายยอมปล่อยที่ดินรอบนอกให้รกร้าง
ขณะเดียวกัน ก็มอบที่ดินแปลงอื่นให้ชาวบ้านเป็นการชดเชย จึงลดการทะเลาะถกเถียงกันได้บ้าง
ต่อมาภายหลัง หมู่บ้านเหลียงเจียจึงชินกับการมองว่าที่ดินตรงนั้นเป็นของตัวเอง ถึงแม้พวกเขาจะไม่ได้ทำไร่ แต่ก็ไม่ยอมให้คนของหมู่บ้านเสี่ยวเหอได้ใช้
นานวันเข้า จึงกลายเป็นที่ดินรกร้าง หญ้าในไร่สูงเท่าครึ่งตัวคน และมีบางส่วนสูงกว่าคนเสียอีก
ที่ดิน กำลังถูกคนสองกลุ่มยืนประจันหน้ากัน
ฝั่งหมู่บ้านเสี่ยวเหอมีชาวบ้านยืนอยู่สิบกว่าคน และฝั่งหมู่บ้านเหลียงเจียก็มีจำนวนพอๆ กัน
แต่ด้านกำลังของทั้งสองฝ่ายกลับแตกต่างกันอย่างมาก
ถึงแม้ชาวบ้านของหมู่บ้านเสี่ยวเหอจะมีคนถือพลั่วถือท่อนไม้ แต่ก็ไม่กล้าเดินเข้าไปข้างหน้า และบางคนถึงกับเริ่มถอยหลัง
แต่คนของหมู่บ้านเหลียงเจียแต่ละคนกลับทำตัวฮึกเหิม คนที่เป็นหัวหน้ายังเป็นไอ้หนุ่มใส่ชุดสูท พร้อมกับใส่สร้อยทองเส้นใหญ่ที่คอ
ตอนนี้แดดแรงจัด แต่ใส่ชุดสูทอยู่ในนา…คงไม่มีใครกล้าทำแล้ว
“แม่งเอ๊ย ใครกล้าให้พวกแกอวดเบ่ง อยากตายใช่ไหม”
เหลียงหงอันชี้นิ้วตะโกนด่าชาวบ้านสิบกว่าคนของหมู่บ้านเสี่ยวเหอ
ฝั่งของหมู่บ้านเสี่ยวเหอ มีชาวบ้านคนหนึ่งตะโกนกลับมาว่า “ที่นี่เป็นที่ดินกำลังจะบุกเบิกพัฒนาในหมู่บ้าน ใครก็ห้ามยุ่ง!”
“ใช่แล้ว นี่คือเส้นเขตภายในของพวกเรา พวกแกถือสิทธิ์อะไรมาทำลายหลักเขตที่ดิน แถมยังมาต่อยคนอีก!”
เหลียงหงอันพลันหัวเราะเยาะ “เหอะๆ ถือสิทธิ์อะไรเหรอ ก็ถือสิทธิ์นี้ไง!”
“รีบเลย รีบถอยไปเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะไม่ออมมือนะ วันนี้ใครเข้ามาคนนั้นก็โดน จะอัดพวกแกให้เละไปเลย!”
เหลียงหงอันกลับไม่ได้พูดโม้แต่อย่างใด
เนื่องจากฝั่งของหมู่บ้านเหลียงเจียมีการบุกเบิกพัฒนาเป็นระยะเวลานานแล้ว โครงการก็มีมาก คนหนุ่มหลายคนจึงอยู่ทำงานหาเงินในหมู่บ้าน
แต่หมู่บ้านเสี่ยวเหอกลับไม่เป็นเช่นนั้น คนหนุ่มที่ร่างกายแข็งแรงไปทำงานในเมืองเกือบครึ่งหนึ่ง ที่เหลือเป็นหญิงชราและหญิงที่แต่งงานแล้วเสียส่วนใหญ่
และในจำนวนคนเหล่านี้ ยังมีหญิงสาวอีกสามสี่คน ถึงแม้จะถือพลั่วอยู่ แต่ก็จับไม่มั่นคงเท่าไร
“แก..หมู่บ้านเหลียงเจียของพวกแกชอบรังแกคน เหลียงหงอัน แกก็แค่อาศัยพี่ชาย พวกแกมีแต่อันธพาลทั้งนั้น!”
เมื่อได้ยินผู้หญิงของหมู่บ้านเสี่ยวเหอพูดเช่นนี้ เหลียงหงอันกลับหัวเราะเสียงดังขึ้นมา
“ฮ่าๆๆๆ พูดถูก แล้วจะทำไม ชอบนักเลงใช่ไหม มาสิ มานอนกับฉันสักคืน ฉันจะทำให้ครึ่งปีหลังของครอบครัวเธอไม่ขาดแคลนอาหารเลย!”
เหลียงหงอันตะโกนแบบนี้ ผู้หญิงคนนั้นก็อับอายทันที อย่างไรก็เป็นผู้หญิง เวลาด่าขึ้นมาจริงๆ ก็เป็นฝ่ายเสียหายมากกว่า
“พอแล้วหยุดพูดไร้สาระได้แล้ว ฉันนับถึงสิบ ถ้าไม่ถอยฉันจะลากเข้ามาทั้งหมด ตีขาผู้ชายให้หัก ส่วนผู้หญิงก็จับไปนอนให้หมด!”
“สิบ!”
“เก้า!”
…
เหลียงหงอันเหมือนกำลังจะยื่นคำขาดแล้ว ชาวบ้านหมู่บ้านเสี่ยวเหอรู้สึกลนลานเล็กน้อย
ถึงแม้จะมีอุปกรณ์อยู่ในมือ แต่ก็ทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้…
นี่คือความจริง
“สาม!”
“สอง!”
“แม่งเอ๊ย นับหาพระแสงอะไร ไอ้เชี่ยคนไหนมาก่อปัญหาที่นี่!”
เขามองดูซ่งจื่อเซวียน เสี่ยเฉิงปาและคนอื่นๆ กำลังเดินเข้ามา พลันหรี่ตาทั้งสองข้างเล็กน้อย
แม่งใครวะ หมู่บ้านเสี่ยวเหอมีคนแบบนี้ด้วยเรอะ หมู่บ้านของพวกเขามีแค่เจ้าซิงคนเดียวที่ดูเป็นนักเลงไม่ใช่เหรอ
แต่ในสายตาของเหลียงหงอัน คนที่รับมือยากที่สุดในหมู่บ้านเสี่ยวเหอก็คือเจ้าซิงนักเลงของหมู่บ้าน แต่ไอ้หมอนั่นปกตินอกจากรังแกคนแล้ว ก็ไม่ทำอะไรอีก
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการออกหน้าแทนหมู่บ้านเสี่ยวเหอ เขาจึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับคนในหมู่บ้านเสี่ยวเหอเลยด้วยซ้ำ
แต่จู่ๆ กลับมีสองสามคนโผล่มากะทันหัน…ทำให้เขารู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง
โดยเฉพาะซ่งจื่อเซวียน แต่งตัวดูดีมีระดับอย่างชัดเจน คนคนนี้…เป็นใครกัน
เหลียงหงอันเคยไปเมืองตู้เหมินสองสามครั้ง เห็นการแต่งตัวของเหลียงเจี้ยนผู้เป็นพี่ชายก็รู้ว่าอยู่ระดับไหน
แต่การแต่งกายของซ่งจื่อเซวียน…ดูเหมือนจะแพงกว่าพี่ชายของเขา
“พวกแกแม่งเป็นใครวะ รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร”
จูโหย่วซานที่อยู่ข้างๆ เอ่ยว่า “เสี่ยปา นี่คือน้องชายของเหลียงเจี้ยน เหลียงหงอัน เป็นนักเลงของหมู่บ้านเหลียงเจีย”
เสี่ยเฉิงปาพยักหน้า จากนั้นเดินไปด้านหน้าสุดทันที
เรื่องแบบนี้เขาไม่ยอมให้ซ่งจื่อเซวียนออกหน้าแน่นอน ระหว่างพวกเขาสองคน ซ่งจื่อเซวียนเป็นหัวหน้า แต่เสี่ยเฉิงปานั้นอยู่ในสถานะลูกน้อง
“ไอ้เวรตะไล อย่ามาโวยวายใส่ฉันสิวะ ไปเรียกพี่ชายของแกมาคุยกับฉันซะ!” เสี่ยเฉิงปาตะโกน
เหลียงหงอันตกตะลึง จากนั้นจึงพูดว่า “ไอ้เลว แกคู่ควรที่จะได้เจอพี่ชายของฉันเหรอ พี่ชายของฉันเพิ่งกลับตู้เหมินไป มีอะไรก็คุยกับฉัน!”
“ให้ฉันคุยกับแกเหรอ ฉันจะบอกแกให้เอาบุญ รีบพาคนออกไปเดี๋ยวนี้ ที่ดินผืนนี้เป็นของฉันแล้ว!”
เหลียงหงอันหัวเราะเสียงดัง “เหอะๆ ไอ้หัวล้าน แกไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเอาเสียเลย ที่ดินผืนนี้เป็นของหมู่บ้านของเรา อีกสักพักก็จะเริ่มบุกเบิกที่ดินใหม่ แกอย่าสะเออะ”
เสี่ยเฉิงปาโกรธ พลางคิดในใจว่าตนดันมาเจอคนหาเรื่องในหมู่บ้าน
“เหลยจื่อ จัดการพวกเขาทั้งหมด ถ้าไม่ยอม…ก็ต่อยเลย!”
ด้านหนึ่งเป็นชาวบ้านที่ไม่รู้ประสีประสา ฟังคำพูดของเหลียงหงอันแล้วจึงไปยกพวกมา
ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นคนในวงการใต้ดิน เรื่องการต่อยตีคนสำหรับพวกเขาแล้ว…เป็นแค่งานอย่างหนึ่ง
โดยเฉพาะต่อยคนเป็นแก๊ง พวกเหลยจื่อมีประสบการณ์มามาก
เห็นเพียงพวกเขาหยิบอุปกรณ์ในมือของชาวบ้านสองสามคนไปแล้วเดินไปทุบเหลียงหงอันทันที
เขาฟาดท่อนไม้ไปที่ศีรษะตรงๆ คนทั่วไปไม่กล้าทำเช่นนี้ หากศีรษะแตกถือเป็นเรื่องใหญ่มาก
แต่พวกเหลยจื่อไม่กลัว จะตี ก็ต้องตีให้ตาย!
ขณะที่เสี่ยเฉิงปาบอกให้เขาเข้าไป เขาก็ได้ระเบิดความฉุนเฉียวออกมา ยามปกติเอะอะอะไรก็ต่อยลูกน้อง เรื่องต่อยคนจึงเป็นงานถนัดของเขาอยู่แล้ว
ชั่วขณะนั้น ฝั่งหมู่บ้านเหลียงเจียกลับกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
ซ่งจื่อเซวียนพลันยิ้ม “รุ่ยจื่อ สงสัยจะไม่ต้องให้นายลงมือแล้ว”
“เหอะๆ นายท่านรอง เรื่องทะเลาะแบบป่าเถื่อนน่ะ พวกเสี่ยปาไม่มีปัญหาหรอก”
ช่างรุนแรงจริงๆ ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาที พวกเสี่ยเฉิงปาก็จัดการจนพวกที่ตามเหลียงหงอันมาวิ่งหนีไป
เหลียงหงอันนักเลงของหมู่บ้านคนนี้ อาศัยแค่สองอย่าง
หนึ่งคือเหลียงเจี้ยนพี่ชายของเขา ไม่มีใครในหมู่บ้านเหลียงเจียไม่รู้จักเหลียงเจี้ยน และไม่มีใครกล้าหาเรื่อง
อีกอย่างก็คือเงิน เหลียงหงอันให้เงินลูกน้องไม่น้อย คนพวกนั้นจึงตามเขามา
แต่หากพูดถึงเรื่องการต่อยตี…เขายังห่างอีกไกล
รังแกคนทุกวัน ไม่มีใครกล้าโต้กลับ เขาจะมีโอกาสฝึกความสามารถเรื่องเตะต่อยได้อย่างไร
ดังนั้นตอนนี้เขาจึงลนลาน วิ่งทีก็เร็วยิ่งกว่ากระต่ายเสียอีก
เสี่ยเฉิงปาเดินไล่ฉับๆ ไปข้างหน้า แค่กระบองท่อนหนึ่งก็ทำให้เหลียงหงอันล้มลงไปทันที
เด็กหนุ่มในชุดสูทสีดำนอนอยู่ในดินโคลนกลายเป็นสีน้ำตาลทันที เส้นผมมีแต่โคลน นักเลงของหมู่บ้านตอนนี้เรียกได้ว่ามีสภาพดูไม่ได้
“พี่…พี่ชายหยุดตีได้แล้ว!”
วินาทีที่เหลียงหงอันยกมือบัง เขารู้สึกเจ็บปวดเหมือนใกล้ตายแล้ว
“เสี่ย เสี่ยหยุดตีได้แล้ว เสี่ยครับๆ อย่าตีเลยครับ…”
เสี่ยเฉิงปาจึงหยุดและหายใจหอบด้วยความเหนื่อย
“ไอ้เด็กเวร กล้าเรียกฉันว่าไอ้หัวล้าน พี่ชายแกแม่งยังไม่กล้าเรียกเลย!”
“ครับ เสี่ย ผมผิดไปแล้ว ผมไม่รู้จักคุณครับ…”
ขณะพูด เหลียงหงอันรีบหยิบโทรศัพท์ออกมา “ผมโทรหาพี่ชายของผมเลยโอเคไหมครับ”
“รีบโทรสิวะ บอกให้มันรีบกลับมาโขกหัวคำนับฉันเดี๋ยวนี้!”
เหลียงหงอันโกรธมาก พลางพูดในใจโขกหัวเรอะ แม่งเอ๊ย จะตีแกให้ตายเลย!
จากนั้นเขาจึงโทรศัพท์ “พี่ พี่อยู่ไหนน่ะ”
“มีอะไร ฉันใกล้จะถึงเขตเมืองตู้เหมินแล้ว” เสียงที่ดังมาตามสายคือเสียงของเหลียงเจี้ยน
“พี่ พี่…พี่กลับมาก่อนได้ไหม คนในหมู่บ้านของเราโดนต่อยแล้ว”
“หืม เกิดอะไรขึ้น ใครกัน”
“เป็น..เป็นพวกเสี่ยของหมู่บ้านเสี่ยวเหอ พวกเขาต่อยตีเก่งมากเลย!”
ได้ยินดังนั้น เหลียงเจี้ยนก็เงียบไปสองสามวินาที “ต่อยตีเก่ง? หมู่บ้านเสี่ยวเหอน่ะนะ พวกเขาจ่ายเงินจ้างคนมาเหรอ”
“ไม่รู้…อาจจะ…อาจจะใช่ครับ..”
เหลียงหงอันเผชิญหน้ากับเสี่ยเฉิงปาอยู่จึงไม่กล้าพูดอะไรมาก ไม่อย่างนั้นเขาจะพูดใส่ไฟ เพื่อให้พี่ชายรีบกลับมาจัดการแก๊งชาติหมานี้ให้จงได้
เหลียงเจี้ยนเข้าใจแล้ว เขาพลันครุ่นคิด “นายอยู่ข้างๆ คนคนนั้นใช่ไหม บอกให้เขารับสายเลย!”
เหลียงหงอันยื่นโทรศัพท์ให้เสี่ยเฉิงปาด้วยมือสั่นๆ “เสี่ย คุณรับสายหน่อยครับ”
เสี่ยเฉิงปาขมวดคิ้วพลางรับสาย “เหลียงเจี้ยน แม่งเอ๊ย รีบกลับมาหาฉันเดี๋ยวนี้!”
“ไร้สาระ ปากมีแต่พูดจาสกปรก แกแม่งเป็นใครวะ กล้าพูดกับฉันแบบนี้!”
เหลียงเจี้ยนพิจารณาดูแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านเสี่ยวเหอหรือหมู่บ้านเหลียงเจีย ไม่มีใครกล้าพูดแบบนี้กับเขาเลยด้วยซ้ำ ถึงแม้จะเป็นผู้ใหญ่บ้านทั้งสองฝ่ายก็ยังไม่กล้าด้วยซ้ำ
“ฉันจะบอกแกให้นะ ฉันรู้ว่าแกเป็นคนที่หมู่บ้านเสี่ยวเหอจ้างมา ฉันคือเหลียงเจี้ยนแห่งตู้เหมิน ถ้าแกไม่อยากตาย ก็อย่ามาทำงานนี้!”
เสี่ยเฉิงปาโกรธแล้ว เป็นแค่ไอ้เหลียงเจี้ยนที่ตู้เหมิน แม่งโง่จริงๆ!
“ให้ตาย แม่แกสิ ข้าน่ะเสี่ยปาแห่งตู้เหมิน!”
ได้ยินประโยคนี้ เหลียงเจี้ยนก็ตะลึงงันไป…
………………………………………
……….