เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 433 ตั้งใจมาเยี่ยมโดยเฉพาะ
ตอนที่ 433 ตั้งใจมาเยี่ยมโดยเฉพาะ
……….
ได้ยินคำว่าเฉิงปาแห่งตู้เหมินนี้ เหลียงเจี้ยนย่อมรู้จักอยู่แล้ว
ตอนออกจากหมู่บ้านเหลียงเจียมาอยู่ที่ตู้เหมินสมัยหนุ่ม ก็ได้ยินชื่อเสียงของเฉิงปาแห่งเขตเฉิงตงแล้ว
ต่อมาหลังจากได้ทำความเข้าใจแล้ว ก็ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะมาจากหมู่บ้านเสี่ยวเหอ
พวกเขาสองคนออกจากหมู่บ้านห่างกันหนึ่งถึงสองปี แต่เทียบกันแล้ว เหลียงเจี้ยนยังห่างชั้นอยู่มาก
แรกเริ่มนั้นพวกเขาเป็นอันธพาลตัวเล็กๆ เหมือนกัน แต่เฉิงปาได้กลายเป็นนักเลงใหญ่เพราะโหดเหี้ยมและมีลูกน้องเยอะ
ส่วนเหลียงเจี้ยนกลับเป็นเพียงลูกน้องของเสี่ยเคอซานเท่านั้น
ต่อมาภายหลัง เหลียงเจี้ยนได้ทำบริษัทขนส่ง ซึ่งอันที่จริงก็มีหุ้นของเสี่ยเคอซานอยู่เหมือนกัน
ไม่นับว่าเป็นของตัวเองทั้งหมด
แต่เสี่ยเฉิงปากลับยึดครองด้านหนึ่งด้วยตัวคนเดียว กลายเป็นคนที่มีอิทธิพลระดับลูกพี่ในเขตเฉิงตง
สามารถพูดได้ว่า เรื่องอิทธิพลไม่ได้อยู่ต่ำกว่าเสี่ยเคอซานเลย
แน่นอนว่า หากเทียบกันอย่างจริงจัง กำลังของเสี่ยเคอซานดูแข็งแกร่งกว่า
เพราะอีกฝ่ายมีธุรกิจเยอะคนจึงเยอะตาม
“คุณคือ…เสี่ยเฉิงปาเหรอ”
“ไอ้หนุ่ม โชคดีที่แกรู้จักฉัน ทำงานกับเคอซานจนโง่แล้วใช่ไหม”
เสี่ยเฉิงปาต่อว่าด้วยความฉุนเฉียว “ฉันจะบอกแกนะไอ้เวร ที่ดินของหมู่บ้านเสี่ยวเหอเป็นของฉันแล้ว ถ้ามาแย่งอีกฉันจะตีขาของพวกแกสองพี่น้องให้หัก!”
เหลียงเจี้ยนกำหมัดแน่น ถึงแม้เสี่ยเฉิงปาจะเก่งมาก แต่เหลียงเจี้ยนก็ไม่ได้อ่อนแอ!
โดนคนอื่นต่อว่าเช่นนี้ ในใจของเขาย่อมรู้สึกไม่พอใจ
“เสี่ยปา เราต่างก็อาศัยอยู่ในตู้เหมิน จำเป็นต้องพูดจาไม่น่าฟังแบบนี้ไหม”
“ไอ้เวร แกคู่ควรจะพูดกับฉันไหม ฉันตอนนี้กำลังไว้หน้าแกอยู่ ไม่งั้นคงจัดการน้องชายของแกไปแล้ว!”
“แบบนี้ค่อยดีหน่อย ฉันจะรอแกอยู่ตรงนี้ ถ้ากล้าเล่นตุกติก…อย่าหาว่าฉันเล่นงานแกจริงๆ ก็แล้วกัน!”
เหลียงเจี้ยนไม่พูดอะไรอีก ทั้งยังตัดสายไปทันที
จากนั้น เขาจึงรีบโทรไปหาเสี่ยเคอซาน
ภายในห้องทำงาน เคอหงเทาเพิ่งตื่นนอนตอนบ่าย
เขาลุกขึ้นจิบน้ำชาและกำลังจะเอนตัวนอนต่อ แต่โทรศัพท์กลับดังขึ้นมา
เมื่อเห็นว่าเป็นสายของเหลียงเจี้ยน เขาจึงชะงักไปเล็กน้อย ปกติไอ้หมอนี่ติดต่อตนน้อยครั้งมาก
เคอหงเทาถือว่ามองเหลียงเจี้ยนในแง่ดีมาโดยตลอด
ถึงแม้เหลียงเจี้ยนจะติดต่อหาตนน้อยครั้ง แต่จะโอนเงินให้ตนตรงตามกำหนดทุกเดือน
ซึ่งก็คือผลกำไรของบริษัทขนส่งนั่นเอง
บริษัทขนส่ง เคอหงเทารับผิดชอบไกล่เกลี่ยเรื่องบนดิน ซึ่งหมายถึงช่วยไกล่เกลี่ยกับทางหน่วยงานราชการแล้วก็คนที่มาแย่งธุรกิจกับเหลียงเจี้ยน
และเป็นเพราะจุดนี้ เหลียงเจี้ยนจึงได้มอบหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ของบริษัทให้กับเคอหงเทา
สองสามปีที่ผ่านมานี้ ปัญหาส่วนใหญ่ล้วนเป็นเหลียงเจี้ยนแก้ปัญหาด้วยตัวเอง เคอหงเทาแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย
แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ เงินของทุกเดือนก็ยังเข้าบัญชีตรงเวลาตลอด
ลำพังแค่จุดนี้ เคอหงเทาก็ให้ความสำคัญกับเหลียงเจี้ยนมากแล้ว เพราะน่าเชื่อถือมากกว่าลูกน้องคนอื่นหรือเพื่อนร่วมงานคนอื่นเสียอีก
“เหลียงเจี้ยน มีอะไร” เคอหงเทาพูด
“เสี่ยซาน เจอปัญหานิดหน่อยครับ อยากให้คุณช่วยออกความคิดเห็น”
เหลียงเจี้ยนพูดด้วยน้ำเสียงที่เคารพอย่างยิ่ง เพราะเขาเคยทำงานกับเคอหงเทามาก่อน จึงนับว่าเป็นลูกน้อง
“อืม พูดมาสิ”
เคอหงเทาค่อนข้างรู้จักเหลียงเจี้ยนเป็นอย่างดี หากไม่มีเรื่องใหญ่ เขาจะไม่ติดต่อหาตนง่ายๆ แน่นอน
“เฉิงปา นายกับเขาไปรู้จักกันได้ยังไง”
เหลียงเจี้ยนจึงเล่าเรื่องในหมู่บ้านให้ฟังทันที
เคอหงเทาขมวดคิ้วไม่หยุด “เฉิงปา…ไม่อยู่ในตู้เหมินเฉยๆ แต่ไปหาเรื่องในหมู่บ้านเหรอ”
“ผมไม่ค่อยแน่ใจครับ แต่ว่า…เสี่ยซาน คุณคิดว่าตอนนี้ผมกลับไปยอมรับผิดดี หรือว่าไปจัดการเขาดีครับ”
ระหว่างที่เหลียงเจี้ยนพูด สายตาอาฆาตก็แวบผ่านดวงตาคู่นั้น
เคอหงเทาไม่ตอบทันที แต่กลับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ คิดบางเรื่องอยู่
จะว่าไปแล้ว กำลังของเขากับเฉิงปาก็พอๆ กัน ถึงแม้จะแข็งแกร่งกว่าแต่ก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก
และช่วงนี้เขานับว่าดวงซวย ครั้งที่แล้วเขาหลงเชื่อไอ้แก่เผยเทียนหู่นั่น เข้าซื้อสถานที่ของหวงฟาอยู่หลายแห่ง
ผลปรากฏว่าพอเปิดร้านกลับโดนตำรวจตู้เหมินเข้าตรวจและกวาดล้างครั้งใหญ่
ต้องจ่ายค่าเสียหลายหลายสิบล้านหยวน
ดังนั้นสภาพของเขาในตอนนี้ เขาอาจจะแข็งแกร่งสู้เฉิงปาไม่ได้
ช่วงนี้เขายังคิดอยู่ว่าจะเอากลับมาอย่างไรดี
“เฉิงปา…เขาพาลูกน้องไปที่หมู่บ้านกี่คน”
“เอ่อ…ผมไม่แน่ใจครับ แต่น้องชายของผมโดนพวกเขาต่อยตี น่าจะมีจำนวนหนึ่งเลย”
เคอหงเทาครุ่นคิด “อย่าพูดกับฉันว่าไม่แน่ใจ โทรไปเช็กให้แน่ใจเดี๋ยวนี้”
“เข้าใจแล้วครับเสี่ยซาน!”
เหลียงเจี้ยนวางสายแล้วโทรไปเช็กข้อมูลทันที
แน่นอนว่าเขาไม่ได้โทรหาเหลียงหงอันตรงๆ แต่โทรหาคนอื่นที่อยู่ณ ที่นั้นแทน
ในไม่ช้า โทรศัพท์ของเคอหงเทาก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“เสี่ยซาน ฝั่งของพวกเขานอกจากชาวบ้าน มีทั้งหมดหกคน ล้วนเป็นคนไม่คุ้นหน้าครับ!”
ได้ยินประโยคนี้ เคอหงเทาจึงหัวเราะเบาๆ
หรือนี่อาจจะเป็นโอกาสอีกครั้ง
หากอยู่ในเมืองตู้เหมิน เขาทำอะไรเฉิงปาในเขตเฉิงตงไม่ได้ แต่ถ้าเป็นในหมู่บ้าน…
นึกถึงตรงนี้ เขาก็แค่นหัวเราะ “นายมีลูกน้องอยู่ในมือกี่คน”
“ผมมีรถสองคัน พาลูกน้องไปหกเจ็ดคนครับ” เหลียงเจี้ยนตอบ
“ส่งตำแหน่งมาให้ฉัน ฉันจะส่งไปให้นายหนึ่งคันรถ ต่อยเฉิงปาแทนฉันให้เละไปเลย”
พูดจบ เคอหงเทาก็พูดเสริมอีกหนึ่งประโยค “เหลียงเจี้ยน นายอย่าลืม ฉันต้องการให้เขานอนโรงพยาบาลหนึ่งเดือนแบบออกมาไม่ได้เลย!”
“เหอะๆ เสี่ยซาน คุณพูดประโยคนี้ออกมา บวกกับคนของคุณ ผมก็รู้ว่าต้องทำยังไงแล้วครับ”
“อืม นายเป็นคนทำงานฉันก็วางใจ ส่งตำแหน่งให้ฉันนะ คนของฉันจะไปถึงโดยเร็ว”
จากนั้น เหลียงเจี้ยนก็ส่งตำแหน่งให้เคอหงเทา หลังจากรออยู่บนถนนวงแหวนรอบนอกประมาณครึ่งชั่วโมง ก็เห็นรถไอวีโก้สีขาวคันหนึ่งขับเข้ามา
เขาจึงยิ้มเล็กน้อย “เสี่ยซานส่งคนมาให้จริงๆ ทั้งคันรถนี้…เกินพอ!”
“พี่เจี้ยน คนเยอะขนาดนี้เชียว เรากลับไปจัดการไอ้พวกนั้นให้ตายกันเถอะ!”
“เหอะๆ เสี่ยซานพูดแล้ว ต้องอัดให้หนักๆ ถึงตอนนั้นพวกนายก็ระวังหน่อย อย่าฆ่าคนตายก็พอ”
“ได้เลยพี่เจี้ยน อย่างอื่นทำไม่เป็น แต่เรื่องต่อยตีเป็นงานถนัดของพวกเราพี่น้อง”
…
หมู่บ้านเสี่ยวเหอ
พวกซ่งจื่อเซวียนและเฉิงปายังไม่กลับ แต่ยังรออยู่ที่เดิม
พวกชาวบ้านเอาเสาไม้ไผ่สองสามอัน มาค้ำยันทำเป็นเตนท์ขึ้นมา พวกเขานั่งดื่มน้ำชา กินแตงโมอยู่ในเตนท์
พวกเขาปล่อยคนของหมู่บ้านเหลียงเจียกลับไปแล้ว เหลือเพียงเหลียงหงอันแค่คนเดียว
เวลานี้เหลียงหงอันยืนอยู่ด้านนอกเตนท์ และแดดก็แรงเกินไป เขาหิวน้ำแต่ก็ไม่กล้าดื่ม
ในตอนนี้ ซ่งจื่อเซวียนกับเสี่ยเฉิงปากลับไม่เป็นอะไร ดื่มน้ำชากินแตงโมดับร้อน จากนั้นเสี่ยเฉิงปาจึงงีบหลับพักหนึ่ง
แต่จูโหย่วซานกลับยุ่งมาก
คอยเรียกคนมาดูแลนายท่านรองกับเสี่ยปา และรับโทรศัพท์สองสามสายไปพลาง
ซึ่งเป็นสายของเหลียงปินผู้ใหญ่บ้านเหลียงเจีย
เนื้อหานั้นแสนเรียบง่าย นั่นคือสั่งให้พวกเขารีบปล่อยเหลียงหงอัน ขณะเดียวกันก็ยังคิดที่จะฮุบที่ดินผืนนั้น
หากเป็นยามปกติ จูโหย่วซานจะต้องจัดการอย่างประนีประนอมแน่นอน เพราะฝ่ายตรงข้ามมีกำลังมากกว่า
แต่วันนี้มีพี่ใหญ่ถึงสองคนอยู่ตรงนี้ เขาจึงไม่กล้าเข้าไปประนีประนอม เขารู้ว่าหากทำตามอีกฝ่ายจริงๆ เสี่ยเฉิงปาจะตีเขาตายแน่นอน
“เหล่าเหลียง คนนี้ฉันปล่อยไม่ได้ คนของพวกเขามาต่อยตีคนในหมู่บ้านของเรา นายกล้ามาขอคนกลับไปได้ยังไง
อีกอย่าง หมู่บ้านของเราก็มีเส้นเขตแดนอยู่ พวกนายเข้ามาทำอะไร ที่ดินผืนนั้นพวกเราอยากจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น!”
นานๆ ทีจูโหย่วซานจะแสดงความแข็งกร้าวสักครั้ง
“ได้เลยจูโหย่วซาน ฉันกำลังช่วยพวกนายอยู่ แต่จะไม่ฟังกันใช่ไหม ได้ ฉันจะเข้าไปเดี๋ยวนี้”
ผ่านไปพักหนึ่ง ผู้ใหญ่บ้านเหลียงปินก็พาผู้ชายรูปร่างกำยำสามสี่คนเดินเข้ามาในไร่
เขาพาคนมาไม่มาก เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่กล้าทำอะไรผู้ใหญ่บ้านอย่างเขา และปกติก็ทำตัวกร่างจนชิน
“จูโหย่วซาน ให้ตายสิ พวกนายอยากตายใช่ไหม จะปล่อยคนไหม”
เมื่อเห็นดังนั้น จูโหย่วซานจึงหันไปมองเสี่ยเฉิงปา เอ่ยว่า “เสี่ยปา คนของหมู่บ้านเหลียงเจียมาแล้ว นั่นคือผู้ใหญ่บ้าน เหลียงปิน”
เสี่ยเฉิงปาตอนนี้เพิ่งตื่นนอน ต้นคอเต็มไปด้วยเหงื่อ และขี้เกียจขยับตัว
“เหลยจื่อ ลากเขาเข้ามาพูด!”
“ครับเสี่ย!”
พูดจบ เหลยจื่อก็รีบเดินไปข้างหน้า จับคอเสื้อของเหลียงปิน แล้วลากเข้ามาในเตนท์
“เฮ้ยๆๆ…นายเป็นใคร กล้าแตะต้องฉันเหรอ เชื่อไหมว่าฉันจะจับนายทุ่ม!”
พอเห็นผู้ชายตัวใหญ่หัวล้าน เหลียงปินจึงงุนงงอยู่บ้าง หมู่บ้านเสี่ยวเหอมีคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรวะ
“ฉันถามนายอยู่!”
เสี่ยเฉิงปาถลึงตาใส่ทันที ท่าทางดุยิ่งกว่าเดิม
เหลียงปินกลืนน้ำลายหนึ่งอึก เอ่ยว่า “ใช่ ฉัน…ฉันเอง แล้วจะทำไม…”
“พูดจาไม่ให้ความเคารพ ตี!”
“นาย…”
เพียะๆๆ!!!
เหลียงปินยังไม่ทันพูดจบ เหลยจื่อก็ตบหน้าไปแล้วสามครั้ง มุมปากมีเลือดไหลซึมทันที
เขาไม่เคยเห็นนักเลงที่อันธพาลยิ่งกว่าเหลียงเจี้ยนมาก่อน วันนี้ถือว่าได้เห็นกับตาแล้ว
เขาเอามือป้องปาก พูดด้วยเสียงสะอื้นไห้ “พะ…พวกนายถือสิทธิ์อะไรมาตบตีฉัน!”
“หึ ฉันไม่ตบนาย นายก็คงกล้าตบคนอื่น กล้ามาถามฉันงั้นเหรอ ตบอีก!”
เพียะๆๆๆ!
จากนั้นก็โดนตบซ้ำอีกหลายครั้ง เหลียงปินหน้าบวมฉึ่ง
เขาเป็นผู้ใหญ่บ้านมาสิบกว่าปี ไม่มีใครเทียบได้ในหมู่บ้าน แต่เพิ่งรู้สึกคับอกคับใจแบบนี้เป็นครั้งแรก
เหลยจื่อแรงมือหนักมาก ตอนนี้เหลียงปินมึนงงอยู่บ้าง
เสี่ยเฉิงปาค่อยๆ ลุกขึ้น ยืดตัวบิดขี้เกียจ ชี้ไปที่ผู้ชายรูปร่างกำยำสองสามคนของหมู่บ้านเหลียงเจียที่ตามมาแล้วพูดว่า “พวกนายอยากโดนตบด้วยใช่ไหม”
ผู้ชายสองสามคนนั้นสบตากันหนึ่งที ไม่มีใครกล้าเดินไปข้างหน้าสักคน
เฉิงปาคือนักเลงตัวจริงเสียงจริง ไม่ยอมให้พูดก็ซัดหน้าแล้ว แล้วใครจะกล้าเข้ามาใกล้
“ฉันจะบอกพวกนายนะ ฉันคือเฉิงปาแห่งหมู่บ้านเสี่ยวเหอ ต่อไปถ้ามีใครกล้ามาทำตัวกร่างที่นี่อีก ฉันจะทำให้พวกแกร่างเปลี่ยนไปเลย!”
เสี่ยเฉิงปาชี้ไปที่เหลียงปิน
เพิ่งจะสิ้นเสียงของเสี่ยเฉิงปา ก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังมาจากข้างหลังเตนท์
“ฮ่าๆๆ เสี่ยปา ไม่ได้เจอกันนาน เราต่างก็มาจากในหมู่บ้านทั้งนั้น ใช้ชีวิตในตู้เหมินก็ไม่ง่ายเลยนะ
วันนี้ผมเหลียงเจี้ยนตั้งใจมาเยี่ยมคุณโดยเฉพาะเลยครับ!”
ได้ยินดังนั้น เสี่ยเฉิงปาก็แค่นหัวเราะ “ดี คนที่มาช่วยจัดการปัญหาให้พวกนายมาแล้ว”
เฉิงปารู้ว่าเหลียงปินเป็นคนพาล เหมือนกับเหลียงหงอัน เพราะอาศัยความสัมพันธ์กับเหลียงเจี้ยน
หลายคนหันไปมองข้างหลังเตนท์ แต่สีหน้าของคนพวกนั้นไร้ซึ่งความตกใจและหวาดกลัว…
เห็นเพียงคนเดินตามหลังเหลียนเจี้ยนมาอย่างน้อยเกือบยี่สิบคน และคนพวกนี้ก็ไม่เหมือนพวกชาวบ้าน
แต่ละคนใส่เสื้อแขนสั้นสีดำและกางเกงสีดำ หน้าตาดุดัน เหมือนพวกต่อสู้ในวงการใต้ดินในภาพยนตร์ไม่มีผิดเพี้ยน
รวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่…
…………………………………………….