เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 437 เลือกเอาเอง
ตอนที่ 437 เลือกเอาเอง
……….
บริษัทขนส่งเจี้ยนอันตั้งอยู่ในลานแห่งนี้
ชื่อเจี้ยนอันเกิดจากการนำชื่อเหลียงเจี้ยนและเหลียงหงอันมารวมกัน
สองพี่น้องเหลียงเจี้ยนเป็นตัวแสบประจำหมู่บ้านเมื่อครั้งยังเด็ก แม้ว่าจะถูกพ่อแม่ดุด่าเป็นประจำ แต่ความสัมพันธ์ของพี่น้องก็ยังแน่นแฟ้นกันดี
เหลียงเจี้ยนดูแลน้องชายของเขาตั้งแต่เป็นเด็ก ไม่เคยยอมให้เหลียงหงอันต้องตกระกำลำบาก
จนถึงตอนนี้ก็เช่นกัน เขาคิดอยู่เสมอว่าถ้าอนาคตธุรกิจไปได้สวย จะฝากให้น้องชายดูแลต่อ
แต่เหลียงหงอันไม่มีแรงจูงใจที่จะพัฒนาตนเองถึงขั้นนั้น เขาดีแต่รังแกคนในหมู่บ้าน กับคั่วผู้หญิงไปวันๆ
นี่คือจุดที่ทำให้เหลียงเจี้ยนปวดหัว
แม้ว่าจะมีรายได้บ้าง แต่เหลียงเจี้ยนก็ยังต้องประหยัดเงิน
เขาไม่ได้ซื้อบ้านในตู้เหมิน เพราะคิดว่าต่อไปพออายุมากขึ้น เขาจะกลับไปใช้ชีวิตที่หมู่บ้านเหลียงเจีย
เพราะที่นั่นคือรากเหง้าของเขา
ดังนั้นเขาจึงอาศัยอยู่ในบ้านพักกระป๋องกับเหล่าคนงานชั่วคราว
ตอนนี้เขากำลังกอดหญิงสาว และพูดคุยกันไปพลาง
แน่นอนว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ภรรยาของเขา แต่เป็นคนที่เขาไปรู้จักจากร้านคาราโอเกะ
เหลียงเจี้ยนให้เงินเธอแค่สามพันหยวนต่อเดือน ผู้หญิงคนนี้กลับรักเขาหมดใจ จึงอยู่กับเหลียงเจี้ยนมาโดยตลอด
“พี่เจี้ยน ช่วงนี้กิจการไม่ค่อยดีเหรอ ฉันเห็นวันนี้พี่สีหน้าดูไม่ดีเลย แถมเมื่อกี้…ยังสภาพดูไม่จืดอีก”
เหลียงเจี้ยนหันไปมองหญิงสาวแวบหนึ่ง แล้วตบบ่าของเธอสองครั้ง “ไม่เป็นอะไร ตอนกลับไปที่หมู่บ้านมีเรื่องมานิดหน่อย เรื่องยุ่งยากน่ะ”
“หืม? ฮ่าๆ ยังมีเรื่องอะไรที่ทำให้พี่เจี้ยนรู้สึกยุ่งยากอีกเหรอ” หญิงสาวถามด้วยรอยยิ้ม
“แน่นอนสิ ฉันไม่ใช่มนุษย์วิเศษมีสามหัวหกแขนนะ อ้อ แล้วเธอก็อย่าคิดว่าฉันเป็นพวกมีอำนาจทำได้ทุกอย่างด้วย”
แต่เหลียงเจี้ยนมักจะกลัวว่าเธอเข้าหาเขาเพราะต้องการให้เขาทำอะไรเพื่อเธอ ทว่าหญิงสาวไม่เคยคิดเช่นนั้นเลย แต่ความคิดเช่นนี้ของเหลียงเจี้ยนทำให้เธอผิดหวัง
“ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้นสักหน่อยพี่เจี้ยน ฉันชอบพี่ที่ตัวพี่นะ”
“ฉัน? ฉันมีอะไรดีกัน”
หญิงสาวยิ้มขวยเขิน “พี่เจี้ยน ที่จริงฉัน…หาเงินเดือนเองได้เดือนละสองหมื่นนะ ฉันไม่ได้เข้าหาพี่เพราะเหตุผลอื่นเลย
ฉันทำงานในร้านกลางคืนพี่ก็รู้ ไม่ใช่ที่วิเศษวิโสอะไรเลย วันๆ มีแต่คลุกคลีอยู่กับพวกผู้ชาย
แต่พี่ไม่เหมือนใคร พี่เห็นค่าฉัน ไม่เอาเปรียบฉัน อีกอย่าง…พี่ยังเป็นลูกผู้ชายมาก”
คำพูดเหล่านี้ทำให้เหลียงเจี้ยนรู้สึกซาบซึ้ง เขาพยักหน้าตอบ “ไว้ฉันหาเงินได้เยอะๆ แล้ว ถ้าเธอไม่รังเกียจ กลับบ้านนอกไปใช้ชีวิตกับฉันนะ”
หญิงสาวพยักหน้าอย่างแรง สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น “ฉันจะไปกับพี่ ไม่ว่าพี่ไปที่ไหนฉันก็จะไปด้วย”
โครม!
ขณะที่ทั้งสองกำลังพลอดรักกันอยู่นั้นเอง ประตูก็ถูกถีบเปิดออก
ต้องรู้ไว้ว่าประตูของบ้านพักชั่วคราวนี้ไม่ค่อยทนทานนัก เจอลูกถีบของเหลยจื่อทีเดียว บานประตูก็หลุดออกมาแล้ว…
เมื่อได้ยินเสียง ทั้งสองคนต่างตกใจ รียผุดลุกผุดนั่งขึ้นมา
ทว่าหญิงสาวกำลังเปลือยกายอยู่ จึงดึงผ้าห่มมาคลุมหน้าอกของเธอโดยสัญชาตญาณ พร้อมกับกรีดร้องเสียงดัง
เหลยจื่อเตะประตูเปิดออก รีบเปิดทางให้เสี่ยเฉิงปาเดินเข้าไปข้างในทันที
เมื่อเห็นเสี่ยเฉิงปา เหลียงเจี้ยนก็ถอนหายใจออกมา รีบตรงเข้ามาคำนับ
“เหลียงเจี้ยน แกไม่หนีหรือไง”
เหลียงเจี้ยนพยักหน้า “เสี่ยปา ที่จริง…ผมคาดเอาไว้แล้วล่ะครับ แต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้”
“นายท่านรองสั่งมาแล้วนี่ ให้ฉันรอช้าได้ยังไง รีบไปแต่งตัวซะ”
เหลียงเจี้ยนลุกขึ้นสวมเสื้อผ้าทันที แล้วหันไปเหลือบมองหญิงสาวใต้ผ้าห่ม
พูดจบ เสี่ยเฉิงปาก็กลับหลังหันเดินออกไป
อันที่จริง แค่คำพูดของเสี่ยเฉิงปา เหลียงเจี้ยนก็รู้สึกซาบซึ้งมากแล้ว
อย่างไรเสียพวกเขาก็เป็นคนในโลกใต้ดิน พูดง่ายๆ ก็คือนักเลง ที่วันนี้พวกเขาไม่ทำเรื่องระยำตำบอนที่นี่ ก็ถือว่ามีคุณธรรมมากพอแล้ว
เมื่อเดินเข้าไปในลานบ้าน จางเปียวก็ลากเก้าอี้ตัวหนึ่งมาให้เสี่ยเฉิงปา
เหลียงเจี้ยนยืนโค้งศีรษะตรงหน้าเสี่ยเฉิงปา
คนงานในลานบ้านต่างรวมตัวกันอยู่รอบๆ เห็นได้ชัดว่าตอนนี้พวกเขาไม่กล้ากระโตกกระตาก พูดตรงๆ ว่าพวกเขามารอชมเรื่องสนุกๆ
เสี่ยเฉิงปาอัดควันบุหรี่เข้าปอดไปหนึ่งที พลางมองเหลียงเจี้ยนไปด้วย “ไอ้เวรตะไล ตอนบ่ายแกจองหองนักนี่ เป็นอะไรไป ก้มหัวทำไม ไม่อวดเก่งแล้วเหรอ”
เหลียงเจี้ยนฝืนยิ้ม “เสี่ยปา อย่าล้อเล่นสิครับ วันนี้ผมทำผิดไปแล้ว คุณจะทำยังไงก็สุดแล้วแต่คุณเถอะครับ”
“หึๆ พูดจาแมนดีนี่ แต่ว่า…กฎต้องเป็นกฎ ไม่สามารถฝ่าฝืนได้”
พูดแล้วเสี่ยเฉิงปาก็ส่งสัญญาณให้กับเหลยจื่อ เหลยจื่อเข้าใจในทันทีแล้วเดินตรงเข้าไปหาเหลียงเจี้ยน
เหลียงเจี้ยนรู้อยู่เต็มอกว่าเหลยจื่อจะทำอะไร เขาไม่หลบหลีก ไม่พูดอะไร เพียงแค่ยืนนิ่ง รอรับการลงทัณฑ์
ผัวะ!
ทันทีที่กำปั้นกระแทกเข้าที่ท้อง เหลียงเจี้ยนก็คุกเข่าลงไปข้างหนึ่งทันที
แต่เขาใช้มือข้างหนึ่งยันพื้นเอาไว้ พยายามฝืนตัวเองให้ยืนขึ้นมา แล้วสูดหายใจเข้าลึกทันที
ทันใดนั้น เหลยจื่อก็เตะตรงเข้าที่ท้องเหลียงเจี้ยนอีกครั้ง เหลียงเจี้ยนหงายหลังล้มไปทันที
ในตอนนี้เอง เหล่านักเลงหลายชีวิตก็เข้ามารุมล้อมตัวเขา ทั้งเตะทั้งต่อยเขาในคราวเดียวกัน
เมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า เหล่าคนงานต่างนิ่งอึ้ง หนึ่งในนั้นเริ่มถอยกรูด ด้วยกลัวว่าตัวเองจะโดนลูกหลงไปด้วย
หลังจากกระทืบไปหนึ่งนาทีเต็มๆ เสี่ยเฉิงปาก็สั่งให้หยุด
“โอเค เรื่องที่แกแหกกฎวันนี้ ถือว่าเราเคลียร์กันแล้วนะ”
เหลียงเจี้ยนลุกขึ้นยืนด้วยสองขาที่สั่นเทา พยักหน้ารับ “ขอบคุณครับเสี่ยปา”
“เอาล่ะ ทีนี้เรามาเคลียร์เรื่องอะไรกันต่อดี”
เหลียงเจี้ยนผงะเมื่อได้ยินคำถามนี้ กระทืบก็กระทืบแล้ว สั่งสอนก็สั่งสอนไปแล้ว ยังจะเคลียร์อะไรอีก
เฉิงปาคลึงแหวนหยกวงใหญ่ในมือเล่นพลางกล่าว “วันนี้แกยกโขยงคนไปเยอะนี่…เล่นเอานายท่านรองไม่สบอารมณ์ เรื่องนี้จะให้จัดการยังไงดีล่ะ”
อันที่จริงถ้ายกให้เฉิงปาจัดการเรื่องนี้ แค่อัดสักรอบก็เรียบร้อย
แต่เมื่อครู่ซ่งจื่อเซวียนโทรหาเขาอีกสาย เขาจึงถามเช่นนี้
ซ่งจื่อเซวียนรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เหลียงเจี้ยนเป็นถึงเจ้าของบริษัทขนส่ง ทำไมถึงมีลูกน้องนักเลงมากมายขนาดนี้
บางทีเรื่องนี้อาจจะไม่เรียบง่ายขนาดนั้น
เหลียงเจี้ยนกล่าว “เสี่ยปา ผม…ผมไม่รู้จักเขานะครับ”
“หึๆ ไม่รู้จักงั้นเหรอ งั้นก็คิดซะว่าแกเล่นผิดคนแล้วกัน บอกมา ว่าแกเอาคนมาจากไหน อย่าบอกว่าเป็นคนงานพวกนี้ของแก ฉันไม่เชื่อหรอก”
เมื่อได้ยินดังนั้น เหลียงเจี้ยนก็อึ้งไป คำถามนี้กระตุกต่อมประสาทเขาเข้าอย่างไม่ต้องสงสัย
ถ้าบอกว่าเป็นเสี่ยซานเคอล่ะ? อย่างนั้นเขาก็เป็นคนกลับกลอก แล้วถ้าไม่บอกล่ะ? ก็…อาจจะโดนอัดอยู่ดี
หลังจากชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง เหลียงเจี้ยนก็เลือกที่จะโดนกระทืบ
ในเมื่อเดินบนเส้นทางนักเลง เขายอมโดนกระทืบ ดีกว่าเป็นคนสับปลับ
“เสี่ยปา คุณก็รู้ว่าก่อนหน้านี้ผมเคยทำอะไรมา…ต้องมีลูกน้องอยู่แล้วสิครับ”
เสี่ยเฉิงปาได้ยินดังนั้นก็ลอบยิ้มออกมา นายท่านรองนี่เทพจริงๆ เดาได้แม้กระทั่งว่าเขาจะพูดอะไรเชียวเหรอ
“อ้อ…งั้นแกก็หมายถึงคนของเคอซานงั้นเหรอ”
“ไม่ครับๆ เสี่ยปา ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเสี่ยซานเลยครับ”
เสี่ยเฉิงปายักไหล่แล้วยิ้ม “ไม่ใช่งั้นเหรอ งั้นฉันจะบอกอะไรให้นะไอ้หนู แกกล้าสาบานหรือเปล่า ถ้าแกโกหกฉัน ขอให้ญาติโกโหติกาของแก รวมถึงพ่อแม่พี่น้องของแกโดนฟ้าผ่าตาย โดนรถชนตายห่าให้หมด!”
“อย่าครับ เสี่ยปา”
เสี่ยเฉิงปากำลังจะลุกขึ้น เหลียงเจี้ยนก็โพล่งออกมา
“ผมสาบานได้ว่าสิ่งที่ผมพูดทุกคำเป็นความจริงครับ ถ้าผมโกหก ขอให้…”
พูดมาถึงตรงนี้ เหลียงเจี้ยนก็หยุดชะงักไปอีกครั้ง
เสี่ยเฉิงปาก้าวไปข้างหน้า พร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “นายท่านรองรู้อยู่แล้ว ฉันแค่ถามแกไปอย่างนั้นแหละ ทำไมต้องปิดบังด้วย”
เหลียงเจี้ยนพูดไม่ออก ทุกคนรู้เรื่องหมดแล้วเหรอ
ทันใดนั้น เขาก็พยักหน้า
“แต่…แกก็ซื่อสัตย์เหมือนกันนะไอ้หนู ลงทุนสาปแช่งครอบครัวตัวเอง แต่ก็ไม่ขายเคอซานอยู่ดี”
เสี่ยซานมีบุญคุณกับผม ผม…เสี่ยปา เรื่องนี้ผมทำเองคนเดียวครับ คุณอย่าเอาเรื่องเสี่ยซานเลยนะครับ”
“ฮ่าๆ เหลียงเจี้ยนเอ๋ยเหลียงเจี้ยน แกคนเดียวเนี่ยนะ แกเป็นใคร เรื่องนี้แกทำคนเดียวไม่ได้หรอก!”
เสี่ยเฉิงปาก้าวไปข้างหน้าอีกสองสามก้าว หันตัวมาพูด “หรือ…แกจะบอกฉันว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ฉันจะได้ไม่ต้องไปหาเคอซาน”
เหลียงเจี้ยนใคร่ครวญ แล้วเล่าเรื่องราวให้เฉิงปาฟัง
รวมถึงเรื่องที่เขาโทรไปหาเคอซาน และท่าทีของเคอซาน
“แค่นี้เหรอ?”
“ครับ แค่นี้ครับ”
“เหลียงเจี้ยน แกคิดจริงๆ เหรอว่าฉันไม่รู้จักคนอย่างเคอซาน คำว่าซื่อสัตย์ใช้กับคนอย่างมันไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าไม่มีผลประโยชน์มันไม่ทำหรอก
แกฟังนะ ลองดูว่าฉันพูดถูกไหม”
เสี่ยเฉิงปาพูดยิ้มๆ “ไอ้เวรนี่ไปรู้ข่าวว่าฉันอยู่ในหมู่บ้าน แถมมีคนคุ้มกันไม่เยอะเท่าไร เลยคิดจะใช้โอกาสนี้เล่นงานฉันสักหน่อย
เพราะงั้นมันเลยคิดจะยืมมือแก ให้แกลงมือ ถ้าฉันเดาไม่ผิด…มันคงจะสั่งแกว่าให้เล่นงานหนักๆ ให้ฉันเข้าโรงพยาบาลได้ยิ่งดีใช่ไหม”
คำพูดเหล่านี้เป็นการคาดเดาของเสี่ยเฉิงปาล้วนๆ แต่แน่นอนว่ามาจากการรู้จักเคอซานมาหลายปี
“หึๆ โอเค วันนี้ฉันไม่ทำร้ายแกแล้ว เขียนสัญญายืมเงินซะ!”
“ครับ? ยะ…ยืมเงิน?”
“พูดมาก เรื่องวันนี้ถ้าไม่จ่ายเงินมันจะจบไหม?” เสี่ยเฉิงปาพูด
“คือว่า…”
ในตอนนี้เอง จางเปียวก็หยิบกระดาษใบหนึ่งออกมา ยื่นให้เหลียงเจี้ยน “เซ็นซะ ประทับรอยนิ้วมือด้วย”
เหลียงเจี้ยนมองด้วยความตกตะลึง
ในสัญญายืมเงินระบุเอาไว้ว่าเหลียงเจี้ยนยืมเงินเสี่ยเฉิงปาเป็นจำนวนสองล้านหยวน…
ปีนี้ทั้งปีเขาก็ไม่มีทางหาเงินได้มากขนาดนั้น
“เสี่ย ไม่ได้นะครับเสี่ย ผมมีลูกน้องตั้งเยอะแยะที่ต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้องนะครับ”
“หึๆ เรื่องอื่นฉันไม่รู้หรอก เคอซานยังมีส่วนได้ส่วนเสียกับฝั่งแกอยู่นี่ โอนเงินของมันเข้าบัญชีฉัน แล้วเราสองคนก็เจ๊ากัน
หรือ…แกจะคืนเงินฉันเองก็ได้นะ เลือกเอาเอง ฉันให้เวลาแกสองวัน ถ้ายังไม่ได้คำตอบภายในสองวันนี้ บริษัทของแกโดนปิดแน่!”
พูดจบ เสี่ยเฉิงปาก็พาคนออกไป
เหลียงเจี้ยนยืนอยู่ที่เดิมด้วยความมึนงง
เขารู้สึกเหมือนกำลังฝัน เขาตกจากสวรรค์ลงมาสู่นรกภายในครึ่งวันได้อย่างไร…
ตอนกลางวัน เขายังไปกินดื่มเฮฮาที่หมู่บ้านเหลียงเจีย แถมยังยกพวกไปต่อยคนในหมู่บ้านเสี่ยวเหออีกด้วย
ตกค่ำ…ดันไปยั่วโมโหเจ้าพ่อจนถูกกระทืบ แถมยังเป็นหนี้นอกระบบอีกสองล้าน…
เขารู้สึกเสียใจ เสียใจที่ไปยั่วโมโหเสี่ยเฉิงปา เสียใจที่เข้าไปยุ่งเรื่องของหมู่บ้านเหลียงเจียกับหมู่บ้านเสี่ยวเหอ จนถึงขั้นเสียใจที่กลับไปที่นั่น
…………………………………………………
……….