เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 440 เฉิงฮ่าว
ตอนที่ 440 เฉิงฮ่าว
……….
ที่จริงแล้วคำพูดของเกาหมิงเลี่ยงทำให้ซ่งจื่อเซวียนตกใจมากทีเดียว
ดูเหมือนว่าแม้แต่อาจารย์ประจำห้องหกอย่างเขา ก็ยังมีอคติต่อลูกศิษย์ห้องหกอยู่เหมือนกัน
ลำพังแค่จุดนี้ ซ่งจื่อเซวียนก็รู้สึกผิดแล้ว
ยังไม่ต้องพูดถึงพวกข่งเซ่าหลงเป็นพวกไหลไปตามกระแสหรือไม่ แต่เฉิงฮ่าว…ทำให้เขาสงบสติอารมณ์ไม่ได้
ตอนแรกเขาเป็นเด็กหนุ่มที่มีความสามารถมาก เขาเป็นนักศึกษาระดับท็อปของวิทยาลัยอาหารปักกิ่งได้ ถือเป็นสัญญาณของพรสวรรค์
เขาไม่ทราบว่าเฉิงฮ่าวเจออะไรมากันแน่ ถึงทำผิดพลาดในเรื่องง่ายๆ แบบนั้นในการแข่งขันใหญ่ครั้งนั้นได้
แต่มาตอนนี้ความจริงไม่เหมือนกับสิ่งที่เห็น นักเรียนในห้องหกก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด
“พี่เกา ขอบคุณมากนะครับที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับเฉิงฮ่าวให้ผมฟังเยอะขนาดนี้”
เกาหมิงเลี่ยงหัวเราะออกมา “เหอะๆ เรื่องเล็กน้อยน่า เราก็อาจารย์ของวิทยาเขตตะวันออกด้วยกันทั้งนั้น ผมเข้าใจคุณ อันที่จริงพวกเราเป็นอาจารย์ก็ควรจะเข้าใจนักเรียน
วัยพวกเขากำลังเลือดร้อน ทำผิดพลาดกันบ้างถือเป็นเรื่องปกติ
ถ้าแม้แต่อาจารย์ของพวกเขายังไม่เข้าใจ พวกเขาก็คงโชคร้ายแย่เลยจริงไหม”
คำพูดของเกาหมิงเลี่ยงโดนใจซ่งจื่อเซวียนอีกครั้ง เขาพูด “พี่เกาครับ ตอนนั้นอาจารย์ของห้องสองวิทยาเขตตะวันตกเป็นใครเหรอครับ”
“ชื่อเถียนหย่งคุนน่ะ แต่ตอนนี้เป็นอาจารย์อาวุโสไปแล้ว ทำงานด้านการวิจัยของวิทยาลัย ได้รับรางวัลไม่น้อยเลยล่ะ”
“ห้องหนึ่งวิทยาเขตตะวันตกล่ะครับ” ซ่งจื่อเซวียนถาม
“หลงรื่อเยวี่ยน่ะ ตอนนั้นเขาเพิ่งจะมาเป็นอาจารย์ของห้องหนึ่งวิทยาเขตตะวันตก ผมจำได้อยู่ว่าหลังจากที่ซุนจิ้งเสียงเอาชนะการแข่งขันได้ ผอ.เฉิงก็ชื่นชมใหญ่เลย”
ดวงตาของซ่งจื่อเซวียนหรี่ลงเล็กน้อย “งั้นแสดงว่า…การแข่งขันครั้งนี้ทำให้เขาล็อกตำแหน่งอาจารย์ห้องหนึ่งวิทยาเขตตะวันตกไว้ได้งั้นเหรอครับ”
“ประมาณนั้น การฝึกฝนซุนจิ้งเสียงถือเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมสำหรับอาจารย์ โดยเฉพาะอาจารย์ใหม่”
เขาสูดหายใจลึก “โอเคครับ แล้วซุนจิ้งเสียงล่ะครับ ตอนนี้เป็นอาจารย์หรือเปล่าครับ”
“เปล่า เขากลับบ้านเกิดทางใต้ ว่ากันว่าเขาทำให้ร้านอาหารร้านหนึ่งมีชื่อเสียงในวงกว้างได้ภายในหนึ่งปี ตอนนี้กำลังไปได้สวยเลยล่ะ
ตอนครึ่งปีแรกก็ยังกลับมาเยี่ยมพวกผู้บริหารหลายคนนะ แต่มีเรื่องหนึ่งที่แปลกคือตอนที่เขากลับมา ไม่ยักไปเยี่ยมหลงรื่อเยวี่ย”
ซ่งจื่อเซวียนชะงักไปเล็กน้อย “หืม? เป็นไปได้ยังไง จะว่าไป…หลงรื่อเยวี่ยถือว่าเป็นอาจารย์ผู้มีพระคุณของเขาเลยนี่ครับ”
“เรื่องนี้พวกเราก็ไม่รู้เหมือนกัน จริงสิ ผมไปตักซุปให้พวกคุณนะ”
พูดจบ เกาหมิงเลี่ยงก็ลุกขึ้นออกไปจากโต๊ะ
ท่านเป้ยเล่อมองซ่งจื่อเซวียน “มีอะไรเหรอ”
“เปล่า ผมแค่แปลกใจว่าเฉิงฮ่าวกลายเป็นนักเรียนแบบนี้ไปได้ยังไง”
ท่านเป้ยเล่อพยักหน้า “นั่นสิ นักเรียนดีๆ คนหนึ่งทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้นะ”
เมื่อกลับไปที่หอพัก ซ่งจื่อเซวียนก็นอนอยู่บนเตียง คำพูดของเกาหมิงเลี่ยงยังคงวนนเวียนอยู่ในหัว
ถ้าต้องการเปลี่ยนแปลงห้องหก เฉิงฮ่าวเป็นจุดเปลี่ยนที่ได้เปรียบที่สุด
แต่การที่เฉิงฮ่าวร่วงลงมาจากเด็กท็อปกลายเป็นแบบทุกวันนี้ นิสัยของเขาย่อมต้องมีส่วนด้วยแน่นอน
แถมนิสัยยังโดดเด่นและมีเอกลักษณ์กว่าใคร
การจัดการกับเขา…ย่อมไม่ใช่เรื่องกล้วยๆ
แต่วันนี้ถือว่าซ่งจื่อเซวียนได้กำไร นั่นเพราะเกาหมิงเลี่ยงเป็นคนดีทีเดียว
ตอนที่อาศัยอยู่ที่หอพักอาจารย์ด้วยกัน ซ่งจื่อเซวียนสังเกตเห็นว่าหงเทียนเหว่ยจากห้องหนึ่งวิทยาเขตตะวันออกเป็นคนที่ป๊อปปูล่าที่สุดในที่แห่งนี้
ซ่งจื่อเซวียน ท่านเป้ยเล่อและเขาไม่ได้สนิทกันถึงขั้นนั้น จึงไม่ค่อยได้พูดคุยกันมากนัก
แต่หวังเหล่ยอาจารย์ห้องสามกลับเลียแข้งเลียขาสุดๆ เป็นอาจารย์แต่ทำตัวเหมือนลูกน้องคนหนึ่ง คอยแบกน้ำกับกระเป๋าให้หงเทียนเหว่ย
เถียนฟู่อาจารย์ประจำห้องห้าเองก็มองออกเช่นกัน ช่วงนี้ดูสนิทสนมกับหงเทียนเหว่ยอย่างเห็นได้ชัด และดูเหมือนว่าจะมอบของขวัญให้เจ้าตัวหลายครั้งแล้ว
สัญญาณเหล่านี้มองเห็นได้ชัดเจน ว่ามีการแบ่งแยกพรรคพวกกันในหมู่อาจารย์
แต่เกาหมิงเลี่ยงถือเป็นข้อยกเว้น เวลาปกติเขามักจะอยู่แต่ในห้องของตัวเอง ซ่งจื่อเซวียนเคยเห็นเขาอ่านหนังสือจากระเบียงบ้างเป็นครั้งคราว
เป็นเรื่องยากอย่างยิ่งที่เกาหมิงเลี่ยงจะสงบสติอารมณ์และอ่านหนังสือในที่ที่มีการแก่งแย่งผลประโยชน์กันอย่างชัดเจนแบบนี้
ก่อนจะเริ่มสอนช่วงบ่าย ซ่งจื่อเซวียนกลับเข้าไปในชั้นเรียนอีกครั้ง
เห็นได้ชัดว่าจำนวนคนมาครบกว่าตอนเช้า เขาไม่เช็กชื่ออีก และไม่คาดคั้นเอาค่าปรับจากข่งเซ่าหลงแต่อย่างใด
เพราะ…เขายังหวังที่จะรออีกหน่อย รอให้เฉิงฮ่าวปรากฏตัวแล้วค่อยว่ากัน หากมีโอกาส เขาอยากจะพูดคุยแบบตัวต่อตัวกับนักเรียนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเดือนที่มีแต่ดาวรายล้อมสักครั้ง
อาคารบริหาร ห้องประชุมเล็กบนชั้นสี่
พื้นที่ของห้องประชุมเล็กมีขนาดไม่กว้างมาก ประมาณสี่สิบถึงห้าสิบตารางเมตร ข้างในมีเพียงโต๊ะประชุมตัวเดียว
หากนั่งเต็มทุกที่นั่ง สามารถรองรับผู้เข้าประชุมได้สูงสุดหลายสิบคนในคราวเดียว
ถือเป็นสถานที่สำหรับประชุมงานภายในวิทยาลัย
หลินอู๋ซิ่วถือถ้วยน้ำชาในมือ พลางมองหงเทียนเหว่ยที่นั่งข้างๆ
หงเทียนเหว่ยในตอนนี้สวมเสื้อยืดคอปก สอดเข้าไปในกางเกง คาดเข็มขัด ดูสุภาพเรียบร้อย
“เทียนเหว่ย ช่วงนี้ทำงานเป็นยังไงบ้าง ราบรื่นดีใช่ไหม” หลินอู๋ซิ่วถามด้วยรอยยิ้มบางๆ
จะว่าไปแล้ว หงเทียนเหว่ยแก่กว่าหลินอู๋ซิ่วหลายปี แต่เนื่องจากตำแหน่งที่สูงกว่า หลินอู๋ซิ่วจึงเรียกเขาสั้นๆ ว่าเทียนเหว่ย
“ผอ.หลินช่างใส่ใจเหลือเกิน ดีเลยครับ ห้องหนึ่งของเราคะแนนคงที่ ภาคปฏิบัติก็ก้าวหน้า ผมคิดว่าเด็กใหม่ที่เข้ามาปีนี้ประมาณสี่ห้าคนไม่มีปัญหาอะไรเลยครับ”
หงเทียนเหว่ยพูดด้วยความจริงจัง สีหน้าเปี่ยมด้วยความเคารพ
หลินอู๋ซิ่วพยักหน้า “ดีๆ คะแนนของห้องหนึ่งถือเป็นหน้าเป็นตาของวิทยาลัยเรามาโดยตลอด ที่จริงหลายปีมานี้ผมก็พอจะมองออก
ระดับของห้องหนึ่งวิทยาเขตตะวันออกไม่ได้ด้อยไปกว่าค่าเฉลี่ยของวิทยาเขตตะวันตกเลย ต้องขอบคุณคุณที่แบกรับภาระอันหนักหน่วงนี้ไว้”
“แม้ว่าวิทยาลัยของเราจะเรียกได้ว่าเป็นวิทยาลัยรัฐ แต่มีความเฉพาะทางสูงเกินไป คนอย่างผอ.เฉิง ท่านผู้เฒ่าหลิงมีใครบ้างที่ไม่ติดทำเนียบเชฟชื่อดัง”
“ใช่ครับๆ ผอ.หลินพูดถูกต้อง”
“อืม เพราะงั้นผมเลยหวังว่าอาจารย์ทุกคนจะแสดงฝีมือที่แท้จริงออกมา และติดทำเนียบเชฟชื่อดัง นี่ถึงจะมีคุณสมบัติคู่ควรกับตำแหน่งที่สูงขึ้นจริงไหม”
หงเทียนเหว่ยพยักหน้าถี่ๆ “ใช่ครับผอ.หลิน ผมเข้าใจในสิ่งที่คุณพูด ผมจะพยายามให้หนักขึ้นครับ”
“ถ้างั้นก็ดี จริงสิ เทียนเหว่ย ตอนนี้สภาพโดยรวมที่วิทยาเขตตะวันออกเป็นยังไงบ้าง”
ได้ยินดังนี้หงเทียนเหว่ยก็นิ่งอึ้งไปเล็กน้อย เขาเป็นอาจารย์มาห้าปีเต็ม ไม่ว่าจะเป็นเฉิงหวาลี่ วังเหว่ย หรือแม้กระทั่งหลินอู๋ซิ่ว ไม่เคยมีใครถามคำถามนี้มาก่อน
เขาไม่ค่อยเข้าใจคำพูดของหลินอู๋ซิ่วนัก
วิทยาเขตตะวันออกและตะวันตกดูแลแบบแยกส่วนกัน แต่ระบบภายในเหมือนกัน อาจารย์มีหน้าที่แค่รับผิดชอบดูแลชั้นเรียนของตนเองเท่านั้น แต่หากถามถึงทั้งวิทยาเขตตะวันออก…เขาก็ตอบไม่ถูกเหมือนกัน
“เอ่อ…โดยรวมถือว่าโอเคนะครับผอ.หลิน คุณก็ทราบว่าปกติผมมีเรื่องให้ดูแลค่อนข้างเยอะ เพราะงั้น…”
หลินอู๋ซิ่วยกมือปรามเขาไม่ให้พูดต่อ “เทียนเหว่ย ช่วงนี้คุณต้องคอยสังเกตสถานการณ์ของทั้งวิทยาเขตตะวันออกหน่อยนะ เข้าใจไหม”
“หืม? ผอ.หลิน คุณหมายความว่ายังไงครับ ถ้าทำแบบนั้น เกรงว่าพวกอาจารย์คงไม่สะดวกใจสักเท่าไร”
หลินอู๋ซิ่วยิ้มน้อยๆ “อาจารย์หงเทียนเหว่ย วิทยาเขตตะวันออก อาจารย์หลงรื่อเยวี่ย วิทยาเขตตะวันตก คงไม่มีใครกล้าแข่งขันกับพวกคุณสองคนแล้วสินะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น หงเทียนเหว่ยก็ก้มหน้าลงเล็กน้อย พร้อมกับยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน
เห็นเขาทำตัวว่าง่ายต่อหน้าหลินอู๋ซิ่วแบบนี้ เวลาอยู่ที่วิทยาเขตตะวันออก เขามักจะเดินเชิดหน้า มองคนอื่นด้วยปลายจมูกเท่านั้น
แต่ในเมื่อหลินอู๋ซิ่วรู้อยู่แล้ว เขาก็ไม่เสแสร้งอีกต่อไป อย่างไรเสียเขาก็รู้ดีแก่ใจว่าตนเป็นคนฝั่งหลินอู๋ซิ่ว
“เทียนเหว่ย เร็วๆ นี้ผมกับผอ.เฉิงกำลังจะคัดเลือกหัวหน้าอาจารย์ของสองวิทยาเขต”
“อะไรนะครับ หัวหน้าอาจารย์เหรอ”
“เพราะงั้น…เทียนเหว่ย คุณเข้าใจแล้วใช่ไหม”
หงเทียนเหว่ยพยักหน้าช้าๆ “เข้าใจครับ ไม่ต้องห่วงครับผอ.หลิน ผมจะทำความเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดในวิทยาเขตตะวันออกให้เร็วที่สุดครับ
อาจารย์เถียนฟู่ที่มาใหม่เป็นคนฉลาดหลักแหลม ตอนนี้เป็นคนฝั่งของเรา ส่วนซูหมิงกับซ่งจื่อเซวียน…ผมจะใช้วิธีของผมดึงพวกเขามาเป็นพวกให้ได้ครับ!”
ได้ยินดังนั้นหลินอู๋ซิ่วก็พยักหน้า “งั้นก็ดี เทียนเหว่ย ถ้าคุณรับอาสาผมก็วางใจ อีกอย่าง ผมฝากจับตาดูซ่งจื่อเซวียนด้วยแล้วกัน”
“แค่ผอ.หลินสั่งมาก็พอครับ”
“คนคนนี้…ไม่รู้จักสงบเสงี่ยม เพิ่งเข้ามาในวิทยาลัยได้ไม่ทันไร ผมก็ได้ยินข่าวมาว่าเขาให้นักศึกษาหยุดเรียนแล้ว แถมไม่เคยทบทวนตัวเอง ไม่พัฒนา คุณช่วยผมตรวจสอบความจริงหน่อยนะ” หลินอู๋ซิ่วกล่าว
“เข้าใจแล้วครับ!”
…
คืนนั้น ณ หอพักนักศึกษา วิทยาเขตตะวันออก
ห้องพัก 407 เป็นห้องพักห้องเดี่ยวเพียงหนึ่งเดียว
นักศึกษาที่อาศัยอยู่ที่นี่ไม่ได้รับสิทธิพิเศษเพราะความเก่งกาจ
ตรงกันข้าม เป็นเพราะเขาคือนักศึกษาห้องหกวิทยาเขตตะวันออกที่เละเทะที่สุด
เฉิงฮ่าว
ขณะที่นักศึกษาคนอื่นเลิกเรียน กำลังจะไปฝึกปฏิบัติด้วยตัวเอง เฉิงฮ่าวกลับเพิ่งจะตื่นนอน
นี่เป็นนาฬิกาชีวภาพของเขาที่ยุ่งเหยิงทุกวัน
เขานั่งตรงระเบียงพลางมองนักศึกษาที่เดินกลับมาจากจากข้างนอก อดเผยสายตาดูถูกออกมาไม่ได้
อันที่จริง ใต้รัศมีความเก่งกาจในอดีตของเขา เด็กพวกนี้ยังไม่ได้ขี้เล็บของเขาเลย
เขาจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเคาะประตู
เขาเปิดประตูออกด้วยสีหน้าไม่สบอารณ์ เขามองพวกข่งเซ่าหลงสามคน “ไม่รู้หรือไงว่าฉันพักผ่อนอยู่”
“พี่ฮ่าว มีเรื่องแล้ว”
“หืม? เกิดอะไรขึ้น” เฉิงฮ่าวถาม
“อาจารย์คนใหม่กำลังแข็งข้อกับพวกเรา วันนี้เช็กชื่อ แถมยังบอกว่าที่พี่โดดเรียนไปจะจดไว้เป็นชื่อของฉัน”
เฉิงฮ่าวชักสีหน้าเหยียดหยาม “ประสาท ก็ให้มันจดไปดิ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นลูกพี่ โดดเรียนจ่ายครั้งละห้าพันหยวน แถมต้องทำความสะอาดด้วย ทำจนกว่ามันจะพอใจ”
ได้ยินคำพูดเหล่านี้ทำให้เฉิงฮ่าวขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้
“อะไรนะ มันบ้าไปแล้วหรือไง ไอ้หมอนี่มันเป็นใคร”
เฉิงฮ่าวพูดจบ ก็ให้พวกข่งเซ่าหลงเข้ามาข้างใน ไม่อย่างนั้นเขาคงจะพูดแค่คำสองคำแล้วไล่พวกนั้นกลับไป
เมื่อเข้าไปในห้องแล้ว เฉิงฮ่าวก็หยิบบุหรี่จีนออกมา ส่งให้พวกเขาคนละมวน
“พี่ฮ่าว อาจารย์คนนี้ตอนแรกก็ดูติ๋มๆ ฉันยังนึกว่าเป็นน้องชายฉันอยู่เลย แต่ใครจะคิดล่ะ…ว่าวันนี้จะเปลี่ยนเป็นคนละคนแบบนี้”
ข่งเซ่าหลงพูดแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ
“ใช่พี่ฮ่าว วันนี้เขาต่อยเซ่าหลงด้วยนะ” เฉินเจี๋ยกล่าว
“หืม? อาจารย์ต่อยนักเรียนเนี่ยนะ ไม่อยากเป็นอาจารย์แล้วใช่ไหม”
ตู้หมิงถอนหายใจ “พี่ฮ่าว เรื่องนี้…พวกเราจัดการกันเองไม่ไหว คงต้องให้พี่ช่วยคิดหาวิธีแล้วล่ะ”
…………………………………………………
……….