เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 442 หุบปากไป ..........
ตอนที่ 442 หุบปากไป
……….
เห็นดังนั้น ซางเทียนซั่วและเจ้าอีโจวแทบจะตื่นตัวขึ้นมาในเวลาเดียวกัน
บุกเข้ามาในหอพักดึกขนาดนี้ ถีบประตู ทำหน้าโหดเหี้ยม ไม่ต้องคิดเลยว่านี้ไม่ใช่การยั่วยุ แต่เป็นการมาทะเลาะวิวาท
ทั้งสองคนลุกขึ้นมองพวกข่งเซ่าหลง
ข่งเซ่าหลงพูดพลางชี้เจ้าอีโจว “ไอ้หนู แกหยิ่งมากใช่ปะ”
“แค่ไม่เป็นเพื่อนกับพวกแกก็บอกว่าหยิ่งมากแล้วเหรอ ถ้าแบบนั้น ฉันยอมรับ” เจ้าอีโจวพูด
“เหอะๆ โอเค หัวแข็งจริงๆ จัดการพวกมัน!”
ข่งเซ่าหลงพูดจบ ตู้หมิง เฉินเจี๋ยก็พุ่งกันเข้ามา
ที่จริงถ้าจะวิวาทกันแบบนี้ ซางเทียนซั่วและเจ้าอีโจวไม่ได้กลัว ที่สำคัญที่สุดคือ…
ด้านหลังของพวกเขา มีนักเรียนห้องหกพุ่งเข้ามาอีกสิบกว่าคน
ในห้องหก เฉิงฮ่าวเป็นลูกพี่ พวกลูกน้องอย่างข่งเซ่าหลงก็ตัวตึงเช่นกัน ตอนนี้สามารถพาคนครึ่งห้องมาทะเลาะวิวาทได้ ที่จริงก็ไม่ได้น่าแปลกใจ
ประโยคเดียวของข่งเซ่าหลง คนสิบกว่าคนก็พุ่งเข้ามา มองซางเทียนซั่วและเจ้าอีโจวอย่างกับจะเขมือบเข้าไป
เผชิญหน้ากับคนมากขนาดนี้ ไม่ต้องพูดถึงซางเทียนซั่ว แม้แต่เจ้าอีโจวก็กลืนน้ำลาย ลูกกระเดือกเคลื่อนที่ไปมาอย่างเห็นได้ชัด
“แม่งเอ๊ย เมื่อกี้แกบอกว่าเขาไม่กล้าไม่ใช่เหรอ” ซางเทียนซั่วพูด
เจ้าอีโจวไม่สนใจ พูดให้เหมาะก็ไม่รู้จะพูดอะไร
เมื่อครู่ยังพูดอย่างมั่นใจอยู่เลยว่าเขาไม่กล้า ตอนนี้คนมากมายขนาดนี้พุ่งเข้ามาแล้ว
เทียบจำนวนคนกันแล้ว…ต่อให้พวกเขาสู้ได้ คืนนี้คงโดนกระทืบจนตายแน่นอน
วินาทีถัดมา นักเรียนทั้งหมดพุ่งมากระทืบพวกเขา
ถึงนักเรียนพวกนี้ไม่น่าจะทะเลาะวิวาทได้ แต่อยู่ในช่วงอายุที่สุขภาพร่างกายแข็งแรง
แต่ละคนเงื้อหมัด ยกเท้าถีบ และมีบางคนที่เขามาล็อกตัวทั้งสองคนไว้
ป้องศีรษะย่อตัวลง…
นอกจากป้องกันตัวก็ไม่ได้ตอบโต้กลับ พวกเขาไม่ใช่ฟางรุ่ย ตอนนี้ลดความเสียหายได้ถึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
ถึงอย่างไรก็เป็นนักเรียนกลุ่มหนึ่ง กระทืบได้นาทีกว่า ข่งเซ่าหลงก็บอกให้หยุด
พวกนักเรียนเหนื่อยจนหอบหายใจ อย่างไรก็ต่อยตีไม่ค่อยเป็น แต่ละหมัดใส่แรงจนสุด จะไม่เหนื่อยได้อย่างไร
ส่วนซางเทียนซั่วและเจ้าอีโจวก็ล้มลงกับพื้น บนใบหน้ามีรอยแผล มีเลือดไหลออกจากมุมปาก
เห็นดังนั้น พวกนักเรียนก็ค่อนข้างหวาดกลัวขึ้นมาทันที
กลัวว่าจะกระทืบจนมาเป็นภาระ
ข่งเซ่าหลงก้มหน้ามองทั้งสองคน เผยสีหน้าเหยียดหยาม
“แม่งเอ๊ย ฉันรู้ว่าพวกแกสองคนรู้จักกับซ่งจื่อเซวียน ฝากไปบอกมันว่านี่คือห้องหก อยากจะเป็นผู้นำ…ก็คิดเอาเอง
ครั้งนี้กระทืบพวกแก คราวหน้าก็ถึงตามันแล้ว!”
พูดจบ ข่งเซ่าหลงก็หันหลังเดินออกไป คนอื่นๆ ก็ตามออกไป
ซางเทียนซั่วนวดหัวเข่าออกแรงลุกขึ้นยืน ลูบมุมปาก และเพราะเจ็บเกินไปจึงชักมือออกมาทันที
“แม่งเอ๊ย เจ้าอีโจวหนอเจ้าอีโจว แกแม่งตัวซวยจริงๆ ทำฉันเดือดร้อนไปด้วย”
อีกด้าน เจ้าอีโจวก็ไม่ได้มีสภาพสะอาดสะอ้านสุภาพเรียบร้อยอย่างก่อนหน้านี้แล้ว
เสื้อเชิ้ตโดนกระชากจนกลายเป็นเศษผ้า หางคิ้วแตก แก้มก็บวมเป่ง
“เกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ พวกเขาฝากความไปบอกอาจารย์ซ่งนี่ อาจารย์แกต่างหากที่ทำเราเจ็บน่ะ”
“ไสหัวไป ห้ามว่าอาจารย์ฉัน!”
ซางเทียนซั่วสูดลมหายใจลึกๆ รู้สึกโมโหถึงขีดสุด
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาฟางรุ่ยทันที “รุ่ยจื่อ แกอยู่ไหน ฉันโดนกระทืบ รีบมาช่วยฉันแก้แค้นเลย!”
ฟางรุ่ยชะงัก “อะไรนะ โดนกระทืบเหรอ แกอยู่ไหน”
“พูดไร้สาระกับฉันให้น้อยๆ หน่อย รีบมา!” ซางเทียนซั่วพูดอย่างร้อนใจ
เดิมทีก็โกรธอยู่แล้ว ฟางรุ่ยยังไม่รีบมาอีก แถมยังพูดมาก เขาต้องหัวเสียบ้างอยู่แล้ว
“รอเดี๋ยวแล้วกัน ฉันอยู่ข้างนอก นายท่านรองคุยธุระกับผู้อำนวยการอยู่”
“หา? กับผู้อำนวยการเหรอ นี่อาจารย์ฉันจะทำอะไรอีกแล้วเนี่ย เอาเถอะ งั้นแกก็ไม่ต้องมาแล้ว เดี๋ยวฉันไปหาเขาที่หอพักเอง!”
ออกมาจากคาเฟ่ชา ซ่งจื่อเซวียนพูด “ผอ.เฉิง ครั้งนี้ต้องขอบคุณมากๆ นะครับ ถ้าหลังจากนี้ห้องหกมีการพัฒนา จะเป็นเครดิตของคุณทั้งหมดเลยครับ”
เฉิงหวาลี่ยิ้มพูด “ไม่เอาอย่างนั้นสิ อาจารย์อย่างนายมีความตั้งใจเอง ตอนนี้ดูห้องหก…น่าจะไม่มีใครคาดหวังกับพวกเขาแล้ว”
“หวังว่ามีจะมีการเปลี่ยนแปลงครับ” ซ่งจื่อเซวียนพูดด้วยรอยยิ้มน้อยๆ
“จื่อเซวียน นายกลับไปก่อนเถอะ ฉันว่าจะเดินเล่นสักหน่อย อายุมากแล้ว ออกกำลังกายสักหน่อยจะเป็นผลดี”
“ครับท่านผอ.”
จากนั้น ซ่งจื่อเซวียนก็กลับวิทยาลัยกับฟางรุ่ย
ระหว่างทาง ฟางรุ่ยเล่าเรื่องให้ฟังรอบหนึ่ง แต่ซ่งจื่อเซวียนกลับไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรมากมาย กลับกันยังหัวเราะออกมาอีก
“นายท่านรอง นี่คุณ…”
“เหอะๆ เจ้าเทียนซั่วคนนี้ มีตอนที่เสียเปรียบด้วยแฮะ”
“งั้น…นายท่านรอง เรื่องนี้เราจะสอดมือเข้าไปไหม จะเอาแต่มองเทียนซั่วโดนกระทืบไม่สนใจไม่ได้มั้งครับ”
ซ่งจื่อเซวียนยิ้มน้อยๆ “ต้องสิ มีคนรังแกเทียนซั่ว เราจะไม่สนใจได้ยังไง แต่ว่า…ฉันมีแผน
รุ่ยจื่อ ให้เทียนซั่วมาที่หอพักตอนนี้เลย ฉันจะคุยเรื่องนี้กับเขาสักหน่อย”
“ครับนายท่านรอง”
กลับมาถึงหอพัก ซ่งจื่อเซวียนก็นอนสูบบุหรี่บนเตียง จากนั้นซางเทียนซั่วก็เดินเข้ามา
เห็นซางเทียนซั่ว ซ่งจื่อเซวียนพยายามกลั้นขำสุดแรง แต่สุดท้ายก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
คนคนนี้ตอนมีสภาพถูกกระทืบบวกกับสีหน้าโกรธเกรี้ยว ตลกเป็นบ้าเลย
“เทียนซั่ว นายไปมีเรื่องที่ไหนมาเนี่ย”
“อย่าพูดถึงเลยอาจารย์ รุ่ยจื่อไม่ได้เล่าให้ฟังเหรอ”
ซ่งจื่อเซวียนส่ายหน้า มองไปทางฟางรุ่ยทันที ฟางรุ่ยยิ้ม ไม่ได้พูดอะไร
“แม่งเอ๊ย คิดไม่ถึงว่าไอ้พวกหมาหมู่นั่นจะมาที่หอ ต้องโทษเจ้าอีโจวเลย ทำตัวหยิ่ง เดือดร้อนผมโดนกระทืบไปด้วย!”
ซ่งจื่อเซวียนยิ้ม “หืม เทียนซั่ว นายรู้ไหมว่ามีนักเรียนกี่คน”
“กี่คนเหรอ อาจารย์ เกือบยี่สิบคนได้มั้ง ไอ้สารเลวพวกนี้แม่งเหี้ยมจริงๆ กระทืบคนก็ไม่หยุดลงมือเลย ถีบมาที่หัวด้วย”
ได้ยินประโยคนี้ ซ่งจื่อเซวียนก็หุบยิ้ม ขมวดคิ้วเล็กน้อย
เหนือกว่าที่เขาคาดไว้ เกือบยี่สิบคนเหรอ ครึ่งห้อง?
ถึงเขาจะค่อนข้างสนใจเฉิงฮ่าว แต่ถ้าอีกฝ่ายทำเรื่องแบบนี้ ซ่งจื่อเซวียนก็ต้องลุกขึ้นเพื่อลูกศิษย์ของตัวเองอยู่แล้ว
“เฉิงฮ่าวไม่ได้มาเหรอ”
ซางเทียนซั่วส่ายหน้า “ไม่รู้ ด้านหลังคนเยอะมาก ดูไม่ทัน ยังไงด้านหน้าก็เป็นพวกข่งเซ่าหลงกับตู้หมิง”
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้าน้อยๆ แบบนี้…เฉิงฮ่าวน่าจะไม่อยู่
แต่ในเมื่อระดมกำลังคนครึ่งห้องได้ เขาจะต้องเป็นคนออกคำสั่งแน่นอน คนของห้องหกน่าจะเชื่อฟังเฉิงฮ่าวโดยสิ้นเชิง
“ถ้าแบบนี้…ฉันคงประเมินนักเรียนพวกนี้ต่ำไปจริงๆ เทียนซั่ว เจ้าอีโจวเป็นยังไงบ้าง”
พูดถึงตรงนี้ ซางเทียนซั่วก็หัวเราะลั่นออกมา หัวเราะจนกุมท้อง
“ฮ่าๆๆ อาจารย์ อย่าพูดถึงเลย ฮ่าๆๆ…เจ้าโง่นั่น ใส่เสื้อเชิ้ต ก็โดนเขากระชากจนกลายเป็นเศษผ้าไปแล้ว
ตา…ก็อย่างกับหมีแพนด้า ฮ่าๆๆ ตลกเป็นบ้า”
ได้ยินดังนั้น ซ่งจื่อเซวียนกับฟางรุ่ยก็กลอกตาใส่เขา
ไอ้หมอนี่ไม่ได้ดูสภาพตัวเองที่โดนกระทืบเลย ยังไปว่าเจ้าอีโจวอีก…
“เอาล่ะ ไปเถอะ ไปดูอีโจวสักหน่อย”
ซ่งจื่อเซวียนพูดจบ ซางเทียนซั่วก็ชะงักไป
“อ้อ จริงสิอาจารย์ ผมนึกออกแล้ว ข่งเซ่าหลงนั่นฝากให้ผมมาบอกอาจารย์ด้วย ไอ้หมานี่ ไม่ดูเลยว่าตัวเองเป็นตัวอะไร ยังกล้าฝากคำพูดมาให้อาจารย์อีก…”
“พูดมาสิ”
“เขาบอกว่า…นี่คือห้องหก ถ้าแกอยากเป็นผู้นำ ก็คิดให้ดีก่อน”
ได้ยินดังนั้น ซ่งจื่อเซวียนก็เงียบไปครู่หนึ่ง ยิ้มออกมาทันที “เหอะๆ น่าสนใจ งั้นพวกเราก็คิดดูให้ดีแล้วกัน”
พูดจบ พวกเขาก็เดินออกจากหอพักไป
ซ่งจื่อเซวียนพูดว่า “รุ่ยจื่อ ถ้าปะทะกันแล้ว วันนี้นายแก้คันได้นะ”
“โธ่ นายท่านรอง แค่กลุ่มนักเรียน ผมคร้านจะลงมือ หนักไปก็ไม่เหมาะ เบาๆ ก็น่าจะเคลียร์ได้นะครับ”
ซางเทียนซั่วได้ยินก็ขยับมาใกล้ทันที “อย่า อย่านะ อย่าขี้เกียจลงมือเชียว แกต้องแก้แค้นให้ฉันนะรุ่ยจื่อ”
ได้ยินซางเทียนซั่วพูดแบบนี้ ซ่งจื่อเซวียนกับฟางรุ่ยก็หัวเราะออกมา
พวกเขาตรงไปที่หอพักของซางเทียนซั่ว
เดินเข้าไป ซ่งจื่อเซวียนก็เห็นเจ้าอีโจวที่หน้าเต็มไปด้วยบาดแผล
อย่างที่ซางเทียนซั่วพูด หางคิ้วแตก มุมปากเขียวช้ำ ตายังโดนต่อยจนเป็นแพนด้าอีก
เพียงแต่เปลี่ยนเสื้อเชิ้ตที่ซางเทียนซั่วบอกว่าเป็นเศษผ้าแล้ว ในถังขยะยังมีให้เห็นอยู่
“อีโจว แผลของนายเป็นยังไงบ้าง”
เจ้าอีโจวมองซ่งจื่อเซวียนแวบหนึ่งอย่างไม่สบอารมณ์ “เหอะๆ มาล้อเลียนผมหรือไง”
ซ่งจื่อเซวียนชะงัก เขาไม่รู้ว่าทำไมเจ้าอีโจวถึงไม่ชอบใจตนขนาดนี้ อย่างไรตนก็ไม่เคยพูดว่าร้ายอีกฝ่ายมาก่อน
“อีโจว นี่นาย…หมายความว่ายังไง” ซ่งจื่อเซวียนพูด
“เหอะๆ อาจารย์ซ่ง ผมล่ะเสียใจจริงๆ ที่มาห้องของคุณน่ะ”
ซ่งจื่อเซวียนพูด “เป็นเพราะเรื่องที่พวกข่งเซ่าหลงทำเมื่อกี้เหรอ”
ตอนนี้คนเขามากระทืบลูกศิษย์ของคุณ คุณมาทำอะไร แสดงความเป็นห่วงเป็นใยกับคนที่บาดเจ็บเหรอ”
เจ้าอีโจวแค่นหัวเราะ
ซางเทียนซั่วขมวดคิ้วพูด “เจ้าอีโจว แกแม่งอย่าทำเป็นไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีหน่อยเลย อาจารย์ของฉันมาดูแกก็เห็นแกเป็นคนไม่ใช่หรือไง”
“ไม่จำเป็น ที่ห้องหก ผมไม่เห็นใครจะจริงจังกันสักคน!”
ขณะที่เจ้าอีโจวพูด เขาก็กัดฟันแน่น
ซ่งจื่อเซวียนได้ยินก็เงียบไปครู่หนึ่ง หุบรอยยิ้มบนใบหน้า
“เจ้าอีโจว นายหมายความว่า…ห้องหกไม่ใช่คนเลยเหรอ”
เจ้าอีโจวยิ้ม “ยังมีคนที่เป็นคนอยู่อีกเหรอ แต่ละคนเป็นผีห่าซาตานกันไปหมด กลุ่มก้อนขยะเน่าเหม็นที่อยู่ก้นถังขยะ”
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้า “ท่าทางในสายตานาย…ห้องหกแย่กว่าจากปากคนอื่นเสียอีกนะเนี่ย เอาอย่างนี้แล้วกันอีโจว เรามาพนันกัน”
“เหอะๆ ผมไม่สนใจ”
“ถ้าฉันทำให้ห้องหกเชื่อฟังได้ แถมยังตั้งใจเรียนทักษะเชฟ นายก็เก็บคำพูดของนายกลับไป และเรียนที่นี่อย่างสบายใจ
ถ้าฉันทำไม่ได้ ฉันก็จะไสหัวออกไปเอง อีกทั้งก่อนจะไสหัวออกไป ฉันจะหาวิธีทำให้นายย้ายไปที่วิทยาเขตตะวันตก ว่ายังไง”
เจ้าอีโจวไม่พูด เห็นได้ชัดว่า เขาไม่ได้เชื่อถือคำพูดของซ่งจื่อเซวียนเลยสักนิด
“ถ้านายยอมพนันกับฉัน เราก็จะรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ ถ้าไม่พนัน งั้นนายก็หุบปากไป วิจารณ์ห้องหกวิทยาเขตตะวันออกให้แม่งน้อยๆ หน่อย!”
ซ่งจื่อเซวียนขึ้นเสียงพูดตวาด
……………………………………………….
……….