เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 444 จะเล่นพวกแกให้ตาย
ตอนที่ 444 จะเล่นพวกแกให้ตาย
………………..
ซ่งจื่อเซวียนชะงัก เขารู้จักหงเทียนเหว่ย แต่ระหว่างเขาสองคนไม่ได้ข้องเกี่ยวกันแต่อย่างใด
หงเทียนเหว่ยไม่เกรงใจ หยิบแก้วไวน์มาแก้วหนึ่ง แล้วยกไวน์แดงขวดนั้นที่ซ่งจื่อเซวียนเปิดขึ้นมา
“คุณดื่มคนเดียวไม่หมดหรอกครับ ดื่มด้วยกันเถอะ”
ซ่งจื่อเซวียนยิ้มบางๆ คิดในใจว่าคุณรู้ได้ยังไงว่าผมดื่มไม่หมด
แต่เขาไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยอยู่แล้ว อย่างไรก็เป็นแค่ไวน์แดงขวดเดียว อีกทั้งทางวิทยาลัยก็จัดหาให้
“เพิ่งมาได้ไม่นาน ชินหรือยังครับ” หงเทียนเหว่ยถาม
ได้ยินหงเทียนเหว่ยพูดยาวเหยียด ซ่งจื่อเซวียนค่อนข้างไม่สบายใจ แต่เขาก็ยังฝืนยิ้มออกมา
“ได้อยู่ครับ”
หงเทียนเหว่ยพยักหน้าน้อยๆ “งั้นก็ดีครับ ในเมื่อเป็นอาจารย์ของวิทยาลัย ก็ต้องเข้าบทบาททันที เราเป็นอาจารย์ แน่นอนว่าจุดประสงค์ก็คือเพื่อชี้นำนักเรียนไปในทางที่ถูกต้อง”
ได้ยินประโยคนี้ ซ่งจื่อเซวียนอดมองหงเทียนเหว่ยไม่ได้
คนคนนี้กำลังสอนตัวเองอยู่เหรอ
ถ้าเป็นห่วงอย่างบริสุทธิ์ใจ ซ่งจื่อเซวียนฟังออกอยู่แล้ว แต่ตอนนี้…สิ่งที่เขาได้ยินส่วนใหญ่เป็นการเสแสร้ง
ซ่งจื่อเซวียนยิ้ม “อาจารย์หงพูดถูก เราคิดไปทางเดียวกันเลยนะครับ”
หงเทียนเหว่ยชะงัก สำหรับเขา ตอนนี้พูดคุยกับซ่งจื่อเซวียนด้วยสถานะว่าที่หัวหน้าอาจารย์ของวิทยาเขตตะวันออก
ซ่งจื่อเซวียนตอบว่าครับก็พอแล้ว มาเป็นประโยคแบบนี้ สีหน้าของเขาก็อึมครึมทันที
หลังจากหลินอู๋ซิ่วคุยกับหงเทียนเหว่ยเสร็จ หงเทียนเหว่ยกลับมาที่วิทยาเขตตะวันออกก็แจ้งเรื่องนี้กับอาจารย์ห้องสาม ห้องสี่และห้องห้าแล้ว
ปฏิกิริยาของเกาหมิงเลี่ยงไม่ต่างจากก่อนหน้านี้ แต่ก็ค่อนข้างนอบน้อม
ส่วนหวังเหล่ยห้องสามและเถียนฟู่ห้องห้าก็ประจบเอาใจอย่างเอาเป็นเอาตาย
“เหอะๆ อาจารย์ซ่งคิดไปทางเดียวกันกับผมก็ดีครับ ท่าทางคงจะมีพัฒนาการมาก
เอาอย่างนี้แล้วกันครับอาจารย์ซ่ง คุณทำแผนการทำงานมาสักชุด ให้ผมดูหน่อย”
ซ่งจื่อเซวียนหัวเราะเบาๆ “แผนการทำงานเหรอครับ เหอะๆ ผมไม่ได้ทำน่ะ”
“ผมรู้ครับ แต่ยังไงคุณก็เป็นอาจารย์ใหม่ ต้องทำสักชุดหนึ่ง ผมอยากรู้แผนพัฒนาการทำงานของคุณที่วิทยาเขตตะวันออกในอนาคต”
“ข้อบังคับของทางวิทยาลัยเหรอครับ ทำไมผมถึงไม่รู้ล่ะ อาจารย์หง ไม่มีใครแจ้งผมนะครับว่าต้องทำแผนอะไรด้วย”
ซ่งจื่อเซวียนพูดจบก็แกว่งแก้วไวน์ จิบไวน์แดง เห็นได้ชัดว่าไม่คิดจะสนใจหงเทียนเหว่ยคนนี้
ได้ยินดังนั้น หงเทียนเหว่ยก็หรี่ตามองซ่งจื่อเซวียน
“อาจารย์ซ่ง ผมคิดว่าผมยังไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่คุณจะสื่อเท่าไร นี่เป็นข้อกำหนดของวิทยาลัย และก็เป็นข้อบังคับ”
ซ่งจื่อเซวียนยักไหล่ “ครับ ไม่มีใครแจ้งผมเรื่องข้อบังคับนี้นะครับ”
“ตอนนี้ผมมาหาคุณ…ก็คือเป็นตัวแทนมาแจ้งคุณเรื่องข้อบังคับนี้ เพราะงั้น อาจารย์ซ่ง คุณต้องทำตามผม!”
ซ่งจื่อเซวียนมองหงเทียนเหว่ย สีหน้าอีกฝ่ายตอนนี้เย็นชาและแฝงการข่มขู่
เย็นชาเพราะเขาดูถูกอาจารย์ใหม่คนนี้อยู่แล้ว ส่วนข่มขู่…เพราะเขาคิดว่าตนจะได้รับตำแหน่งเป็นหัวหน้าอาจารย์วิทยาลัยตะวันออกเร็วๆ นี้
ตอนนี้ ทั้งสองมองตากัน เหมือนกำลังหยั่งเชิง
ไม่มีใครพูดอะไรอีก แต่เริ่มวัดกันด้วยสายตาอย่างชัดเจน
หงเทียนเหว่ยอยู่ที่วิทยาเขตตะวันออกมานาน อีกทั้งเป็นแคนดิเดตหัวหน้าอาจารย์อีก อำนาจย่อมแข็งแกร่งมาก
ส่วนสายตาของซ่งจื่อเซวียนเรียบนิ่ง ต่อให้เป็นเช่นนี้ กลับไม่ได้อ่อนแอเลยแม้แต่น้อย
เห็นได้ชัดว่าจุดนี้เหนือความคาดหมายของหงเทียนเหว่ย เขาไม่คิดว่าอาจารย์ที่ไม่เคยพูดคุยกันมาก่อนจะเป็นคนไม่ยอมใครแบบนี้
“คุยอะไรกันเหรอ จื่อเซวียน หาอยู่ตั้งนาน ที่แท้นายก็หนีมาดื่มเหล้าอยู่นี่นี่เอง!”
เสียงของท่านเป้ยเล่อดังมา
เห็นว่าท่านเป้ยเล่อเปลี่ยนมาเป็นชุดนอนแล้ว กำลังเดินขี้เกียจมา
“จริงสิ คุณด้วย ซูหมิง เขียนแผนการทำงานส่งให้ผมด้วยชุดหนึ่งนะ”
ท่านเป้ยเล่อไม่สนใจเลยสักนิด มองไปทางซ่งจื่อเซวียน “เขาก็มาหานายเหมือนกันเหรอ”
ซ่งจื่อเซวียนยิ้ม นับว่าเป็นการยอมรับโดยปริยาย ดื่มไวน์ต่อทันที
เห็นท่าทีทั้งสองคนไม่ต่างกัน หงเทียนเหว่ยก็โมโห ไอ้เวร ในวิทยาเขตตะวันออกยังไม่เคยมีใครกล้าทำแบบนี้กับเขามาก่อน
“ผมหวังว่าพวกคุณจะจำไว้ ถ้าไม่ให้ผม ถึงตอนนั้นก็อย่าโทษเรื่องที่วิทยาเขตตะวันออกจะจัดการพวกคุณแล้วกันนะ”
หงเทียนเหว่ยพูดพลางลุกขึ้น “จริงสิ แล้วก็ อยู่ในวิทยาลัยก็ต้องเคารพกฎของที่นี่ด้วยนะ”
เขากำลังจากเดินไป ซ่งจื่อเซวียนก็พูด “กฎเหรอครับ เฉิงหวาลี่เป็นคนตั้ง หรือคุณเป็นคนตั้งกันแน่”
“แก…แกเรียกชื่อผู้อำนวยการตรงๆ แบบนี้เลยเหรอ ไอ้หนู แกนี่ใช้ได้เลยนี่ แต่ฉันจะบอกแกให้นะ ไม่ว่าจะกฎในวิทยาลัย หรือกฎของวิทยาเขตตะวันออก พวกแกก็ต้องเคารพทั้งนั้น”
ท่านเป้ยเล่อยิ้ม “กฎของวิทยาเขตตะวันออกเหรอ ไหนลองว่ามาซิ”
“ง่ายมาก แค่เชื่อฟัง”
“เชื่อฟังผมเหรอครับ” ท่านเป้ยเล่อเชิดหน้ามองไปทางหงเทียนเหว่ย
หงเทียนเหว่ยไม่เอ่ยปาก แต่จ้องท่านเป้ยเล่อเขม็ง
ในเมื่ออีกฝ่ายยั่วยุอย่างโจ่งแจ้ง เขาจะพูดให้เปลืองน้ำลายทำไม
ไม่รอให้เขาเปิดปาก ท่านเป้ยเล่อก็ลุกขึ้นพูด “งั้นก็ตามนี้แล้วกัน หลังจากนี้ที่นี่เชื่อฟังผม”
ท่านเป้ยเล่อก้าวมาด้านหน้ายืนจ้องตากับหงเทียนเหว่ย รัศมีเหมือนกับซ่งจื่อเซวียน เรียบนิ่งแต่ไม่ได้ข่มขู่
“เหอะๆ วิทยาเขตตะวันออกมีพวกคุณสองคน ดูท่า…ผมน่าจะต้องเปลี่ยนท่าทีแล้วล่ะ”
ตอนนี้ซ่งจื่อเซวียนก็ลุกขึ้นเดินมาเช่นกัน
“อาจารย์หง น้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลอง แต่ถ้าก้าวร้าว…ทางที่ดีคุณก็ลองคิดดูให้ดีนะครับ”
พูดจบ ซ่งจื่อเซวียนก็เดินไปที่ห้อง ท่านเป้ยเล่อยิ้ม ตามขึ้นไปเช่นกัน
เห็นเงาหลังของทั้งสองคน หงเทียนเหว่ยก็พยักหน้าน้อยๆ “พวกแกนี่มันจริงๆ เลย คอยดูแล้วกัน”
ซ่งจื่อเซวียนยิ้ม “ใครจะรู้ คนแบบไหนก็มีหมด จริงสิท่านเป้ยเล่อ ยี่หร่าเก้าเซียนผมย้ายที่ปลูกหน่ออ่อนแล้วนะ ถั่วปากอ้าภูเขาก็ผลิตได้มากขึ้นแล้วด้วย”
“โห? ได้ผลดีขนาดนี้เชียว ย้ายไปปลูกที่ไหนล่ะ”
ซ่งจื่อเซวียนเพียงแค่ยิ้มไม่ได้ตอบอะไร
“นายนี่ฉลาดอย่างกับลิง แม้แต่ฉันก็อุบไว้” ท่านเป้ยเล่อยิ้มพูด “จริงสิ ห้องพวกนายเป็นยังไงบ้าง ฉันได้ยินมาว่าเมื่อกี้มีคนทะเลาะกันในหอพัก ไม่เป็นไรใช่ไหม”
จากนั้น ซ่งจื่อเซวียนก็เล่าเรื่องหอพักห้องหกให้ฟัง
ท่านเป้ยเล่อตบโต๊ะ “สู้ได้ดี ไอ้เด็กเวรพวกนี้ต้องถูกรักษา ฉันดูออกว่านายเป็นห่วงเฉิงฮ่าวคนนั้นมาก แต่จำไว้นะว่าอย่ามืออ่อน”
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้า “ผมรู้แล้วครับ มืออ่อนตอนนี้ ยังไงก็จัดการลำบาก นักเรียนคนนี้…ผมต้องชี้นำได้แน่นอน!”
“เหอะๆ คำพูดนี้ค่อยเหมือนซ่งจื่อเซวียนหน่อย”
“เอาล่ะ แซะผมให้น้อยๆ หน่อยเถอะครับ จริงสิท่านเป้ยเล่อ สองวันนี้ผมอยากไปห้องสมุดสักหน่อย จะลองหาว่ามีสูตรอาหารดีๆ ไหม”
“ได้สิ พรุ่งนี้เลิกเรียนเราไปด้วยกัน แต่ฉันคิดว่า…น่าจะหาได้ตามตลาดทั่วๆ ไป เทียบกับ ‘บันทึกหย่งซั่น ไม่ได้แน่นอน”
ซ่งจื่อเซวียนยิ้ม “ไปดูเฉยๆ ครับ ไม่มีดีๆ ก็ช่างเถอะ”
……
ห้องหงเทียนเหว่ย
เดิมพวกอาจารย์นอนกันหมดแล้ว แต่ตอนนี้ถูกหงเทียนเหว่ยลากมา
หวังเหล่ยอาจารย์ห้องสาม เกาหมิงเลี่ยงอาจารย์ห้องสี่และเถียนฟู่อาจารย์ห้องห้า ตอนนี้นั่งอยู่ในห้องรับแขกที่ห้องของหงเทียนเหว่ย
หงเทียนเหว่ยเดินวนไปวนมาอยู่ในโถง สีหน้ากรุ่นโกรธ
เห็นดังนั้น คนอื่นๆ ก็ไม่กล้าพูดอะไร
โดยเฉพาะเถียนฟู่ เดิมก็มาใหม่อยู่แล้ว กลัวว่าจะพูดอะไรผิดไป
“แม่งเอ๊ยต่อต้านแล้ว ต่อต้านจริงๆ พวกแกว่าไอ้เด็กเวรสองคนนี้ไม่อยากทำงานแล้วหรือเปล่า ไม่คิดว่าจะพูดกับฉันแบบนี้!”
หงเทียนเหว่ยโวยวาย
ในบรรดาอาจารย์พวกนี้ หรือพูดได้ว่าในบรรดาคนที่รับหน้าที่สอน เขาเป็นคนหนึ่งที่เลียแข้งเลียขาหงเทียนเหว่ยที่สุดอย่างแท้จริง
หวังเหล่ยสูงร้อยแปดสิบเซนติเมตรกว่าๆ น้ำหนักร้อยกว่ากิโลกรัม หน้าตาเหี้ยมโหด
โดยเฉพาะทรงผมที่โกนเกือบทั้งศีรษะ เหลือแค่ผมด้านบนกระจุกหนึ่ง ก็เป็นสิ่งที่ผู้มีอิทธิพลในตอนนี้ทำกัน
หงเทียนเหว่ยมองหวังเหล่ย “พวกแกว่าซ่งจื่อเซวียนคนนี้แล้วก็ซูหมิง ทำไมพวกมันถึงมีอภิสิทธิ์ขนาดนี้”
“ที่แท้ก็พวกเขานี่เอง สองคนนั้นรับมือยากจริงๆ ครับ เถียนฟู่ นายอบรมห้องเดียวกับพวกเขานี่ รู้จักไหม”
หวังเหล่ยถาม
ตอนนี้เถียนฟู่ง่วงจะแย่ เดิมก็อ้วนมากอยู่แล้ว หลีกเลี่ยงความดันโลหิตสูงไม่ได้ ถูกคนลากออกมาจากความฝัน ก็ยิ่งสะลึมสะลือ
แต่เผชิญหน้ากับหงเทียนเหว่ย เขาก็ควบคุมความง่วงสุดกำลัง
“อ้อ สองคนนี้ พวกเขาได้รับการคัดเลือกเข้ามาเป็นกรณีพิเศษล่วงหน้าน่ะครับ แต่ว่าชอบสร้างปัญหาจริงๆ
ตอนที่เราอบรมกัน มีเพื่อนคนหนึ่งที่ชื่อว่าหลิวหย่งต่อยตีกับคนอื่น ผลคือซูหมิงกับซ่งจื่อเซวียนก็ต้องออกหน้า ต่อยตีให้หลิวหย่ง
แถมหลังจากนั้นซูหมิงคนนั้นยังกระทืบอาจารย์โหย่วไท่ด้วย!”
หงเทียนเหว่ยพยักหน้าน้อยๆ “เรื่องนี้ฉันก็เคยได้ยิน หลังจากนั้นเรื่องยังไม่จบก็ปล่อยไปก่อน แม่งเอ๊ย ครั้งนี้จะปล่อยไปก่อนไม่ได้แล้ว”
หงเทียนเหว่ยพูดพลางมองเกาหมิงเลี่ยง เอ่ยว่า “เหล่าเกา นายลองพูดมาซิ หวังเหล่ยเล่าว่าวันนั้นนายก็ไปคุยกับพวกเขามาด้วยนี่”
เกาหมิงเลี่ยงพยักหน้าพูด “ใช่ครับ แต่ว่า…ผมกลับรู้สึกว่าเด็กหนุ่มสองคนนี้ธรรมดามาก ไม่ได้มีจิตใจซับซ้อนอะไร”
“อะไรนะ เหล่าเกา สมองนายเลอะเลือนไปแล้วมั้ง พวกมันสองคนเนี่ยนะจะธรรมดา ฉันว่ามันยั่วยุฉันมากกว่า!”
ได้ยินดังนั้น หงเทียนเหว่ยก็โมโหขึ้นมาทันที
เกาหมิงเลี่ยงกระอักกระอ่วน ไม่เข้าใจว่าทำไมหงเทียนเหว่ยถึงเกลียดท่านเป้ยเล่อและซ่งจื่อเซวียนขนาดนี้
อย่างไรตอนที่เขาคุยด้วยคราวก่อน ก็รู้สึกว่าสองคนนี้น่าพูดคุยด้วยมาก
“ไม่…ไม่ขนาดนั้นมั้งครับ ลูกพี่หง ไม่อย่างนั้น…ลูกพี่ลองคุยดูอีกไหมครับ”
“ลองกับผีสิ เหล่าเกา ฉันว่าจุดยืนแกมีปัญหาแล้วล่ะ!”
หงเทียนเหว่ยขมวดคิ้วพูด
“ฉันได้ยินมาว่าเจ้าสองคนนี้ก็ค่อนข้างมีเบื้องลึกเบื้องหลังกับในวิทยาลัย แต่ครั้งนี้รองผอ.หลินอยู่ข้างหลังเรา ไม่ต้องกลัวอะไร
ต่อยตีเก่งนักใช่ไหม งั้นก็ทำรายงานเรื่องนี้!”
หวังเหล่ยเลิกคิ้วเล็กน้อย “ลูกพี่หงหมายความว่ายังไงครับ”
“หมายความว่ายังไงน่ะเหรอ หวังเหล่ย เถียนฟู่ นายสองคนเริ่มคิดหาทางจับตาดูซ่งจื่อเซวียนและซูหมิงพรุ่งนี้ รายงานกับฉันทุกวันว่าพวกมันทำอะไร มีพฤติกรรมละเมิดกฎระเบียบอะไรหรือเปล่า”
หวังเหล่ยและเถียนฟู่พยักหน้าทันที
“รับทราบครับ”
จากนั้น หงเทียนเหว่ยก็มองเกาหมิงเลี่ยง “เหล่าเกา หลังจากนี้แกก็พูดคุยกับคนที่ไม่ควรพูดคุยให้น้อยๆ หน่อย ไม่อย่างนั้นตัวเองจะโดนหางเลขไปด้วย…แกไม่ได้อยากไปทำงานธุรการหรือไง”
เกาหมิงเลี่ยงได้ยินก็พยักหน้าอย่างจนใจ “ครับ ผมทราบแล้วครับลูกพี่หง”
หงเทียนเหว่ยแค่นหัวเราะ “หึ จะเล่นกับฉันเหรอ ฉันจะเล่นพวกแกให้ตายเลย!”
……………………………………………..