เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 455 เอ็ดตะโร
ตอนที่ 455 เอ็ดตะโร
………………..
เฉิงฮ่าวมองการแข่งขันในลานกว้างอยู่ไกลๆ แววตาที่มองทุกอย่างด้วยความใส่ใจในตอนแรก กลับกลายเป็นความเย็นชา
เขาเงยหน้า ราวกับจงใจแสดงตัวว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตัวเอง
“เธอคิดว่า…นี่เป็นการทำเพื่อคนอื่นเหรอ”
เฉิงฮ่าวหันมามองผู้หญิงที่พูดอยู่
“เธอชื่ออะไร”
อีกฝ่ายไม่ตอบ จากนั้นจึงเห็นร่างเงาคนหนึ่งเดินเข้ามา
“เยวี่ยเอ๋อร์ เธออยู่ตรงนี้นี่เอง เมื่อกี้ฉันโทรหาเธอแต่ไม่รับสายเลย ทำไมไม่เข้าไปดูล่ะ”
ตวนมู่เยวี่ยหันไปมอง คนที่เดินเข้ามาก็คือเฉินเฟิง
และในเวลาเดียวกัน เฉินเฟิงก็สังเกตเห็นเฉิงฮ่าวเหมือนกัน
“เฉิงฮ่าว นายกับเยวี่ยเอ๋อร์มาอยู่ด้วยกันได้ยังไง”
เฉิงฮ่าวมองเฉินเฟิงอย่างเรียบเฉย ไม่สนใจเขา จากนั้นจึงหันหน้าเดินออกไป
“อ้าว นายไม่อยู่ดูเหรอ” ตวนมู่เยวี่ยถาม
“ไม่สนใจ”
เฉินเฟิงเอ่ยว่า “เยวี่ยเอ๋อร์ เธออยู่กับเขาได้ยังไง เขาไม่ใช่คนดีอะไรนะ”
ตวนมู่เยวี่ยพูดด้วยใบหน้าดูถูก “แล้วนายเป็นใครล่ะ”
“เฮ้ ไอ้หนุ่ม ครั้งที่แล้วฉันจะทำเป็นไม่ได้ยิน แต่ครั้งหน้าฉันสอนให้นายรู้จักการเป็นคนแน่นอน!”
เฉิงฮ่าวตะโกนโดยไม่ได้หันกลับมา
เฉินเฟิงทำเสียงฮึดฮัดเย็นชา “หึ นายจะทำอะไรได้ อยู่วิทยาเขตตะวันออกกระโดดโหยงเหยงได้แค่นั้น คิดว่าฉันจะกลัวนายเหรอ”
ได้ยินประโยคนี้ เฉิงฮ่าวจึงหยุดเดิน แล้วค่อยๆ หันตัวกลับมา
ถึงขนาดมีอาจารย์บางคนถูกเขาจัดการจนต้องเข้าโรงพยาบาล
แต่ต่อหน้าตวนมู่เยวี่ย เฉินเฟิงไม่เคยคิดจะอ่อนข้อให้
เขาง้างมือขึ้นเอ่ยว่า “มองอะไร นายอยากจะต่อยงั้นเหรอ”
เฉิงฮ่าวจ้องมองเฉินเฟิงตาเขม็ง แววตาเต็มไปด้วยความดูหมิ่น
ตวนมู่เยวี่ยที่อยู่ข้างๆ กลับยิ้มบางๆ พลางพูดในใจว่าเฉินเฟิงคนนี้เป็นคนสมองทึ่มจริงๆ นี่หาเรื่องโดนต่อยไม่ใช่เหรอ
แต่เฉิงฮ่าวกลับไม่ได้ทำอะไร เขามองเฉินเฟิงอีกสองครั้ง ก่อนจะแค่นหัวเราะแล้วเดินจากไป
เฉินเฟิงกลับพูดอย่างเย็นชา “หึ อะไรของมัน”
พอพูดจบ เขาจึงหันตัวกลับมาพูดว่า “เยวี่ยเอ๋อร์ พวกเราเข้าไปดูกันเถอะ วันนี้มีห้องหกของพวกเธอมาแข่งด้วยใช่ไหม”
ตวนมู่เยวี่ยกลอกตาใส่เขาหนึ่งที ก่อนจะเดินตรงไปยังลานกว้าง
เมื่อเดินมาถึงด้านหลังกลุ่มผู้คนแล้ว เฉินเฟิงก็รีบเบียดหาทางเดินให้ตวนมู่เยวี่ยทันที
อยู่ในวิทยาเขตตะวันตก เฉินเฟิงเป็นนักเรียนห้องหนึ่ง มีคนรู้จักเขาอยู่ไม่น้อย จึงรีบหลีกทางให้ในทันใด
แต่ตวนมู่เยวี่ยก็ไม่เกรงใจ เดินตรงไปยังแถวแรกของกลุ่มผู้คนทันที
เวลานี้ สายตาของทุกคนแทบจะโดนดึงดูดจากฝีมือการใช้มีดของซางเทียนซั่ว
ช่วงที่มือจับมีดหั่นลงไป ท่าทางการเคลื่อนไหวเกือบจะทำให้คนมองเห็นเพียงแสงวาววับของมีดกับเงาของมีดที่สั่นไหวท่านั้น
และเส้นที่หั่นฝอยสามารถพูดได้ว่าไม่สามารถมองเห็นความละเอียดได้ด้วยตาเปล่า
ฝีมือการใช้มีดเช่นนี้ถึงแม้จะเป็นในวิทยาลัยอาหารสถานที่ทำอาหารอันศักดิ์สิทธิ์ ก็มากพอที่จะทำให้คนรู้สึกแปลกประหลาดใจได้แน่นอน
แม้แต่นักเรียนห้องสามของวิทยาเขตตะวันตกที่ได้เห็น ก็ยังรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หยางจวิ้นเย่เห็นดังนั้น จึงเดินไปข้างหน้า พูดว่า “หวงเทา นิ่งๆ เข้าไว้ อย่ามองไปที่เขา”
หวงเทาพยักหน้า แต่ตอนนี้เขามีแต่เหงื่อเต็มหน้า เห็นได้ชัดว่าตื่นเต้นแล้ว
หยางจวิ้นเย่มองวิธีการใช้มีดของซางเทียนซั่วแล้ว ถึงกับแอบอุทานไม่หยุด
อย่างไรเมื่อได้เห็นฝีมือการใช้มีดของซางเทียนซั่ว หวงเทาก็คิดขึ้นมาว่าฝีมือทำอาหารของอีกฝ่ายต้องไม่แย่ไปกว่ากันแน่นอน
ความตื่นเต้นเกิดขึ้นจากความกดดัน หากแพ้ขึ้นมา ตัวเองและห้องสามก็ต้องขายหน้าไม่ใช่เหรอ
และยังทำให้นักเรียนของวิทยาเขตตะวันตกแห่งวิทยาลัยอาหารต้องอับอายเพราะเหตุนี้
ภายใต้ความกดดันเช่นนี้ หากไม่มีหยางจวิ้นเย่พูดให้กำลังใจเขา ด้วยสภาพจิตใจของนักเรียนถือว่ายากที่จะสงบใจได้
หยางจวิ้นเย่มองซางเทียนซั่วเตรียมวัตถุดิบอยู่ทางนั้น แล้วเอ่ยว่า “ฝั่งนั้นทำอาหารจานเย็นล่ะ
นายทำปลิงทะเลผัดต้นหอมใหญ่ มองผิวเผินแล้วมีความได้เปรียบสูง แต่อาหารจานเย็นเป็นอาหารช่วยลดความเลี่ยน ถือว่ามีแรงปะทะมากทีเดียว
การแข่งขันทำอาหารที่ผ่านมา ตัวอย่างของอาหารจานเย็นที่ชนะอาหารจานร้อนก็เคยมีอยู่”
หวงเทาพยักหน้า “อาจารย์ ถ้างั้นตอนนี้ผมต้องทำยังไงครับ”
“นายทำตามปกติไป อาหารของเขาไม่มีทางสำเร็จหรอก วางใจได้ นายแค่ทำตามขั้นตอนก็พอ”
“เข้าใจแล้วครับ!”
เมื่อพูดจบ หวงเทาก็จัดการปลิงทะเลที่อยู่ในมือต่อไป
เนื่องจากขั้นตอนของการแข่งขันทำอาหารก็เป็นแบบนี้ อาหารทุกอย่างต้องเริ่มจากจัดการวัตถุดิบก่อน
ดังนั้นความต้องการของพ่อครัวนอกจากจะทำอาหารเป็นแล้ว ยังต้องจัดการกับวัตถุดิบทุกชนิดเป็น
อย่างเช่นการปอกเปลือก เอาเครื่องในออกและการหั่นอะไรพวกนี้
แน่นอนว่า การแข่งขันใหญ่ที่แท้จริง พ่อครัวจะต้องมีผู้ช่วยเข้ามาช่วยทำเรื่องเหล่านี้
เมื่อทั้งสองฝั่งเริ่มดำเนินการแล้ว สายตาของผู้คนส่วนใหญ่ต่างจ้องมองไปที่ซางเทียนซั่ว
ต้องยอมรับว่า ฝีมือการใช้มีดของเขาทั้งไว นิ่งและละเอียดมาก ขณะเดียวกันยังน่ามอง
แค่มองการเคลื่อนไหวเพียงอย่างเดียว สำหรับคนในวงการแล้ว ถือว่าเป็นความเพลิดเพลินในการมองอย่างหนึ่ง
“เหอะๆ ดูท่าวันนี้จะมาถูกจริงๆ วิทยาเขตตะวันออกก็มีคนแบบนี้ด้วย”
ได้ยินดังนั้น ตวนมู่เยวี่ยยังคงทำสีหน้านิ่งเหมือนเดิม เหมือนที่เคยทำปกติ สีหน้านิ่งไร้ซึ่งความรู้สึก
“เยวี่ยเอ๋อร์ เธอเชียร์ฝั่งไหน น่าจะเป็นห้องของพวกเธอใช่ไหม ฝีมือการใช้มีดของไอ้หมอนั่นไม่ธรรมดาจริงๆ”
เฉินเฟิงพูดกับเธอ
ตวนมู่เยวี่ยไม่แม้แต่จะมองเขาแล้วพูดว่า “ดูก็พอ อย่าพูดวิจารณ์มั่วซั่ว”
“อืม…”
ในไม่ช้า ยำห้าสีของซางเทียนซั่วก็เตรียมเรียบร้อยแล้ว
และฝั่งของหวงเทา ปลิงทะเลก็จัดการเสร็จแล้ว กำลังหั่นต้นหอมอยู่
ถึงแม้จะพูดว่าเพื่อรับประกันความอร่อยของปลิงทะเล แต่อีกสักพักตอนที่ปรุงอาหารจะไม่ใช้เวลานานมาก
ซึ่งไม่สามารถเทียบกับซางเทียนซั่วได้ ทางนี้เริ่มปรุงรสชาติแล้ว
เห็นดังนั้น หยางจวิ้นเย่จึงเอ่ยว่า “หวงเทา เริ่มผัดได้”
“หืม อาจารย์ ผมยังเตรียมไม่เสร็จเลยนะครับ”
“ไม่มีเวลาแล้ว อีกฝ่ายเร็วเกินไป”
“ก็ได้ครับ!”
หวงเทาก็งงไปหมดแล้ว ตอนนี้จุดไฟกระทะไม่มีความหมายอะไร วัตถุดิบของตัวเองยังเตรียมไม่เสร็จ แล้วจะให้ผัดกับอะไร
ผัดแห้งเหรอ
แต่อาจารย์พูดแล้ว เขาจึงต้องทำตาม
ทันใดนั้นก็เห็นหวงเทาเริ่มจุดเตาแก๊สและเริ่มผัดทันที
คนที่เฝ้าดูอยู่โดยรอบกลับงุนงง ปลิงทะเลของหวงเทายังแช่อยู่ในน้ำอยู่เลย ต้นหอมก็เพิ่งหั่นได้นิดเดียว แต่จะผัดแล้วเหรอ
และ…ยังไม่ได้ใส่แม้แต่น้ำมัน
สำหรับปลิงทะเลผัดต้นหอม นักเรียนหลายคนทำเป็น เมนูนี้ไม่ใช่การใช้น้ำมันผัดแบบลวกๆ
ซ่งจื่อเซวียนสังเกตเห็นจุดนี้ทันที
เขาส่ายหน้า หากเป็นแบบนี้ เป็นการควบคุมไฟที่ไม่คุ้มค่าเลยจริงๆ
ควรทราบไว้ว่า ถึงแม้จะเป็นพ่อครัวที่มีชื่อเสียงในหลายถิ่น แต่ใช่ว่าจะทำแบบนี้ได้
การควบคุมไฟไม่ได้อาศัยความขยัน แต่เป็นพรสวรรค์
หากไม่ใช่…ต่อให้คุณฝึกไปก็ใช่ว่าจะมีหวัง
แต่ในเวลานี้ ซ่งจื่อเซวียนสังเกตเห็นรูปมือของหยางจวิ้นเย่ดูแปลกประหลาดมาก
เห็นเขายื่นฝ่ามือออกไป เริ่มแอบเข้าใกล้เตาไฟอย่างลับๆ สุดขีด
“เทียนซั่ว ปกป้องอาหารของนายให้ดี เตรียมจับฝาหม้อด้วยมือขวา”
“ครับ อาจารย์!”
ซางเทียนซั่วไม่ถามอะไรเลย รีบทำตามที่ซ่งจื่อเซวียนบอกทันที
ทันใดนั้น เปลวไฟหนึ่งก็พุ่งออกมาจากใต้กระทะของหวงเทา
ซ่งจื่อเซวียนเบิกตาโตทั้งสองข้าง ไอ้เลว อาจารย์ก็เข้าร่วมเหรอ หยางจวิ้นเย่ทำแบบนี้หน้าด้านเกินไปแล้ว!
“เทียนซั่ว บังไฟไว้!”
ซางเทียนซั่วได้ยินแล้วจึงหยิบฝาหม้อขึ้นมา พร้อมกับหันหน้าไป
เขาเห็นเปลวไฟโจมตีเข้ามา จึงรีบหยิบฝาหม้อรับหน้าทันที
ตึ้ง!
เสียงดังอู้อี้ วินาทีที่เปลวไฟกระแทกฝาหม้อ เปลวไฟก็ดับในทันใด สลายกลายเป็นควันสีดำลอยขึ้นมา
ผู้คนที่มุงดูอยู่จำนวนไม่น้อยต่างตกตะลึงกันหมด
ไฟนี้มาจากไหน
“ให้ตายสิ แปลกเกินไปแล้ว เปลวไฟแบบนี้พุ่งออกมาได้ยังไง”
“พี่ๆ พวกนั้นเก่งเกินไปแล้ว ตอบสนองไวมาก แบบนี้ก็ยังบังหลบได้ทัน”
“สุดยอด ใช้มีดก็เก่ง ตอบสนองก็ไว ไอ้หมอนี่ไม่ธรรมดา”
เปลวไฟเผาไหม้ฝาหม้อจนเกิดอุณหภูมิสูงขึ้นทันที ทำให้ร้อนมือ
ซางเทียนซั่วจึงโยนฝาหม้อทิ้งในทันใด แล้วตะโกนว่า “เย็*แม่ ทำอะไรวะ ปล่อยไฟมาอยากเผาคนให้ตายหรือไง!”
ความเงียบปกคลุมไปทั่วลานกว้างทันที
อย่างน้อยการด่าโต้งๆ ตอนที่แข่งขันอยู่แบบนี้…พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อนจริงๆ
ถึงแม้จะด่า แต่ปกติจะแอบด่าลับหลัง มีหลายคนแอบพูดในใจว่า “พี่ๆ พวกนี้สุดยอดจริงๆ”
หยางจวิ้นเย่กับหวงเทาก็อึ้งเหมือนกัน
แน่นอนว่าเรื่องนี้หยางจวิ้นเย่เป็นคนก่อกวน แต่ก็คิดไม่ถึงว่าซางเทียนซั่วจะสบถด่าออกมาตรงๆ
ชั่วขณะนั้นเขารู้สึกว่าหาเวทีลงไม่เจอ
ซ่งจื่อเซวียนแค่นหัวเราะ จากนั้นจึงพูดเสียงเบา “เทียนซั่ว ต่อเลย”
ซางเทียนซั่วได้ยินแล้วก็เดินเข้าไปทันที ชี้หน้าตะโกนด่าหยางจวิ้นเย่กับหวงเทาต่อไป
“แม่งไอ้สัต* หมายความว่ายังไงวะ บอกฉันมาสิ ไอ้เวร ไอ้ชาติหมา จุดไฟทำไม”
หยางจวิ้นเย่หน้าแดงไปหมดแล้ว อย่างไรตัวเองก็เป็นอาจารย์ แต่ถูกนักเรียนชี้หน้าด่าแบบนี้ ขายหน้าเกินไปแล้ว
เวลานี้ หงเทียนหว่ยก็เดินเข้ามา
“นายพูดจาแบบนี้ได้ยังไง อาจจะเป็นเพราะคุณภาพของเตามีปัญหา เลยเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย ทำไมนายถึงด่าคนแบบนี้ล่ะ”
ซางเทียนซั่วชี้หงเทียนเหว่ยทันที
“แม่เย็* แกเป็นใคร ฉันด่าแกแล้วหรือยัง แกเข้ามานี่อยากโดนด่าใช่ไหม
ไอ้แก่ งั้นฉันจะด่าแกด้วยก็แล้วกัน จุดไฟเผาคนแล้วเนี่ยเห็นไหม แกมาเป็นผู้ตัดสินได้ยังไง”
“นาย…” หงเทียนเหว่ยมองไปทางซ่งจื่อเซวียน “อาจารย์ซ่ง นายสอนนักเรียนแบบนี้เหรอ”
ซ่งจื่อเซวียนจึงเดินเข้าไปใกล้
เขายักไหล่ “นี่ไม่ใช่ปัญหาว่าใครสอน พวกนายเกือบทำร้ายคน เขาโมโหนิดหน่อยก็ไม่อนุญาตเหรอ”
“แต่นี่เป็นปัญหาเรื่องอุปกรณ์ เกี่ยวอะไรกับพวกเรา”
หยางจวิ้นเย่พูด
ซ่งจื่อเซวียนยิ้มบางๆ “งั้นเหรอ อาจารย์หยางก็ตลกจริงๆ ปัญหาของอุปกรณ์? ถ้างั้นนายรับประกันได้ไหมว่าอีกสักพักจะไม่มีไฟลุกอีก”
“หึ ฉันรับประกันไม่ได้หรอก นอกจากจะเปลี่ยนอุปกรณ์ และถ้ามีปัญหาอีก ก็จะเป็นปัญหาของพวกเราอีกใช่ไหม”
ซางเทียนซั่วได้ยินดังนั้นก็ตะโกนใส่ “ไสหัวไปไอ้แก่ อาหารของแกยังไม่ได้ผัดเลย จะเปิดไฟอะไร โง่หรือเปล่าเนี่ยพวกแก”
หยางจวิ้นเย่ฟังแล้วจึงถลึงตาขึ้นมา “ไอ้เวรแกด่าฉันนานแล้วนะ ยังไม่จบอีกใช่ไหม”
ซางเทียนซั่วมองซ่งจื่อเซวียน เมื่อเห็นอาจารย์ไม่พูดอะไร ก็หมายความว่าไม่ห้ามแล้ว
เขาชี้ไปที่จมูกของหยางจวิ้นเย่แล้วเอ่ยว่า “แกมันไอ้งั่ง ฉันจะด่าแก แล้วจะทำไม
ดูแกก็หน้าตาดีอยู่ แต่อายุขนาดนี้แล้วยังไม่รู้ความ ไฟเผามาโดนฉันแล้วเนี่ย แกแม่งขอโทษไม่เป็นใช่ไหมวะ”
หยางจวิ้นเย่โกรธแล้ว “อาจารย์ซ่ง ฉันขอให้นายควบคุมอารมณ์นักเรียนของตัวเองเดี๋ยวนี้!”
“เหอะๆ ได้เลย อาจารย์หยาง เอาแบบนี้ก็แล้วกัน พวกนายเปลี่ยนเตาใหม่ จากนั้นฉันกับนายก็กลับเข้าไปในเตนท์ แล้วปล่อยให้พวกเขาแข่งกันต่อ ดีไหม”
ได้ยินประโยคนี้ หยางจวิ้นเย่ใจหล่นไปที่ตาตุ่มทันที
หากเขาถอยออกไป…แล้วหวงเทาจะทำอย่างไร
……………………………………………………………………….
………………..