เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 456 นายแพ้แล้ว ซ่งจื่อเซวียน
ตอนที่ 456 นายแพ้แล้ว ซ่งจื่อเซวียน
………………..
เมื่อเห็นว่าหยางจวิ้นเย่ไม่ตอบ ซ่งจื่อเซวียนก็เลิกคิ้วยิ้มน้อยๆ ราวกับบอกเป็นนัยให้เขาออกไปจากเตนท์สนาม
หยางจวิ้นเย่มองหงเทียนเหว่ยอีกครั้ง ฝ่ายหลังเข้าใจทันที
“พอแล้วๆ ไม่ต้องเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ถ้าไม่มีใครบาดเจ็บก็แข่งต่อ”
“ฉันก็คิดว่างั้น ตอนนี้ก็แค่ยื้อเวลาไปเท่านั้น ซ่งจื่อเซวียนนายกลัวแพ้ขนาดนั้นเลยเหรอ” หยางจวิ้นเย่กล่าว
ซ่งจื่อเซวียนยิ้ม “แล้วแต่พวกนายเลย งั้นก็แข่งต่อ แต่ว่า…ถ้าเตาของพวกนายมีปัญหาขึ้นมาอีกละก็…”
พูดแล้ว ซ่งจื่อเซวียนก็ขยิบตาให้ซางเทียนซั่วหนึ่งที
“ฉันไม่รับประกันว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย เขาขี้โมโห ถ้าเกิดเขาอยากฆ่านายขึ้นมา ก็ระวังหน่อยแล้วกัน”
ได้ยินคำพูดนี้ ทั้งหยางจวิ้นเย่และหวงเทาถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย ในใจเกิดหวาดหวั่นขึ้นมา
ปกติแล้ว พวกเขาไม่มีทางกลัวนักเรียนจากวิทยาเขตตะวันออก
แต่พอเผชิญกับคนอารมณ์ร้ายอย่างซางเทียนซั่ว ช่างเหมือนกับนักเลงไม่มีผิด คิดอยากจะด่าก็ด่า คำพูดคำจาไม่น่าฟังสักนิด
ถ้าอยากลงมือละก็ คงไม่มีการยั้งคิดไตร่ตรองก่อน
แต่คนที่มีปัญหามากที่สุดคือหงเทียนเหว่ย
เขาถูกด่าเหมือนกัน แต่ไม่ยุติธรรมสำหรับเขา
อย่างไรเสียนี่ก็ไม่ใช่การแข่งขันกับห้องหนึ่งวิทยาเขตตะวันออก ไม่ใช่กงการอะไรของเขา
หลังจากนั้นทุกคนก็กลับเข้าไปในเตนท์ และแข่งขันกันต่อ
ทว่าหลังจากเหตุการณ์เล็กๆ นี้ ผู้ชมรอบข้างก็ทำความเข้าใจการแข่งขันใหม่อีกครั้ง
ทีแรกพวกเขาคิดว่านี่เป็นการเอาชนะเพียงฝ่ายเดียวที่ดูน่าเบื่อ
แต่ใครจะรู้ว่าพวกห้องหกจะโชว์สกิลการใช้มีดที่สะดุดตาตั้งแต่เริ่ม
ไม่เพียงเท่านั้น อารมณ์ร้อนของเขายิ่งทำให้เร้าใจยิ่งขึ้น
พวกเขาทุกคนเป็นชายฉกรรจ์เลือดร้อน จึงมีความสุขมากเวลาเห็นคนแบบซางเทียนซั่ว
โดยเฉพาะนักศึกษาของวิทยาเขตตะวันออก
พวกเขาไม่กล้าคิดว่าวันหนึ่งจะมีโอกาสท้าทายวิทยาเขตตะวันตก พวกเขาถูกกดมานาน ตอนที่เห็นซางเทียนซั่วขึ้นไปชี้หน้าด่าอาจารย์วิทยาเขตตะวันตก พวกเขาจึงรู้สึกสะใจมาก
ถึงกับมีบางคนเริ่มส่งเสียงเชียร์ ทำเอาชาวห้องสามวิทยาเขตตะวันตกทั้งหลายอับอายกันเป็นแถว
ฝั่งซางเทียนซั่วเตรียมการทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว ยกเว้นการปรุงรสในขั้นตอนสุดท้าย
แม้ว่าฝั่งหวงเทาเองจะเตรียมวัตถุดิบแล้ว แต่ยังต้องผ่านการปรุงเสียก่อน เมื่อเทียบกันในแง่ของความเร็วแล้ว ซางเทียนซั่วชนะขาดลอยเห็นๆ
ซ่งจื่อเซวียนจ้องหยางจวิ้นเย่ตาเขม็ง ไอ้หมอนี่พยายามจะควบคุมไฟอีกครั้ง เขาต้องทำให้ซางเทียนซั่วโวยวายจนหยุดการแข่งขันนี้อย่างแน่นอน
ทว่าคำเตือนของซ่งจื่อเซวียนเมื่อครู่ทำให้เขาต้องหักห้ามตัวเอง
แม้ว่าการแข่งขันครั้งนี้จะแพ้ไม่ได้ แต่เขาก็ต้องพยายามเต็มที่เพื่อไม่ให้ซางเทียนซั่วสติแตก
เขาเป็นอาจารย์ ซางเทียนซั่วเป็นนักศึกษา สิ่งที่แตกต่างกันระหว่างท้ังสองคนคือ…ซางเทียนซั่วไม่มีอะไรจะเสียจึงไม่กลัวสิ่งใด
ถ้าอาละวาดขึ้นมา เขาคงทำตัวไม่ถูกแน่
หากสู้…ย่อมทำลายสถานะอาจารย์ของเขา แถมเขายังรู้ซึ้งถึงความแข็งแกร่งของผู้ช่วยซ่งจื่อเซวียน
ไม่สู้…มัวแต่รอเงียบๆ แล้วจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?
ดังนั้นเมื่อคำนึงถึงข้อนี้ หยางจวิ้นเย่จึงไม่คิดจะควบคุมไฟอีก
เพราะสุดท้ายแล้วเขายังมีไพ่เด็ดอีกใบ นั่นคือหงเทียนเหว่ย
เขารู้ดีว่าการตัดสินครั้งนี้จะเป็นอย่างไร
หวงเทาจะต้องชนะแน่นอน
ฝั่งซางเทียนซั่วเริ่มเติมเครื่องปรุงรสแล้ว
หลังจากเหยาะซีอิ้วขาวเล็กน้อย น้ำมันงา น้ำส้มสายชู ผงปรุงรสไก่ และเครื่องปรุงง่ายๆ อีกหลายชนิด ก็คลุกเคล้าให้เขากัน
วัตถุดิบห้าชนิดซอยละเอียดแต่ไม่ขาดออกจากกัน สีแดง เขียว ขาว เหลืองสอดประสานกันอย่างชาญฉลาด ดูสดชื่น
ส่วนฝั่งหวงเทายังไม่เสิร์ฟอาหาร ดังนั้นซ่งจื่อเซวียนจึงรีบวางอาหารของซางเทียนซั่วลงในอ่างน้ำเย็นข้างตัวทันที
ขอบจานวางพาดบนขอบอ่าง ก้นจานจมในน้ำเย็นพอดี ช่วยรักษาความเย็นได้ในระดับคงที่
“อาจารย์ ที่แท้ก็เอาน้ำเย็นมาทำแบบนี้เองเหรอ!” ซางเทียนซั่วพูดด้วยความตื่นเต้น
ซ่งจื่อเซวียนตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “ออเดิร์ฟเย็นก็ต้องเย็นสิถึงจะอร่อย”
นอกจากนี้ซ่งจื่อเซวียนยังใช้ประโยชน์จากการทำเช่นนี้ด้วย ภายนอกอาจจะดูเหมือนการเสิร์ฟอาหาร แต่ที่จริงแล้วการแช่เย็นก็เป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการปรุงอาหาร
เพียงแต่ในสายตาของคนอื่นๆ พวกเขาแค่วางอาหารที่ทำเสร็จแล้วไว้เฉยๆ เท่านั้นเอง
ขั้นตอนเหล่านี้ ซ่งจื่อเซวียนคิดมาหมดแล้ว
ทางด้านหวงเทาก็เริ่มเคี่ยวซอสให้งวด
ขั้นตอนการปรุงปลิงทะเลผัดต้นหอมไม่นานมากนัก ส่วนใหญ่เป็นเพราะขั้นตอนการเตรียมค่อนข้างมีหลายขั้นตอน
หลังจากต้มปลิงทะเลแล้ว พักไว้ที่อุณหภูมิห้อง ผัดหัวหอมบนไฟอ่อนเพื่อสกัดน้ำมันต้นหอม เติมเครื่องปรุงเพื่อทำซอส และสุดท้ายใส่ปลิงทะเลลงไปผัดบนไฟอ่อนๆ แล้วคนให้เข้ากัน
ขั้นตอนเหล่านี้อาจดูเหมือนง่าย แต่ถ้าขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งผิดพลาด จะมีผลต่อรสชาติและรสสัมผัสทันที
หลังจากที่ซางเทียนซั่วเสิร์ฟอาหารได้ประมาณห้าถึงหกนาที หยางจวิ้นเย่ก็เฝ้าดูหวงเทายกปลิงทะเลผัดต้นหอมออกเสิร์ฟ
“เสิร์ฟ!”
หงเทียนเหว่ยพยักหน้า “โอเค ต่อไปผมจะชิมอาหาร และประกาศผลการแข่งขันของวันนี้”
หงเทียนเหว่ยเดินไปหาหวงเทาก่อน คีบปลิงทะเลเข้าปากหนึ่งคำ แล้วพยักหน้าช้าๆ
“รสสัมผัสนุ่มละมุนในปาก แต่ไม่ทิ้งความกรุบกรอบดั้งเดิมของปลิงทะเล บ่งบอกว่าใช้เวลาปรุงอาหารกำลังดี
เครื่องในปลิงทะเลถูกจัดการอย่างสะอาด ไม่มีผลกระทบต่อรสสัมผัสแม้แต่น้อย
ถึงซอสจะเป็นไปตามกฎเกณฑ์ แต่กำลังไฟถือว่าไม่เลว ความหนืดกำลังดี ในฐานะนักเรียนแล้ว ถือว่ามีทักษะการทำอาหารระดับสูง”
หงเทียนเหว่ยเดินมาหยุดตรงหน้าซางเทียนซั่วทันที
ตอนนี้คนดูทั้งลานกว้างต่างลุ้นระทึกไปตามๆ กัน
คนในวิทยาเขตตะวันตกต่างคาดหวังในตัวหวงเทาอยู่แล้ว ต่อให้พวกเขาไม่ใช่คนจากห้องสาม ก็ไม่อยากให้วิทยาเขตตะวันออกชนะการแข่งนี้อยู่ดี
หากเป็นแบบนั้นคนทั้งวิทยาเขตตะวันตกคงจะรู้สึกเสียหน้า
ส่วนฝั่งวิทยาเขตตะวันออกต่างมีความหวังกันถ้วนหน้า
หลายปีที่ผ่านมา อย่าว่าแต่ผลการแข่งขันเลย แม้แต่การท้าทายระหว่างสองวิทยาเขตยังไม่มีด้วยซ้ำ
ฝั่งวิทยาเขตตะวันออกคิดว่าตนอ่อนแอ อย่างมากก็แข่งได้แค่ในระดับวิทยาเขตตะวันออกกันเอง แถมไม่เคยมีใครกล้าท้าแข่งกับวิทยาเขตตะวันตกมาก่อน
ครั้งนี้พอได้เห็นทักษะการใช้มีดอันเฉียบคมของซางเทียนซั่วแล้ว พวกเขายังหวังว่าปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้น
ในตอนนี้เอง ดูเหมือนว่าความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันที่ไม่เคยมีมาก่อนจะปรากฏขึ้นแล้ว
เมื่อเดินไปหยุดตรงหน้าซางเทียนซั่ว หงเทียนเหว่ยเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง พลางหัวเราะด้วยความดูถูก
เขาคีบอาหารเข้าปากอย่างไม่ใส่ใจ
วินาทีที่อาหารเข้าปาก หงเทียนเหว่ยก็ต้องชะงักงันไปทั้งตัว
แน่นอนว่าเขากลับสู่ภาวะปกติของตนอย่างรวดเร็วที่สุด กระแอมไอสองครั้ง แล้วเงยหน้าขึ้น
“รสชาติ…ถือว่าไม่เลว แต่เนื่องจากทำเมนูออเดิร์ฟเย็น จึงเสียเปรียบอยู่บ้าง
เทียบกันแล้ว ปลิงทะเลผัดต้นหอมถือว่าเป็นหนึ่งในอาหารตระกูลหลักห้าตระกูลที่ผมชอบ เป็นเมนูขึ้นชื่อของอาหารซานตง
ส่วนออเดิร์ฟเย็นจานนี้เป็นเมนูบ้านๆ เมนูหนึ่ง รสชาติเหมือนอาหารข้างทาง ยากที่จะถูกเสิร์ฟขึ้นภัตคารระดับสูง
การแข่งขันทำอาหาร วัดกันที่สีรสกลิ่น นอกจากนั้นยังต้องพิจารณาจากส่วนผสมด้วยเช่นกัน
ผักราคาถูกพวกนี้ไม่มีทางเทียบกับปลิงทะเลได้อยู่แล้ว
ดังนั้น…”
“หึ จะเล่นลูกไม้อะไรอีกล่ะ วันนี้อาจารย์หงอยู่ด้วย ฉันชนะแล้ว!”
หยางจวิ้นเย่ลอบพูดเบาๆ
ซ่งจื่อเซวียนก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว “ในเมื่อแข่งกันกลางจัตรุสแบบนี้แล้ว เรามาแบ่งให้ทุกท่านได้ชิมกันเถอะครับ แพ้ชนะอาจจะไม่ได้สลักสำคัญขนาดนั้น ทุกคนมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น”
หงเทียนเหว่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย “หึๆ ผมเป็นคนตัดสิน ทำไมต้องให้คนเยอะแยะมาตัดสินด้วย”
ซ่งจื่อเซวียนกลับส่ายหน้า “อาจารย์หงคิดมากไปแล้วครับ คุณอยากจะนั่งบนบัลลังก์พิพากษา ก็ทำต่อไปเลยครับ ไม่มีใครสนใจจะแย่งตำแหน่งนั้นไปจากคุณอยู่แล้ว ผมแค่อยากให้ทุกคนได้ลองชิมดูเท่านั้นเอง ว่าไงล่ะครับ”
หงเทียนเหว่ยผงะ จู่ๆ เขาก็ไม่รู้ว่าซ่งจื่อเซวียนมีแผนการอะไรในใจอีก
ให้คนเยอะขนาดนี้ชิม แต่ไม่คิดจะให้คนพวกนี้ตัดสิน…แล้วจะชิมไปทำไม
“คุณคิดจะทำอะไรซ่งจื่อเซวียน นี่เป็นแค่การแข่งส่วนตัว ไม่ใช่การแข่งรายการใหญ่โต ให้ทุกคนชิมไปเพื่ออะไร”
“อะไรกัน พวกคุณ…ป๊อดงั้นเหรอ”
ซ่งจื่อเซวียนพูดด้วยรอยยิ้มผ่อนคลาย
ที่จริงไม่พูดก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่พอซ่งจื่อเซวียนพูดออกไปแบบนั้น ก็ทำให้ทุกคนอยากชิมด้วยตนเองขึ้นมาจริงๆ
ปกตินักศึกษาวิทยาลัยอาหารพวกนี้ไม่มีทางชิมอาหารเฉยๆ แต่ต้องแอบประเมินระดับของทั้งสองอยู่ในใจแน่
โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนของวิทยาเขตตะวันออก พวกเขาเข้าใจความหมายของหงเทียนเหว่ย และเห็นได้ชัดว่าหงเทียนเหว่ยตั้งใจจะให้หวงเทาชนะ
แต่ถ้าพวกเขาถูกตัดสินแพ้ด้วยเหตุนี้ พวกเขาไม่ยอมแน่นอน!
ข่งเซ่าหลงขึ้นเสียง “ถ้ามีฝีมือก็ให้พวกเราชิมสิ ไม่กล้าใช่ไหมล่ะ”
“ฮ่าๆ คงไม่คิดจะโกงเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวใช่ไหมครับ อาจารย์หง คุณเป็นอาจารย์วิทยาเขตตะวันออกของเรานะ” เฉินเจี๋ยยังตะโกนด้วย
“อาจารย์หง…คงจะกลัวคนของวิทยาเขตตะวันตกใช่ไหมล่ะ ถึงไม่กล้าให้พวกเราชิมกัน”
ทันใดนั้น ทั่วทั้งลานกว้างพลันส่งเสียงอื้ออึง นำโดยนักศึกษาห้องหก
หงเทียนเหว่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ออเดิร์ฟเย็นของซางเทียนซั่วจานนั้นดูมีอะไรแปลกๆ ชอบกลจริงๆ
เป็นอาจารย์มาหลายปี มีอาหารรสชาติใดบ้างที่เขายังไม่เคยกินมาก่อน แต่เมื่อชิมอาหารเข้าไป กลับทำให้เขาต้องตกใจ
แม้ว่าอยากจะกินอีกคำ แต่แน่นอนว่าเขาข่มความปรารถนานั้นเอาไว้
ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่อยากให้ทุกคนลองชิมอาหารจานนี้
แต่บรรยากาศในการแข่งขันคุกรุ่นขึ้นเรื่อยๆ หงเทียนเหว่ยต้านทานไม่ไหวจริงๆ
ตอนนี้หยางจวิ้นเย่ยังไหว แม้ว่าเขาเองก็ไม่อยากให้ทุกคนได้ชิม แต่สิทธิ์การตัดสินยังขึ้นอยู่กับหงเทียนเหว่ย
ความกดดันทั้งหมดกองอยู่ที่เขาอย่างไม่ต้องสงสัย
หงเทียนเหว่ยสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “หึ กฎต้องเป็นกฎ ตอนนี้ผมจะประกาศผลการตัดสินแล้ว!
ผู้ชนะในวันนี้คือหวงเทาจากห้องสามวิทยาเขตตะวันตก!”
เมื่อหงเทียนเหว่ยพูดจบ บรรยากาศในสนามแข่งก็ต่างไปจากการแข่งขันก่อนหน้านี้ ไม่มีเสียงโห่ร้องยินดีแม้แต่น้อย
ต่อให้มี…ก็เป็นของคนห้องสามวิทยาเขตตะวันตก และพวกเขาถูกบรรยากาศรอบข้างกลืนลงไปทันที
เมื่อเห็นสถานการณ์ หงเทียนเหว่ยรีบผละไปจากสนามแข่งแย่างรวดเร็ว
ส่วนหยางจวิ้นเย่หันไปยักไหล่ให้กับซ่งจื่อเซวียน “ช่วยไม่ได้ กฎต้องเป็นกฎ ซ่งจื่อเซวียน นายแพ้แล้ว”
“เพราะงั้น?” ซ่งจื่อเซวียนกล่าวยิ้มๆ
“เพราะงั้น ฉันอยากให้นายสำเหนียกเอาไว้สักนิด ว่าในวิทยาลัย วิทยาเขตตะวันออกไม่มีวันจะมาท้าแข่งกับวิทยาเขตตะวันตกได้!”
ซ่งจื่อเซวียนได้ยินเช่นนั้นก็หลุดขำออกมา เขาเอามือป้องหู แล้วตะโกนเสียงดัง “นายว่าอะไรนะ”
เห็นได้ชัดว่าเขาพูดเพื่อให้บรรยากาศคุกรุ่นยิ่งขึ้น
หยางจวิ้นเย่กระอักกระอ่วนในทันใด
บรรยากาศในเวลานี้ แทบไม่เหมือนว่าพวกเขาชนะ แต่กลับเป็นซ่งจื่อเซวียนที่เป็นฝ่ายชนะแทน
………………………………………….