เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 462 นัดกันหนึ่งสนาม
ตอนที่ 462 นัดกันหนึ่งสนาม
………………..
มาถึงด้านหน้าของซ่งจื่อเซวียน เฉิงฮ่าวก็เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
“ซ่งจื่อเซวียน คุณคิดจะทำอะไร”
ซ่งจื่อเซวียนสีหน้าเคร่งขรึม เหมือนไม่ได้ยินคำพูดของเฉิงฮ่าว เอ่ยว่า “ทำไมไม่มารวมตัว”
ประโยคนี้ทำให้เฉิงฮ่าวที่ถูกถามอึ้งไป
ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องเขายอมมารวมตัวหรือเปล่า ที่สำคัญคือเขาไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย
ตอนนี้ในห้องหกก็เหมือนตัดชื่อเขาไปแล้ว ไม่มีใครบอกเขา
แน่นอนว่า ที่จริงต่อให้แจ้ง เขาก็คงไม่มา
“คุณว่าอะไรนะ”
“ฉันถามนาย ห้องหกทุกคนมารวมตัวกันหมด ทำไมนายไม่มา”
เฉิงฮ่าวขมวดคิ้วมองซ่งจื่อเซวียน เอ่ยว่า “ทำไมผมต้องมาล่ะ ซ่งจื่อเซวียน คุณสามารถไล่ผมออกไปได้ อย่างมากผมก็ไม่ได้อยู่ที่วิทยาลัยอาหารแล้ว”
ได้ยินประโยคนี้ พวกข่งเซ่าหลงหน้ากระตุก
อย่างไรเฉิงฮ่าวก็เป็นลูกพี่ของพวกเขา ต่อให้จะเป็นเมื่อก่อน…พวกเขาก็ไม่อยากเห็นเฉิงฮ่าวโดนไล่ออกไป
“อาจารย์ซ่ง โทษผมเถอะครับ เป็นผมเองที่ไม่แจ้งลูกพี่ฮ่าว…”
“หุบปากไป!”
ซ่งจื่อเซวียนมองไปทางข่งเซ่าหลงอย่างกรุ่นโกรธ
ชั่วขณะนั้น ใครก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก
พวกเขาได้เรียนรู้จากอารมณ์โกรธของอาจารย์ท่านนี้แล้ว ตอนนี้โต้แย้งไปอีก ถ้าไม่โดนกระทืบก็คงโดนปรับ…
ซ่งจื่อเซวียนเดินทอดน่องไปทางเฉิงฮ่าว เอ่ยเสียงเย็น “เฉิงฮ่าว ตามกฎของห้องหก นายน่าจะโดนปรับนะ”
“อ่อนหัด!”
เฉิงฮ่าวพูดโพล่งออกมา
“หรือ…ถ้านายไม่อยากจะอยู่ห้องหกจริงๆ ฉันทำให้นายออกไปได้นะ” ซ่งจื่อเซวียนพูด
เฉิงฮ่าวแค่นเสียงเย็น พูดอย่างไม่ใส่ใจเต็มเปี่ยม “ตามใจเหอะ ผมยอมรับ คุณจะไปยื่นเรื่องกับทางวิทยาลัยไล่ผมออกไปก็ได้”
ได้ยินดังนั้น ซ่งจื่อเซวียนก็ยิ้มน้อยๆ “ไล่ออกเหรอ ฉันขี้เกียจสร้างเรื่องใหญ่ขนาดนั้น เอาอย่างนี้แล้วกันเฉิงฮ่าว นายเลือกจะไปห้องอื่นได้นะ
แน่นอน ฉันจะพยายามแย่งชิงมา ให้นายกลับไปที่ห้องสองหรือห้องหนึ่งของวิทยาเขตตะวันตก นั่นเป็นห้องที่ดีที่สุดในวิทยาลัยของเราแล้ว”
ได้ยินประโยคนี้ เฉิงฮ่าวก็อึ้งไป
ต้องพูดว่า ที่เขาร้องขอให้ซ่งจื่อเซวียนไล่เขาออกไป ความจริงก็แค่อารมณ์เสียเท่านั้น
ถ้าต้องออกจากวิทยาลัยอาหารจริงๆ เขาก็ไม่รู้ว่าอนาคตตนควรจะไปทำอะไร
แต่ถ้าไปห้องสองหรือห้องหนึ่งของวิทยาเขตตะวันตก ไล่เขาออกไปเลยยังดีเสียกว่า
“ซ่งจื่อเซวียนนี่คุณจงใจใช่ไหม!”
“ถูกต้อง ฉันจงใจ ว่ายังไง ห้องหกฉันเป็นอาจารย์ คำพูดของฉันถือเป็นคำขาด!”
ซ่งจื่อเซวียนเอ่ยพลางเชิดหน้าขึ้น ไม่ปกปิดใบหน้าเผด็จการเลยสักนิด
เฉิงฮ่าวมองซ่งจื่อเซวียน รัศมีไม่ได้ด้อยกว่าเลยแม้แต่นิด เขากำหมัดทั้งสองแน่น
แต่ในใจกลับรู้ดี เขาลงมือไม่ได้
อย่างน้อยฟางรุ่ยก็ยืนอยู่ตรงนั้น ซ่งจื่อเซวียนที่อยู่ตรงหน้าคนนี้ แทบจะสั่นสะเทือนไม่ได้เลยเหมือนกัน
“ผมไปไม่ได้”
“ฉันเป็นอาจารย์ ฉันให้นายไป นายไม่ไปก็ต้องไป!”
“คุณ…”
“เฉิงฮ่าว ฉันให้โอกาสนายได้หนึ่งครั้ง”
เฉิงฮ่าวได้ยินเช่นนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก สองตามองซ่งจื่อเซวียน เหมือนจะสื่อให้เขาพูดต่อ
แต่ถ้านายแพ้ ฉันสั่งให้นายไปอยู่ห้องไหน นายก็ทำได้แค่ทำตามเท่านั้น”
ได้ยินดังนั้น เฉิงฮ่าวก็เงียบนิ่ง
ถึงไม่รู้ว่าไม่ได้จับตะหลิวมานานแค่ไหนแล้ว แต่ในใจเขากลับมีความมั่นใจอยู่
อย่าว่าแต่หกห้องวิทยาเขตตะวันออกเลย ต่อให้เป็นนักเรียนจากวิทยาเขตตะวันตกมาท้าเขา เขาก็ไม่เห็นอยู่ในสายตาหรอก
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็พยักหน้า “เอาสิ”
เฉิงฮ่าวพูดจบ ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นต่างตกใจกันหมด
เฉิงฮ่าวตอบรับการแข่งขัน…
หรือจะบอกว่า…เขาจะลงมือแล้ว?
ตอนนี้ในบรรดานักเรียนห้องหก มีไม่ถึงสิบคนที่รู้ว่าเฉิงฮ่าวเคยอยู่ในตำแหน่งไหนในวิทยาลัย
ต่อให้เป็นอย่างนี้ พวกเขาก็ยิ่งมั่นใจว่าไม่ได้ทำอาหารมานานขนาดนี้แล้ว ฝีมือของเฉิงฮ่าวน่าจะก้าวถอยหลังมากกว่าที่คิดไว้
แต่คนส่วนมากก็มีสีหน้าตั้งตารอ อยากรู้ว่าทักษะการทำอาหารที่แท้จริงของลูกพี่ห้องหกท่านนี้เป็นอย่างไร
และในบรรดาคนพวกนี้ ก็รวมถึงซ่งจื่อเซวียนด้วย
ที่เขาสร้างเรื่องรวมตัวด่วนที่สนามนี้วันนี้ เป้าหมายก็คือเฉิงฮ่าว
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้า “ดี พรุ่งนี้เช้า ที่ห้องทำอาหาร ฉันจะหาใครสักคนมาแข่งกับนาย”
เฉิงฮ่าวได้ยินก็เหลือบมองซ่งจื่อเซวียนแวบหนึ่ง ไม่พูดอะไรอีกแล้วเดินไปทางหอพัก
จากนั้น ซ่งจื่อเซวียนก็สั่งแยกย้าย ทุกคนลากร่างเหนื่อยล้ากลับไปนอน
เห็นว่าแยกย้ายกันแล้ว ในที่สุดซ่งจื่อเซวียนก็เบนสายตาไปทางเงาหลังของเฉิงฮ่าว
ซางเทียนซั่วใกล้ๆ เอ่ยว่า “อาจารย์ นี่อาจารย์เล่นไม้ไหนเนี่ย”
“เทียนซั่ว พรุ่งนี้นายแข่งกับเฉิงฮ่าวนะ!”
“ได้เลย อาจารย์ วางใจเถอะ พรุ่งนี้ผมจะใช้ออเดิร์ฟเย็นแข่งกับเขา!”
ซ่งจื่อเซวียนส่ายหน้า “ไม่ เฉิงฮ่าวไม่ใช่หวงเทา ฉันอยากจะทำให้เขาแพ้ทั้งที่มั่นใจ!”
……
เช้าวันถัดมา ซ่งจื่อเซวียนก็เตรียมน้ำซุปของน้ำแกงห้าสายหนึ่งที่เรียบร้อยแล้ว
ส่วนวัตถุดิบหลัก ด้วยฝีมีดของซางเทียนซั่วน่าจะทำออกมาได้อย่างรวดเร็วพอสมควร
พูดได้ว่า ทำตามขั้นตอนการเสิร์ฟอาหารของสวนสวินเฟิงทั้งหมดก็พอแล้ว
ส่วนถุงวัตถุดิบ[NN1] นี่ ซ่งจื่อเซวียนก็ให้ซางเทียนซั่วแอบพกไว้กับตัว แค่ต้องใส่ลงไปในช่วงเวลาที่สำคัญระหว่างทำอาหารเท่านั้น
เฉิงฮ่าวก็ตื่นเช้ายาก แปดโมงกว่า ถึงมาที่ห้องเรียน
เห็นว่าเฉิงฮ่าวมาห้องเรียน เด็กห้องหกก็งงกันหมด
ต้องรู้ว่าเห็นลูกพี่มาที่นี่นั้นยากเกินไป
ช่วงหนึ่งปีนี้ นอกจากข่งเซ่าหลงที่เป็นนักเรียนที่ใกล้ชิดเฉิงฮ่าวที่สุด คนอื่นแม้แต่เจอหน้ายังแทบไม่เคยเจอเขา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงในห้องเรียนเลย
เฉิงฮ่าวเดินมาถึงด้านหลังห้อง หาที่นั่งนั่งลงตามใจ เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย มองไปด้านหน้าด้วยสีหน้าเฉยเมย
บางทีต่อให้เผชิญหน้ากับนักเรียนวิทยาเขตตะวันตก เขาก็คงมีท่าทีจองหองแบบนี้
ตวนมู่เยวี่ยหันหน้าไปมองเฉิงฮ่าว “เจอกันอีกแล้วนะ”
เฉิงฮ่าวก็พยักหน้าด้วยรอยยิ้มไม่สบอารมณ์
“เรื่องเมื่อคืนฉันได้ยินมาแล้ว นายพนันกับอาจารย์เหรอ”
“อืม”
ตวนมู่เยวี่ยหัวเราะเบาๆ “นายมีความกล้าพอสมควรเลยนะเนี่ย”
ตวนมู่เยวี่ยยังนับว่าค่อนข้างรู้จักซ่งจื่อเซวียนอยู่บ้าง
ต่อให้ไม่มั่นใจกับความสามารถอื่นของเขา แต่อย่างน้อยก็รู้ว่าเขาเป็นคนที่ถ้าจัดการไม่ได้ก็จะไม่ทำ
สำหรับประโยคนี้ เฉิงฮ่าวไม่สนใจ
เผชิญหน้ากับการที่นักเรียนในห้องหันหน้ามองเขาบ่อยๆ ก็แสร้งทำเป็นไม่เห็น
ส่วนซ่งจื่อเซวียนตอนนี้เพิ่งเดินเข้าอาคารเรียน เขามั่นใจเต็มร้อยอยู่แล้ว นักเรียนคนหนึ่ง ต่อให้มีพรสวรรค์แค่ไหน การเอาชนะน้ำแกงห้าสายได้…น่าจะไม่มีวันเป็นจริง
“จื่อเซวียน นายจะเล่นไม้ไหนเนี่ย วันนี้ห้องพวกนายต้องแข่งขันอีกแล้วเหรอ”
ท่านเป้ยเล่อถาม
ซ่งจื่อเซวียนยิ้ม “ขอแค่ควบคุมเฉิงฮ่าวได้ ห้องหกก็จะพัฒนาไปได้ตามปกติจริงๆ แล้ว ผมเชื่อว่า ห้องนี้ชี้นำได้จริงๆ นะครับ”
ท่านเป้ยเล่อส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม “นายอย่ามองท้องฟ้าจากก้นบ่อน้ำ[1]สิ
ฉันรู้ว่านายเห็นว่านักเรียนในห้องนายหลายคนทำอาหารได้ แต่ถ้านายไปเดินเล่นที่วิทยาเขตตะวันตกสักรอบ ดูนักเรียนพวกนั้นของคนอื่นเขา น่ากลัวว่าพอกลับมามองนักเรียนของตัวเอง คงไม่มีทางเทียบได้”
ซ่งจื่อเซวียนยิ้ม “ผมรู้ครับ แบบนี้สิถึงจะน่าสนใจ”
พูดจบ เขาก็เดินมุ่งหน้าไปที่ทางห้องหก
เห็นเงาหลังของซ่งจื่อเซวียน ท่านเป้ยเล่อก็อดยักไหล่ด้วยรอยยิ้มไม่ได้ “ไอ้หมอนี่…เป็นคนบ้าคนหนึ่งเลย”
เดินมาถึงหน้าประตูห้อง ซ่งจื่อเซวียนก็เคาะประตู จากนั้นก็พิงกรอบประตู
พวกนักเรียนก็รู้กันทันที ลุกขึ้นยืนออกไปต่อแถวอย่างเรียบร้อยกันหมด
เห็นการจัดแถวแบบนี้ เฉิงฮ่าวก็อึ้งอยู่บ้าง
เขาแค่ได้ยินมาว่าอาจารย์ท่านนี้สยบห้องหกได้แล้ว อีกทั้งยังดูแลได้ไม่เลวด้วย แต่ไม่รู้จริงๆ ว่าจะถึงขั้นนี้
แค่เคาะประตูก็ไปจัดแถวเหรอ นี่เป็นสัญญาณลับหรือไง
ความจริงการทำเช่นนี้ในช่วงนี้ก็กลายเป็นสิ่งที่ซ่งจื่อเซวียนและเด็กห้องหกเข้าใจกันโดยปริยาย
ตอนเช้าทุกวัน ซ่งจื่อเซวียนต้องเป็นอาจารย์คนแรกที่พานักเรียนต่อแถวกันไปที่ห้องทำอาหารแน่นอน
ด้วยข้อได้เปรียบนี้ ห้องหกแทบจะกลายเป็นห้องในไม่กี่ห้องของวิทยาลัยที่มีห้องทำอาหารใช้อย่างแน่นอนทุกวัน
ดังนั้น ช่วงนี้เด็กห้องหกจึงมาถึงห้องเรียนกันตั้งแต่เช้ามาก รออาจารย์มาเคาะประตู พวกเขาก็จะลุกไปต่อแถวไปห้องทำอาหารอย่างรู้หน้าที่ตัวเอง
เห็นว่าในห้องเหลือแค่เฉิงฮ่าวที่ยืนสับสนอยู่คนเดียว ซ่งจื่อเซวียนเอ่ย “ไปห้องทำอาหารกันเถอะ!”
เฉิงฮ่าวอึ้งไปเล็กน้อย ในความทรงจำของเขา นับตั้งแต่มาที่วิทยาเขตตะวันออก เขาก็ไม่ได้เข้าไปในห้องทำอาหารอีกเลย
ทุกคนเดินเรียงแถวไปถึงห้องทำอาหาร ตอนนี้ หน้าห้องทำอาหารก็มีนักเรียนวิทยาเขตตะวันตกยืนอยู่ประปราย
ส่วนนักเรียนห้องหกที่มา พูดได้ว่าพวกเขาไม่แปลกใจแล้ว
หลงรื่อเยวี่ยเพิ่งลงทะเบียนเสร็จ กำลังจะเข้าไป เห็นแถวของซ่งจื่อเซวียน ก็อดอึ้งไม่ได้
ที่จริงก่อนหน้านี้เขาก็เคยเห็นว่าห้องหกมาที่ห้องทำอาหาร แต่วันนี้…กลับน่าแปลกใจมากจริงๆ
“เฉิงฮ่าว? หรือว่าเขาคิดจะเรียนอย่างเป็นทางการแล้ว เพราะซ่งจื่อเซวียนเหรอ”
ซ่งจื่อเซวียนไม่ได้สนใจพวกเขา พานักเรียนเดินขึ้นอาคารไป
ขณะที่เดินไปด้านหน้า เฉิงฮ่าวก็สบตากับหลงรื่อเยวี่ยโดยบังเอิญ แววตามีลับลมคมในมาก
แต่เฉิงฮ่าวเบนสายตาหลบอย่างรวดเร็ว เดินไปด้านหน้าต่อ
เดินเข้าไปในห้องทำอาหาร ซ่งจื่อเซวียนเอ่ยว่า “วันนี้คาบปฏิบัติของเราแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกแบ่งให้ซางเทียนซั่วแข่งขันกับเฉิงฮ่าว ส่วนหลังเรียนต่อจากคาบปฏิบัติคาบที่แล้ว เข้าใจไหม”
“เข้าใจแล้วครับ/ค่ะ!”
ทุกคนขานรับเป็นเสียงเดียวกัน
เฉิงฮ่าวแอบคิดในใจไม่ได้ ห้องหก…เปลี่ยนไปเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร
ยังเป็นห้องหกวิทยาเขตตะวันออกที่ไหนกัน คล้ายกับ…ตอนที่เขาเคยอยู่ห้องหนึ่งวิทยาเขตตะวันตกเลย
สามัคคี กฎระเบียบ ที่สำคัญคือพลังที่ก้าวไปด้านหน้าในทิศทางเดียวกัน
เขาไม่รู้ว่าซ่งจื่อเซวียนทำอะไรกันแน่ ถึงทำให้ห้องหกมีการเปลี่ยนแปลงมากขนาดนี้
เทียบด้านทักษะการทำอาหารแล้ว เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเทียบกับวิทยาเขตตะวันตกไม่ได้ แต่พลังแบบนี้…กลับน่ากลัวมาก
เพราะขอแค่ทำแบบนี้ไปได้เรื่อยๆ เขาเชื่อว่าขณะที่คนพวกนี้ฝึกพื้นฐานจริงๆ อย่างต่อเนื่อง ฝีมือการทำอาหารก็จะพัฒนาขึ้นอย่างบ้าคลั่งได้
“เฉิงฮ่าว แข่งกับซางเทียนซั่ว ไม่มีปัญหาใช่ไหม”
เฉิงฮ่าวได้ยินก็มองซางเทียนซั่วแวบหนึ่ง พลันนึกออกว่าเป็นคนที่แข่งกับห้องสามวิทยาเขตตะวันตกคนนั้น
เขาพยักหน้า “ตามสบาย งั้นก็เริ่มเลยเถอะ”
เห็นสีหน้าเย่อหยิ่งของเฉิงฮ่าว ซ่งจื่อเซวียนก็ลอบยิ้ม หวังว่าหลังจากครั้งนี้ นายจะยังเย่อหยิ่งอย่างนี้ได้นะ!
“เอาล่ะ งั้นพวกนายก็แยกย้ายกันไปเลือกวัตถุดิบเถอะ รุ่ยจื่อ นายไปหยิบมาจากคลัง!”
“ครับ!”
จากนั้น ซางเทียนซั่วก็ร่ายรายการวัตถุดิบที่น้ำแกงห้าสายต้องใช้ทั้งหมดออกมา
ที่จริงวัตถุดิบพวกนี้นอกจากวัตถุดิบหลัก ก็เป็นวิธีการอำพรางสายตาทั้งหมด อย่างไรถุงวัตถุดิบของซ่งจื่อเซวียนก็เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว
ทำอาหารเมนูนี้ เรียกได้ว่าเป็นเกวียนเบาและหนทางที่คุ้นเคย
ส่วนทางเฉิงฮ่าวครุ่นคิดเล็กน้อย เขียนวัตถุดิบหลายอย่างบนกระดาษ
ซ่งจื่อเซวียนมอง อดพยักหน้าไม่ได้ มีกึ๋นตามคาด รายการวัตถุดิบเป็นอาหารมังสวิรัติทั้งหมด
……………………………………………………
[1] มองท้องฟ้าจากก้นบ่อน้ำ เปรียบเปรยถึงการมีทัศนคติคับแคบ
………………..