เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 463 ความสามารถของเฉิงฮ่าว
ตอนที่ 463 ความสามารถของเฉิงฮ่าว
………………..
ตามปกติ ตอนที่แข่งกันด้วยทักษะการทำอาหาร คนที่กล้าเลือกอาหารมังสวิรัติไม่ได้มีบ่อยนัก
ก่อนอื่นคือ ระดับความโดดเด่นของอาหารมังสวิรัติอย่างไรก็ไม่สู้อาหารจานเนื้อ
อีกทั้งในบรรดาโต๊ะจีนที่จัดเต็มทั้งอาหารแมนจูและอาหารจีน อาหารสไตล์เฉพาะตัวของหลายภูมิภาคใหญ่ๆ ก็มีอาหารมังสวิรัติน้อยมาก
เฉิงฮ่าวคนนี้…ไม่ธรรมดาจริงๆ
หลังจากจัดรายการวัตถุดิบเรียบร้อย ซ่งจื่อเซวียนก็ให้ฟางรุ่ยไปหยิบวัตถุดิบจากคลัง
ส่วนเฉิงฮ่าวเดินไปที่เคาน์เตอร์เตา เงียบนิ่งอยู่พักใหญ่
ตำแหน่งนี้ เป็นตำแหน่งที่เขาคุ้นเคยที่สุด แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นที่ที่ไม่คุ้นเคยหาที่ใดเปรียบ
ถ้าไม่ใช่ว่ามีคนอยู่เยอะขนาดนี้ เขาอาจจะจุดไฟตั้งกระทะได้ทันที ต่อให้ไม่มีอะไรในตะหลิวเลย เขาก็อยากจะคนไปคนมาสักสองสามครั้ง
คนอื่นๆ ต่างคนต่างเตรียมของของตนเอง แต่ซ่งจื่อเซวียนกลับสังเกตเห็นท่าทีของเฉิงฮ่าว
ถึงจะไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร แต่สายตาและอารมณ์กลับมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน
……
อาคารอำนวยการ กลุ่มอาจารย์
พอรุ่งเช้า หลินอู๋ซิ่วก็เรียกอาจารย์หลายคนมาประชุม
พูดคุยเรื่องงานประจำวันเล็กน้อย หลังจากเลิกประชุมก็ให้หลงรื่อเยวี่ย หยางจวิ้นเย่และหงเทียนเหว่ยอยู่ก่อน
ส่วนหลงรื่อเยวี่ยหาเวลาพานักเรียนในห้องไปห้องทำอาหารก่อน เดี๋ยวจะกลับมาประชุมต่อ
ในกลุ่มอาจารย์จึงเหลือหลินอู๋ซิ่ว หงเทียนเหว่ยและหยางจวิ้นเย่
หลินอู๋ซิ่วมองทั้งสองคน เอ่ยว่า “ช่วงนี้งานของทุกคนเยอะมากไหมครับ โดยเฉพาะวิทยาเขตตะวันออก เทียนเหว่ย ห้องหนึ่งของพวกคุณทำอะไรกันไม่น้อยเลยใช่ไหม”
หงเทียนเหว่ยพยักหน้า “ครับ รองผอ.หลิน ยังไงห้องหนึ่งก็เป็นตัวแทนแนวหน้าของวิทยาเขตตะวันออก ปกติผมจะเพิ่มกิจกรรมให้พวกเขาเยอะมาก ช่วงนี้ต้องให้ท่องจำสูตรอาหารครับ”
ยังท่องจำอยู่อีกเหรอ ปฏิบัติจริงสิถึงจะเป็นวิธีเจาะลึกที่ดีที่สุด
“อืม…จวิ้นเย่ ทางคุณล่ะ”
“เอ่อ…รองผอ.หลิน ช่วงนี้การฝึกในห้องทำอาหารเป็นปัญหา ทุกวันนี้ได้ใช้ยากมาก กดดันผมไม่น้อยเลยครับ”
หยางจวิ้นเย่พูด
“เรื่องห้องทำอาหาร ทางโรงเรียนกำลังตระเตรียมที่ใหม่ให้ วางใจเถอะ ถึงตอนนั้นพวกอาจารย์จะได้ใช้กันหมด”
หลินอู๋ซิ่วย่อมฟังสิ่งที่หยางจวิ้นเย่จะสื่อออกอยู่แล้ว
ไม่ได้ใช้เลยสักวัน เป็นการโทษว่าเพราะห้องหกใช้ทุกวันใช่หรือเปล่า
มองจากผิวเผิน ที่จริงนักเรียนพวกนั้นไม่ได้ใช้ห้องทำอาหารเลย แต่จากกฎระเบียบ พวกเขาสามารถใช้ได้
ต่อให้หลินอู๋ซิ่วจะไม่พอใจก็ไม่มีประโยชน์
กฎระเบียบตั้งอยู่ตรงนั้น ท่าทีของท่านผู้อำนวยการก็ยิ่งตั้งอยู่ตรงนั้น
“เทียนเหว่ย ช่วงนี้…ผลงานของคุณ พวกเรากลุ่มอาจารย์เห็นกันหมดนะ
ไม่ใช่แค่ขยันหมั่นเพียรมาก เกรดของห้องหนึ่งก็ยังมั่นคงมาก
ช่วงนี้ผมกำลังคิดจะไปคุยกับผอ.เฉิงสักหน่อย ผมคิดว่าการสอนของคุณเหมาะสมกับวิทยาเขตตะวันตกมาก”
สองวันนี้หลินอู๋ซิ่วก็กำลังพิจารณาเรื่องนี้
ถึงจะบอกว่าการสอนของวิทยาเขตตะวันตกจะดีกว่าวิทยาเขตตะวันออก แต่ถึงอย่างไรวิทยาเขตตะวันออกก็เป็นส่วนหนึ่งที่เทียบเท่ากับวิทยาเขตตะวันตก
แทนที่จะมอบทั้งหมดนี้ให้คนงี่เง่าอย่างหงเทียนเหว่ยไปดูแล ให้ห้องหนึ่งของวิทยาเขตตะวันตกกับเขาไปยังดีกว่า
ดูเป็นคำพูดที่น่าฟังมาก แต่ก็ไม่ได้มีอำนาจอะไร อย่างไรแนวโน้มในอนาคต คำพูดของหัวหน้าอาจารย์ก็ถือเป็นคำขาด
“วิทยาเขตตะวันตกเหรอครับ รองผอ.หลิน คุณหมายถึง…”
หลินอู๋ซิ่วยิ้มน้อยๆ “อยากจะย้ายคุณไปที่วิทยาเขตตะวันตก คุณคิดว่ายังไงครับ”
“ดีอยู่แล้วครับ แต่ว่า…”
“เหอะๆ เทียนเหว่ย เรื่องนี้คุณยังหาตัวเปรียบเทียบไม่ได้เหรอ หัวหน้าอาจารย์วิทยาเขตตะวันออกยังไงก็ต้องเป็นอาจารย์ของวิทยาเขตตะวันออก แต่ถ้าเข้ามาวิทยาเขตตะวันตกแล้ว…เนื้อแท้ก็ยังมีสิ่งที่ไม่เหมือนกันนะ”
หงเทียนเหว่ยพยักหน้าน้อยๆ “เรื่องนี้ไม่ผิด งั้นผมจะฟังตามที่คุณจัดการแล้วกันครับ”
ขณะที่กำลังพูด หลงรื่อเยวี่ยก็เดินเข้ามา
“รองผอ.หลิน ผมเพิ่งจัดการพาพวกนักเรียนเข้าห้องทำอาหาร เราประชุมต่อกันเถอะครับ”
หลินอู๋ซิ่วพยักหน้า “ครับ ผมกำลังคุยกับเทียนเหว่ยพอดี หวังว่าเขาจะได้เข้าร่วมวิทยาเขตตะวันตก รื่อเยวี่ย เรื่องนี้คุณก็ต้องแสดงความเห็นสักหน่อยนะ”
หลงรื่อเยวี่ยเป็นอาจารย์ของห้องหนึ่งวิทยาเขตตะวันตก ต่อให้ไม่มีหัวหน้าอาจารย์ ตำแหน่งของเขาก็ชัดเจนมาก
หลินอู๋ซิ่วย้ายคนมาที่วิทยาเขตตะวันตก ถามหาความเห็นเขา ก็ถือเป็นความเคารพอย่างหนึ่ง
หลงรื่อเยวี่ยได้ยินก็คลี่ยิ้มทันที ผายมือไป
“ฮ่าๆ ยินดีต้อนรับนะอาจารย์หง วิทยาเขตตะวันตกของเราแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว”
หลงรื่อเยวี่ยต้องแสดงท่าทีต้อนรับอยู่แล้ว เดิมนี่ก็เป็นเกมระหว่างเขากับหยางจวิ้นเย่
ส่วนหลินอู๋ซิ่ว…ก็แค่เดินตามที่พวกเขาวางแผนไว้แล้วเท่านั้น
หงเทียนเหว่ยยิ้มเอ่ย “แหะๆ ขอบคุณมากครับขอบคุณมาก หลังจากนี้ยังต้องพึ่งการดูแลของอาจารย์หลงอีกมากครับ”
หลงรื่อเยวี่ยเอ่ย “พูดได้ดีๆ จริงสิครับรองผอ.หลิน ถ้าอาจารย์หงมา…จะแทนที่อาจารย์ท่านไหนเหรอครับ”
ในห้องประชุมมีสี่คน นอกจากหลินอู๋ซิ่ว หลงรื่อเยวี่ยและหงเทียนเหว่ยแล้ว ก็เหลือแค่หยางจวิ้นเย่
หลงรื่อเยวี่ยจงใจถามอย่างชัดเจน
หลินอู๋ซิ่วมองหยางจวิ้นเย่ เอ่ย “จวิ้นเย่ คุณดูแลห้องสามวิทยาเขตตะวันตกมาเกินครึ่งเดือนแล้ว คุณอาจจะยังไม่ได้เริ่มสอนอย่างเป็นทางการ แต่พวกเราก็สัมผัสถึงความสามารถในการสอนของคุณได้
ดังนั้น ผมหวังว่าเมื่อคุณไปที่วิทยาเขตตะวันออกก็จะฝึกฝนได้เช่นกัน
ถึงในด้านเกรดเฉลี่ยของวิทยาเขตตะวันออกอาจจะไล่ตามวิทยาเขตตะวันตกไม่ทัน แต่ห้องหนึ่งวิทยาเขตตะวันออกก็เป็นห้องที่เทียนเหว่ยดูแลมากับมือ”
หยางจวิ้นเย่ยิ้มเอ่ย “ดูอาจารย์หงพูดสิครับ ผมต้องเชื่อความสามารถของคุณอยู่แล้ว อีกอย่างผมก็จะพยายาม เลี้ยงดูสั่งสอนเด็กๆ ให้ไปวิทยาเขตตะวันตกมากขึ้น”
หลินอู๋ซิ่วพยักหน้าน้อยๆ “เห็นพวกคุณร่วมมือกันดูแลแบบนี้ได้ ผมดีใจมากเลยครับ ดี งั้นพวกคุณก็ส่งมอบหน้าที่กันสักหน่อย ส่งมอบให้เสร็จภายในอาทิตย์นี้นะครับ”
“ครับ รองผอ.หลิน”
ทั้งสองตอบเป็นเสียงเดียวกัน
“จริงสิครับรองผอ.หลิน ตอนนี้พวกซ่งจื่อเซวียนเขาใช้ห้องทำอาหารตลอดเลยใช่ไหมครับ”
ได้ยินดังนั้น หลินอู๋ซิ่วก็ชะงัก “หืม”
“ทำไมเขาได้ใช้ทุกวันเลยล่ะครับ ต่อให้เป็นห้องหนึ่งเรา ก็ใช้ตามตารางเรียนนะครับ”
หยางจวิ้นเย่พูด “ใช่ครับ ตอนนี้เหมือนว่าคนที่อยู่ที่ห้องทำอาหารก็เป็นพวกเขาครับ คนอื่นอยากใช้ ก็แย่งมาไม่ได้เลย”
“เหอะๆ พวกคุณก็อย่าทำเหมือนไม่ยุติธรรมสิครับ หกเจ็ดโมงทุกวันซ่งจื่อเซวียนเขาก็ไปลงทะเบียนแล้ว พวกคุณทำได้ไหมล่ะครับ”
“เรื่องนี้…หึ ไอ้ลูกชาวนา แต่วันนี้ค่อนข้างน่าแปลกใจนะครับ รองผอ.หลิน คุณลองเดาดูสิครับว่าผมเห็นใคร
เฉิงฮ่าว!”
ได้ยินประโยคนี้ หลินอู๋ซิ่วและหงเทียนเหว่ยก็อึ้งไปพร้อมกัน
หยางจวิ้นเย่ยังดี อย่างไรก็เพิ่งเข้าวิทยาลัย จึงไม่ได้รู้เรื่องราวในอดีตมากนัก
“อะไรนะ คุณหมายถึง…เจอเฉิงฮ่าวที่ห้องทำอาหารเหรอ” หงเทียนเหว่ยเอ่ยถาม
หงรื่อเยวี่ยพยักหน้า “ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับห้องหกวิทยาเขตตะวันออกกันแน่ ซ่งจื่อเซวียนคนนี้ทำอะไรลงไป”
หลินอู๋ซิ่วขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างครุ่นคิด “ซ่งจื่อเซวียนคนนี้…แม้แต่เฉิงฮ่าวยังโน้มน้าวได้ เดาไม่ออกจริงๆ”
……
ในห้องทำอาหาร ฟางรุ่ยถือวัตถุดิบมาสองถาด
สองถาดนี้เป็นของเฉิงฮ่าวและซางเทียนซั่ว
ส่วนคนอื่นๆ บ้างก็เพราะแปลกใจ อยากรู้ว่าเฉิงฮ่าวเก่งแค่ไหนกันแน่
และยังมีบางคนมาดูความคึกคักล้วนๆ คนประเภทนี้มีเจ้าอีโจว ตวนมู่เยวี่ยเป็นหลัก
ถึงอย่างไรพวกเขาก็เพิ่งเข้าวิทยาลัยมา
“เอาล่ะ เริ่มได้!”
ซ่งจื่อเซวียนพูดจบ เฉิงฮ่าวและซางเทียนซั่วก็ต่างหยิบวัตถุดิบเดินไปที่เคาน์เตอร์เตาสองฝั่ง
ที่ทางซางเทียนซั่วเตรียมย่อมเป็นวัตถุดิบห้าอย่างของน้ำแกงเกล็ดปลาทองห้าสาย นอกจากนั้นยังมีสมุนไพรจีนสองสามอย่างที่ซ่งจื่อเซวียนกำชับมาด้วย
ส่วนวัตถุดิบของเฉิงฮ่าวค่อนข้างน่าสนใจ ในนั้นมีผักบุ้ง ผักกาดหางหงส์ เห็ดเข็มทอง เห็ดหอมสด เห็ดหูหนู เต้าหู้แห้ง ผักชีและวุ้นเส้น
ดูเหมือนจะทำอาหารเจอย่างไรอย่างนั้น ทำให้คนไม่น้อยรู้สึกแปลกใจ
ขณะเดียวกัน ซ่งจื่อเซวียนยังกำหนดกฎตามการแข่งขันใหญ่ ให้ทั้งสองมีผู้ช่วย
เฉิงฮ่าวมีข่งเซ่าหลงมาช่วย ส่วนซางเทียนซั่วมีเจ้าอีโจวเป็นลูกมือ
เห็นเฉิงฮ่าวจัดวางวัตถุดิบด้านหน้าเรียบร้อยแล้ว ซางเทียนซั่วก็เยาะเย้ย “นี่มันอะไรเนี่ย เข้าวัดแล้วเหรอ”
เจ้าอีโจวข้างๆ เอ่ย “นายระวังหน่อยเถอะ อาหารมังสวิรัติบางอย่างก็มีคุณค่ามากเหมือนกัน”
“เอาเถอะ แกกินเฟรนฟรายส์ไม่พอหรือไง หึ ไอ้โง่นี่ก็แค่นี้แหละ รอก่อนเถอะ เดี๋ยวข้าจะทำให้มันแพ้ทั้งที่มั่นใจเลย!”
เจ้าอีโจวกลอกตามองเขา “ปากนายนี่โตมากับการโม้ไปเรื่อยหรือไง”
“พูดไร้สาระให้มันน้อยๆ หน่อย ตอนนี้แกเป็นผู้ช่วยฉันนะ ผู้ช่วยน่ะเข้าใจไหม ก็คือลูกน้องนั่นแหละ!”
“แม่ง ถ้าอาจารย์ไม่ได้สั่งให้ฉันมาอยู่ตรงนี้ ฉันคงไม่ช่วยแกหรอก!”
ซางเทียนซั่วยิ้มชั่วร้าย “ไม่ต้องพูดมาก ลูกน้อง ต้มน้ำให้ฉันหน่อย!”
“นายเป็นบ้าหรือไง นายไม่มีอะไรเลย ต้มน้ำทำไม จะอาบน้ำหรือไง” เจ้าอีโจวพูด
“ไม่มีอะไรเลยงั้นเหรอ”
ว่าแล้ว ซางเทียนซั่วก็ยักไหล่พร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะจัดวางวัตถุดิบหลายอย่างด้านหน้า หยิบมีดหัวหมาป่าเล่มนั้นออกมา
เจ้าอีโจวมองอย่างอึ้งๆ ตอนที่เขากำลังประเมินเลือกห้อง ก็ได้เปิดหูเปิดตากับฝีมีดของซางเทียนซั่ว
และหลังจากซางเทียนซั่วท้าดวลกับหวงเทาห้องสามวิทยาเขตตะวันตก ก็ได้เปิดหูเปิดตาอีกครั้ง
แต่วันนี้…กลับเป็นครั้งแรกที่ได้ดูใกล้ๆ ขนาดนี้
น่าเหลือเชื่อ มีดนั่น…ทำไมถึงได้ไวขนาดนี้
ตอนนี้ ไม่ใช่แค่เจ้าอีโจว นักเรียนห้องสี่ก็ได้ชื่นชมฝีมีดของซางเทียนซั่วอีกครั้ง
แม้แต่ทางเฉิงฮ่าวที่ทำตัวสูงส่งและเงียบขรึม ยังอดเงยหน้ามองมาทางซางเทียนซั่วไม่ได้
เขาขมวดคิ้วน้อยๆ เห็นได้ชัดว่าค่อนข้างแปลกใจ แต่ไม่นานก็สงบลง ก้มหน้าเตรียมวัตถุดิบของตนต่อ
จุดที่ซ่งจื่อเซวียนสนใจอยู่ที่เฉิงฮ่าว เขาคิดว่าจะให้ความสนใจกับเฉิงฮ่าวทุกขั้นตอน ทำความเข้าใจทักษะการทำอาหารของอีกฝ่าย
แต่จนถึงตอนนี้ เฉิงฮ่าวก็ยังไม่ได้ทำอะไรเลย หลักๆ เป็นการเตรียมวัตถุดิบ หรือก็คือหั่นผักเท่านั้น
ฝีมีดของเฉิงฮ่าวละเอียดลออ แต่ความเร็วเทียบกับซางเทียนซั่วไม่ได้เลย
เห็นเพียงเขาหั่นวัตถุดิบทั้งหมดเป็นเส้นแล้วจัดวางเรียงบนจานขนาดใหญ่อย่างเรียบร้อย
กลางจานว่าง รอบๆ จัดวางแน่นขนัดเป็นเหมือนรัศมี
ตอนที่ทางซางเทียนซั่วเริ่มใส่วัตถุดิบลงในหม้อ ทางเฉิงฮ่าวก็เริ่มลวกวุ้นเส้น
ความคืบหน้าของทั้งสองฝั่งไม่ทิ้งห่างกันเท่าไรนัก แต่ซ่งจื่อเซวียนรู้ว่าซางเทียนซั่วใกล้จะเสิร์ฟแล้ว อย่างไรขั้นตอนการปรุงรสที่แท้จริง ซ่งจื่อเซวียนก็ทำแทนเขาเสร็จสรรพแล้ว
ตอนนี้เอง เห็นเพียงเฉิงฮ่าวหยิบหม้อเล็กๆ มา เปิดเตาอีกเตา เริ่มคั่วของแห้งด้วยไฟอ่อน
ซ่งจื่อเซวียนอึ้ง คั่วเองเลยเหรอ ท่าทางการแข่งขันวันนี้จะน่าสนใจแล้ว
……………………………………………………..
………………..