เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 465 ซ่งจื่อเซวียนแข็งแกร่งกว่า
ตอนที่ 465 ซ่งจื่อเซวียนแข็งแกร่งกว่า
………………..
มังสวิรัติมงคลห้าประการเหรอ
เนื่องจากไม่เคยชิมมาก่อน ซ่งจื่อเซวียนก็ไม่กล้าตั้งข้อสรุป
แต่มีจุดหนึ่งที่มั่นใจได้ นั่นก็คืออาหารเมนูนี้มีชื่อเสียงแน่นอน ฝีมือทำอาหารของเฉิงฮ่าวไม่ธรรมดาจริงๆ
ไม่ได้เป็นเพราะอาหารเมนูนี้ที่เขาทำออกมาเท่านั้น ยังเห็นได้จากคุณสมบัติที่สะท้อนออกมาระหว่างทำอาหารว่าเหนือกว่าผู้อื่นหนึ่งขั้น
ซ่งจื่อเซวียนมองเฉิงฮ่าว แล้วมองซางเทียนซั่ว
“ถ้าฉันเป็นคนตัดสินอาจจะไม่ยุติธรรม ทุกคนลองชิมเถอะ!”
เหมือนว่าทุกคนกำลังรอประโยคนี้ของซ่งจื่อเซวียนอยู่แล้ว
ตอนที่น้ำแกงห้าสายเพิ่งตักออกมาจากหม้อ พวกเขาก็เริ่มรอคอย
ซ่งจื่อเซวียนพูดจบ ทุกคนก็เริ่มต่อแถว
ชามตะเกียบในห้องทำอาหารมีเพียงพออยู่แล้ว ตอนนี้ใครแย่งถ้วยตะเกียบมาได้ก่อน คนนั้นก็อยู่คิวแรกๆ
ทันใดนั้น ทุกคนก็แย่งกันจ้าละหวั่น ทั้งยังทำถ้วยแตกไปหลายใบ
มีเพียงคนเดียวที่ไม่ได้ขยับก็คือตวนมู่เยวี่ย
ซ่งจื่อเซวียนพูด “เธอไม่ไปชิมเหรอ”
ตวนมู่เยวี่ยยิ้ม “ถ้าอยากกินฉันก็ให้อาจารย์ทำให้ฉันกินสิคะ”
ซ่งจื่อเซวียนได้ยินก็ไม่ได้ตอบกลับอะไร
เขามักจะคิดว่าตวนมู่เยวี่ยแปลก อย่างน้อยที่สุด…ก็ไม่เหมือนกับเด็กผู้หญิงคนอื่น
คนพวกนี้แทบจะไปต่อแถวกันที่ฝั่งของซางเทียนซั่ว หวังว่าจะได้ชิมน้ำแกงเกล็ดปลาทองห้าสายก่อน
ข่งเซ่าหลงที่ต่อคิวเป็นคนแรกใช้ช้อนตักในถ้วยมาเล็กน้อย ชิมหนึ่งคำทันที
เห็นเพียงว่าเขาเบิกตากว้าง มองไปทางซางเทียนซั่ว แล้วค่อยๆ หันไปมองเฉิงฮ่าวแวบหนึ่งทันที
จากนั้น ข่งเซ่าหลงก็เดินไปที่ด้านหน้าของเฉิงฮ่าว ชิมอาหารมังสวิรัติหนึ่งคำ ถึงแม้ว่าจะรสชาติดีมากเหมือนกัน แต่อาจจะเพราะเพิ่งชิมน้ำแกงห้าสายไป อาหารมังสวิรัตินี้จึงจืดจางอย่างเห็นได้ชัด
“อร่อยมากจริงๆ นะ”
ข่งเซ่าหลงเงยหน้ามองเฉิงฮ่าวพร้อมกับเอ่ย นับว่าแอบเป็นกำลังใจให้
เฉิงฮ่าวไม่ได้มีปฏิกิริยาไรตอบกลับ สองแขนกอดอก เงียบนิ่งต่อไป
จากนั้น ทุกคนก็เดินผ่านอาหารด้านหน้าของทั้งสอง ปฏิกิริยาหลังจากชิมอาหารแทบจะเหมือนกัน
เห็นได้ชัดว่ารสชาติของน้ำแกงห้าสายทำให้พวกเขาตกใจ
มีคนเกือบครึ่งที่อดชิมคำที่สองไม่ได้
แต่เนื่องจากปริมาณอาหารมีจำกัด มากสุดได้ชิมแค่นี้ก็เยอะแล้ว
“สองเมนูนี้พวกนายโหวตฝั่งไหน ก็ยืนฝั่งนั้น!”
ซ่งจื่อเซวียนพูดจบ เหล่าคนที่เคยชิมอาหารก็เริ่มเข้าแถว
พวกข่งเซ่าหลงที่ใกล้ชิดสนิทสนมกับเฉิงฮ่าว ยืนอยู่ฝั่งเฉิงฮ่าว ส่วนคนอื่นๆ แทบจะยืนอยู่ข้างซางเทียนซั่วกันหมด
ถึงแม้จะยังมีอีกสองสามคนที่ยังไม่ต่อแถว แต่เห็นได้ชัดว่าไม่ได้มีผลอะไรกับผลลัพธ์แล้ว
ซ่งจื่อเซวียนมองเฉิงฮ่าว เอ่ยว่า “เป็นยังไงล่ะ เฉิงฮ่าว ผลลัพธ์…ชัดเจนมากเลยใช่ไหม”
เฉิงฮ่าวชำเลืองมองแถวทั้งสองฝั่งแวบหนึ่ง เอ่ยว่า “แล้วไงล่ะ”
“เพราะงั้นทำตามที่ตกลงกันไว้ นายควรจะเชื่อฟังฉัน”
“เต็มใจยอมรับความพ่ายแพ้อยู่แล้ว ตามใจคุณ” เฉิงฮ่าวเอ่ย
ซ่งจื่อเซวียนยิ้ม “นายไม่คิดจะลองชิมหรือไง”
“ไม่สนใจ!”
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้า ไม่ได้พูดอะไรอีก แต่เดินไปชิมอาหารของเฉิงฮ่าว
ใช้ตะเกียบคีบมาใส่ในปาก ซ่งจื่อเซวียนค่อยๆ เคี้ยว
ดูเหมือนจะสูญเสียความชื้นไป แต่ใช้หัวหอม ขิง พริกไทยทอดในน้ำมันผัดเร็วๆ อีกรอบ ไม่นานกลิ่นหอมก็ยิ่งซึมเข้าไปในวัตถุดิบ
ทำแบบนี้ทำให้รู้สึกเลี่ยนได้ง่ายมาก แต่หลังจากที่ผัดผงปรุงรสที่เฉิงฮ่าวคั่วด้วยตัวเอง น้ำมันปริมาณมากก็จะถูกขับออกไป ทำให้มีกลิ่นหอมแต่ไม่มันเยิ้ม
บวกกับรสชาติของผงปรุงรส อาหารเมนูนี้คู่ควรที่จะเป็นเมนูซิกเนเชอร์ของร้านอาหารใดสักร้านจริงๆ
และที่สำคัญที่สุดคือ…อาหารเมนูนี้ใช้วัตถุดิบมังสวิรัติล้วนๆ ผู้ที่ทานอาหารมังสวิรัติไม่น้อยจะให้การยอมรับได้
มองจากมุมที่ไม่ได้มีอคติอะไร วิธีการทำอาหารแบบนี้เรียกได้ว่าสมบูรณ์ไม่มีช่องโหว่
ถ้าไม่ได้แข่งกับน้ำแกงเกล็ดปลาทองห้าสาย ต่อให้ซางเทียนซั่วทำออเดิร์ฟเย็นออกมา ก็น่าจะด้อยกว่าอาหารมังสวิรัติเมนูนี้
เฉิงฮ่าว มีกึ๋น!
“ถึงจะแข่งแพ้ แต่ฝีมือทำอาหารไม่ได้ย่ำแย่จนยากจะจินตนาการ เฉิงฮ่าว ถ้านายอยู่ที่ห้องหก จะเข้าเรียนกับห้องหกได้ไหม”
เฉิงฮ่าวได้ยินก็ชะงักไป เดิมคิดว่าซ่งจื่อเซวียนจะใช้โอกาสนี้ไล่เขาไปเสียอีก คิดไม่ถึงว่าอยากจะให้ตนอยู่…
“ซ่งจื่อเซวียน คุณหมายความว่ายังไง”
“ไม่ได้หมายความว่าอะไร ก็อย่างที่นายพูด เต็มใจยอมรับความพ่ายแพ้ ตอนนี้ฉันต้องการให้นายอยู่ที่ห้องหก แล้วก็เข้าร่วมการเรียนการสอนทุกคาบตามปกติ”
ได้ยินประโยคนี้ พวกข่งเซ่าหลงก็เผยรอยยิ้มผ่อนคลายออกมา
ที่จริงพวกเขาก็ไม่อยากให้อาจารย์ไล่เฉิงฮ่าวออกไปเหมือนกัน
แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ พวกเขาก็ทำได้แค่ยอมรับ
ได้ยินคำพูดของซ่งจื่อเซวียนตอนนี้ ก็เข้าใจเจตนาของเขาทันที รู้สึกซาบซึ้งมาก
ข่งเซ่าหลงพยักหน้าทันที “ลูกพี่ กลับมาเถอะ เรามาเรียนด้วยกันนะ!”
ตู้หมิงและเฉินเจี๋ยข้างๆ ก็พยักหน้าอย่างรู้ใจ
เฉิงฮ่าวมองพวกเขา แล้วมองซ่งจื่อเซวียน
ซ่งจื่อเซวียนยิ้มน้อยๆ “ว่ายังไง อยู่ที่นี่แหละ เข้าร่วมกับพวกเรา!”
มองออกว่าอารมณ์ของเฉิงฮ่าวไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย
ยิ่งไม่ได้โกรธหรืออารมณ์เสียเพราะแข่งแพ้ เงาหลังนั้นยังคงเป็นอิสระ อิสระจน…เหมือนไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
“หยิ่งเกินไปแล้วมั้ง นี่แม่ง…อาจารย์ ไอ้หมอนี่มันไร้ยางอายจริงๆ เลย!” ซางเทียนซั่วพูดอย่างโมโห
พวกข่งเซ่าหลงค่อนข้างกระอักกระอ่วน อย่างไรในใจพวกเขาก็อยากรั้งเฉิงฮ่าวไว้
เพียงแต่ท่าทางแบบนี้ของเฉิงฮ่าว…พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้
มองเงาหลังของเฉิงฮ่าว ซ่งจื่อเซวียนกลับยิ้ม “ปล่อยเขาไปเถอะ ฝีมือทำอาหารดีขนาดนี้…มักจะค่อนข้างติสท์อยู่แล้ว!”
จากนั้น ซ่งจื่อเซวียนก็สอนคนอื่นๆ ในคาบทำอาหารตามปกติ ทุกคนก็เริ่มเป็นระเบียบเรียบร้อย
…
อาคารอำนวยการ
ห้องทำงานผู้อำนวยการ
เฉิงหวาลี่มองรายชื่อในมือ นิ่งเงียบอยู่นาน
เห็นดังนั้น หลินอู๋ซิ่วก็เอ่ยขึ้น “ผอ.เฉิง ครั้งนี้มินามิโนะ เคอิส่งคนที่ใกล้ชิดขนาดนี้มา ก็ถือว่ามีการเตรียมพร้อมล่วงหน้าก่อนจะมานะครับ
รายชื่อนี้ผมและอาจารย์หลงรื่อเยวี่ยของห้องหนึ่งวิทยาเขตตะวันตกเสนอร่วมกัน นับว่านักเรียนเหล่านี้น่าจะเป็นนักเรียนที่ดีที่สุดในวิทยาลัยแล้วครับ”
“ใช่ คิดไม่ถึงว่ามินามิโนะ เคอิจะมาเร็วขนาดนี้…”
วางรายชื่อ เฉิงหวาลี่ก็ถอนหายใจยาว
“ปีก่อน ฉันจำได้ว่า…ทีมของโอวหยางเฟิ่งเหยาแพ้ให้กับพวกมินามิโน เคอิ
สองปี…เวลาแค่สองปีพวกเขาก็จะมาเยี่ยมชมแล้ว หรือว่าพวกเขาวิจัยอาหารใหม่ออกมาได้แล้วเหรอ”
สีหน้าของเฉิงหวาลี่โศกเศร้าเล็กน้อย
หลายปีก่อน วิทยาลัยอาหารยังไม่ได้แข็งแกร่งนัก ตอนนั้นเผชิญหน้ากับการท้าดวลของวงการอาหารต่างประเทศพวกนี้ หลักๆ จะเป็นยอดเชฟทางใต้ที่พาทีมไปแข่ง
ดังนั้น การเผชิญหน้ากับการท้าดวลครั้งนี้ วิทยาลัยอาหารเป็นทัพหน้าที่ถูกโจมตี
แต่ต้องยอมรับว่าความสามารถของทีมมินามิโนะ เคอิจากประเทศญี่ปุ่นค่อนข้างแข็งแกร่ง เฉิงหวาลี่จึงกดดันมาก
ต้องรู้ว่า ผิดพลาดเพียงนิดเดียว ประเทศญี่ปุ่นก็จะยึดตำแหน่งเจ้าแห่งวงการอาหารเอเชียของจีนไป กลายเป็นผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่งคนใหม่
ข้อผิดพลาดแบบนี้ เฉิงหวาลี่อย่างเขาไม่อยากแบกรับ
“ผอ.เฉิงครับ ความสามารถของพวกมินามิโนะ เคอิเห็นๆ กันอยู่ ไม่ใช่แค่ลูกศิษย์ที่มีพรสวรรค์สูงส่งและขยันหมั่นเพียรเท่านั้น ยังมีอาจารย์อย่างเฉินซานเสวียนที่ผลักดันเรื่องอาหารสำเร็จรูปอีก ไม่น่าแปลกนะครับ”
เฉิงหวาลี่พยักหน้าน้อยๆ “นั่นสิ ถ้าเฉินซานเสวียนไม่ได้ไปจากจีน ตอนนี้ก็น่าจะเป็นระดับผู้ตัดสินอาหารได้แล้วมั้ง”
“เหอะๆ เขามองเงินทองเป็นหลักน่ะครับ เรียกขานแบบนั้นเกรงว่าจะดูถูกเหยียดหยามมาตั้งนานแล้ว”
เฉิงหวาลี่ได้ยินก็ยิ้มขื่น “ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว มินามิโนะ เคอิเชิญไปด้วยเงินก้อนโต เหอะๆ…”
หลินอู๋ซิ่วเอ่ย “ผอ.เฉิงครับ งั้นรายชื่อนี้…”
“เอารายชื่อไว้ที่ฉันก่อน ให้ฉันคิดอีกสักหน่อยค่อยว่ากัน นักเรียนบางคนฉันก็ต้องพิจารณา”
หลินอู๋ซิ่วพยักหน้า
“ครับ จริงสิครับผอ.เฉิง ยังมีอีกเรื่อง หัวหน้าอาจารย์ของวิทยาลัยตะวันออกและตะวันตก…น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยครับ”
“ทำไมล่ะ”
หลินอู๋ซิ่วเอ่ย “เนื่องจากวิทยาเขตตะวันออกเกิดเรื่องเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าหงเทียนเหว่ยรับผิดชอบตำแหน่งหัวหน้าอาจารย์ไม่ไหว ผมจึงคิดว่าจะโยกย้ายเล็กน้อยครับ
เอ่อ…สำหรับหงเทียนเหว่ย ผมค่อนข้างเป็นห่วง”
เฉิงหวาลี่พยักหน้า “คนคนนี้ทำอะไรไร้ความคิด แถมยังใช้ตำแหน่งไปกดขี่ข่มเหงคนอื่น นายคิดว่ายังไง”
“ผมคิดว่าจะย้ายหยางจวิ้นเย่ไปที่วิทยาเขตตะวันออก สลับกับหงเทียนเหว่ย เป็นแบบนี้ ก็ให้สถานะอาจารย์วิทยาเขตตะวันตกกับหงเทียนเหว่ย ถือเป็นการปลอบใจครับ”
“เอาอย่างนี้ก็ได้ อู๋ซิ่ว หยางจวิ้นเย่เป็นนักเรียนของโอวหยางเฟิ่งเหยาใช่ไหม”
“ผอ.เฉิง ถึงคุณสมบัติและประสบการณ์จะสำคัญ แต่ตอนนี้เป็นเวลาที่ต้องการความสามารถ จุดเปลี่ยนที่สำคัญของการพัฒนาวิทยาลัยเรา เราน่าจะต้องกล้าที่จะใช้คนทำลายธรรมเนียมปฏิบัติแล้วครับ”
ได้ยินดังนั้น เฉิงหวาลี่ก็มองหลินอู๋ซิ่วอยู่นาน ไม่ได้พูดอะไร
เฉิงหวาลี่อายุมากแล้ว แต่ไม่ได้เลอะเลือน ถึงเขาจะไม่เห็นว่าระดับทั่วไปจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่ก็ยังรับรู้ได้
หยางจวิ้นเย่คนนี้เป็นนักเรียนของยอดเชฟทางใต้ ในกระดูกย่อมมีความหยิ่งทระนงอยู่แล้ว
ตอนนี้เพิ่งเข้ามาทำงานในวิทยาลัย ยังจะให้เขาเป็นหัวหน้าอาจารย์อีก หลังจากนี้วิทยาลัยตะวันออกก็เป็นไปได้ที่จะกลายเป็นสถานที่ไว้ใช้อำนาจ
อีกทั้งถ้าอาศัยความสามารถ…ท่านเป้ยเล่อ ซ่งจื่อเซวียนก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขา
ชื่อเสียงของโอวหยางเฟิงเหยาโด่งดังมาก แต่ตัวคนอยู่ที่จงไห่
ท่านเป้ยเล่อกลับเป็นที่รู้จักของปักกิ่ง ไม่ว่าจะจากสายเลือดหรือฝีมือการทำอาหาร ล้วนไม่ต้องพูดถึง
ซ่งจื่อเซวียนยิ่งเป็นคนที่โด่งดังไปทั่วเมืองตู้เหมินในสองปีนี้ แม้แต่ปักกิ่งยังรู้จักชื่อ
หยางจวิ้นเย่…ในใจเฉิงหวาลี่ไม่แนะนำ
“ได้ อู๋ซิ่ว เรื่องนี้นายพิจารณาอีกรอบแล้วกัน”
“เรื่องนี้…ผอ.เฉิง พวกเราน่าจะไม่มีเวลามากขนาดนั้นนะครับ ถ้าตัดสินใจเลือกหัวหน้าอาจารย์ก่อนจะดวลกับลูกศิษย์ของมินามิโนะ เคอิได้ คิดว่าจะง่ายต่อการจัดการให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันครับ”
เฉิงหวาลี่ชะงัก “นายอยากเคาะก่อนเหรอ”
“ครับ อีกอย่างจะสร้างทีมไว้ก่อนล่วงหน้าได้ด้วย เรื่องพวกนี้หัวหน้าอาจารย์สามารถยื่นมือเข้าไปจัดการได้ครับ”
เฉิงหวาลี่ครุ่นคิด “เอาอย่างนี้แล้วกัน ฉันให้เวลานายพิจารณาหนึ่งวัน จากนั้นนายก็จัดการข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษรมาหนึ่งชุดให้ฉัน”
“ครับผอ.เฉิง ผมจะจัดการให้ครับ!”
หลังจากบอกให้หลินอู๋ซิ่วออกไป เดิมเฉิงหวาลี่คิดจะไปคุยกับวังเหว่ยเกี่ยวกับเรื่องนี้
ถึงวังเหว่ยจะไม่ได้ดูแลเรื่องการสอน แต่อย่างไรก็เป็นรองผู้อำนวยการ สามารถให้คำแนะนำกับเขาได้บ้าง
แต่เหมือนว่าเฉิงหวาลี่จะนึกอะไรขึ้นได้ จึงไม่ได้ออกไป ทว่าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาคนคนหนึ่ง
……………………………………………………
………………..