เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 466 ขยี้แก
ตอนที่ 466 ขยี้แก
………………..
เสียงเรียกสายดังขึ้นห้าถึงหกครั้ง ทันทีที่รับสาย เฉิงหวาลี่ก็ลุกขึ้นยืนตัวตรง
“สวัสดีครับท่านผู้เฒ่าหลิง ผมเฉิงหวาลี่ครับ”
เสียงของหลิงเจิ้นก็ดังมาจากปลายสายทันที
“เหอะๆ หวาลี่นี่เอง ทำไมถึงนึกโทรหาฉันได้ล่ะ”
เฉิงหวาลี่ยิ้ม “ท่านผู้เฒ่าหลิง ผมอยากจะถามเรื่องสุขภาพของคุณเป็นหลักน่ะครับ”
“ยังแข็งแรงดี ฉันไม่ลืมเรื่องที่รับปากไว้ว่าจะไปวิทยาลัยนะ ช่วงนี้ฉันก็เตรียมการอยู่” หลิงเจิ้นกล่าว
“ฮ่าๆ สมกับที่เป็นท่านผู้เฒ่าหลิง เดาได้ทันทีว่าผมอยากจะถามว่าอะไร”
“นายน่ะ…อายุปูนนี้แล้วยังไม่พักอีก เรื่องวิทยาลัยก็ปล่อยให้พวกหนุ่มสาวเขาจัดการดีกว่า ถ้าว่างก็มาเล่นหมากรุกกับฉัน”
“ครับๆๆ ท่านผู้เฒ่าหลิงพูดถูก สิ่งสำคัญคือผมวางมือไม่ได้จริงๆ ถ้ามีใครที่มีความสามารถเป็นพิเศษ ผมก็จะเกษียณได้”
เฉิงหวาลี่ยิ้มทันที
“อืม…สัปดาห์หน้า ฉันว่าจะไปปักกิ่งวันจันทร์หน้า แล้วถือโอกาสไปเยี่ยมเพื่อนตัวน้อยของฉันด้วย”
“หืม คุณกำลังพูดถึงซ่งจื่อเซวียนเหรอครับ”
“แน่นอนอยู่แล้ว เจ้าเด็กนี่เป็นเชฟที่มีพรสวรรค์ที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา และเป็นอาจารย์ของหลานสาวฉันด้วย จริงสิ เขาเป็นยังไงบ้าง”
ได้ยินคำถามนี้ เฉิงหวาลี่ก็พยักหน้า “ผลงานของจื่อเซวียนไม่ธรรมดา ตอนนี้เขาดูแลชั้นเรียนที่แย่ที่สุดในวิทยาลัยครับ”
“อะไรนะ นายเป็นคนจัดการให้แบบนี้เหรอ”
“ไม่ๆ ท่านผู้เฒ่าหลิงคิดมากไปแล้ว เป็นการจัดการตามขั้นตอนครับ แต่ตอนนี้ชั้นเรียนนี้ก้าวหน้าไปเยอะ ซ่งจื่อเซวียนเก่งจริงๆ”
เมื่อหลิงเจิ้นได้ยินหัวเราะครืนใหญ่ “ฮ่าๆๆ แน่นอนสิ ข้าจะมองคนผิดได้ยังไง”
“จริงด้วยครับท่านผู้เฒ่าหลิง ตอนนี้วิทยาลัยกำลังคัดเลือกหัวหน้าอาจารย์ของวิทยาเขตตะวันออกและตะวันตก คุณมีคำแนะนำอะไรไหมครับ”
ได้ยินคำพูดนี้ หลิงเจิ้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
“ฉันจำได้ว่าวิทยาเขตตะวันตกมีอาจารย์คนหนึ่งชื่อ…หลงรื่อเยวี่ย เขาพอมีศักยภาพอยู่บ้าง ส่วนคนอื่น…ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องมากนักตั้งแต่เปลี่ยนแปลงวิทยาลัยช่วงสองปีที่ผ่านมา หวาลี่เอ๊ย ฉันต้องใช้เส้นสาย ท่านเป้ยเล่อหรือไม่ก็จื่อเซวียน นายเลือกเอาสักคน!”
เฉิงหวาลี่ยิ้มและพยักหน้า
“เหอะๆ ท่านผู้เฒ่าหลิง ในเมื่อคุณแนะนำเป็นพิเศษ…ก็รอจนกว่าคุณจะมาแล้วกันครับ จากนั้นผมจะเสนอให้เลือกหัวหน้าอาจารย์ คุณก็จะแนะนำโดยตรงได้เลยครับ”
“หืม เจ้าเด็กไม่รู้จักโต จะใช้ฉันเป็นปืนสินะ” หลิงเจิ้นพูดด้วยรอยยิ้ม
เฉิงหวาลี่ยิ้มตอบ “ท่านผู้เฒ่าหลิง เรื่องบางอย่าง…ถ้าคุณเอ่ยปากจะสะดวกกว่า”
หลิงเจิ้นเข้าใจความหมายทันที
ความจริงเฉิงหวาลี่ก็อยากเสนอซ่งจื่อเซวียน แต่ความคิดเห็นของทุกคนอาจไม่เป็นเอกฉันท์
หากเขาเอ่ยปาก เกรงว่าบางคนอาจจะคัดค้าน แต่หลิงเจิ้นนั้นแตกต่างออกไป
ข้อแรกในนามของยอดเชฟชื่อดังก็พอที่จะสยบทุกคนได้แล้ว ข้อที่สองเขาเป็นผู้อำนวยการกิตติมศักดิ์ของวิทยาลัย
ดังนั้นตราบใดที่หลิงเจิ้นเอ่ยปากก็สามารถจัดการเรื่องต่างๆ ได้ทันที
“เอาล่ะ งั้นเรื่องนี้ก็เรียบร้อยแล้ว ถึงตอนนั้นฉันจะเสนอชื่อซ่งจื่อเซวียนเอง”
“โอเคครับท่านผู้เฒ่าหลิง งั้นเจอกันสัปดาห์หน้านะครับ”
หลังจากวางสาย เฉิงหวาลี่ก็ยิ้มและจุดบุหรี่ สีหน้าของเขาเผยความโล่งใจออกมาเล็กน้อย
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและกดเบอร์ ซึ่งเป็นเบอร์โทรของหลินอู๋ซิ่ว
“อู๋ซิ่วเอ๊ย เรามาตกลงข้อเสนอของนายกันก่อนเถอะ ท่านผู้เฒ่าหลิงจะมาสัปดาห์หน้า ใช้โอกาสตอนที่ครึกครื้นแล้วเราก็คอนเฟิร์มเรื่องนี้ได้เลย”
“โอเคครับผอ. งั้นผมจะไปจัดการส่วนที่เกี่ยวข้อง เผื่อท่านผู้เฒ่าหลิงมาแล้วเรายังไม่มีความคืบหน้านะครับ”
เฉิงหวาลี่พยักหน้า “ได้ ไปจัดการเถอะ”
อย่างไรก็เป็นขิงแก่ เฉิงหวาลี่พอจะคาดเดาการเคลื่อนไหวนี้ไว้ได้นานแล้ว
เหตุผลจริงๆ ที่เขาโทรหาท่านผู้เฒ่าหลิงเพราะหวังว่าท่านผู้เฒ่าหลิงจะเสนอชื่อมาหนึ่งคน
แน่นอนว่าเหตุผลที่เขาไม่เอ่ยเรื่องนี้ต่อหน้าหลินอู๋ซิ่วไม่ใช่เพราะเขาไม่กล้า
แต่เพราะตำแหน่งที่เขานั่งอยู่นั้นคือผู้นำ สิ่งแรกที่เขาต้องทำคือถ่วงดุลและรักษาความมั่นคง
ในคืนนั้น
ความเสมอต้นเสมอปลายห้องหกทำให้ซ่งจื่อเซวียนสบายใจอย่างหาได้ยาก
หลังจากกลับมาที่ห้อง เขาก็หยิบกระทะเหล็กเมฆม่วงออกมาดู
ช่วงนี้ซ่งจื่อเซวียนจะตรวจดูทุกวัน แต่อย่างมากเขาจะดูแค่สภาพของโสมที่แช่อยู่ในน้ำ
เขาไม่มีแรงมากพอจะชื่นชมกระทะใบนี้ของตัวเอง
เห็นโสมที่แช่ปริ่มน้ำ แต่กลับไม่มีกลิ่นแปลกออกมา ซ่งจื่อเซวียนจึงพยักหน้าช้าๆ
หากเดาไม่ผิด ตอนนี้น่าจะเป็นวันสุดท้ายของการแช่ในกระทะเหล็กเมฆม่วง
หากแช่เพิ่มอีกหนึ่งวันอาจกลายเป็นการดูดซับคุณสมบัติอื่นของโสมได้ แต่ถ้าใช้เวลาน้อยลงคุณสมบัติทางยาก็จะไม่เพียงพอ
คุณสมบัติทางยาของหนวดพญามังกรเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้เป็นอาหารบำรุงสุขภาพได้ทั้งหมด
แต่คุณสมบัติเสริมตัวนี้สามารถตอบสนองความต้องการของคนส่วนใหญ่ได้แน่นอน
อันที่จริงอาหารบำรุงสุขภาพในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องใช้เพื่อรักษาอาการป่วยต่างๆ เสมอไป
นอกจากนั้นยังช่วยบำรุงความอ่อนแอต่างๆ ที่เกิดจากชีวิตที่เร่งรีบและแรงกดดันสูงอีกด้วย
แน่นอนว่ายังมีบางคนที่ทานอาหารบำรุงสุขภาพทุกวันเพราะใส่ใจเรื่องสุขภาพ
สำหรับคนเหล่านี้ กระทะเหล็กเมฆม่วงในตอนนี้น่าจะทำอาหารเสริมกำลังได้โดยไม่ต้องเติมอาหารเสริมใดๆ
นึกถึงตรงนี้ ซ่งจื่อเซวียนก็ยิ้มร่า
เขาจัดการเรื่องกระทะได้แล้ว ก็ถึงเวลากลับไปเยี่ยมตู้เหมินแล้ว
ถังหย่าฉีคงยุ่งอยู่ในร้านมากหลังจากที่เขาไม่ได้กลับไปกว่าหนึ่งสัปดาห์ และ…เขาคิดถึงเธอมากจริงๆ
แน่นอนว่าเขาต้องจัดเวลาไปเยี่ยมชายชราแน่นอน ช่วงนี้เขาไม่ได้ตอบแทนบุญคุณ ไม่ต้องพูดถึงว่าชายชราจะโกรธหรือไม่ แม้แต่ซ่งจื่อเซวียนก็ยังไม่สบายใจ
อันดับแรกมีแค่อาจารย์เท่านั้นที่สามารถลงทะเบียนใช้ห้องทำอาหารได้ นักเรียนไม่สามารถทำได้ และเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย เขาไม่อยากให้นักเรียนไปในพื้นที่ส่วนกลางแบบนั้น หากถูกรังแกโดยไม่มีอาจารย์ก็เท่ากับว่าพวกเขาจะไม่มีคนหนุนหลัง
เช้าตรู่ที่เมืองตู้เหมิน
ถังหย่าฉีลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในมหาวิทยาลัย
ปกติแล้วเธอไม่ชอบให้ไต้ทงเข้าไปส่งถึงมหาวิทยาลัย
แม้ว่าเธอจะได้รับความนิยม แต่ก็อยากจะเดินไปเองบ้าง
แน่นอนว่าถังหย่าฉีจะเศร้าเล็กน้อยทุกครั้งที่เธอเดินเข้ามา
ก่อนที่ซ่งจื่อเซวียนจะไปวิทยาลัย เขาจะมาส่งเธอไปมหาวิทยาลัยเกือบทุกวัน
และไปส่งถึงอาคารเรียนเสมอ
ขณะที่เธอกำลังเดิน ถังหย่าฉีได้ยินเสียงบีบแตรรถยนต์
ตอนแรกเธอไม่ได้สนใจ แต่หางตาของเธอสังเกตเห็นว่ารถคันนั้นขับเทียบกับเธอตลอด
ถังหย่าฉีอดไม่ได้ที่จะหันหน้าไป เมื่อเห็นใบหน้าหยางจวินและรถมาเซราติของเขา เธอก็รีบหันกลับไปทันที
ถังหย่าฉีไม่ได้รู้สึกดีกับผู้ชายคนนี้
“หย่าฉี มาเรียนเช้าขนาดนี้เลยเหรอ” หยางจวินตะโกนถาม
ถังหย่าฉีหันกลับมาเหลือบมองเขา “ไร้สาระ เข้าเรียนเก้าโมง!”
หยางจวินกระตุกยิ้ม “ฮ่าๆ หย่าฉีเธอรู้ไหม ฉันชอบท่าทางที่เธอปฏิเสธฉันนะ!”
ถังหย่าฉีกลอกตามองเขา ไม่ได้สนใจ และเดินต่อไปข้างหน้า
“อยากขึ้นรถไหม ไอ้หนุ่มหน้าจืดข้างกายเธอล่ะ”
“หยางจวิน นายยังไม่จบใช่ไหม” ถังหย่าฉีหันกลับมาแล้วพูดว่า “ลืมเรื่องครั้งที่แล้วไปหรือเปล่า”
ได้ยินเช่นนี้ หยางจวินก็ชะงักและหัวใจเต้นตึกตัก
ในวันนั้นเป็นเหมือนนรกสำหรับเขา
แต่เขาได้สืบถามมาแล้ว ไอ้หนุ่มหน้าจืดคนนั้นไปจากถังหย่าฉีแล้ว
ในความเห็นของเขา หนุ่มหน้าจืดอาจหาเงินจากถังหย่าฉีได้มากพอแล้ว และเบื่อถึงได้จากไป
“ฮ่าๆ ครั้งที่แล้วเกิดอะไรขึ้นเหรอ ว่าแต่…หย่าฉี ฉันขอแนะนำว่าเธอคบกับไอ้หน้าจืดไม่รอดหรอก มาคบกับฉันยังดีกว่า!”
พูดจบ หยางจวินก็เหยียบคันเร่งและเลี้ยว จากนั้นรถก็หยุดอยู่ตรงหน้าถังหย่าฉี
ขณะเดียวกันยังขวางทางนักเรียนหลายคนที่กำลังเดินไปอาคารเรียนอีกด้วย
แต่เมื่อเห็นรถหรูแบบนี้ นักเรียนทั่วไปก็ไม่กล้าพูดอะไร จึงแค่รีบหลีกทางให้เท่านั้น
แน่นอนว่าทันทีที่รถจอดก็ดึงดูดสายตาผู้คนส่วนหนึ่งให้มาชม
เมื่อเห็นผู้คนเดินเข้ามา ถังหย่าฉีก็อายและคิดในใจว่าหยางจวินบ้าหรือเปล่า นายชอบเป็นจุดสนใจในมหาวิทยาลัยทุกครั้งเลยหรือไง
หยางจวินลงจากรถด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม จากนั้นเดินไปหาถังหย่าฉีทันที
“หยางจวิน นายทำอะไรเนี่ย”
ถังหย่าฉีพูดด้วยความตกใจ
ขณะเดียวกันก็หยิบมือถือออกมาเตรียมจะโทรหาไต้ทง
หยางจวินคลี่ยิ้ม ก้าวไปข้างหน้า และคว้ามือถือจากมือของถังหย่าฉีไป
“หย่าฉี ฉันเก็บเรื่องนี้มานานแล้ว ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงยอมเลือกไอ้หน้าจืดดีกว่าเลือกฉันล่ะ”
ขณะที่หยางจวินพูด เขาก็หุบยิ้มแล้วขมวดคิ้วทันที
“หยางจวิน เอามือถือคืนมา!” ถังหย่าฉีพูดอย่างจริงจัง
“หึ เล่นอะไรเนี่ย นายคิดว่าครอบครัวนายมีเงินเท่าไร ฉันบอกนายแล้วไงว่าฉันไม่ชอบ!”
“ตอนนี้หมอนั่นเล่นด้วยจนโดนเขี่ยทิ้งแล้วใช่ไหม แถมยังเสียเงินไปเยอะอีก
ภายนอกเธอดูใสๆ แต่กลับตรงกันข้าม แล้วทำไมถึงถือตัวกับฉันล่ะ”
ถังหย่าฉีเบิกตากว้าง และสงสัยว่าเธอได้ยินผิดไปหรือเปล่า
ขณะที่พูดเธอก็ง้างฝ่ามือจะตบ
หลังจากอยู่กับซ่งจื่อเซวียนมานาน ถังหย่าฉีก็เจ้าอารมณ์มากขึ้นกว่าเดิม
ตอนที่เธอใจเย็นจะเป็นนางฟ้าตัวน้อย แต่เมื่อเธอโกรธจะเป็นจอมยุทธ์หญิงตัวจริง
หยางจวินคว้าข้อมือของถังหย่าฉี “เหอะๆ ผิวเนียนจริงๆ ให้ฉันเล่นดีกว่าให้ไอ้หน้าจืดมันเล่นอีกว่าไหม”
“นาย…”
ถังหย่าฉีโกรธจนพูดไม่ออก เธอพยายามดึงมือกลับสุดกำลัง แต่ด้วยแรงที่แตกต่างกันมาก เธอจึงดึงไม่ไหว
หยางจวินคลี่ยิ้ม “ถังหย่าฉี ฉันจะบอกเธอให้นะ ครั้งที่แล้วเธอทำให้ฉันขายหน้า ถ้าเธออยู่กับฉันคืนหนึ่ง เรื่องนี้ถือว่าหายกัน ไม่งั้น…”
ก่อนที่เขาจะพูดจบ สีหน้าของหยางจวินก็เปลี่ยนไป
ความเจ็บปวดที่รุนแรงแทบจะทำให้ใบหน้าของเขาเสียรูป
เขาเห็นมือที่มีกำลังราวกับคีมเหล็กจับข้อมือของเขาเอาไว้
ด้วยแรงที่แข็งแกร่ง หยางจวินไม่สามารถขยับได้เลย มือที่จับถังหย่าฉีอยู่ก็ปล่อยทันที
ถังหย่าฉีถอยหลังหนึ่งก้าวแล้วมองหยางจวินอย่างเย็นชา “ไอ้สารเลว!”
หยางจวินหันกลับไปและต้องตกใจเมื่อเห็นชายร่างยักษ์ที่สูงเกือบสองเมตรอยู่ข้างหลังเขา
“พี่ชาย…”
“ถ้าล่วงเกินคุณหนูถังอีกครั้ง ฉันจะขยี้แก!”
เหลียงฮั่นเป็นคนพูด
ก่อนที่ซ่งจื่อเซวียนจะไป เขาสั่งให้เหลียงฮั่นคอยปกป้องถังหย่าฉี ทุกวันนี้เหลียงฮั่นจึงแอบติดตามเธอทุกวัน
จนกระทั่งวันนี้ในที่สุดเขาก็ได้ลงมือ
“นาย…นายเป็นใคร”
“ไม่เกี่ยวกับแก ไปซะ!” เหลียงฮั่นพูดอย่างเย็นชาและปล่อยมือของหยางจวินทันที
………………………………………………………..
………………..