เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 473 แข่งกันสักตา
ตอนที่ 473 แข่งกันสักตา
………………..
ชั่วขณะนั้น ทุกคนหยุดเดินอยู่ตรงประตูห้องประชุม
ซ่งจื่อเซวียนกับหยางจวิ้นเย่ยืนอยู่ตรงกลาง
หยางจวิ้นเย่กำสองหมัดแน่นด้วยความโกรธ ตำแหน่งของหัวหน้าอาจารย์อยู่นิ่งเก้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว แต่ดันกลายเป็นว่าการโผล่พรวดออกมาของพ่อครัวขั้นเทพแห่งภาคเหนือ กลับทำลายทุกอย่าง
ความพยายามของเขาทั้งหมดก่อนหน้านั้นสูญเปล่าทั้งสิ้น และประเด็นสำคัญคือเขาไม่ได้แพ้ให้กับความสามารถ
แต่กลับ…เสียตำแหน่งที่กำลังจะถึงมือไปอย่างงุนงง
เขาไม่ยอมแน่นอน!
ซ่งจื่อเซวียนมองหยางจวิ้นเย่ที่กำลังโกรธสุดขีดด้วยสีหน้าที่นิ่งเฉยเป็นอย่างยิ่ง
“นั่นเป็นเรื่องของนาย”
พอพูดจบ เขาก็เดินออกจากกลุ่มผู้คนไป
“นาย…ฉันจะท้าแข่งกับนาย!”
ซ่งจื่อเซวียนได้ยินแล้วแต่ไม่สนใจ เดินไปข้างหน้าต่อโดยไม่หันกลับมา
และตอนนี้ ภายในห้องประชุมก็ได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว
เฉิงหวาลี่เอ่ยว่า “เกิดเรื่องอะไร ตะโกนโหวกเหวกเสียงดังทำไม!”
“ผอ.เฉิง หยางจวิ้นเย่ถูกเสนอชื่อแล้ว แต่ตอนนี้หัวหน้าอาจารย์กลับกลายเป็นซ่งจื่อเซวียน เขาย่อมโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอยู่แล้ว พวกเราก็เข้าใจดีครับ”
หลินอู๋ซิ่วพูด
วินาทีนี้ ดูเหมือนสิ่งที่เขาสามารถทำได้คือปกป้องหยางจวิ้นเย่เท่านั้น ในใจของเขา รู้สึกละอายใจไม่มากก็น้อย
อย่างไรเขาก็เป็นคนรับประกันก่อนหน้านี้ว่าหัวหน้าอาจารย์วิทยาเขตตะวันออกจะตกเป็นของหยางจวิ้นเย่แน่นอน
แต่ตอนนี้ เขากลับทำอะไรไม่ได้
หลิงเจิ้นกล่าว
“ใช่ครับ ท่านผู้เฒ่าหลิงพูดถูก” หลินอู๋ซิ่วรีบพูดทันที
“แต่ว่า…แพ้การแข่งขันไม่น่ากลัว แต่แพ้มารยาทแบบนี้…เขาทำได้แค่นี้เองสินะ”
หลิงเจิ้นทำเสียงฮึดฮัดเย็นชา “โชคดีที่ไม่ให้เขาเป็นหัวหน้าอาจารย์ พวกคุณก็ต้องระวัง คนที่ไม่มีมารยาทแบบนี้ต่อไปจะให้อยู่ในตำแหน่งที่สำคัญไม่ได้เลย”
ได้ยินดังนั้น หลินอู๋ซิ่วก็ชะงักไป หยางจวิ้นเย่นะหยางจวิ้นเย่ ความประทับใจแรกของคุณที่มีต่อท่านผู้เฒ่าหลิงดำดิ่งสู่หุบเหวแล้ว
…
ณ หอพักผู้ชายวิทยาเขตตะวันออก
เฉิงฮ่าวนอนอยู่ในหอพัก ไม่รู้ว่านานแค่ไหนและไม่ได้ออกมาเดินเล่นนานเท่าไรแล้ว
ตั้งแต่วันที่เขาแพ้ซางเทียนซั่ว เขาก็ไม่ยอมออกจากหอพักเลย
ในสมองของเขามัวแต่คิดเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงหนึ่งถึงสองปีที่ผ่านมา
ช่วงที่ผ่านมา ไม่มีใครล้มความมั่นใจของเขาได้ อันที่จริงถึงแม้จะแพ้ให้ซางเทียนซั่ว ในใจของเฉิงฮ่าวก็ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด
ในสายตาของเขา แข่งขันแพ้แล้วก็คือแพ้ ไม่ได้หมายความว่าเขาอ่อนแอ
ทว่าเขามีความรู้สึกเหมือนฝันไป และความฝันนี้…เขาฝันมากว่าหนึ่งปีแล้ว
ช่วงนี้ เขาแทบจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับห้องหก เขารู้จักแต่การพาพวกข่งเซ่าหลงไปใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย
จนกระทั่งซ่งจื่อเซวียนมาที่ห้องหก เฉิงฮ่าวรู้สึกว่าตัวเองได้ตื่นขึ้นมากะทันหัน
หลังจากตื่นขึ้นมาแล้ว สภาพแวดล้อมรอบตัวเองกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ไอ้พวกที่วันๆ ลุ่มหลงอยู่กับการใช้เงินของตัวเอง ตอนนี้กลับตั้งใจเรียนหนังสือทุกวัน
เดิมทีห้องหกเป็นห้องที่ไม่ได้เรื่องที่สุดของวิทยาเขตตะวันออก แต่ตอนนี้แทบจะทุกคนล้วนมีพลังใจ พยายามฝึกเรียนทำอาหารอย่างสุดชีวิต
จนกระทั่งเขาแพ้ให้ซางเทียนซั่ว ความฝันที่ฝันติดต่อกันนานกว่าหนึ่งปี…ก็เป็นอันสิ้นสุดเสียที
รวมถึงซุนจิ้งเสียงที่เคยเอาชนะเขาในการแข่งขันการทำอาหาร และรวมไปถึงอาจารย์หลงรื่อเยวี่ยห้องหนึ่งแห่งวิทยาเขตตะวันตก
คนที่เขาให้ความเคารพเพียงคนเดียว ก็คืออดีตอาจารย์เถียนหย่งคุนห้องสองแห่งวิทยาเขตตะวันตก
แต่ตอนนี้…เขาคิดอยู่นาน ซ่งจื่อเซวียนคนนี้…ถึงแม้ดูผิวเผินเขาจะไม่พูดอะไร แต่ในใจกลับเข้าใจดี และต้องยอมรับ
ไม่ว่าจะเป็นฝีมือการทำอาหาร หรือว่าการดูแลห้องหก ทุกอย่างที่เปลี่ยนไปราวกับพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน ล้วนเป็นเพราะฝีมือของซ่งจื่อเซวียน
หรือบางที…อาจจะเป็นเหมือนที่ซ่งจื่อเซวียนกล่าวไว้ ความจริงทุกอย่างในอดีตไม่มีอะไร แค่ตัวของเฉิงฮ่าวไม่ยอมเดินออกมาเท่านั้นเอง
ทุกอย่างยังคงดำเนินต่อไป มีเพียงสิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยนแปลงก็คือทักษะการทำอาหารที่หยุดนิ่งของเฉิงฮ่าว
เมื่อกลับมาถึงหอพักวิทยาเขตตะวันตกแล้ว หยางจวิ้นเย่ไม่อาจสงบใจได้เหมือนเดิม
พวกหลงรื่อเยวี่ยเข้ามาพูดโน้มน้าวแล้ว แต่สิ่งที่หยางจวิ้นเย่เสียไป ใช่ว่าพูดโน้มน้าวสองสามประโยคแล้วจะดีขึ้น
“จวิ้นเย่ เรื่องนี้ทำอะไรไม่ได้แล้ว ยังไงพวกเราก็ไม่มีใครคิดว่าท่านผู้เฒ่าหลิงจะมาในวันนี้” หลงรื่อเยวี่ยกล่าว
“ใช่แล้วอาจารย์หยาง ท่านผู้เฒ่าหลิงมาถึงก็แนะนำซ่งจื่อเซวียนเลย คำพูดของเขา…ไม่มีใครในวิทยาลัยกล้าคัดค้านสักคน”
หลี่เซียงที่อยู่ข้างๆ ก็พูดเหมือนกัน
เขามาจากสำนักมีดใบไม้เหมือนกับหลงรื่อเยวี่ย เวลานี้คำพูดของเขาคือกำลังช่วยพูดให้พี่ชายสุดหล่อของตัวเอง
อย่างไรเมื่อก่อนหลงรื่อเยวี่ยก็คอยสนับสนุนหยางจวิ้นเย่มาตลอด แต่พอถึงช่วงเวลาที่สำคัญกลับได้ผลลัพธ์เช่นนี้
“หึ หลิงเจิ้นเลือกปฏิบัติชัดๆ!”
หยางจวิ้นเย่ตบโต๊ะด้วยหนึ่งฝ่ามือพร้อมกับพูดตวาด
ได้ยินดังนั้นก็มีหลายคนตกใจไม่น้อย หลี่เซียงรีบพูดว่า “โถอาจารย์หยาง อย่าพูดมั่วแบบนี้นะครับ ตำแหน่งของท่านผู้เฒ่าหลิงเห็นๆ กันอยู่!”
“ใช่แล้วจวิ้นเย่ ตอนนี้ต้องใจเย็นๆ รอท่านผู้เฒ่าหลิงกลับไปแล้ว พวกเราค่อยมาศึกษาตำแหน่งของหัวหน้าอาจารย์กัน ซ่งจื่อเซวียนอาจจะไม่ได้นั่งตำแหน่งหัวหน้าอาจารย์วิทยาเขตตะวันออกตลอดไปหรอก!”
หลงรื่อเยวี่ยพูด
หยางจวิ้นเย่ทำเสียงฮึดฮัด “เขาเป็นพ่อครัวขั้นเทพแห่งภาคเหนือ อาจารย์ของผมเป็นพ่อครัวขั้นเทพแห่งภาคใต้ พวกเขาสองคนไม่ถูกกันอยู่แล้ว ครั้งนี้มาจากจิตใจที่เห็นแก่ตัวชัดๆ!”
ชั่วขณะนั้น ทุกคนก็พูดอะไรไม่ออก เพราะคำพูดของหยางจวิ้นเย่พอมีเหตุผลอยู่บ้าง
หลงรื่อเยวี่ยกล่าวว่า “ฉันเองก็คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าท่านผู้เฒ่าหลิงกับซ่งจื่อเซวียนจะสนิทกัน แปลกมากจริงๆ
แต่ไม่ว่าจะพูดยังไง…อาจารย์หยาง ตอนนี้ทางวิทยาลัยได้ตัดสินใจแล้ว ทางที่ดีที่สุดไปรายงานตัวที่วิทยาเขตตะวันออกก่อนเถอะ”
“ใช่แล้วจวิ้นเย่ เพราะจุดนี้เป็นการตัดสินใจของวิทยาลัย ไปรายงานตัวก่อน เรื่องอื่นพวกเราค่อยคิดหาทางอีกที”
หยางจวิ้นเย่แค่นหัวเราะ “รายงานตัวเหรอ ไปรายงายตัวกับซ่งจื่อเซวียนหัวหน้าอาจารย์วิทยาเขตตะวันออกเหรอ ตลก!”
หยางจวิ้นเย่ลุกขึ้นแล้วพูดว่า “วิทยาเขตตะวันออกผมต้องไปแน่นอน แย่งตำแหน่งของผม คิดว่าจะปล่อยไปแบบนี้เหรอ”
หยางจวิ้นเย่พูดจบแล้วก็ลุกขึ้นเดินออกไปทันที เขาไม่ได้เก็บสัมภาระใดๆ เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ไปรายงานตัว
แต่ดูจากท่าทางนั่นแล้ว ทุกคนก็ไม่รู้ว่าจะโน้มน้าวเขาอย่างไร ต่างมองเขาเดินออกไปด้วยสีหน้าเป็นกังวล
…
ณ วิทยาเขตตะวันออก
ซ่งจื่อเซวียนพักผ่อนอยู่ในหอพักสักครู่หนึ่ง เกาหมิงเลี่ยง เถียนฟู่ หวังเหล่ยและคนอื่นๆ ก็ทยอยเดินเข้ามา
เหตุผลที่มานั้นเหมือนกัน คือมาแสดงความยินดี
ทว่าซ่งจื่อเซวียนพอจะรับคำอวยพรของเกาหมิงเลี่ยงได้ แต่ของเถียนฟู่กับหวังเหล่ย…
สองคนนี้เมื่อก่อนเป็นสุนัขของหงเทียนเหว่ย ตอนนี้เข้ามาแสดงความยินดี ซ่งจื่อเซวียนก็คร้านจะสนใจ
ดังนั้น สุดท้ายสองคนนี้ก็ถูกเมินเฉยใส่ แล้วจึงเดินออกไป
เมื่อคุยกับท่านเป้ยเล่อได้สักพักหนึ่ง โทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา
ทั้งสองคนสบตายิ้มให้กัน ท่านเป้ยเล่อพูดว่า “ฮ่าๆๆ เป็นหัวหน้าอาจารย์แล้วไม่เหมือนกันเลย วันนี้มีแขกมาเยี่ยมเยอะมาก แถมยังมีคนโทรมาแสดงความยินดีอีก”
“อย่าพูดไร้สาระน่า จะรู้ได้ไงครับว่าใครโทรมา”
โทรศัพท์ของหอพักจะไม่โชว์สายที่โทรเข้ามา ความจริงซ่งจื่อเซวียนก็ขี้เกียจรับสาย แต่เนื่องจากมารยาท เขาจึงต้องรับ
“ไอ้หนุ่ม ขอแสดงความยินดีกับนายด้วยนะ”
ได้ยินประโยคนี้ ท่านเป้ยเล่อก็อึ้งเหมือนกัน ระดับของคนที่โทรมาแสดงความยินดีเลื่อนขึ้นถึงท่านผู้เฒ่าหลิงแล้ว
“ฮ่าๆๆ ไอ้หนุ่ม นายเกรงใจเกินไปแล้ว ระหว่างพวกเราไม่ต้องทำแบบนี้ ฉันต้องขอบใจนายมากกว่า”
“หา? ขอบใจผมเรื่องอะไรกันครับ”
“ขอบใจที่นายช่วยดูแลเข่อเอ๋อร์ ตอนนี้เด็กคนนี้รู้ความมากขึ้น เป็นเพราะความดีความชอบของนายล้วนๆ”
ซ่งจื่อเซวียนได้ยินก็ยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน เพราะไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
“เอาแบบนี้แล้วกัน จื่อเซวียน นายมาที่อาคารอำนวยการ ฉันพักอยู่ในห้องสวีตของชั้นห้า พวกเราสองสหายมานั่งคุยกันเถอะ! อ้อใช่เรียกท่านเป้ยเล่อมาด้วย!”
“ท่านผู้เฒ่าหลิง เอ่อ…” ซ่งจื่อเซวียนชะงักไป ท่านผู้เฒ่าหลิงพูดจาไม่มีขอบเขตเหมือนเดิม ถึงขนาดเป็นรุ่นปู่กับหลานแล้ว ทำไมถึงเรียกว่าสองสหายกัน
“ไม่ต้องพูดนั่นพูดนี่แล้ว รีบมาเลย ฉันรอนายอยู่!”
พอพูดจบ หลิงเจิ้นก็วางสายไป
ซ่งจื่อเซวียนมองท่านเป้ยเล่ออย่างจนใจ “ท่านผู้เฒ่าหลิงสั่งให้พวกเราไปหาครับ”
“หืม เอาฉันไปด้วยทำไมเนี่ย ฉันนึกว่าวันนี้จะมีแต่ฉากของหัวหน้าอาจารย์เสียอีก”
“โธ่ แซวผมทำไมครับ”
ทั้งสองคนเตรียมตัวอย่างง่ายๆ แล้วจึงออกจากหอพัก เตรียมตัวไปหาหลิงเจิ้น
แต่ตอนที่เดินมาถึงหน้าประตูใหญ่วิทยาเขตตะวันออก ก็เห็นหยางจวิ้นเย่กำลังเดินเข้ามา
“อ้าว หัวหน้าอาจารย์ เหอะๆ กำลังจะไปไหนครับ”
ถึงแม้ตอนหยางจวิ้นเย่พูดจะมีรอยยิ้มแฝงอยู่ แต่เห็นได้ชัดว่ามีความโกรธแฝงอยู่ใต้รอยยิ้มนั้น
ตอนนี้เขาเจอหน้าศัตรูจึงแสดงแววตาอิจฉาออกมาอย่างชัดเจน
แต่ซ่งจื่อเซวียนกลับนิ่งสงบ พยักหน้า “ไปเดินเล่นน่ะ มีธุระเหรอ”
“แน่นอน ฮ่าๆๆ ผมมารายงานตัวที่วิทยาเขตตะวันออก หัวหน้าอาจารย์ คุณต้องเลี้ยงข้าวผมหรือเปล่า”
หยางจวิ้นเย่ได้ยินแล้วจึงทำเสียงฮึดฮัดเย็นชา “หึ ซ่งจื่อเซวียน ถ้าอย่างนั้นฉันจะพูดตรงๆ นายได้เป็นหัวหน้าอาจารย์ ฉันไม่ยอม ฉันไม่ยอม!”
“แล้วไง”
“ตอนนี้ฉันขอท้าแข่งกับนาย ฟังนะ ไม่ใช่นักเรียน แต่เป็นนายกับฉัน!”
ซ่งจื่อเซวียนหัวเราะเบาๆ “ฉันไม่มีเหตุผลที่จะแข่งกับนาย”
“กลัวเหรอ ฉันเป็นถึงลูกศิษย์ของพ่อครัวขั้นเทพแห่งภาคใต้ นายไม่กล้าแข่งกับฉันใช่ไหม ท่านผู้เฒ่าหลิงจัดให้นายเป็นหัวหน้าอาจารย์ อย่างมากก็เป็นเพราะมีความขัดแย้งกับอาจารย์ของฉันเท่านั้นแหละ
ซ่งจื่อเซวียน นายมันไม่ได้มีดีอะไรทั้งนั้น!”
หยางจวิ้นเย่ตะโกนเสียงดัง
ได้ยินดังนั้น ซ่งจื่อเซวียนที่กำลังจะก้าวเท้าออกกลับหยุดเดินทันที
“นายเป็นลูกศิษย์ของพ่อครัวขั้นเทพแห่งภาคใต้งั้นเหรอ”
“หึ ซ่งจื่อเซวียน นายเสแสร้งทำเป็นไม่รู้ใช่ไหม จะเสแสร้งทำไม”
ซ่งจื่อเซวียนพลันยิ้ม “ฉันไม่จำเป็นต้องเสแสร้ง แต่…ถ้าแข่งกับฉัน จะเดิมพันด้วยอะไรล่ะ”
“ใครแพ้คนนั้นออกจากวิทยาลัย นายกล้าไหมล่ะ”
“เหอะๆ เดิมพันใหญ่เกินไปแล้ว ฉันเป็นคนไม่ชอบเสี่ยง!”
“นาย…”
ซ่งจื่อเซวียนขยับต้นคอ พูดด้วยสีหน้าไม่สนอะไร “เอาอย่างนี้แล้วกัน ถ้าฉันแพ้ ต่อไปฉันจะไม่ยุ่งกับนายเวลาที่อยู่ในวิทยาเขตตะวันออก แต่ถ้านายแพ้ ต้องยอมศิโรราบให้ฉัน กล้าไหมล่ะ”
คำพูดของซ่งจื่อเซวียนทำให้หยางจวิ้นเย่ตกตะลึง
ในสายตาของเขา หากต้องยอมจำนนอยู่ในกำมือของซ่งจื่อเซวียนจริงๆ เช่นนั้นย่อมเป็นการเดิมพันที่ยิ่งใหญ่
เขายอมออกไปจากที่นี่ แต่ไม่ยอมอยู่ใต้อาณัติของซ่งจื่อเซวียน!
แต่ตอนนี้กำลังหัวร้อนอยู่ หยางจวิ้นเย่จึงคร้านจะสนใจอะไรให้มากความ เขาอยากจะเอาชนะซ่งจื่อเซวียนในเรื่องการทำอาหารอย่างอดใจรอไม่ไหวแล้ว!
“ได้เลย มีอะไรไม่กล้า แข่งกันตอนนี้เลย!”
“ขอโทษด้วย ตอนนี้ฉันมีธุระ วันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน วันพรุ่งนี้ตอนบ่าย เจอกันที่ลานกว้าง!”
ซ่งจื่อเซวียนพูดจบก็เดินไปข้างหน้าต่อ
“ได้เลย ฉันจะรอนาย!”
………………………………………….
………………..