เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 475 ผู้ช่วยสุดแกร่ง
ตอนที่ 475 ผู้ช่วยสุดแกร่ง
………………..
เมื่อได้ยินเสียง ทุกคนก็มองไปที่ประตู
แต่ปฏิกิริยาของทุกคนคือตกตะลึงในชั่วพริบตาเดียว ทุกคนล้วนทำสีหน้าตกใจโดยไม่มีข้อยกเว้น
เพราะคนที่พูดก็คือเฉิงฮ่าว!
“ละ…ลูกพี่” ข่งเซ่าหลงค่อยๆ ลุกขึ้น
เฉิงฮ่าวยังคงทำสีหน้านิ่งเหมือนเดิม ก่อนจะก้าวเดินเข้ามา
“ฉันอยากลองเป็นผู้ช่วยอาจารย์สักครั้ง”
ทุกคนยิ่งมึนงงเข้าไปอีก
เฉิงฮ่าว…อยากเป็นผู้ช่วยให้อาจารย์ซ่งงั้นเหรอ
แม่ง…พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกเหรอ
“ลูกพี่เฉิงบอกว่า…อยากจะเป็นผู้ช่วยให้อาจารย์ซ่งใช่ไหม จริงหรือหลอกเนี่ย…”
เฉิงฮ่าวพยักหน้า “อืม พักมาเกือบสองปีแล้ว ฉันอยากขยับตัวสักหน่อย!”
ได้ยินประโยคนี้ หลายคนจึงเผยรอยยิ้มออกมา บางคนถึงขนาดปรบมือให้กัน
มากพอที่จะแสดงให้เห็นตำแหน่งของเฉิงฮ่าวที่อยู่ในใจของพวกเขา
ถึงแม้ตอนนี้ห้องหกจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ และซ่งจื่อเซวียนก็มีพลังควบคุมทุกอย่างโดยสมบูรณ์แล้ว
แต่ในใจของนักเรียนเหล่านี้ เฉิงฮ่าวมีตำแหน่งเป็นลูกพี่เหมือนเดิม
“ฮ่าๆๆ อวดเก่งดีจริงๆ แบบนี้คืออะไร ลูกพี่ออกโรงเหรอ จะเสแสร้งทำไมเนี่ย”
ซางเทียนซั่วแค่นหัวเราะหนึ่งที
“เทียนซั่ว นาย…นายอย่าพูดแบบนี้นะ ฝีมือการทำอาหารของลูกพี่เฉิงไม่ได้มีปัญหาเลย”
“ใช่ ถึงครั้งที่แล้วจะแพ้ให้นาย แต่นายก็ไม่ควรพูดแบบนี้หรือเปล่า”
ซางเทียนซั่วกลอกตาใส่ “แพ้ก็คือแพ้ ฉันไม่ได้พูดว่าฝีมือการทำอาหารของใครแข็งแกร่งกว่า แต่ไม่ชอบท่าทีแบบนั้นของเขา เสแสร้งทำเป็นลูกพี่อะไรกัน”
เฉิงฮ่าวกลับไม่สนใจซางเทียนซั่ว เอ่ยว่า “ถ้างั้นก็ตกลงตามนี้ วันพรุ่งนี้ฉันจะไปเป็นผู้ช่วยเอง”
พูดจบ เขาก็หันตัวเดินออกจากห้องเรียน
ช่วงสายวันถัดมา บรรยากาศของวิทยาลัยอาหารเปลี่ยนไป
เตนท์ใหญ่บนลานกว้างตั้งเสร็จแล้ว และยังมีนักเรียนที่กระตือรือร้นอยู่จำนวนไม่น้อย เข้ามาช่วยจัดวางอุปกรณ์ทำครัวชนิดต่างๆ
ช่วงที่หยางจวิ้นเย่อยู่ในวิทยาเขตตะวันตก เขาสนิทสนมกับนักเรียนอยู่ไม่น้อย
ถึงแม้ตอนนี้เขาจะมาอยู่วิทยาเขตตะวันออกแล้ว แต่นักเรียนห้องสามของวิทยาลัยตะวันตกก็ยังมองเขาเป็นอาจารย์ของตัวเองเหมือนเดิม
หลังจากย้ายอุปกรณ์ทำครัวเสร็จแล้ว ก็เริ่มดำเนินการตรวจสอบแก๊สและเตา
ทั้งๆ ที่การแข่งขันเริ่มขึ้นตอนบ่าย แต่กลับมีคนนั่งเต็มตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว
เพื่อดูการแข่งขันครั้งนี้ หยางจวิ้นเย่แทบจะไม่โผล่หน้ามาให้เห็นตั้งแต่ตอนเช้า ทุกคนต่างรู้ดี เขากำลังฝึกทำอาหารล่วงหน้าอยู่ในหอพัก
อย่างไรสำหรับเขานั้น การแข่งขันครั้งนี้ต้องชนะเท่านั้นแพ้ไม่ได้!
กลับมามองที่ซ่งจื่อเซวียน เขากลับนั่งแช่อยู่ในห้องสมุดตั้งแต่เช้า
หลายคนคิดว่าเขาเพิ่งเตรียมตัว หาตำราอาหารสูตรดั้งเดิม แต่กลับไม่รู้ว่าเขานั่งอ่านนิยายอยู่ในมุมหนึ่งของห้องสมุดมาตลอด
ซึ่งก็คือ ‘บันทึกเจียงอวิ๋น’!
ท่านเป้ยเล่อและฟางรุ่ยที่อยู่อีกด้านหนึ่งต่างพูดไม่ออก การแข่งขันครั้งนี้เป็นที่ฮือฮามากในวิทยาลัย
คนอื่นตื่นเต้นทนไม่ไหว แต่ซ่งจื่อเซวียนที่เป็นคู่กรณีกลับนั่งอ่านนิยายเหมือนเดิม…
“จื่อเซวียน ถ้างั้นตอนบ่ายพวกเราไปเร็วหน่อยไหม ดูว่าอุปกรณ์ทำครัวเสร็จหรือยัง”
ซ่งจื่อเซวียนกำลังอ่านอย่างออกรสออกชาติ แล้วเอ่ยยิ้มๆ ว่า “เหอะๆ ไม่ต้องหรอก ผมเรียกหลี่เหยียนเข้าไปตรวจสอบอุปกรณ์ทำครัวแล้ว”
“อีกสักพักไปกินข้าว พวกเรากินข้าวเสร็จแล้วก็ค่อยไปที่ลานกว้างกันนะ”
ถึงแม้จะไม่ได้เตรียมตัวอย่างจริงจัง แต่ก็ต้องตั้งสติและเข้าไปก่อนล่วงหน้า
ทว่าซ่งจื่อเซวียนกลับส่ายหน้า “ไม่ต้องหรอก ผมไม่หิว พวกคุณไปกินเถอะ อีกสักพักผมจะตรงไปที่ลานกว้างเลย”
ท่านเป้ยเล่อกับฟางรุ่ยสบตากัน ไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างไรดี
…
ณ หอพักอาจารย์วิทยาเขตตะวันตก
ถึงแม้หยางจวิ้นเย่กับหงเทียนเหว่ยจะสลับตำแหน่งกันแล้ว
และหงเทียนเหว่ยได้ย้ายสัมภาระมายังวิทยาเขตตะวันตกแล้วก็จริง แต่หยางจวิ้นเย่ไม่คิดจะย้ายออกเลยด้วยซ้ำหงเทียนเหว่ยจึงได้แต่วางสัมภาระไว้ในหอ ส่วนตัวเองก็ไปพักที่วิทยาเขตตะวันออกชั่วคราว
หงเทียนเหว่ยก็รู้ว่าหยางจวิ้นเย่มีความสัมพันธ์ที่ไม่เลวกับวิทยาเขตตะวันตก และเขาเองเพิ่งมาถึงวิทยาเขตตะวันตก เรื่องนี้จึงได้แต่อดทน
ภายในหอพัก หลังจากหยางจวิ้นเย่ปรุงอาหารเสร็จก็มีเหงื่อท่วมตัว เขาเพิ่งอาบน้ำเสร็จกำลังจะพักผ่อนก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังเข้ามา
ซึ่งก็คือหลงรื่อเยวี่ยและอาจารย์คนอื่นๆ
“จวิ้นเย่ เตรียมตัวเป็นยังไงบ้าง”
หยางจวิ้นเย่ถือผ้าเช็ดตัวกำลังเช็ดผมอยู่ เอ่ยว่า “ไม่มีอะไรต้องเตรียมตัว แค่ลองให้คล่องมือเท่านั้น…ตอนบ่าย…ผมจะสู้ตายกับเขา”
หลี่เซี่ยงที่อยู่ข้างเอ่ยยิ้มๆ ว่า “ฮ่าๆๆ ผมว่าคุณคิดมากไปแล้ว อาจารย์หยาง คุณรู้ไหมว่ซ่งจื่อเซวียนทำอะไรในตอนเช้า
ไอ้หมอนี่ขลุกอยู่ในห้องสมุดตลอดตอนเช้าเพื่อหาตำราอาหารอยู่”
“หาตำราอาหารเหรอ”
หยางจวิ้นเย่กับหลงรื่อเยวี่ยถามพร้อมกัน
“ใช่แล้ว ผมคิดว่าไอ้หมอนี่ไม่มีความสามารถอะไรเลยด้วยซ้ำ ก็เลยกำลังเตรียมตัวอยู่”
หลงรื่อเยวี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย “ทำเมนูที่ถนัดสักอย่างก็ไม่เป็นเลยเหรอ ตอนนี้ต้องเรียนจากตำราอาหารเพื่อมาแข่งกับนาย จวิ้นเย่ สงสัยพวกเราจะประเมินเขาสูงเกินไป”
“ถ้าอย่างนั้นคุณไม่มีอะไรต้องกังวลแล้ว จวิ้นเย่ วันนี้จะต้องซัดเขาให้เป็นลูกหมาตกน้ำไปเลย!”
หลี่เซี่ยงหัวเราะเสียงดัง “ใช่แล้ว อย่างน้อยก็ให้ผอ.สองสามคนนั้นได้เห็น ว่าไอ้หมอนี่เป็นคนยังไงกันแน่!”
หยางจวิ้นเย่พยักหน้า “ได้เวลาแล้ว หลอกลวงคนในวิทยาลัย…เขาจะไม่มีโอกาสอีกต่อไป!”
…
เวลาบ่ายโมงตรง
ลานกว้างวิทยาลัยอาหารเต็มไปด้วยเสียงผู้คนเซ็งแซ่
สถานการณ์เช่นนี้เหมือนจะมีอยู่ทุกที่ในการแข่งขันแบบต่างๆ
ทว่าระดับของวันนี้สูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด การแข่งขันระหว่างอาจารย์ด้วยกัน…ถือว่าเกิดขึ้นครั้งแรกอย่างไม่เคยมีมาก่อน
ตอนที่หยางจวิ้นเย่เดินเข้าไปในลานกว้าง บรรยากาศครึกครื้นสุดขีด
ไม่ได้มีแค่ห้องสามของวิทยาเขตตะวันตกเท่านั้น แต่วิทยาเขตตะวันตกเกือบทั้งหมดเป็นผู้สนับสนุนของเขา
อย่างไรเทียบกันในสองวิทยาเขตนี้ คนของวิทยาเขตตะวันตกมีความหยิ่งยโสมากกว่า
การแข่งขันระหว่างหัวหน้าอาจารย์วิทยาเขตตะวันออกกับอดีตอาจารย์วิทยาเขตตะวันตก พวกเขาจะต้องยืนข้างหยางจวิ้นเย่อยู่แล้ว
หยางจวิ้นเย่เดินเข้าไปในเตนท์ ตรวจสอบเตา จากนั้นจึงเริ่มเขียนวัตถุดิบที่ตัวเองต้องการ
ทว่าตอนที่เขาเขียนเสร็จแล้ว ซ่งจื่อเซวียนก็ยังไม่ปรากฏตัว
นักเรียนของวิทยาเขตตะวันออกเริ่มหงุดหงิดใจ อาจารย์หยางมาตั้งนานแล้ว ทำไมอาจารย์ซ่งยังไม่โผล่มาแม้แต่เงา
“กำหนดเวลาไว้ตอนบ่ายสองโมง ตอนนี้บ่ายโมงครึ่งแล้ว ทำไมอาจารย์ซ่งไม่มาก่อนล่วงหน้าล่ะ”
“เฮ้ นายลองไปดูหน่อยไหม หรือว่าจะนอนหลับเพลิน”
“อย่าพูดไร้สาระเลย เรื่องใหญ่ขนาดนี้อาจารย์จะนอนหลับเพลินได้ยังไง จะต้องมีธุระอื่นทำให้ล่าช้าแน่นอน”
“หึ ฉันว่านะอาจารย์วิทยาเขตตะวันออกของพวกนายไม่กล้ามาแล้ว”
“ไร้สาระ หยางจวิ้นเย่ตอนนี้ก็เป็นอาจารย์ของวิทยาเขตตะวันออกแล้ว นายจะว่ายังไงล่ะ”
“ฮ่าๆๆ แต่ก็เพิ่งเข้าไปเองนี่ จริงๆ แล้วยังนับว่าเป็นคนของวิทยาเขตตะวันตกเรา!”
“จื่อเซวียน ได้เวลาพอสมควรแล้ว พวกเราไปกันเถอะ!” ท่านเป้ยเล่อกล่าว
“ไม่ต้องรีบหรอกครับ ผมขออ่านตรงนี้จบก่อน ยังทันเวลา”
ท่านเป้ยเล่อกลอกตา “นายนี่ทำไมชอบเหยียบเส้นตลอด ถ้าช้าไป พวกเขาปรับแพ้มาสายจะทำยังไงล่ะ”
ซ่งจื่อเซวียนไม่พูดอะไร
“พี่ใหญ่ ได้ฟังที่ฉันพูดไหมเนี่ย”
“แล้วแต่ ปรับแพ้ก็ปรับแพ้ไป!”
ท่านเป้ยเล่อฟังแล้วงุนงงมาก ไอ้หมอนี่…ไม่ค่อยมีความรับผิดชอบเลยนี่นา
เกิดซวยแพ้ขึ้นมา อย่างอื่นน่ะไม่ต้องสน แต่ถ้าแพ้แล้วนั่นคือเสียศักดิ์ศรีนะ
ผู้อำนวยการเฉิง ท่านผู้เฒ่าหลิงและวังเหว่ยมีคนไหนบ้างไม่ยืนข้างซ่งจื่อเซวียน และ…ยังมีศักดิ์ศรีของท่านเป้ยเล่อที่มาเกี่ยวข้องด้วย
“อย่าพูดไร้สาระเลย นายจัดการหยางจวิ้นเย่ให้ชนะก่อนแล้วค่อยกลับมาอ่านต่อโอเคไหม”
ซ่งจื่อเซวียนยังคงไม่พูดอะไรเหมือนเดิม…
ท่านเป้ยเล่อโกรธแล้ว หากเป็นคนอื่น เกรงว่าคงจะโดนตบหน้าไปแล้ว…
แต่ในเวลานี้เอง จู่ๆ ซ่งจื่อเซวียนก็เบิกตาทั้งสองข้าง แล้วตะโกนออกมาทันที
“รู้แล้วโว้ย ฉันอ่านเข้าใจแล้ว อยู่ตรงนี้เอง นี่ไม่ใช่กวี แต่เป็นสูตรลับของแป้งสาลีเมฆา!
ไม่ผิดๆ ก็คือกาวไม้ไผ่เขาเฉวียนหมิง!
กาวไม้ไผ่นั่นเอง!”
ขณะที่กำลังตะโกนอยู่ ซ่งจื่อเซวียนพลันกระโดดขึ้นมาด้วยความรู้สึกตื่นเต้นดีใจ
ท่านเป้ยเล่อกับฟางรุ่ยต่างมองด้วยความงุนงง นายท่านคนนี้…เป็นอะไรเหรอ…
“เป็นอะไรเนี่ย อะไรคือแป้งสาลีเมฆาเหรอ”
ท่านเป้ยเล่อแย่งหนังสือมา อ่านแล้วแต่ก็ไม่เข้าใจ
“เมนูแป้งเหรอ” ท่านเป้ยเล่อทำสีหน้าพูดไม่ออก “นายจะทำอะไร ทำซาลาเปาสองสามลูกแข่งกับอาหารของหยางจวิ้นเย่เหรอ”
“ได้นะ ข้อเสนอนี้ไม่เลวเลย ท่านเป้ยเล่อ เอาแบบนี้ก็แล้วกัน ผมจะทำตามที่คุณบอก!”
“หา? อย่า อย่านะ ฉันก็แค่พูดไปอย่างนั้น พี่ใหญ่ พวกเราอย่าทำเป็นเล่นไปได้ไหม”
…
ตรงลานกว้าง ทุกคนเหงื่อท่วมตัวเพราะถูกแดดแรงเผา
หากดูการแข่งขันแล้วก็ไม่เป็นไร เพราะการแข่งขันที่มีสีสันสามารถทำให้พวกเขาลืมความร้อนอบอ้าวไปได้
แต่ตอนนี้บ่ายโมงห้าสิบกว่านาทีแล้ว ซ่งจื่อเซวียนก็ยังไม่มาอีก
อย่าว่าแต่นักเรียนที่อยู่โดยรอบเลย แม้แต่หยางจวิ้นเย่ที่อยู่ในเตนท์ก็ร้อนจนทนไม่ไหวแล้ว
ภายในกลุ่มของนักเรียนห้องหก เฉิงฮ่าวมองไปทางวิทยาเขตตะวันออกเป็นระยะ
“ยังไม่มาอีกเหรอ นี่ไม่ใช่สไตล์การทำงานของอาจารย์คนนี้นี่นา”
ตวนมู่เยวี่ยที่อยู่ข้างๆ ยิ้มบางๆ “นายผิดแล้ว สไตล์อาจารย์ของพวกเราไม่ว่าใครก็เดาไม่ถูกหรอก”
เฉิงฮ่าวยักไหล่ ส่ายหน้าอย่างจนใจ
“ลูกพี่เฉิง ถ้าอย่างนั้นเข้าไปก่อนเถอะ เข้าไป…จัดอุปกรณ์ทำครัวก่อน”
ข่งเซ่าหลงกล่าว
คำพูดนี้ช่างน่าขัน เชฟยังไม่มา จะจัดวางอุปกรณ์อะไรกัน…
แต่เฉิงฮ่าวกลับพยักหน้า เดินเข้าไปในเตนท์ก่อน
มองเห็นเฉิงฮ่าว อย่าว่าแต่ห้องหกของวิทยาเขตตะวันออกเลย แม้แต่นักเรียนวิทยาเขตตะวันตกหลายคนก็ยังงงเป็นไก่ตาแตก
โดยเฉพาะห้องสองของวิทยาเขตตะวันตก เฉิงฮ่าวคืออดีตนักเรียนตัวท็อปของพวกเขา นักเรียนรุ่นเก่าก็รู้จักเขาเหมือนกัน
เฉิงฮ่าวเดินเข้าไปในเตนท์ ตรวจสอบอุปกรณ์ทำครัวและเตาอีกครั้ง จากนั้นยืนคอยอยู่ข้างๆ ต่อไป
เวลาแต่ละวินาทีผ่านไป ตอนนี้ใกล้จะถึงเวลาบ่ายสองโมงแล้ว
หยางจวิ้นเย่ที่อยู่อีกด้านหนึ่งหัวเราะเบาๆ “เนื้อสุนัขเสิร์ฟงานเลี้ยงไม่ได้ สงสัยคงไม่กล้ามาแล้ว”
“อาจารย์หยาง ผมเดาว่าอาจารย์ซ่งยิ่งคิดก็ยิ่งกลัว เลยยอมแพ้ไปแล้วหรือเปล่าครับ” ผู้ช่วยที่อยู่ข้างๆ กล่าว
หยางจวิ้นเย่เอ่ยพร้อมรอยยิ้มว่า “ถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้จะอวดเก่งทำไมตั้งแต่แรกล่ะ!”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์นอกเตนท์ดังไม่หยุด เวลาใกล้เข้ามาทุกที ทุกคนต่างรู้สึกว่าซ่งจื่อเซวียนคงถอยไปแล้ว
แต่ในเวลานี้เอง ฝูงชนแหวกทางให้ และคนที่เดินเข้ามาก็คือซ่งจื่อเซวียน!
ท่านเป้ยเล่อกับฟางรุ่ยหยุดอยู่ท่ามกลางฝูงชนในฐานะผู้ชม ส่วนซ่งจื่อเซวียนนั้นเดินตรงไปที่เตนท์ทำอาหาร
“ซ่งจื่อเซวียน นายมาจริงๆ ด้วยเหรอ เหอะๆ สงสัยนายจะมีความกล้ามากเหมือนกัน”
ซ่งจื่อเซวียนไม่ฟังคำพูดของหยางจวิ้นเย่แม้แต่คำเดียว เขาเดินตรงไปหน้าเตาทันที
แต่ตอนที่เขาเห็นเฉิงฮ่าวอยู่ข้างๆ เขาก็แอบรู้สึกอึ้งไปเล็กน้อย
“นายเหรอ”
“อาจารย์ ผมมาช่วยเป็นลูกมือของคุณสักครั้ง ได้ไหมครับ”
ซ่งจื่อเซวียนได้ยินแล้วก็พลันยิ้มออกมา “แน่นอน ถ้างั้นวันนี้ฉันต้องชนะแน่นอน มีผู้ช่วยสุดแกร่ง ยังจะต้องกลัวอะไรอีก”
………………………………………….
………………..