เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 478 ตาต่อไปคือนาย!
ตอนที่ 478 ตาต่อไปคือนาย!
………………..
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของหลินอู๋ซิ่ว เฉิงหวาลี่ก็ยิ้มน้อยๆ ออกมา
ราวกับว่าเขาคาดการณ์ถึงฉากนี้เอาไว้แล้ว
“ผอ.หลิน ผมขอชิมหน่อยได้ไหมครับ”
นักศึกษาที่ยืนอยู่ด้านหลังของหลินอู๋ซิ่วเร่งเร้า หลินอู๋ซิ่วจึงค่อยๆ รู้สึกตัว
“อ้อๆ ได้ มาสิ”
หลินอู๋ซิ่วเดินหลีกออกมาอีกทางอย่างงุนงง แต่สุดท้ายเขาก็ยังจำรสชาตินั้นได้
เขาอดมองซ่งจื่อเซวียนอีกครั้งไม่ได้ ความรู้สึกในใจผสมปนเปกันไปหมด
ในบรรดารองผู้อำนวยการ วังเหว่ยทำอาหารไม่เป็น แต่หลินอู๋ซิ่วเป็นถึงระดับมืออาชีพ
ในวิทยาลัย แม้ว่าจะเป็นอาจารย์อาวุโส ความรอบรู้ด้านอาหารก็ยังไม่อาจเทียบได้กับหลินอู๋ซิ่ว
ทว่าตอนนี้ หลินอู๋ซิ่วกลับถูกสั่นคลอนไปถึงขั้วหัวใจ
เขาไม่ได้รู้สึกช็อกแบบนี้มานานหลายปีแล้ว
เขายังจำได้ว่าเมื่อครั้งล่าสุด ตอนที่เขาเป็นอาจารย์ ตอนนั้นหลิงเจิ้นมาเยี่ยมวิทยาลัย และลงมือทำอาหารซานตงด้วยตนเอง
หลังจากลิ้มรส ในที่สุดหลินอู๋ซิ่วก็ตระหนักได้ว่าระหว่างเชฟมือดีอย่างเขากับปรมาจารย์ด้านอาหารนั้นห่างไกลกันมากแค่ไหน
และวันนี้ความรู้สึกดังกล่าวปรากฏขึ้นอีกครั้ง หลินอู๋ซิ่วจินตนาการไม่ออกเลยว่าอีกฝ่ายจะเป็นเพียงเด็กเมื่อวานซืน
อีกทั้งความรู้สึกนี้ยังรุนแรงยิ่งกว่าครั้งก่อน
ดูเหมือนว่า…ทักษะทำอาหารที่แท้จริง จะไม่เกี่ยวกับอายุ
พรสวรรค์และพรแสวงนั้นสำคัญพอๆ กัน แต่หากพรสวรรค์นั้นเป็นดั่งนกกระเรียนในฝูงไก่ ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ไม่มีทางตามทันอยู่ดี
และหลินอู๋ซิ่วรู้ว่า คนที่เขาคิดถึงในตอนนี้…คือซ่งจื่อเซวียน
ไม่นานนัก นักศึกษาผู้ตัดสินทั้งสี่คนก็ชิมอาหารเสร็จเรียบร้อย
แม้ว่าซาลาเปาของซ่งจื่อเซวียนดูเหมือนจะสู้หม้อเย็นแกะตงซานของหยางจวิ้นเย่ไม่ได้ แต่เวลาที่พวกเขาชิม ต่างมีปฏิกิริยาตอบสนองที่รุนแรง
ถึงแม้พวกเขาจะพยายามปกปิดสุดฤทธิ์ แต่สายตาของชายชราอย่างเฉิงหวาลี่ย่อมไม่พลาดรายละเอียดนี้
นักศึกษากรรมการทั้งสี่คนนี้มาจากวิทยาเขตตะวันออกและวิทยาเขตตะวันตกฝั่งละสองคน
แม้ว่านักศึกษาวิทยาเขตตะวันออกจะดูถูกพวกห้องหก แต่ถึงอย่างไรก็ต้องสนับสนุนหัวหน้าอาจารย์ใหม่ของตน
แต่นักเรียนวิทยาเขตตะวันตกไม่เป็นเช่นนั้น ถึงแม้พวกเขาจะคิดว่าฝีมือการทำอาหารของซ่งจื่อเซวียนดีกว่า แต่พวกเขาควรจะเข้าข้างหยางจวิ้นเย่
เนื่องจากหยางจวิ้นเย่เพิ่งเข้ามาในวิทยาเขตตะวันออก และเขาเคยเป็นอาจารย์ของวิทยาเขตตะวันตกมาก่อน
ขณะเดียวกัน การปล่อยให้หัวหน้าอาจารย์วิทยาเขตตะวันออกแพ้การแข่ง ย่อมเป็นผลดีต่อหลงรื่อเยวี่ย หัวหน้าอาจารย์วิทยาเขตตะวันตก
ดังนั้นเฉิงหวาลี่จึงสรุปได้ว่านักศึกษาสี่คนนี้จะสนับสนุนอาจารย์ของตนเองเป็นคู่ๆ
เป็นไปตามคาด เมื่อพวกเขาถูกขอให้ไปยืนข้างอาจารย์ที่ตนเลือก นักศึกษาวิทยาเขตตะวันออกยืนอยู่ข้างซ่งจื่อเซวียน ส่วนนักศึกษาฝั่งวิทยาเขตตะวันตกยืนข้างหยางจวิ้นเย่
เฉิงหวาลี่ยิ้มน้อยๆ “สองต่อสองสินะ ยอดเยี่ยมจริงๆ อู๋ซิ่ว งั้น…”
“เชิญผอ.เฉิงก่อนเลยครับ”
หลินอู๋ซิ่วเพิ่งได้สติ จึงรีบร้อนตอบไป
เฉิงหวาลี่พยักหน้า จากนั้นเดินไปอยู่ข้างซ่งจื่อเซวียนพร้อมด้วยรอยยิ้มบางๆ
อย่างไรถ้าเขายืนข้างซ่งจื่อเซวียน ทั้งสองก็จะเสมอกัน เขาชื่อว่าหลินอู๋ซิ่วจะต้องเลือกสนับสนุนหยางจวิ้นเย่อย่างแน่นอน
ไม่ใช่แค่ตอนนี้ ก่อนหน้านี้เองก็เช่นกัน หยางจวิ้นเย่เป็นคนที่อีกฝ่ายเสนอชื่อให้เป็นหัวหน้าอาจารย์วิทยาเขตตะวันออก
เมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้า หลิงเจิ้นก็ยิ้มอย่างมีความสุข
เขามองออกว่านี่คือความอุตสาหะของเฉิงหวาลี่ ในฐานะผู้อำนวยการ เขาอยากเห็นทุกคนปรองดองกันไว้
สีหน้าของหยางจวิ้นเย่พลันมืดหม่น คิดในใจว่าผอ.เฉิงช่างไม่ยุติธรรม ซาลาเปาแค่นั้นกลับชนะอาหารของฉันได้งั้นเหรอ
หลินอู๋ซิ่วพยักหน้า มองซ่งจื่อเซวียนแล้วหันไปมองหยางจวิ้นเย่
อันที่จริงใครๆ ต่างเดาผลลัพธ์ได้อยู่แล้วว่าอย่างไรวันนี้ก็ต้องเสมอกัน
“หึๆ สามต่อสามสินะ ผลการแข่งขันต้องเป็นแบบนี้ไม่ผิดแน่”
“แหงสิ ผอ.หลินหนุนหลังอาจารย์หยางมาตลอดนี่นา”
“แต่ผอ.เฉิงก็จงใจเหมือนกันนี่ นายดูสิว่าอาจารย์ซ่งทำอะไร ซาลาเปาแค่ไม่กี่ลูกจะไปเทียบกับอาหารของอาจารย์หยางได้ยังไง”
“ก็จริง แต่คะแนนรวมเป็นตัวกำหนดผู้ชนะ ฉันว่าผอ.เฉิงคงจะพิจารณาในภาพรวมแล้วล่ะ”
หยางจวิ้นเย่เองก็พอจะรู้ถึงผลลัพธ์แล้ว หากเสมอกัน คนที่รับผลการตัดสินในครั้งนี้ไม่ได้ก็คือตัวเขาเอง
ถ้าเป็นก่อนการแข่งขัน เขาคงยอมรับได้ แต่พอเห็นซาลาเปาที่ซ่งจื่อเซวียนทำออกมา…เขาก็รู้ทันทีว่าตนชนะแล้ว
แต่ใครจะคิดว่าผอ.เฉิงจะเลือกเด็กจากสองวิทยาเขตฝั่งละสองคนมาเป็นกรรมการแบบนี้ นี่มันจงใจบิดเบือนผลการตัดสินชัดๆ
ทว่าในตอนนี้เอง ทุกคนต่างต้องตกตะลึง
เมื่อเห็นหลินอู๋ซิ่วสาวเท้าไปยืนข้างเฉิงหวาลี่
นั่นหมายความว่า…เขาเลือกซ่งจื่อเซวียน!
“ผอ.หลิน คุณ…”
หยางจวิ้นเย่แทบจะกระอักเลือดออกมา เขาโกรธจนหน้าถอดสีแล้ว
“จวิ้นเย่ อาหารของคุณยอดเยี่ยมมาก จนหาที่ติไม่ได้เลย
แต่…” หลินอู๋ซิ่วเว้นวรรคไปชั่วครู่ “ผมคิดว่าการแข่งขันครั้งนี้ควรจะเป็นไปอย่างยุติธรรม ซ่งจื่อเซวียนชนะแล้ว!”
เมื่อได้ยินดังนั้น ไม่เพียงแต่นักศึกษา อาจารย์ หรือแม้แต่เฉิงหวาลี่และหลิงเจิ้นเองก็ยังตะลึงงัน
เกิดอะไรขึ้นกับหลินอู๋ซิ่ว นี่เขาหันหลังให้กับตัวเลือกตั้งแต่ต้นของตน แล้วหันมาสนับสนุนซ่งจื่อเซวียนงั้นเหรอ
เป้าหมายของเฉิงหวาลี่ในทีแรกคือต้องการให้พวกเขาเสมอกัน เห็นได้ชัดว่าตอนนี้ไม่เป็นเช่นนั้น ผู้ชนะในวันนี้ได้รับการตัดสินแล้ว
แต่ถึงกระนั้นเฉิงหวาลี่ก็ไม่ผิดหวังเลยสักนิด อย่างน้อยวันนี้เขาก็ได้รู้จักกับหลินอู๋ซิ่วอีกครั้ง
เพราะแบบนี้เขาถึงคู่ควรกับตำแหน่งรองผู้อำนวยการ
“ต่อไปผมจะประกาศผลการตัดสิน” หลินอู๋ซิ่วหันไปรอบๆ แล้วเอ่ยขึ้น “ผลการตัดสินการแข่งขันระหว่างอาจารย์ทั้งสองท่าน…”
“ไม่จำเป็น!”
ทันใดนั้นหยางจวิ้นเย่ก็ตะโกนออกมา
“ไม่มีอะไรต้องประกาศทั้งนั้น ทุกคนไม่ใช่คนตาบอด!”
เมื่อหลิงเจิ้นเห็นหยางจวิ้นเย่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเช่นนั้นก็แค่นหัวเราะใส่ “รู้ชนะ แต่ไม่รู้จักแพ้ ยากที่จะประสบความสำเร็จ!”
“หึๆ รู้ชนะไม่รู้จักแพ้บ้าบออะไรล่ะ ด้วยความเคารพนะครับท่านผู้เฒ่าหลิง ผมแพ้…ตั้งแต่คุณมาเหยียบที่นี่แล้วล่ะ”
หลิงเจิ้นได้ยินดังนั้นก็ยิ้มน้อยๆ “อ้อ? ที่นายพูดมาหมายความว่ายังไงนะ ฉันฟังไม่ค่อยเข้าใจน่ะ”
“จวิ้นเย่ ใจเย็นหน่อย!”
หลินอู๋ซิ่วกล่าว
หยางจวิ้นเย่มองหลินอู๋ซิ่วตาขวาง “ให้ผมใจเย็นเหรอ ฮ่าๆๆ ให้ผมใจเย็นเรื่องอะไร ผมพูดผิดตรงไหน
ท่านผู้เฒ่าหลิง ผมรู้ว่าคุณเป็นคนมีเกียรติ เป็นถึงยอดเชฟทางเหนือ ส่วนผมเป็นลูกศิษย์ของยอดเชฟทางใต้
ความคิดของคุณกับอาจารย์ของผมขัดแย้งกันตลอด ถึงขั้นเป็นศัตรูกันด้วยซ้ำ แต่ครั้งนี้คุณเอาความแค้นส่วนตัวมาลงที่ผม”
“พอได้แล้วจวิ้นเย่!” หลินอู๋ซิ่วมองไปทางพวกหลงรื่อเยวี่ย “เอาตัวเขาออกไป พาเขาไปตั้งสติซะ”
“ไม่ต้อง!”
พวกหลงรื่อเยวี่ยกำลังเดินเข้ามา หยางจวิ้นเย่กลับตะโกนลั่นอีกครั้ง
“ผมไปเองได้ แต่ผมต้องพูดในสิ่งที่ผมควรจะพูด ท่านผู้เฒ่าหลิง คุณควรจะปล่อยให้ผมพูดให้จบ จริงไหม”
หลิงเจิ้นระบายยิ้ม “ฉันไม่เคยบอกให้นายหุบปากนี่”
“ท่านผู้เฒ่าหลิง คุณไม่มีความประทับใจอะไรในตัวผม คุณเลยแนะนำซ่งจื่อเซวียนให้เป็นหัวหน้าอาจารย์วิทยาเขตตะวันออก แบบนี้มันยุติธรรมกับผมแล้วเหรอครับ”
“ฮ่าๆๆ ความยุติธรรมในสายตาของนายมันคืออะไร ฉันจะบอกให้นะไอ้หนู ความสำเร็จของซ่งจื่อเซวียนไม่ได้ด้อยไปกว่าโอวหยางเฟิ่งเหยา อาจารย์ของนายเลย ฉันต้องประทับใจอะไรในตัวนายด้วยเหรอ ถึงจะแนะนำซ่งจื่อเซวียนได้”
“หยางจวิ้นเย่หุบปาก ทำไมพูดกับท่านผู้เฒ่าหลิงแบบนี้” หลินอู๋ซิวตวาดลั่น
“ช่างประไร วิทยาลัยพรรค์นี้ผมไม่คิดจะอยู่ต่ออยู่แล้ว”
ได้ยินดังนั้น หลินอู๋ซิ่วและคนอื่นๆ ต่างอึ้งงันไป
คิดไม่ถึงว่าหยางจวิ้นเย่จะพูดแบบนี้ออกมา เป็นอย่างที่ท่านผู้เฒ่าหลิงบอกจริงๆ รู้ชนะ แต่ไม่รู้จักแพ้!
“การแข่งคราวนี้ถูกจัดฉากซะเนียน กรรมการหกคน เป็นนักเรียนสี่คน มาจากสองวิทยาเขต
เพราะงั้น…กรรมการคนสำคัญที่สุดก็ต้องเป็นผอ.สองคนอยู่แล้ว
เออ ผมมันโง่เอง ที่เชื่อว่าการแข่งนี้จะยุติธรรม ผอ.สองคนมีหรือจะกล้าขัดใจท่านผู้เฒ่าหลิง ยังไงก็ต้องเข้าข้างซ่งจื่อเซวียนกันหมด”
เฉิงหวาลี่พูดพร้อมกับส่ายหน้า “หยางจวิ้นเย่ ฝีมือการทำอาหารของซ่งจื่อเซวียนเหนือกว่านายจริงๆ ไม่เชื่อนายก็ลองถามนักเรียนสองคนของวิทยาเขตตะวันตกดู ให้พวกเขาพูดออกมาจากใจว่าจานไหนอร่อยกว่ากัน”
นักศึกษาทั้งสองคนเป็นใบ้ในทันที เพราะพวกเขารู้ดีแก่ใจว่าซาลาเปาลูกนั้นรสชาติดีกว่าแกะตงซานจริงๆ
เมื่อเห็นดังนั้น หยางจวิ้นเย่ก็พูดขึ้น “ผอ.เฉิง ทำแบบนี้ไปแล้วจะได้อะไรขึ้นมาครับ พวกเด็กๆ จะกล้าพูดอะไรได้
ฮ่าๆๆ หม้อเย็นแกะตงซานที่ตกทอดมาจากครอบครัวของผมดันมาแพ้ให้…ซาลาเปาเนี่ยนะ ล้อกันเล่นหรือไง”
พูดแล้วจวิ้นเย่ก็ก้าวออกไปจากเตนท์สนาม ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง
ชั่วขณะนั้นบรรยากาศในลานกว้างพลันอึดอัดขึ้นมา ไม่มีใครพูดจา แม้ว่าจะแสดงความคิดเห็นก็เพียงแต่กระซิบกระซาบด้วยเสียงแผ่วเบาเท่านั้น
“โอเคๆ ทุกคนแยกย้ายกันไปได้แล้ว การแข่งขันวันนี้ซ่งจื่อเซวียนเป็นฝ่ายชนะ ส่วนหยางจวิ้นเย่…พวกเราจะหาอาจารย์มาประจำห้องหนึ่งแทน ช่วงนี้ให้หัวหน้าอาจารย์ซ่งจื่อเซวียนรับหน้าที่ไปก่อน”
หลินอู๋ซิ่วกล่าว
เฉิงหวาลี่พยักหน้า “เอาล่ะ ท่านผู้เฒ่าหลิง พวกเรากลับกันก่อนเถอะครับ”
หลิงเจิ้นส่ายหน้ายิ้มๆ “เรื่องตลกแท้ๆ เรื่องตลกแท้ๆ…”
จากนั้นผู้คนที่ลานกว้างก็ทยอยจากไป ซ่งจื่อเซวียนเรียกฟางรุ่ย หลี่เหยียนและซางเทียนซั่วมาช่วยเก็บกวาด แล้วเก็บเครื่องครัวเหล็กเขียวกลับไป
“งั้น..อาจารย์ครับ ผมขอสมัครเรียนในห้องหกนะ!”
“หึๆ นายเป็นนักเรียนห้องหกเสมอ ตอนนี้ไปช่วยฉันเก็บของก่อน ตอนเย็นค่อยไปเข้าเรียนกับพวกห้องหก!”
“ครับอาจารย์!”
เฉิงฮ่าวพูดจบ เขาก็เข้าไปช่วยคนอื่นๆ ทำความสะอาด
แปะๆๆ…
เสียงปรบมือดังขึ้นมาระลอกหนึ่ง ตามมาด้วยหลงรื่อเยวี่ยที่เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ
“หัวหน้าอาจารย์วิทยาเขตตะวันออก น่าทึ่งมากจริงๆ ถ้าเป็นเรื่องซื้อใจคน พวกเราคงจะสู้นายไม่ได้!”
ซ่งจื่อเซวียนได้ยินดังนั้นก็ชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง “นายพูดกับฉันเหรอ”
“แล้วยังมีใครอีกไหมล่ะ”
ซ่งจื่อเซวียนนิ่งเงียบ
หลงรื่อเยวี่ยพูดแกมยิ้ม “ฉันไม่รู้ว่านายใช้วิธีอะไร ถึงทำให้ผอ.เข้าข้างได้ แต่…ซ่งจื่อเซวียน วิธีนี้มันไม่น่าดูหรอกนะ!”
“นายคิดว่าหยางจวิ้นเย่จะเอาชนะฉันได้จริงๆ เหรอ” ซ่งจื่อเซวียนกล่าว
“ฮ่าๆๆ นายคิดจริงๆ เหรอว่าซาลาเปาแค่ไม่กี่ก้อนจะเอาชนะจวิ้นเย่ได้”
ซ่งจื่อเซวียนส่ายหน้ายิ้มๆ
เมื่อเห็นสถานการณ์ดังนั้น หลี่เหยียนก็ปรี่เข้ามาอย่างรวดเร็ว “หลงรื่อเยวี่ยนายจะทำอะไร”
“โอ๊ะโอ๋ นี่ซื้อใจคนจริงๆ เหรอเนี่ย แม้แต่ขยะก็ไม่เว้น หึๆ ซ่งจื่อเซวียนวันนี้นายชนะหยางจวิ้นเย่ได้ก็เท่านั้น ต่อไประวังตัวให้ดีก็แล้วกัน แล้วนายจะเสียใจ”
ซ่งจื่อเซวียนหัวเราะเบาๆ
“งั้นเหรอ หลงรื่อเยวี่ย จำไว้ให้ดี วันนี้เป็นคราวของหยางจวิ้นเย่ ต่อไปจะเป็นตานาย!”
พูดจบ ซ่งจื่อเซวียนก็ขึงตา ความโหดเหี้ยมพลันปรากฏในแววตา
…………………………………………………………..
………………..