เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 479 ชนะแล้วชิ่ง
ตอนที่ 479 ชนะแล้วชิ่ง
………………..
พอเห็นสีหน้าของซ่งจื่อเซวียน หลงรื่อเยวี่ยผู้เย่อหยิ่งก็ถึงกับผงะ
เขาไม่รู้ว่าเพราะอะไร จู่ๆ จึงรู้สึกได้ถึงรัศมีที่ทรงพลังมาก
เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง…เขาไม่เห็นใครอยู่ในสายตาทั้งนั้น
ถ้าพูดถึงความน่าเกรงขาม ต้องเป็นตอนที่เผชิญหน้ากับอาจารย์ของเขา เซียนมีดตะวันตกเฉียงเหนือเท่านั้น
แต่ถึงกระนั้น เขาก็ไม่เคยตกตะลึงแบบวันนี้มาก่อน
“ซ่งจื่อเซวียน ใครอนุญาตให้นายบังอาจพูดกับฉันแบบนี้!”
ซ่งจื่อเซวียนหันกลับไปมองหลี่เหยียน ก่อนจะมองไปทางหลงรื่อเยวี่ย แล้วแสยะยิ้มเย็น
“หึๆ หลงรื่อเยวี่ย โลกของนาย…คือวิทยาลัยอาหารแห่งนี้ใช่ไหมล่ะ ฉันจะบอกอะไรให้นะ ข้าไม่มีเหตุผลให้ชายตามองแกเลย!”
ดวงตาของหลงรื่อเยวี่ยค่อยๆ เบิกกว้าง เขารู้สึกถึงอันตรายที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนตั้งแต่เข้ามาอยู่ในวิทยาลัยอาหาร
และพลังที่อยู่เบื้องหลังความอันตรายนี้ดูเหมือนจะทรงพลังมาก
แม้ว่าจะจ้องมองซ่งจื่อเซวียน เขาก็ไม่อาจล่วงรู้ว่าอีกฝ่ายมีพลังแบบนั้น แต่ตอนนี้เขารู้สึกตกใจกลัวอย่างไม่อาจยอมรับได้
หลงรื่อเยวี่ยพยักหน้าช้าๆ “ไอ้หนู กล้ามากนะแก ฉันจะทำให้แกชดใช้กับคำพูดของแก!”
“งั้นฉันก็จะเตือนแกเหมือนกัน สิ่งที่แกเคยทำเอาไว้ สักวันแกจะต้องชดใช้!”
หลงรื่อเยวี่ยเหลือบมองหลี่เหยียนโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเหยียดยิ้มเป็นการดูถูก
“งั้นเหรอ คอยดูก็แล้วกัน ในเมื่อแกอยากช่วยไอ้ขี้แพ้ ฉันก็ไม่รังเกียจที่จะจัดการกับพวกแกทีเดียวสองคน”
พูดจบ หลงรื่อเยวี่ยก็หันหลังเดินจากไป
หลี่เหยียนมองแผ่นหลังของหลงรื่อเยวี่ย อดไม่ได้ที่จะขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “ไอ้สารเลว ฉันเกลียดใบหน้าจองหองของมัน…”
ขณะพูด หลี่เหยียนก็ลูบรอยแผลเป็นบนใบหน้าของตน
ซ่งจื่อเซวียนตกตะลึงเมื่อเห็นดังนั้น ดูท่าทาง…หลงรื่อเยวี่ยคงไม่ได้แค่ทำร้ายหลี่เหยียนเท่านั้น
ความแค้นนี้ช่างลึกล้ำจริงๆ
จากนั้น ซ่งจื่อเซวียนก็ถูกเฉิงหวาลี่เรียกไปพบที่ห้องทำงานผู้อำนวยการ
ในขณะนี้ หลิงเจิ้น เฉิงหวาลี่ หลินอู๋ซิ่วและวังเหว่ยกำลังจิบชาพูดคุยกันอยู่
เมื่อเห็นซ่งจื่อเซวียนเดินเข้ามา เฉิงหวาลี่ก็ลุกขึ้นกล่าว “มาสิจื่อเซวียน มานั่งตรงนี้ กำลังรออยู่เลย”
ซ่งจื่อเซวียนเห็นว่าแก้วชาบนโต๊ะถูกรินไว้แล้ว จึงรู้สึกเกรงใจเล็กน้อย
เพราะคนเหล่านี้ล้วนแต่เป็นผู้อาวุโสทั้งสิ้น เขารีบร้อนพูด “ขออภัยผู้อาวุโสทุกท่านด้วยครับ ที่ทำให้เสียเวลารอจื่อเซวียนคนนี้”
หลินอู๋ซิ่วกล่าวด้วยรอยยิ้มบางๆ “มาเถอะอาจารย์ซ่ง ก่อนหน้านี้เราไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไร ถ้าผมทำอะไรผิดไป ขออาจารย์ซ่งช่วยแนะนำด้วยนะครับ”
ซ่งจื่อเซวียนได้ยินดังนั้นก็ตกตะลึง เขาไม่คิดว่าหลินอู๋ซิ่วจะพูดแบบนี้กับตนได้
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาต้องระแวงไว้ก่อนแน่ แต่พอคิดถึงการลงคะแนนของหลินอู๋ซิ่วเมื่อครู่ เขาจึงยิ้มอย่างสุภาพ
“ผอ.หลินเกรงใจกันเกินไปแล้วครับ”
“จื่อเซวียน นายเป็นคนใจกว้าง นี่แหละคือสิ่งที่ฉันชอบในตัวนาย ในฐานะเชฟ หากคิดจะก้าวขึ้นไปยังจุดสูงสุด ลำพังแค่ทักษะการทำอาหารไม่เพียงพอ แต่มันขึ้นอยู่กับนิสัยของตนด้วย”
หลิงเจิ้นพูดจบ ทุกคนก็พยักหน้ารับ หลินอู๋ซิ่วเองก็มีทีท่าละอายใจอยู่ด้วย
พวกเขาสนทนากันในห้องทำงาน ในขณะเดียวกันหยางจวิ้นเย่ก็กลับมาเก็บกระเป๋าที่หอพักวิทยาเขตตะวันตก
ในฐานะลูกศิษย์ของโอวหยางเฟิ่งเหยา ยอดเชฟแดนใต้ วันนี้เป็นวันนี้ที่อัปยศที่สุดสำหรับเขา
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม วันนี้เขาก็ได้พ่ายแพ้ให้กับซ่งจื่อเซวียน
ให้เขาอยู่ในวิทยาลัยต่อไป ก็มีแต่อับอายขายขี้หน้า
เมื่อเก็บกระเป๋าเรียบร้อยเตรียมตัวจะออกไปนั้น จู่ๆ ผู้ดูแลหอพักก็มาเคาะประตูห้อง “อาจารย์หยางมีคนมาหาครับ”
“มาหาฉันเหรอ”
ใบหน้าของอาจารย์หยางอึมครึมทันที
ในสายตาของเขา คนที่มาหาเขาตอนนี้คงจะมาหัวเราะเยาะเขาละสิท่า
หยางจวิ้นเย่กล่าว
“ฮ่าๆๆ จะไม่ได้อยู่ได้ยังไง แล้วคนที่ฉันเห็นเป็นใครกันล่ะ”
สิ้นเสียงของหยางจวิ้นเย่ ก็มีอีกเสียงหนึ่งลอยเข้ามา
หยางจวิ้นเย่ได้ยินแล้วก็ถึงกับผงะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้น
และเห็นผู้ชายคนหนึ่งอายุราวๆ สี่สิบปียืนอยู่หน้าประตูด้วยรอยยิ้ม
ชายคนนั้นสวมสูทลำลอง กางเกงขายาวสีดำ ท่อนบนเป็นสูทสีอ่อน
หน้าตาของเขาเกลี้ยงเกลา ผมสั้นเรียบร้อย
“ศิษย์พี่? มาที่นี่ได้ไง”
“ฮ่าๆ ก็มาเยี่ยมนายน่ะสิ”
คนที่พูดคือซุนจิ้งจัว ศิษย์เอกของยอดเชฟแดนใต้ โอวหยางเฟิ่งเหยา
ซุนจิ้งจัวติดตามโอวหยางเฟิ่งเหยามาสิบกว่าปีได้แล้ว และค่อนข้างประสบความสำเร็จในการทำอาหารตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ในจงไห่ เขาเป็นที่รู้จักในฐานะผู้สืบทอดตำแหน่งยอดเชฟแดนใต้ และว่าที่ผู้นำวงการอาหารจงไห่
ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ โรงแรมใหญ่ๆ หลายแห่งต่างเชิญเขาไปให้คำปรึกษา ซึ่งแน่นอนว่าซุนจิ้งจัวต้องมารายงานกับอาจารย์ก่อนทุกครั้ง
ซุนจิ้งจัวไม่เคยละเลยบทบาทนี้
เขารู้ดีว่าหากต้องการรักษาตำแหน่งปัจจุบันและก้าวไปสู่จุดที่สูงขึ้น เขาต้องพึ่งพาชื่อเสียงของอาจารย์
“เป็นอะไรไป จะออกไปเที่ยวเหรอ วิทยาลัยให้นายหยุดแล้วงั้นเหรอ”
เมื่อเห็นซุนจิ้งจัว หยางจวิ้นเย่ก็ถอนหายใจอย่างอับจนหนทาง “ศิษย์พี่ ผม…ผมคิดว่าจะไม่อยู่ที่วิทยาลัยอาหารต่อไปแล้ว”
“หืม? หมายความว่าไงน่ะจวิ้นเย่”
ซุนจิ้งจัวกล่าว
จากนั้นหยางจวิ้นเย่จึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟัง
“นับตั้งแต่เห็นพวกซ่งจื่อเซวียนเข้ามาในวิทยาลัย ก็รู้สึกว่าพวกเขาไม่ธรรมดา
ซุนจิ้งจัวฟังจบก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าว “จวิ้นเย่ นายรู้ไหม…ว่าอาจารย์ยอมรับคนโง่ คนเซ่อได้ แต่คนประเภทเดียวที่อาจารย์เกลียดเข้าไส้คือคนที่ยอมแพ้กลางคัน”
ได้ยินดังนั้น หยางจวิ้นเย่ก็ก้มหน้านิ่งไม่พูดอะไร
“จวิ้นเย่ นายจะไปไหนไม่ได้!”
ซุนจิ้งจัวกล่าว
“แต่ว่า…ศิษย์พี่ ผมไม่มีหน้าอยู่ที่นี่ต่อไปแล้ว พี่ต้องรู้ว่าถ้าผมอยู่ในวิทยาลัยต่อไป ก็ต้องยอมให้ซ่งจื่อเซวียนเป็นหัวหน้า
ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็ดีสิ แต่ตอนนี้เขาเป็นถึงหัวหน้าอาจารย์วิทยาเขตตะวันออก พี่คิดว่าผมจะได้อยู่แบบสงบสุขไหม”
ซุนจิ้งจัวได้ยินดังนั้นก็สูดหายใจเข้าลึกๆ
อันที่จริงตอนนั้นหยางจวิ้นเย่เข้ามาอยู่ในวิทยาลัยได้ ก็เป็นเพราะเขาแนะนำ
ที่ตงไห่ ซุนจิ้งจัวอยู่ในจุดสูงสุดของตำแหน่งแล้ว
พูดได้ว่านอกจากอาจารย์โอวหยางเฟิ่งเหยาแล้ว เขาก็ไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตาอีก
แม้แต่ในสมาคมอาหารท้องถิ่นยังยกย่องเขาเป็นเหมือนพระพุทธเจ้า และมักจะจัดกิจกรรมออกสื่อต่างๆ ให้กับเขาเสมอ
ตอนนี้เขาประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของความนิยมในท้องถิ่นและตำแหน่งในวงการ
ดังนั้นเขาจึงมุ่งเป้าไกลออกไปเรื่อยๆ จนเอื้อมไปถึงปักกิ่ง
อย่างไรวิทยาลัยอาหารปักกิ่งถือเป็นวิทยาลัยด้านอาหารที่มีอันดับสูงสุด และยังได้รับการสนับสนุนจากทางการ
ขอแค่หยางจวิ้นเย่ทำงานที่นี่ได้เป็นอย่างดี เขาก็จะมีอิทธิพลในอุตสาหกรรมนี้
เมื่อถึงเวลา ซุนจิ้งจัวจะรวบรวมทรัพยากรทั้งในตงไห่และปักกิ่ง เปลี่ยนตัวเองจากเชฟชื่อดังในท้องถิ่นมาเป็นเชฟชื่อดังของประเทศ
เขาวางแผนทั้งหมดเอาไว้แล้ว ถึงขั้นคิดว่าในแต่ละขั้นตอนต้องทำอะไรบ้าง
เขาไม่ยอมให้หยางจวิ้นเย่มาทำลายแผนการของเขาเด็ดขาด!
ดังนั้นหยางจวิ้นเย่ต้องอยู่ต่อ!
“จวิ้นเย่ นายรู้สึกขายหน้า เพราะว่าแพ้ซ่งจื่อเซวียนและต้องอยู่ใต้คำสั่งของเขาต่อไปใช่ไหม”
หยางจวิ้นเย่พยักหน้าทันที
ซุนจิ้งจัวหัวเราะน้อยๆ “ซุนจิ้งจัว ศิษย์พี่อุตส่าห์ถ่อจากตงไห่มาเยี่ยมนายถึงปักกิ่ง ไม่เอาของฝากมาให้…ได้ยังไงล่ะ
ซาลาเปา…เอาชนะหม้อเย็นแกะตงซานของนายได้ เอาไปพูดที่ไหนใครเขาจะเชื่อ
ในเมื่อผู้บริหารระดับสูงของวิทยาลัยชอบเล่นไม่ซื่อ ฉันจะโน้มน้าวพวกเขาเอง!”
พูดจบ ความชั่วร้ายก็พลันฉายวาบขึ้นมาในแววตาของซุนจิ้งจัว
…
เมื่อกลับถึงหอพัก ซ่งจื่อเซวียนก็ล้มตัวลงนอนคว่ำหน้าบนเตียง
อันที่จริง การเอาชนะหยางจวิ้นเย่ในวันนี้ไม่ได้ตื่นเต้นสำหรับเขาเลย
สิ่งที่ทำให้เขามีความสุขกลับเป็นการได้ทำซาลาเปาคริสตัล
แป้งที่เขาผัดวันนี้ อันที่จริงมีต้นแบบมาจากแป้งสาลีเมฆา ซึ่งคล้ายกับแป้งที่หลี่เหยียนใช้ทำขนมจีบ
ขั้นตอนเดียวที่ขาดหายไปคือกาวไม้ไผ่เขาเฉวียนหมิง
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ถ้าเขาได้กาวไม้ไผ่มาเมื่อไร เขาจะสามารถทำอาหารตามตำรับเชฟเจียงอวิ๋นได้
พอคิดถึงเรื่องนี้ ซ่งจื่อเซวียนก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
ในตอนนี้เอง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นสายจากถังหย่าฉี ซ่งจื่อเซวียนรีบกดรับทันที
ปกติตกดึก ถังหย่าฉีมักจะวิดีโอคอลกับซ่งจื่อเซวียน แต่วันนี้กลับโทรหาเขาโดยตรง ต่างไปจากปกติ
เมื่อรับสาย ซ่งจื่อเซวียนยังไม่ทันเอ่ยปาก ก็ได้ยินเสียงร้องไห้ของถังหย่าฉีดังมาจากปลายสาย
ซ่งจื่อเซวียนตะลึงงัน
“หย่าฉี เธอ…ร้องไห้เหรอ”
“จื่อเซวียน เกิดเรื่องแล้ว เกิดเรื่องที่บ้านฉันแล้ว…”
ถังหย่าฉีพูดไปด้วยร้องไห้ฟูมฟายไปด้วย
ซ่งจื่อเซวียนไม่ได้รีบซักไซ้แต่กลับปลอบโยนเพื่อให้ถังหย่าฉีสงบสติอารมณ์ลงก่อน
เหตุผลคือบริษัทกำลังเผชิญวิกฤต และมีเครดิตไม่พอที่จะให้ปล่อยเงินกู้
ได้ยินเรื่องนี้ ซ่งจื่อเซวียนก็รู้สึกสับสน ปัญหาพวกนี้เป็นปัญหาใหญ่ แถมยังรุมเร้าเข้ามาในคราวเดียว
แต่ตอนนี้เขาไม่ได้คิดถึงเรื่องพวกนี้ เพราะถังหย่าฉีกำลังจิตตกเกินไป
“หย่าฉี ไม่ต้องกังวลนะ ฉันจะกลับตู้เหมินเดี๋ยวนี้ เราไปคุยกันต่อหน้าดีไหม”
“จื่อเซวียน ฉันจะทำยังไงดี ตอนนี้พ่อฉันโดนจำกัดการเคลื่อนไหว แถมถูกทางการเพ่งเล็งแล้ว บริษัทก็ถูกตรวจสอบด้วย ฉันเครียดจะตายอยู่แล้ว…”
“หย่าฉี รอฉันกลับไปแล้ว เรามาหาทางออกด้วยกันนะ เธอไปรอฉันที่สวนสวินเฟิงนะ”
หลังจากวางสาย ซ่งจื่อเซวียนก็เตรียมตัวออกเดินทางทันที
เรื่องของถังหย่าฉีใหญ่ยิ่งกว่าท้องฟ้า เรื่องอื่นเอาไว้ทีหลังได้
เขาติดต่อหลี่เหยียน ฟางรุ่ยทันที ให้ฟางรุ่ยขับรถมา พร้อมกับรับหลี่เหยียนกลับตู้เหมินด้วย
ขณะเดียวกัน เขาก็โทรหาเฉิงหวาลี่และท่านเป้ยเล่อแยกต่างหาก
เขาแจ้งลางานกับเฉิงหวาลี่ ขณะเดียวกันก็ฝากให้ท่านเป้ยเล่อดูแลห้องหกวิทยาเขตตะวันออกชั่วคราว
เพราะในวิทยาลัยแห่งนี้ ท่านเป้ยเล่อเป็นคนเดียวที่เขาไว้ใจได้จริงๆ และยังดูแลวิทยาเขตตะวันออกได้
ท่านเป้ยเล่อส่งเขาออกจากวิทยาเขตตะวันออก แต่ทันทีที่ก้าวออกมาจากที่นั่น หยางจวิ้นเย่และซุนจิ้งจัวก็เดินตรงเข้ามา
ซ่งจื่อเซวียนที่มีเรื่องกลุ้มใจอยู่แล้ว คร้านจะสนใจพวกเขา จึงเดินตรงไปที่ประตูวิทยาลัย
“อาจารย์ซ่งใช่ไหม หึๆ จะรีบไปไหนน่ะ”
ซ่งจื่อเซวียนพูดพลางเหลือบมองซุนจิ้งจัว “ผมไม่รู้จักคุณ!”
“ฮ่าๆ คุณไม่รู้จักผม แต่ผมรู้จักคุณนะ ได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว ผมชื่อซุนจิ้งจัว เป็นศิษย์พี่ของหยางจวิ้นเย่!”
พูดแล้ว ซุนจิ้งจัวก็ยื่นมือออกมา
ทว่าซ่งจื่อเซวียนกลับเดินตรงไปที่ประตูใหญ่ ไม่คิดที่จะสนใจ
ซุนจิ้งจัวยืนแข็งเป็นหิน นี่เขา…ถูกเมินงั้นเหรอ
ความโกรธในใจระเบิดออกมาทันที
“ศิษย์พี่ เขาก็นิสัยแบบนี้แหละ…”
“หุบปาก!”
ซุนจิ้งจัวเดินตามซ่งจื่อเซวียนไปอย่างรวดเร็ว “ซ่งจื่อเซวียน แกจะไปไหน หึๆ ชนะศิษย์น้องฉันได้แล้วจะชิ่งงั้นเหรอ”
…………………………………………………
………………..