เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 482 เริ่มจับเวลา
ตอนที่ 482 เริ่มจับเวลา
………………..
วิลล่าของปักกิ่ง ต่อให้เป็นชานเมือง ต่อให้เล็กว่าวิลล่าทั่วไปไม่น้อย ก็มีค่ามากจริงๆ
ที่ที่ทุกตารางนิ้วมีค่าแบบนี้ ไม่ต้องพูดถึงวิลล่า อะพาร์ตเมนต์ในเมืองหนึ่งยูนิตราคาหนึ่งแสนขึ้นไปก็มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง
หลายปีมานี้กลุ่มคนที่เข้ามาทำงานในปักกิ่ง เช่าคอนโดมิเนียมประมาณห้าสิบตารางเมตรก็ต้องใช้เงินถึงเจ็ดแปดพันหยวน จึงเช่าได้แค่ห้องใต้ดินเท่านั้น
แต่ถังเซินไม่ใช่แบบนั้น
จากชนบทมาที่ปักกิ่ง ถังจวิ้นจึงจัดตำแหน่งสำคัญให้เขาในบริษัทถังกรุ๊ป
เงินเดือนย่อมก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
จากเด็กคนหนึ่งที่มาจากชนบทจนตอนนี้อาศัยอยู่ในวิลล่าปักกิ่ง ใช้เวลาเพียงสามปีกว่าเท่านั้น
เมื่อใช้ชีวิตที่ปักกิ่งอย่างดี คนอื่นจะพาลูกและภรรยามาใช้ชีวิตดีๆ ด้วย แต่เขาก็ยังเป็นคนดีส่งเงินกลับไปให้ลูกและภรรยาที่ชนบทแทน
แม้ทุกเดือนจะให้ค่าใช้จ่ายเดือนละเกือบหมื่น แต่ก็ไม่ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ
บางครั้งถังจวิ้นก็ให้เขากลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ เขาก็ตอบส่งๆ ไม่ได้กลับไป
ในทางกลับกันอยู่ที่ปักกิ่ง ถังเซินมีคนรักสามสี่คน ทุกคนมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักเป็นแหล่ง
ถึงจะเป็นการเช่าอยู่ทั้งหมด แต่เดือนเดือนหนึ่งก็เป็นเงินเกือบหมื่น เทียบเท่ากับค่าใช้จ่ายหนึ่งเดือนที่เขาส่งให้ที่บ้าน
มีเพียงหวงลี่ลี่ที่ไม่เหมือนคนรักคนอื่นๆ เนื่องจากเธอช่วยเหลือถังเซินในบริษัทไม่น้อย ถังเซินจึงรับเข้ามาอยู่ในวิลล่าของตัวเองด้วย
ทั้งสองใช้ชีวิตด้วยกันแบบนี้ทุกวัน ราวกับเป็นสามีภรรยากันจริงๆ
ในห้อง แสงไฟสลัว
ถังเซินสวมชุดนอนนั่งดูคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะอ่านหนังสือ อ่านข่าววันนี้
หวงลี่ลี่ที่อยู่ข้างๆ ยกแก้วนมเดินมา เอ่ยว่า “เซินคะ ดื่มนมหน่อย วันนี้นอนเร็วๆ หลายวันมานี้คุณไม่ค่อยมีสมาธิอ่านหนังสือเลยนะคะ”
“ฮ่าๆ ช่างเรื่องนี้เถอะ ขอแค่ได้เห็นถังจวิ้นล้ม อะไรผมก็ไม่สนใจทั้งนั้น”
หวงลี่ลี่ยิ้ม “คุณนี่นิสัยไม่ดีเลย ทำร้ายอาคุณขนาดนี้”
ถังจวิ้นพูดพลางดึงหวงลี่ลี่มานั่งที่ตักของตน
“ที่รัก หลังจากนี้ถังกรุ๊ปก็จะเป็นของพวกเราแล้ว ถึงตอนนั้นคุณอยากได้อะไรผมก็ให้ได้หมด”
“เซินคะ คุณว่าหลังจากนี้เรานับว่าเป็นคนปักกิ่งแล้วหรือยัง” หวงลี่ลี่ถามอย่างตื่นเต้น
“แน่นอนสิ นั่งอยู่บนทรัพย์สินหลายพันล้านยังไม่พออีกเหรอ ถึงตอนนั้นเราไปตั้งถิ่นฐาน ผมจะซื้อห้องให้คุณ คุณก็จะมั่นคงแล้ว”
หวงลี่ลี่ทำสีหน้าตื่นเต้น ต้องรู้ว่าเธอเป็นคนที่เข้ามาทำงานที่ปักกิ่งเกือบสิบปีแล้ว ในที่สุดก็มาถึงวันนี้
ก่อนหน้านี้ ความฝันของเธอคือได้แต่งงานกับคนปักกิ่ง เป็นสะใภ้เมืองหลวง
จะมีเงินหรือไม่เธอไม่สนใจ แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องระหกระเหินเร่ร่อน
แต่ตอนนี้ดูแล้ว สิ่งที่เธอได้นั้นดีกว่าสิ่งที่เธอฝันไว้มาก
ตนมีห้องห้องหนึ่งในปักกิ่งได้ อีกทั้งยังได้ทำงานในบริษัทใหญ่ มีรายได้ในระดับที่สังคมให้การยอมรับ
ทั้งหมดนี้เมื่อก่อนแม้แต่ฝันเธอยังไม่กล้าฝัน
“จริงสิคะเซิน หลังจากนี้ถังกรุ๊ปจะเป็นของเราจริงๆ เหรอคะ”
“แน่นอนสิ จุดนี้คุณวางใจได้เลย เพียงแต่…ต้องมีขั้นตอนอย่างหนึ่ง”
ถังเซินจุดบุหรี่ เอ่ยว่า “ตอนนี้เราต้องย้ายเงินของถังกรุ๊ปก่อน รอตอนที่ภาครัฐมาตรวจสอบ ก็ผลักไปให้ถังจวิ้นทั้งหมด
หากไม่มีอะไรผิดพลาด ผลลัพธ์นี้จะทำให้ถังกรุ๊ปล้มละลายได้”
“ล้มละลายเหรอคะ” หวงลี่ลี่อดอุทานไม่ได้ อย่างไรในสายตาเธอ บริษัทที่ใหญ่ขนาดถังกรุ๊ปแทบจะไม่มีทางพังพินาศได้เลย
“เหอะๆ แน่นอนสิ มันไม่ล้มละลาย เราจะใช้เงินอย่างสบายใจได้ยังไง รอจบเรื่องถังกรุ๊ป ก็ให้ถังจวิ้นไปนอนอยู่ในคุก ถึงตอนนั้นเราก็ใช้เงินสร้างบริษัทถังกรุ๊ปขึ้นมาใหม่ได้ เพียงแต่ประธานบริษัทจะไม่ใช่ถังจวิ้นอีกต่อไป แต่เป็นถังเซิน!”
แปะๆๆๆ…
ถังเซินเพิ่งพูดจบ ก็ได้ยินเสียงปรบชุดหนึ่ง
เนื่องจากคนที่อาศัยอยู่ในวิลล่ามีแค่ถังเซินและหวงลี่ลี่ พวกเขาจึงไม่ได้ล็อกประตู
แต่ตอนนี้ ปรากฏว่ามีคนหลายคนเดินเข้ามา
ถังเซินสีหน้าหวาดกลัว ไม่รู้ว่าในบ้านมีคนเข้ามาเมื่อไร
แต่ไม่นานนักเขาก็สังเกตเห็นถังหย่าฉี
“หย่าฉี?”
“ถังเซิน นายนี่มันหน้าเนื้อใจเสือจริงๆ พ่อฉันมอบตำแหน่งที่สำคัญขนาดนี้ให้นาย นายกลับวางแผนร้ายใส่บริษัทถังกรุ๊ปเหรอ”
ถังเซินอึ้งไป
ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่นก่อน คนพวกนี้เข้ามาได้อย่างไร
ถึงประตูห้องจะไม่ได้ล็อก แต่ที่ประตูใหญ่ก็ล็อกอยู่นะ
อีกทั้งประตูใหญ่ตรงลานวิลล่าก็ล็อก บวกกับมีอุปกรณ์ป้องกันการโจรกรรมอีก ทำไมถึงไม่ส่งเสียงเตือน
“ถังหย่าฉี พวกเธอเข้ามาได้ยังไง”
ซ่งจื่อเซวียนข้างๆ ยิ้ม “นายขโมยเงินถังกรุ๊ปเหมือนขโมยได้ ทำไมเราจะเข้ามาไม่ได้ล่ะ”
“หึ แกเป็นใคร”
“แฟนหย่าฉีน่ะ เรื่องบริษัทถังกรุ๊ปฉันก็รู้ ที่มาครั้งนี้ก็คือมาหานาย…พูดคุยสักหน่อย”
“คุย? มีอะไรให้คุย ถังจวิ้นทำตัวเองทั้งนั้น ทำบริษัทใหญ่ก็ไม่มีจิตสำนึก เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับฉัน”
ได้ยินคำพูดของถังเซิน ถังหย่าฉีกัดฟันอย่างรังเกียจ
เธอเคยได้ยินถังจวิ้นพูดว่าถังเซินเป็นเด็กหนุ่มที่ทะเยอทะยานมาก ไม่ใช่แค่ตอนนี้ ต่อให้หลังจากที่ถังหย่าฉีได้สืบทอดบริษัทต่อ ถังเซินก็จะเป็นคนที่ให้ความช่วยเหลือได้
แต่ท่าทางตอนนี้ ถังจวิ้นจะมองผิดไปแล้ว
ที่สำคัญที่สุดก็คือถังเซินชั่วเกินไป พ่อของเธอโดนเขาหลอก
“ถังเซิน นายยังเป็นคนอยู่ไหม พ่อฉันเชื่อใจนายขนาดนี้ นายนี่มันเดรัจฉานจริงๆ!”
ถังเซินกลับยิ้มออกมา เขาหยิบโทรศัพท์มากดสองสามครั้ง เอ่ยว่า “ญาติผู้น้องหนอญาติผู้น้อง ทำไมเธอถึงไร้เดียงสาขนาดนี้นะ
เธอคิดว่าพ่อเธอเป็นนักธุรกิจที่ทำตามกฎหมายจริงๆ หรือไง หลายปีมานี้ เขาสร้างถังกรุ๊ปเสียใหญ่โตขนาดนี้ได้ จะไม่มีเงินสกปรกเลยจริงๆ เหรอ”
“ฮ่าๆๆๆ ถังทองคำถังแรกของนักธุรกิจทุกคนไม่สะอาดทั้งนั้นแหละ พ่อเธอก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ทุกสิ่งทุกอย่างตอนนี้เป็นแค่การลงโทษเท่านั้นเอง!”
ถังเซินพูดอย่างหนักแน่น
ราวกับเขาได้รับบัญชาสวรรค์ให้มารับช่วงต่อตระกูลถังอย่างสมเหตุสมผลและถูกกฎหมาย…
“นายนี่มันพูดไปเรื่อยจริงๆ นายมีอะไรมาพิสูจน์ล่ะ”
เผชิญหน้ากับคำถามของถังหย่าฉี ถังเซินยิ้มน้อยๆ “พิสูจน์เหรอ ต้องการใช่ไหม ไม่มีถังทองคำถังแรกที่สะอาดสะอ้านหรอก”
“เหมือนกับนายหรือเปล่า”
จู่ๆ ซ่งจื่อเซวียนก็เอ่ยปาก
“เหอะๆ อาจจะใช่ล่ะมั้ง เพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้น ฉันก็ต้องเหมือนกับผู้ที่แข็งแกร่ง ได้ถังทองคำถังแรกมาเป็นของฉันโดยไม่สนวิธีการ
ฉันที่จากชนบทจนมาถึงที่ปักกิ่ง แผนคืออะไร ก็คือเพื่อที่จะประสบความสำเร็จ ฉันไม่ยอมทำธุรกิจที่บ้านของฉันไปตลอดชีวิตหรอกนะ ฉันต้องการให้ทุกอย่างนี้เป็นของฉันทั้งหมด!”
ถังเซินเชิดหน้า กัดฟันพูด
ซ่งจื่อเซวียนหรี่ตาพิจารณาเขาเล็กน้อย
เห็นได้ชัดว่าคนคนนี้ถูกเงินทองหลอกล่อ กระทั่งเสียสติไปแล้ว
เขาคิดว่าสิ่งที่เขาได้รับทั้งหมดนั้นถูกต้องเป็นไปตามทำนองคลองธรรม กระทั่งคนอื่นให้น้อยไปสักหน่อยล้วนเป็นความผิดพลาด
คนแบบนี้…น่าสงสารมาก
“เพราะงั้น…ถังเซิน ตามที่นายพูดมา การลงโทษของนายก็จะมาแล้วสินะ”
“การลงโทษของฉันเหรอ เหอะๆ อาจจะมั้ง แต่ใครจะสนใจล่ะ นั่นเป็นเรื่องสิบปีให้หลังนู่น อย่างน้อยฉันก็ต้องได้เป็นประธานบริษัทถังกรุ๊ปคนใหม่ก่อน!”
ถึงถังเซินจะมาจากชนบท แต่หลายปีมานี้ก็ได้เรียนรู้จากถังกรุ๊ปไม่น้อย
เห็นถังจวิ้นเดินเข้าเดินออกทุกวัน เข้าร่วมงานสังคมขนาดใหญ่ต่างๆ เขาก็ระงับไว้ไม่อยู่ตั้งนานแล้ว อยากให้ตัวเองมีชีวิตแบบนั้นบ้าง
ถึงเขาจะไม่รู้ว่าด้านหลังของความโชติช่วงเหล่านั้นต้องจ่ายออกไปเท่าไร
ซ่งจื่อเซวียนยิ้ม ไอ้โง่นี่เหมือนคิดเองไม่ได้ เรื่องราวบนโลกนี้จะมีสูตรตายตัวได้ยังไงกัน…
เขาประสบความสำเร็จ เราก็ทำได้เหมือนกันแน่นอน ไร้สาระ…
ถังเซินขยี้ก้นบุหรี่ในมือ เอ่ยว่า “ในทางกลับกัน พวกนายบุกรุกบ้านของคนอื่น เหอะๆ ญาติผู้น้อง เธอกำลังหาเหาใส่หัวอยู่นะ!”
“แก…ถังเซิน แกนี่มันปัดความผิดให้คนอื่น เงินเดือนของนายซื้อวิลล่าแบบนี้ไม่ได้ด้วยซ้ำ นี่เป็นเงินของถังกรุ๊ปทั้งนั้น!”
“ถูกต้อง แล้วยังไง เงินของถังกรุ๊ปตอนนี้ก็เป็นของฉัน ฉันจะบอกเธอไว้นะ ตอนนี้ถังกรุ๊ปกำลังจะถูกตรวจสอบ แต่เงินฉันโอนย้ายออกมาแล้ว พวกเธอจะทำยังไงได้”
ซ่งจื่อเซวียนได้ยินก็ยิ้ม หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาใครคนหนึ่ง กดเปิดลำโพง
“เสี่ยหวง จัดการเรื่องใหญ่หรือยังครับ”
“นายท่านรองวางใจ จัดการเสร็จแล้ว เงินของถังกรุ๊ปทั้งหมดดำเนินการอายัดเรียบร้อย”
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้า “ครับ ลำบากแล้ว”
วางสาย ซ่งจื่อเซวียนก็มองถังเซินอีกครั้ง ถังเซินตอนนี้หน้าซีดขาวเสียแล้ว
ยังไม่ต้องพูดถึงว่าจัดการถังจวิ้นได้หรือไม่ แต่เป้าหมายของเขาก็คือทำเพื่อได้ทรัพย์สินของตระกูลถังมา
ถ้าตอนนี้ถูกอายัดไว้ เขาจะยังทำไปเพื่ออะไร
หวงลี่ลี่ข้างๆ เอ่ย “หึ พวกคุณคิดว่าพวกคุณเป็นใคร บอกว่าอายัดก็อายัดได้เหรอ ผู้จัดการธนาคารหรือไง”
ได้ยินดังนั้น ถังเซินเอ่ย “นั่นสิ ทำไมฉันไม่เคยเจอ นายคิดว่าแค่โทรศัพท์สายเดียวจะหลอกฉันได้หรือไง”
พวกเขาพูดแบบนี้ ถังหย่าฉีก็มองไปทางซ่งจื่อเซวียน
เธอเชื่อใจซ่งจื่อเซวียนมาก แต่บอกว่าอายัดก็อายัดได้เลย…ดูจะเจ๋งเกินไปจริงๆ
ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ยังเป็นกลางดึก ธนาคารก็ปิดทำการ
ซ่งจื่อเซวียนยักไหล่ “จะเชื่อไม่เชื่อเป็นเรื่องของนาย พอพรุ่งนี้เช้าก็จะรู้ผลแน่นอน”
ตอนนี้เอง จู่ๆ ด้านนอกวิลล่าก็มีความเคลื่อนไหว
คนที่มีปฏิกิริยาคนแรกก็คือฟางรุ่ย
ประสบการณ์พิเศษหลายปี ทำให้เขามองทะลุปรุโปร่ง เขามองไปนอกหน้าต่างทันที
ไม่นานนัก ถังเซินก็ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว ยิ้มออกมา “เหอะๆ ขอบใจพวกนายที่คุยกับฉันนานขนาดนี้นะ แต่ว่า…ต่อจากนี้…ฉันไม่อยากคุยแล้ว อยากจะดูซิว่าคนที่บุกรุกเข้ามาในบ้านฉันจะเป็นยังไงต่อไป”
เขาพูดจบ ถังหย่าฉีก็หันหน้าไปตามสัญชาตญาณ ก็เห็นคนเกือบสิบคนพุ่งเข้ามาในห้อง
ในมือพวกเขาแต่ละคนถือแท่งเหล็ก บ้างก็ถือขวานมาด้วย คนที่มาไม่เป็นมิตร!
ซ่งจื่อเซวียนขมวดคิ้วเล็กน้อย “ถังเซิน นายอยากจะผิดซ้ำผิดซ้อนเหรอ”
“หึ ที่ผิดน่ะมันพวกแก ถังหย่าฉี ตอนนี้ทุกอย่างเป็นของฉันแล้ว กล้าบุกรุกเข้ามาเอง ฉันจะเอาพวกแกให้ตาย!”
เห็นท่าทางเสียสติของถังเซิน ซ่งจื่อเซวียนก็รู้ว่าไอ้หมอนี่เอาจริงแน่นอน
“รุ่ยจื่อ?”
“ห้าวิครับนายท่านรอง!”
“ดี” ซ่งจื่อเซวียนหันหน้าไปมองถังเซิน “ถังเซิน คายเงินที่เอาไปจากตระกูลถังก่อนหน้านี้ออกมา ถึงตอนนั้นเราไม่เอาเรื่องก็ได้!”
“ฮ่าๆๆ แกนับเป็นตัวอะไร แกคู่ควรจะต่อรองกับฉันหรือไง ฆ่าพวกมันซะ!”
ซ่งจื่อเซวียนส่ายหน้าอย่างจนใจ “ท่าทางเงินพวกนั้น…นายจะไม่มีดวงได้ใช้ รุ่ยจื่อ ฉันเริ่มจับเวลาแล้วนะ!”
…………………………………………
………………..