เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 483 อยู่ที่ปักกิ่งชั่วคราว
ตอนที่ 483 อยู่ที่ปักกิ่งชั่วคราว
………………..
ซ่งจื่อเซวียนพูดจบ ถังเซินก็หัวเราะออกมาทันที
หวงลี่ลี่เห็นดังนั้นก็หัวเราะคิกคัก
อย่างไรตอนนี้คนที่เข้ามามีแปดคน ล้วนเป็นบอดี้การ์ดที่ถังเซินใช้เงินจ้างมา
เดิมหวงลี่ลี่คิดมาตลอดว่าสิ่งที่เขาทำมันมากเกินความจำเป็น ถึงจะเป็นเงินของถังกรุ๊ป แต่แทนที่จะไว้ดูแลบอดี้การ์ด เอาเงินใส่กระเป๋าตนเองยังดีเสียกว่า
แต่พอเห็นวันนี้ก็คุ้มแล้วจริงๆ
ตอนที่ถังเซินพูดคุยกับถังหย่าฉีเมื่อครู่แล้วกดโทรศัพท์ ก็คือกำลังเรียกคนมา
รหัสลับของเขากับบอดี้การ์ดง่ายมาก ขอแค่เงียบใส่ นั่นก็บ่งบอกว่าเกิดเรื่องแล้ว พวกเขาต้องมาปรากฏตัวทันที
เงินเดือนของทั้งแปดคนนี้คนละสามหมื่นหยวน เงินที่ใช้เป็นเงินรปภ.บริษัทถังกรุ๊ปทั้งหมด
ได้เงินเดือนแบบนี้ ก็ย่อมมีอำนาจ ในบรรดาคนเหล่านี้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นทหารผ่านศึก
ส่วนคนอื่นๆ เป็นนักเลงที่มีชื่อเสียงมากในสนามมวยใต้ดิน
เพียงแต่…
ในสายตาของฟางรุ่ย คนพวกนี้เป็นแค่ลูกกระจ๊อกทั้งนั้น
ถ้าเป็นตอนที่เขาอยู่กองกำลังพิเศษ คนพวกนี้ไม่เข้าตาเขาเลยด้วยซ้ำ ไม่มีทางถูกเลือกเข้ามาในกองกำลังได้
ซ่งจื่อเซวียนเริ่มจับเวลาแล้ว ฟางรุ่ยไม่สนใจ มีแค่คำเดียวเท่านั้น กระทืบ!
เห็นเพียงเขาพุ่งไปด้านหน้าฉับพลัน แปดคนฝั่งตรงข้ามกำลังวางแผนว่าจะเก็บชายสองหญิงหนึ่งอย่างไรดี จู่ๆ เห็นว่าฟางรุ่ยกระโจนเข้ามา ก็เผลอตั้งรับอย่างไม่รู้ตัว
ด้วยวิธีนี้ ฟางรุ่ยก็มีเวลาเอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด
ขณะเดียวกันก็เท่ากับเป็นการคุ้มครองซ่งจื่อเซวียนและถังหย่าฉีด้วย
มีผลกระทบแบบนี้ อีกฝ่ายจะกล้ากระจายกำลังไปต่อยตีคนอื่นได้อย่างไร
แต่ระหว่างที่หมัดสองหมัดชนกัน ก็เห็นผู้ชนะได้ทันที
พลังที่แข็งแกร่งทำให้หมัดของบอดี้การ์คนนั้นยุบเข้าไป กระทั่งต้นแขนก็ไม่อาจรับแรงกดดันแบบนี้ได้ มือแตกเลือดซิบ
เห็นดังนั้น คนไม่น้อยก็อึ้งไป
นี่แม่งแรงคนเหรอ
ตามหลักแล้วคนที่ปะทะกับฟางรุ่ยเพิ่งออกมาจากกองกำลัง ประสบการณ์การต่อสู้ไม่ใช่ปัญหา คุณสมบัติร่างกายยิ่งไม่ใช่ปัญหา
แต่เมื่อได้เห็นผลลัพธ์ นี่ก็แตกต่างกันเกินไปแล้ว
ตอนนี้เอง เหล่าบอดี้การ์ดก็เข้าใจความน่ากลัวของคู่ต่อสู้คนนี้แล้ว
แต่รับเงินมาแล้วก็ต้องจัดการ คนคนหนึ่งตะโกน “เข้าไปพร้อมกันเลย!”
รุ่ยจื่อแสยะยิ้ม “ฉันกำลังต้องการแบบนี้พอดี!”
เห็นเพียงฟางรุ่ยสาวเท้าก้าวมาด้านหน้า ตอนที่แตะเท้าข้างเดียวกับพื้น ก็กระโดดทันที
กระโดดทีเดียวสูงหนึ่งเมตรกว่า ยกเท้าขึ้น เตะลูกเตะลมกรดทันที
พวกคนที่อยู่ด้านหน้าหลบไม่ทัน ความเร็วดุจสายลมนั่นพวกเขาจะตอบสนองทันได้อย่างไร…
ตึง! ตึง! ตึง…
เสียงตุบตับดังขึ้นสองสามที บอดี้การ์ดเจ็ดคนที่เหลือโดนเตะกระเด็นออกไปชนกับผนัง ร่วงลงกับพื้นอย่างแรง
ฟางรุ่ยเดินเข้าไปใกล้อีก คนพวกนั้นล้วนมีสีหน้าหวาดกลัวเต็มประตา สองคนที่อยู่ใกล้ประตูที่สุดวิ่งออกไปทันที
เดือนหนึ่งให้เงินเท่าไรก็ไม่เอาแล้ว จะเอาชีวิตเข้าแลกไม่ได้
จากนั้น คนอื่นๆ เห็นว่าฟางรุ่ยไม่ลงมือ ก็รีบวิ่งไปทันที
ฟางรุ่ยหันหน้าไปมองซ่งจื่อเซวียนแวบหนึ่ง ฝ่ายหลังยิ้มน้อยๆ “ลำบากนายแล้ว”
พูดจบ ซ่งจื่อเซวียนก็เดินไปหาถังเซิน
ถังเซินในตอนนี้ไม่ได้มีรอยยิ้มเหมือนเมื่อครู่แล้ว จู่ๆ คนคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น เพียงคนเดียวก็ล้มไปแปดคน เขามองอย่างมึนงงไปหมดแล้ว
ถังเซินพูดพลางถอยหลัง
“ไม่ได้จะทำอะไร สิ่งที่ควรจะพูดวันนี้ฉันก็พูดไปหมดแล้ว ถังเซิน พรุ่งนี้นายจะได้รับของขวัญนะ”
พูดจบ ซ่งจื่อเซวียนก็จูงมือถังหย่าฉีหันหลังเดินจากไป
ถังเซินสูดลมหายใจยาว เห็นได้ชัดว่าความรู้สึกตื่นตกใจยังไม่หายไป
“ไม่ได้ แจ้งความ ต้องแจ้งความ!” หวงลี่ลี่พูด
“แจ้งความอะไร เธอบ้าไปแล้วหรือไง ตอนนี้เราติดต่อกับตำรวจน้อยเท่าไรยิ่งดี!”
ถังเซินพูดจบ หวงลี่ลี่ถึงได้สติกลับมา
อีกไม่นานพวกเขาจะได้ครอบครองตระกูลแล้ว ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือหลีกเลี่ยงปัญหาที่เข้ามาแทรก
“แต่ไม่รู้ว่าพวกถังหย่าฉีจะทำอะไร ไอ้แฟนนั่นมันไม่ธรรมดาเลย…”
ถังเซินหรี่ตาลงเล็กน้อย จุดบุหรี่มวนหนึ่งทันที
“ข้างกายยังมีคนที่มีความสามารถขนาดนี้ ลี่ลี่ ท่าทางเราต้องย้ายบ้านชั่วคราวแล้วล่ะ”
“ค่ะ ฉันจะฟังคุณ”
……
ออกจากวิลล่าของถังเซิน ถังหย่าฉี่เอ่ย “จื่อเซวียน เราจะไปทั้งแบบนี้เหรอ”
“มีแบบอื่นด้วยเหรอ”
“แต่ว่า…แต่ว่ายังไม่มีอะไรได้แก้ไขเลยนะ เราต้องทำให้เขายอมรับกับปากเองสิถึงจะถูก ตอนนี้ยังไม่มีผลลัพธ์อะไรเลยก็ออกมาแล้ว คืนนี้เรามาแหวกหญ้าให้งูตื่นหรือเปล่า”
เจอกับคำถามของถังหย่าฉี ซ่งจื่อเซวียนก็เข้าใจ
อย่างไรคนที่ร้อนใจที่สุดตอนที่เกิดเรื่องกับถังจวิ้นก็คือเธอ
เขาประคองมือของถังหย่าฉีไว้ เอ่ยว่า “หย่าฉี เธอฟังฉันนะ ตอนนี้ถ้าเธอให้ถังเซินไปสารภาพกับภาครัฐด้วยตัวเอง นั่นเป็นไปไม่ได้หรอก”
“งั้นวันนี้เรามาขอร้องพวกเขาเหรอ แต่ว่า…”
“เรื่องพวกนี้เธอไม่ต้องกังวลแล้ว หย่าฉี ฉันรับรองเลยว่าคุณอาถังจะปลอดภัย”
ถังหย่าฉีมองซ่งจื่อเซวียน จู่ๆ ก็รู้สึกว่าไม่ค่อยเข้าใจอีกฝ่ายเท่าไร
แต่สายตาของเธอกลับเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น
“แต่ว่าเรื่องถัดจากนี้น่าจะลำบากมาก ถึงคุณอาถังจะปลีกตัวไปจากเรื่องนี้ได้ บริษัทถังกรุ๊ปก็ต้องเผชิญกับค่าปรับต่างๆ แน่นอน”
“ไม่เป็นไร ขอแค่พ่อฉันไม่เป็นไรก็พอ ส่วนค่าปรับ…ทำได้แค่ยอมรับความโชคร้ายเท่านั้นแล้ว”
ถังหย่าฉีเอ่ย
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้า “ทำได้เท่านี้แหละ ด้านนอกมีเรื่องค่าปรับ ด้านในก็ต้องติดตาม ถังกรุ๊ปน่าจะต้องเผชิญหน้ากับปัญหานิดหน่อย หย่าฉี ช่วงนี้เธอน่าจะต้องอยู่ที่ปักกิ่งชั่วคราวแล้วล่ะ”
ถังหย่าฉีพยักหน้าอย่างแรงทันที “ฉันจะทำตามที่นายบอก”
“ดี ยังไงถังทางกรุ๊ปก็ต้องการเธอ ทางสวนสวินเฟิงมีพวกเจิ้งฮุยอยู่ ไม่มีปัญหาหรอก”
คืนนี้ ซ่งจื่อเซวียนจองโรงแรมให้ถังหย่าฉี จากนั้นก็กลับไปที่วิทยาลัยอาหาร
ถึงอย่างไรก็ไม่ได้แจ้งกับทางวิทยาลัย ซ่งจื่อเซวียนก็ไม่กล้าพาถังหย่าฉีกลับไปด้วย ถ้าทำแบบนั้นจะเป็นการไม่ให้เกียรติพวกเฉิงหวาลี่เกินไป
เมื่อกลับมาถึงวิทยาลัย ซ่งจื่อเซวียนก็เล่าเรื่องนี้ให้ท่านเป้ยเล่อฟัง
ท่านเป้ยเล่อรีบเอ่ย “โธ่ จะมีอะไร รีบไปรับน้องสะใภ้มาเถอะ”
“หา? คุณอย่าพูดไร้สาระแบบนี้สิ ผู้บริหารวิทยาลัยไม่รู้ ผมจะพามาโดยพลการแบบนี้ แบบนั้นจะกลายเป็นอะไรล่ะ” ซ่งจื่อเซวียนเอ่ย
“ฮ่าๆ นายมีเรื่องบางเรื่องที่ไม่รู้นะเนี่ย ที่จริงทางวิทยาลัยสนับสนุนให้อาจารย์พาครอบครัวมาอยู่ได้”
“หืม”
“ถ้าเป็นแบบนี้ อาจารย์ก็จะยิ่งทำงานได้อย่างสบายใจที่วิทยาลัย เพราะทางวิทยาลัยก็เป็นห่วงว่าอาจารย์บางคนจะโดดงาน ไปทำงานเป็นเชฟใหญ่ที่สถานประกอบการอาหารด้านนอก ยังไงรายได้แบบนี้ก็สูงกว่าอาจารย์ทั่วไป
ดังนั้น ถ้าครอบครัวอยู่ที่หมด วิทยาลัยก็ยิ่งวางใจ”
พอซ่งจื่อเซวียนคิดแบบนั้นก็รู้สึกเห็นด้วย อาจารย์ในวิทยาลัยก็เงินเดือนสูงอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ภัตตาคารขนาดใหญ่ด้านนอกจ้างเชฟมือทองด้วยเงินมหาศาลยิ่งกว่า
การโดดงานจึงเป็นเรื่องหนึ่งที่วิทยาลัยกลัว
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้าทันที “โอเคครับ แต่ว่าพรุ่งนี้ผมยังต้องไปแจ้งกับวังเหว่ย หลินอู่ซิ่วสักหน่อย ถือเป็นการเคารพอีกฝ่าย”
วันถัดมา
พอเช้าซ่งจื่อเซวียนก็แจ้งเรื่องนี้กับรองผู้อำนวยการทั้งสอง
คำตอบของวังเหว่ยและหลินอู๋ซิ่วเหมือนกันทั้งหมด ให้ซ่งจื่อเซวียนรีบไปรับถังหย่าฉีมา
อีกทั้งวังเหว่ยยังบอกว่าจัดหาห้องพักที่ใหญ่กว่านี้ได้ อย่างไรสถานะของซ่งจื่อเซวียนก็คือหัวหน้าอาจารย์ ออกจากหอพักอาจารย์ได้แล้ว
แต่ซ่งจื่อเซวียนปฏิเสธไป สำหรับเขา หัวหน้าอาจารย์ก็คือตำแหน่งจอมปลอมเท่านั้น
อาจารย์ที่นำพานักเรียนของวิทยาเขตตะวันออกได้ดีถึงจะเป็นของจริง
จากนั้น เขาก็ออกจากวิทยาลัยไปหาถังหย่าฉี
“หย่าฉี ฉันอยู่ข้างล่างแล้ว เธอลงมาเช็คเอาท์เถอะ เราไปกัน!”
“หา? ไปไหน” ถังหย่าฉีขยี้ตาเอ่ย
เมื่อคืนเธอนอนไม่หลับ เรื่องของพ่อทำให้เธอเป็นกังวลแทบแย่ ตีสี่ถึงหลับได้
ตอนนี้เพิ่งจะประมาณแปดโมง ถังหย่าฉีง่วงเต็มแก่จริงๆ
“ไปบริษัทถังกรุ๊ป!”
“หืม” พอได้ยินประโยคนี้ ถังหย่าฉีก็ตื่นทันที
รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าลงมาหาซ่งจื่อเซวียน กินอาหารเช้าง่ายๆ กับเขาและฟางรุ่ย ก่อนจะไปบริษัทถังกรุ๊ป
ตอนนี้ บริษัทถังกรุ๊ปซบเซาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
แต่ก่อน ตอนที่ถังหย่าฉีมาที่นี่ ในลานจอดรถมีรถหรูจอดอยู่เต็มไปหมด
อย่าว่าแต่ปักกิ่ง เมืองใกล้ๆ สองสามเมือง ก็มาพูดคุยเรื่องความร่วมมือกับบริษัทถังกรุ๊ปไม่น้อยทุกวัน
แต่ตอนนี้ ในลานจอดรถว่างเปล่า มีรถอยู่ไม่กี่คัน
เป็นเช่นนี้ ในบรรดารถเหล่านี้ยังมีสองคันที่ติดสัญลักษณ์ผู้ตรวจสอบบัญชีอีกด้วย
ถังหย่าฉีสูดลมหายใจลึกๆ พยักหน้า เดินเข้าไปในบริษัทถังกรุ๊ปกับซ่งจื่อเซวียน
เดินเข้าไปด้านใน ก็ไม่ได้มีสีสันของแต่ก่อน ไม่เห็นพนักงานที่ทำงานเมื่อก่อนแล้ว ที่มีก็มีแค่ไม่กี่คนที่ย้ายของของตัวเองอยู่
บริษัทถังกรุ๊ปกลายเป็นแบบนี้ ตอนนี้มีคนไปยื่นขอลาออกกับฝ่ายบุคคลทุกวัน
“หย่าฉี หนูมาได้ยังไง”
มีสองคนกำลังเดินเข้ามา คนหนึ่งเป็นหญิงวัยกลางคน
หญิงคนนี้สวมชุดยูนิฟอร์ม เส้นผมรวบเก็บอย่างเรียบร้อย เห็นได้ชัดว่าดูมีความสามารถมาก
เป็นเจียงเยี่ยนผู้จัดการฝ่ายบุคคลนั่นเอง
“อาเจียง หนูได้ยินว่าเกิดเรื่องเลยรีบมาค่ะ” ถังหย่าฉีเอ่ยด้วยน้ำตาคลอหน่วย
เจียงเยี่ยนถอนหายใจ “เฮ้อ ไม่รู้ว่าผีห่าซาตานที่ไหนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ หย่าฉี หนูอย่าร้อนใจไปเลย ท่านประธานเป็นคนดี ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากสวรรค์แน่นอน”
ถังหย่าฉีพยักหน้า แต่ก็รู้ดีอยู่แก่ใจ มีการปกป้องคุ้มครองจากสวรรค์ที่ไหนกัน ถ้าถังเซินไม่คายออกมา ตระกูลถังก็จบแล้วจริงๆ
ตอนนี้เอง ซ่งจื่อเซวียนก็เอ่ยว่า “สวัสดีครับ ไม่ทราบว่า…ผู้ตรวจสอบบัญชีอยู่ที่ไหนเหรอครับ”
“คุณคือ…”
“อ้อ อาเจียงคะ นี่ซ่งจื่อเซวียนค่ะ เป็นแฟนหนูเอง”
“อ้อๆ งั้นตามฉันมาเลย”
ซ่งจื่อเซวียนและถังหย่าฉีเดินตามเจียงเยี่ยนจนมาถึงห้องประชุมใหญ่
เจียงเยี่ยนบอกอีกว่า วันนี้เป็นการตรวจสอบวันสุดท้าย พวกเขาจะตรวจสอบเสร็จก่อนเที่ยง
ในห้องประชุมผู้ตรวจสอบบัญชีกำลังตรวจสอบรายการเดินบัญชีและข้อมูลโครงการอื่นๆ ของบริษัทถังกรุ๊ป
คนที่นั่งอยู่ตรงกลางคือชายอายุประมาณห้าสิบปี ชายคนนี้อ้วนมาก หัวล้าน เส้นผมด้านหน้ามีไม่กี่เส้นพาดจากทางซ้ายไปทางขวา
ตอนนี้กำลังดูคลิปวิดีโอในโทรศัพท์อยู่ ทั้งยังส่งเสียงหัวเราะออกมาด้วย
ซ่งจื่อเซวียนเดินเข้ามาเอ่ยว่า “สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าท่านไหนเป็นผู้รับผิดชอบเหรอครับ ผมอยากทราบว่าข้อมูลรายงานมีปัญหาหรือเปล่าน่ะ”
ได้ยินดังนั้น ผู้ตรวจสอบบัญชีสองสามคนก็มองมา ชายอายุห้าสิบปีคนนั้นยิ่งขมวดคิ้ว
“มีปัญหาหรือเปล่าเหรอ มีปัญหาอยู่แล้วสิ ไม่มีปัญหาเราจะมาตรวจสอบทำไม!”
………………………………………..
………………..