เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 484 เชิญไปกับพวกเราด้วย
ตอนที่ 484 เชิญไปกับพวกเราด้วย
………………..
คนหัวล้านคือทังเจี้ยนเป็นผู้รับผิดชอบการตรวจสอบบริษัทถังกรุ๊ปครั้งนี้
หลายปีมานี้ทังเจี้ยนไม่ได้ทำงานถูกต้องอะไร แต่อาศัยความสามารถในการประจบประแจงไม่ธรรมดา จนเจริญก้าวหน้าในองค์กรภาครัฐอย่างรวดเร็ว
บริษัทน้อยใหญ่มากมายจะส่งของขวัญ แสดงน้ำใจให้เขา ก็เพื่อตอนที่เกิดเรื่องจะได้มีคนปกปิดให้
ทังเจี้ยนคนนี้มีข้อดีอย่างหนึ่ง นั่นก็คือได้เงินก็ทำงาน และปกป้องบริษัทผิดกฎหมายไม่น้อย
ถ้าไม่ส่งของขวัญให้ ไม่ประจบประแจง ผลลัพธ์ก็ง่ายมาก ไม่ว่าจะขาวหรือดำ ก็จะได้รับการพิพากษาทันที
ดังนั้น ทังเจี้ยนจึงมีอีกชื่อ นั่นก็คืออสูรกลืนทองคำ
คุณส่งมาให้เท่าไรก็จะทำงานเท่านั้น แต่ถ้าคุณไม่ส่ง เขาก็จะเตรียมกลืนกินคุณ
ดังนั้น ที่เขาตอบซ่งจื่อเซวียนแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่เลย
ซ่งจื่อเซวียนได้ยินก็ยิ้ม “อ้อ…ที่แท้ก็มีปัญหานี่เอง งั้นไม่ทราบว่าปัญหาที่ถังกรุ๊ปมีอยู่คืออะไรเหรอครับ”
“เรื่องนี้…”
ทังเจี้ยนถูกถามก็ชะงักไป
ปัญหาคืออะไร ทำไมเขาถึงรู้
หลายวันมานี้ทีมตรวจสอบบัญชีมาที่บริษัทถังกรุ๊ป เขาแทบจะไม่ซักไม่ถาม หลายวันก่อนเขาไม่โผล่หัวมาเลยด้วยซ้ำ วันนี้ถึงได้มาจบงาน
และหลังจากที่มา เขาก็นั่งสูบบุหรี่เล่นโทรศัพท์อยู่ตรงนี้ ไม่ได้หารือกับเพื่อนร่วมงานเรื่องงานเลย
สำหรับเรื่องการตรวจสอบรายการเดินบัญชี เขาย่อมไม่รู้อยู่แล้ว
“เหอะๆ คุณเป็นใคร เรื่องสถานการณ์ตอนนี้ผมจะบอกคุณได้ยังไง”
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้า “ก็ได้ แต่ว่า…ทางบริษัทถังกรุ๊ปน่าจะมีสิทธิ์รับรู้สถานการณ์มั้งครับ”
“แน่นอน แต่ต้องเป็นหลังจากที่เรากลับไปประกาศต่อหน้าสาธารณชน”
ซ่งจื่อเซวียนหันหน้าไปหาเจียงเยี่ยน เอ่ยว่า “อาเจียงครับ รบกวนให้พวกเราใช้ห้องทำงานสักห้องได้ไหมครับ”
จากนั้นเจียงเยี่ยนก็พาซ่งจื่อเซวียนและถังหย่าฉีไปที่ห้องทำงานที่ว่างอยู่ห้องหนึ่ง
ถังหย่าฉีจำได้ว่าเดิมห้องนี้เป็นฝ่ายการตลาด แต่ตอนนี้ด้านในไม่มีใครอยู่เลยสักคน ท่าทางเมื่อต้นไม้ล้ม พวกลิงค่างบ่างชะนีก็แยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง
ซ่งจื่อเซวียนเดินไปที่หน้าต่าง ดูทิวทัศน์ความเจริญของปักกิ่ง หยิบบุหรี่มวนหนึ่งออกมาจุด
เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาคนคนหนึ่งทันที
“คุณซ่ง ไม่เจอกันนานเลยนะครับ ช่วงนี้ยังสบายดีอยู่ใช่ไหม”
“คุณหง จู่ๆ ก็โทรหาคุณอย่างอวดดีแบบนี้ แต่ว่า…ผมมีเรื่องหนึ่งที่อยากจะขอความช่วยเหลือจากคุณครับ”
ที่ซ่งจื่อเซวียนโทรหาหงหยวนเซิน เพราะอยากจะใช้กำลังของเขาติดต่อกับคนฝั่งตรวจสอบบัญชี
ทางธนาคาร หวงฟาจัดการเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งยังรวบรวมหลักฐานบางอย่างแล้วด้วย
ที่จะติดต่อกับทางฝั่งตรวจสอบบัญชี เพราะซ่งจื่อเซวียนก็หวังว่าหลังจากเรื่องบริษัทถังกรุ๊ปสงบแล้ว จะสูญเสียเล็กน้อยที่สุดได้
หงหยวนเซินเป็นหนึ่งในผู้ดูแลของเว็บไซต์จุนเค่อ อยู่ที่ปักกิ่งมานานขนาดนี้จะต้องมีเส้นสายอยู่ไม่น้อยแน่นอน
สำหรับจุดนี้ ที่จริงซ่งจื่อเซวียนจะพนันดูสักตั้ง
อย่างไรตอนนี้เขาก็มั่นใจได้ว่าหลักฐานในมือของตนจะทำให้ถังจวิ้นปลอดภัยได้
เขาปลอดภัยแล้ว ถังหย่าฉีถึงจะวางใจลงได้แน่นอน
ส่วนบริษัทถังกรุ๊ปจะทนคลื่นโหมนี้ได้หรือไม่ เขาก็ทำได้แค่เสี่ยงเท่านั้น
“คุณซ่ง ผมทราบเรื่องนี้ครับ เพียงแต่…คุณรับประกันได้ไหมครับว่าถังกรุ๊ปไม่มีปัญหาอะไร”
ซ่งจื่อเซวียนสูบบุหรี่เข้าไปลึกๆ “คุณหง เรื่องนี้ผมเอาชื่อเสียงของผมเป็นประกันได้ ประธานบริษัทถังกรุ๊ป คุณถังจวิ้นเป็นนักธุรกิจคนหนึ่งที่เปิดเผยไร้เล่ห์เหลี่ยม ต่อสู้กับตลาดมาไม่น้อย แต่เขาไม่เคยเอาเปรียบผู้บริโภคเลย”
“เรื่องนี้…”
“คุณหง และผมก็จะรับประกันกับคุณว่าหลังจากนี้บริษัทถังกรุ๊ปจะวางจำหน่ายอาหารอร่อยเมนูใหม่ มีผมเกี่ยวข้องด้วย แถมยังจะร่วมมือกับเว็ปไซต์จุนเค่อเป็นอย่างดี!”
ไม่นานนัก หงหยวนเซินก็เอ่ยว่า “คุณซ่ง สำหรับเรื่องชื่อเสียงของคุณผมเชื่อถือแน่นอนครับ และผมก็เชื่อว่าอนาคตจุนเค่อของเราจะได้ร่วมมือกับคุณเป็นอย่างดี เรื่องนี้ผมจะช่วยครับ”
“โอเคครับคุณหง ขอบคุณมากๆ งั้นผมจะรอสายโทรศัพท์จากคุณนะครับ”
วางสายเรียบร้อย ซ่งจื่อเซวียนก็พ่นควันบุหรี่ออกมา ดับก้นบุหรี่ทันที
“จื่อเซวียน นายมีเพื่อนที่ปักกิ่งด้วยเหรอ ช่วยเราได้ไหม” ถังหย่าฉีเอ่ย
ถังหย่าฉีตอนนี้ ใต้ตาทั้งสองดำคล้ำ แต่ใบหน้ากลับไม่มีความง่วงงุนเลย
เมื่อคืนไม่ได้นอน แต่จนมาถึงที่บริษัทถังกรุ๊ปตอนนี้ ถังหย่าฉีเครียดจะตายอยู่แล้ว ไหนเลยจะมีกะจิตกะใจพักผ่อน
“หย่าฉี เรื่องพวกนี้เธอไม่ต้องเป็นห่วงนะ ผ่านช่วงนี้ไปเธอน่าจะยุ่งแล้วล่ะ”
“หืม”
“สุดท้ายเรื่องบริษัทถังกรุ๊ปก็จะผ่านพ้นไป ไม่ว่าชำระล้างบัญชีหรือปรับโครงสร้างใหม่ เธอต้องได้อยู่ที่นี่แน่นอน”
ได้ยินดังนั้น ถังหย่าฉีก็พยักหน้าทันที
แต่ตอนนี้เอง เจียงเยี่ยนก็เดินเข้ามา
“หย่าฉี มี…ตำรวจสองคนมาตามหาเธอ”
“หา? ตำรวจเหรอคะ”
ถังหย่าฉีมองไปทางซ่งจื่อเซวียนอย่างงุนงง
ซ่งจื่อเซวียนยิ้ม “ท่าทางเรื่องเมื่อวาน ถังเซินจะแจ้งความแล้วล่ะ”
ไม่นานนัก ตำรวจภาคประชาชนก็เดินเข้ามา
“คุณคือถังหย่าฉีใช่ไหมครับ”
“ค่ะ ฉันเอง” ถังหย่าฉีเอ่ยทันที
“มีคนแจ้งมาว่าพวกคุณบุกรุกเคหสถาน อีกทั้งยังทำร้ายร่างกายมีคนบาดเจ็บ เชิญไปกับพวกเราด้วยครับ”
“เดี๋ยวครับ” ซ่งจื่อเซวียนข้างๆ เอ่ย “คุณตำรวจ พวกคุณแค่ให้พวกเราไปสอบปากคำ พวกเราคุยกันที่นี่ให้ชัดเจนไปเลย แล้วค่อยกลับไปกับพวกคุณโอเคไหมครับ”
ที่ซ่งจื่อเซวียนทำแบบนี้ เพราะเขารู้ว่าไปที่สถานีตำรวจ ภาพลักษณ์จะไม่เหมือนเดิมแล้ว
พวกเขาไม่ใช่แค่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย อีกทั้งถังหย่าฉีก็จะตื่นตระหนกกับบรรยากาศที่นั่น
จึงเสนอคำขอนี้ไป
แต่ความมีเหตุผลของตำรวจทำให้เขาผ่อนลมหายใจ ถ้าคุยที่บริษัทถังกรุ๊ป ถังหย่าฉีก็จะผ่อนคลายได้เล็กน้อย
อีกทั้งไม่เหมือนการสอบปากคำด้วย
จากนั้น ทั้งสองก็ถูกแยกไปคนละห้อง ตำรวจภาคประชาชนสองคนเริ่มการสอบปากคำ
การให้ปากคำของทั้งสองเหมือนกันหมดอยู่แล้ว อย่างไรเมื่อคืนพวกเขาก็เป็นคู่กรณีกันทั้งคู่ เพียงแค่เล่าความจริงออกมา
“หืม ตามที่พวกคุณพูดมา…ก็คือเป็นฝ่ายถังเซินที่ไม่ถูกต้องใช่ไหมครับ”
ซ่งจื่อเซวียนยิ้ม “คุณตำรวจ อย่างแรก ถังเซินเป็นลูกพี่ลูกน้องของถังหย่าฉี ก็เป็นคนบริษัทถังกรุ๊ปกันทั้งนั้น
ความสัมพันธ์ที่เป็นญาติกันแบบนี้ ไปเยี่ยม น่าจะไม่นับว่าเป็นการบุกรุกเคหสถานหรือเปล่าครับ”
“เรื่องนี้…” ตำรวจภาคประชาชนลังเลเล็กน้อย “แต่พวกคุณก็น่าจะต้องให้อีกฝ่ายเขายินยอมก่อนมั้งครับ”
“เหอะๆ จุดนี้เป็นความเลินเล่อของเราเองครับ เพียงแต่ว่าเมื่อก่อนมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน เลยชินน่ะครับ”
ตำรวจภาคประชาชนพยักหน้า ที่จริงนี่ก็เป็นความรู้สึกของคนทั่วไป
ก็เป็นญาติกันทั้งนั้น จะเกรงอกเกรงใจมากขนาดนั้นทำไม ดูจากตอนนี้ กลับเป็นถังเซินที่ค่อนข้างแตกต่างจากมนุษย์มนา
ญาติผู้น้องมาที่บ้านคุณ คุณกลับบอกว่าเป็นการบุกรุกเคหสถาน…
“งั้นที่ทำร้ายร่างกายจะอธิบายว่ายังไงครับ ถ้าเขาขอประเมินบาดแผล เกรงว่าคุณต้องตกเป็นจำเลยนะครับ”
ซ่งจื่อเซวียนหยิบโทรศัพท์ของตนออกมาทันที เปิดวิดีโอช่วงหนึ่ง
“คุณตำรวจ คุณดูแล้วกันครับ พวกเราทำร้ายร่างกาย แต่ก็มีเหตุผล”
ตำรวจดูแวบหนึ่ง สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
“นี่…ก่อเรื่องวุ่นวายเหรอครับ นี่คือเมืองปักกิ่งนะ คิดไม่ถึงว่าจะเลี้ยงดูอันธพาลในบ้านมากขนาดนี้ จะทำอะไรกันเนี่ย วงการใต้ดินเหรอ”
อยากจะปัดความผิดให้ผู้อื่น ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
ใช้คำพูดของหวังเฉิงยง ซ่งจื่อเซวียนฉลาดอย่างกับลิง คิดจะวางแผนร้ายกับเขา…ง่ายขนาดนั้นที่ไหน
จากนั้น ตำรวจภาคประชาชนก็นำบันทึกมาเทียบกัน แล้วเก็บวิดีโอที่ซ่งจื่อเซวียนเปิดให้ดูไปด้วย
“นายว่าเรื่องนี้ แจ้งความญาติกันเองว่าบุกรุกเคหสถาน แถมยังเลี้ยงอันธพาลไว้ในบ้านอีก นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย”
“นั่นสิ ถังเซินคนนี้เล่นงานเราแล้วล่ะ”
“แต่พฤติกรรมนี้ของถังเซินค่อนข้างเกี่ยวข้องกับวงการใต้ดิน เราก็ต้องรายงานขึ้นไปเหมือนกัน”
“ถูกต้อง เราโทรไปถามที่สถานีเถอะ ดูว่าต้องควบคุมตัวถังเซินไว้ก่อนหรือเปล่า!”
……
ขณะเดียวกันนี้ ในวิลล่าของถังเซิน
ถังเซินนั่งอยู่บนโซฟา กินแตงโมที่หวงลี่ลี่ผ่ามาเรียบร้อยแล้วอย่างสบายใจ
“เหอะๆ ถังหย่าฉีหนอถังหย่าฉี พ่อเธอล้มแล้ว ตอนนี้เธอก็มาเสิร์ฟถึงหน้าประตู ก็ดี ครั้งนี้ตระกูลถังจบสิ้นแล้ว”
“เซินคะ เรื่องนี้รัดกุมแล้วใช่ไหม ไม่อย่างนั้นเราลองดูไหมคะว่าถอนเงินออกมาได้หรือเปล่า”
หวงลี่ลี่เอ่ย
ถังเซินยิ้ม ตบหลังเธอ
“คนดี เธอนี่คิดรอบคอบจริงๆ เงินนี่ไม่ถึงมือก็ยังไม่สบายใจจริงๆ เอาเงินไปไว้ในที่ปลอดภัยดีกว่า!”
“แถม…เมื่อวานที่ไอ้หมอนั่นโทรหาใครสักคนนั่นอีก ธนาคารจะอายัดทรัพย์สินของตระกูลถังได้จริงๆ เหรอคะ”
ถังเซินหัวเราะลั่น “ฮ่าๆๆ เธอนี่นะ ขี้ขลาดจริงๆ เขาเป็นตัวอะไร บอกว่าอายัดก็อายัดเหรอ
แถมยังกลางดึกอีก ธนาคารเขาเลิกงานกันหมดแล้ว จะยังอายัดให้เขาเหรอ”
ถังเซินพูดพลางหยิบโทรศัพท์มาโทรเช็ก
แต่ได้ยินเนื้อหาในโทรศัพท์ ถังเซินก็แข็งค้างไปทั้งตัว
เกินคาด…อายัดได้จริงๆ เหรอ
“เป็นอะไรไป เช็กเรียบร้อยหรือยังคะ ถอนออกมาได้เมื่อไร”
ถังเซินทำหน้าเหลือเชื่อ “อา…”
“หืม อาอะไรค่ะ มีคนแอบย้ายเงินแล้วเหรอ”
หวงลี่ลี่งุนงง
“อายัดแล้ว…อายัดแล้วจริงๆ…”
“อะไรนะคะ งั้นเงินของเรา…ก็ไม่มีแล้วเหรอคะ”
หวงลี่ลี่แทบจะหลั่งน้ำตาออกมา
เมื่อวานยังรู้สึกว่าตนได้ขึ้นสวรรค์แล้ว จู่ๆ วันนี้ก็พบว่าสรวงสวรรค์นี้สร้างขึ้นมาชั่วคราว พอลมพัดก็ถล่มลงมา…
“งั้นจะทำยังไงกันดีล่ะคะ”
ถังเซินสูดลมหายใจลึก บังคับให้ตนใจเย็นลง
“ไม่ได้แล้ว ไอ้หมอนั่นที่อยู่ข้างกายถังหย่าฉีไม่รู้มาจากไหน ลี่ลี่ เราต้องหาวิธี
เอาอย่างนี้แล้วกัน เราไปที่ถังกรุ๊ปกันก่อน เอาเงินที่ย้ายได้ย้ายมาให้หมด จากนั้นก็ติดต่อคนให้ขายพวกสินทรัพย์ถาวร
รวมๆ กันก็ประมาณสิบกว่าล้านแล้ว จะไม่ช้อนเงินมาสักส่วนไม่ได้!”
หวงลี่ลี่พยักหน้าทันที “โอเคค่ะ ฉันจะทำตามที่คุณบอก”
สำหรับพวกเขาประมาณสิบกว่าล้านก็ไม่น้อยแล้ว
หลายปีมานี้ถึงถังเซินจะช้อนเงินมาได้บ้าง แต่ซื้อวิลล่าหลังนี้ก็ใช้เงินไปเกือบหมด
จากนั้นทั้งสองก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมไปที่บริษัทถังกรุ๊ป
แต่พวกเขาเพิ่งมาถึงที่ประตู ก็ได้ยินเสียงเคาะประตู
เปิดประตูมา ตำรวจภาคประชาชนสองคนยืนอยู่หน้าประตู โชว์บัตรพนักงานให้พวกเขาดูเล็กน้อย
“ถังเซิน หวงลี่ลี่ใช่ไหมครับ เพราะพวกคุณเกี่ยวข้องกับวงการใต้ดิน ตอนนี้จึงมีหมายเรียกตัวพวกคุณครับ
เชิญไปกับพวกเราด้วย”
ตูม!
ถังเซินรู้สึกแค่ว่าสมองระเบิดแล้ว!
……………………………………..
………………..