เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 485 คุณไปทำงานที่ห้องเอกสารแล้วกัน
ตอนที่ 485 คุณไปทำงานที่ห้องเอกสารแล้วกัน
………………..
ถังเซินและหวงลี่ลี่แทบจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเลย
เมื่อครู่ทั้งสองยังกำลังตกใจกับข่าวบัญชีธนาคารถูกอายัดเงินอยู่เลย ตอนนี้ยังมีตำรวจมาพาตัวไปอีก
พวกเขาแจ้งความถังหย่าฉีไปไม่ใช่เหรอ
……
อีกด้าน หงหยวนเซินก็เริ่มเดินเรื่อง
เขารู้อำนาจของซ่งจื่อเซวียนเป็นอย่างดี
โดยเฉพาะกับเว็บไซต์จุนเค่อที่เป็นแพลตฟอร์มอาหารเป็นหลักด้วย
พวกเขาไม่ใช่แค่ทดสอบและให้เรตติ้งอาหาร ในขณะเดียวกันก็นำเสนออาหารที่ยอดเยี่ยมให้ผู้บริโภคในแพลตฟอร์มเช่นกัน
บวกกับเป็นร้านค้าออนไลน์ที่เชี่ยวชาญการขายอาหารอร่อย อาหารจานด่วนและอาหารฟาสต์ฟู้ด ของว่าง เรียกได้ว่าเป็นแพลตฟอร์มอาหารที่ใหญ่ที่สุดของทั้งจีนแผ่นดินใหญ่
และหงหยวนเซินก็เคยชิมอาหารของซ่งจื่อเซวียนด้วยตัวเองมาก่อน ถ้าเขาร่วมมือกับเว็บไซต์จุนเค่อ จะต้องทำกำไรได้มหาศาลแน่นอน
เพราะการโปรโมตอาหารที่ซ่งจื่อเซวียนทำไม่มีทางเทียบกับเว็บไซต์จุนเค่อได้เลย
ขอแค่เว็บไซต์จุนเค่อยอมโปรโมต อีกทั้งคุณภาพอาหารต้องยอดเยี่ยม แบบนั้นไม่ว่าจะแห่งหนใดก็ต้องบริโภคอาหารของคุณแน่นอน
ถึงตอนนั้นขอแค่วิจัยเทคโนโลยีถนอมอาหาร เช่นบรรจุภัณฑ์สุญญากาศหรือวิธีขนส่งควบคุมอุณหภูมิ ก็จะโด่งดังแน่นอน
ช่วงนี้หงหยวนเซินให้ความสนใจซ่งจื่อเซวียนอยู่ตลอดหลังจากรู้ว่าเขากำลังโปรโมตข้าวผัดจักรพรรดิและวางขายน้ำแกงเกล็ดปลาทองห้าสาย
อย่างไรก็ทำงานในวงการนี้มาหลายปีแล้ว เซนส์อาชีพของหงหยวนเซินยอดเยี่ยมมาก
ดังนั้นเขาคาดการณ์ว่าการร่วมมือครั้งนี้จะดีมาก เพื่อซ่งจื่อเซวียน เขาใช้เส้นสายของตัวเองติดต่อสมาคมอาหารปักกิ่ง สมาคมผู้บริโภคและสำนักงานตรวจสอบบัญชี
จากนั้น ซ่งจื่อเซวียนก็ได้รับสายจากหงหยวนเซิน ไปเยี่ยมผู้นำหลายตำแหน่งกับเขา
หลายปีมานี้เพื่อผลักดันธุรกิจอาหารของปักกิ่ง ก็ทุ่มเทความคิดความสามารถไปไม่น้อย
เขาก็ได้ยินชื่อของซ่งจื่อเซวียนมานานแล้วเหมือนกัน อีกทั้งยังเคยไปลิ้มรสที่ตู้เหมินด้วยตัวเองครั้งหนึ่งด้วย
แน่นอนว่า ครั้งนั้นเขาไม่ได้บอกใครเลย ไปคนเดียว นับว่าเป็นการตระเวนดูเงียบๆ ไม่เปิดเผยตัวตน
หลังจากกลับมาจากตู้เหมิน เขายังเปิดประชุมครั้งหนึ่งโดยเฉพาะ รายงานกับผู้นำหน่วยงานควบคุมตลาด หวังว่าปักกิ่งจะวางจำหน่ายอาหารที่เหมือนกับข้าวผัดจักรพรรดิได้ สนับสนุนเชฟที่เหมือนกับซ่งจื่อเซวียน
จึงมองออกได้เช่นกันว่าประธานสมาคมท่านนี้ไม่เหมือนกับผู้นำมากมายท่านอื่นที่นั่งในตำแหน่งแต่ไม่ทำงานจริงๆ
เขาพิถีพิถันกับสิ่งที่ปฏิบัติได้จริงและต้องทำให้เกิดผลแน่นอนด้วย
ครั้งนี้ได้ยินว่าซ่งจื่อเซวียนมา เขาก็ตอบรับทันที จะบอกว่ามีหงหยวนเซินเป็นแม่สื่อแม่ชัก ยังไม่สู้บอกว่าหวังเม่ารอมานานแล้วยังดีกว่า
ตอนที่ซ่งจื่อเซวียนมาถึง หวังเม่าก็ตระเตรียมห้องประชุมไว้เรียบร้อยแล้ว อีกทั้งยังเตรียมอาหารว่าง น้ำชาและผลไม้ไว้ด้วย
อย่าว่าแต่ซ่งจื่อเซวียน แม้แต่หงหยวนเซินยังรู้สึกแปลกใจ
เดิมเขาคิดว่าจะคุยกับหวังเม่าที่ห้องทำงาน อย่างไรก็ค่อนข้างส่วนตัว
เขายังบอกกับซ่งจื่อเซวียนไว้ล่วงหน้าด้วยว่าคุยเสร็จแล้วต้องเตรียมส่งของขวัญให้ด้วย
ซ่งจื่อเซวียนไม่ขาดเงินในบัญชีอยู่แล้ว จึงตัดสินใจว่าหากไม่ได้จริงๆ ก็จะเสนอผลประโยชน์ให้หวังเม่าเล็กน้อย
แต่เห็นภาพนี้ เหมือนหวังเม่ากำลังต้อนรับผู้นำที่มาสังเกตการณ์อย่างไรอย่างนั้น
“ฮ่าๆ เชฟซ่ง ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ในที่สุดวันนี้เราก็ได้พบกันเสียที”
ปฏิกิริยาของซ่งจื่อเซวียนก็รวดเร็ว คลี่ยิ้มออกมาทันที “เหอะๆ สวัสดีครับประธานหวัง สร้างเรื่องลำบากให้คุณเสียแล้ว”
“ไม่ลำบากเลย ฮ่าๆๆ ผมดีใจมากที่ได้เจอคุณ”
“หา? ประธานหวัง…รู้จักผมเหรอครับ”
ซ่งจื่อเซวียนเอ่ยอย่างตื่นตกใจ
“แน่นอนอยู่แล้วสิ ฮ่าๆ เชฟซ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ข้าวผัดจักรพรรดิ น้ำแกงเกล็ดปลาทองห้าสาย ทั้งวงการอาหารตู้เหมินน่าจะไม่มีใครไม่รู้จักคุณมั้งครับ”
“เชฟซ่ง คุณไม่รู้หรอกครับว่าผมชิมข้าวผัดจักรพรรดิของคุณมาแล้ว”
“อะไรนะครับ ประธานหวังไปร้านเล็กๆ แบบนั้นเมื่อไรกันครับ ถ้าจื่อเซวียนรู้ จะต้องไปต้อนรับด้วยตัวเองแน่นอน”
“ฮ่าๆๆ นานแล้วล่ะ วงการอาหารไม่สนใจเรื่องพวกนี้ อาหารของคุณอร่อย เจ้าหวังก็จะไปลองชิม เป็นเรื่องปกติ
ปกติสิ่งที่เจ้าหวังเกลียดที่สุดก็คือใช้ตำแหน่งของตัวเอง ไปที่ไหนก็จะได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี”
ได้ยินประโยคนี้ ซ่งจื่อเซวียนก็ยกนิ้วโป้งให้ในใจทันที
ไม่สนใจอำนาจในตำแหน่งหน้าที่เลยสักนิดแบบนี้ ลู่ลี่จวินก็น่าจะทำไม่ได้
แน่นอนว่า ตำแหน่งของสองคนนี้ยังมีจุดที่แตกต่าง ลู่ลี่จวินเป็นอธิบดีของสำนักงานควบคุมตลาด ระดับสูงกว่าเล็กน้อย
จากนั้น หวังเม่าก็พูดพล่ามออกมารัวๆ ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับข้าวผัดจักรพรรดิ
อย่างเช่นปฏิกิริยาตอนที่เขาชิมรสชาติข้าวผัดจักรพรรดิ และอย่างเช่นตอนที่เขาเห็นซ่งจื่อเซวียน ก็ไม่คิดว่าจะเป็นเชฟที่เด็กขนาดนี้
แล้วก็คุยว่ารอคอยน้ำแกงเกล็ดปลาทองห้าสายอยู่บ้าง ซ่งจื่อเซวียนก็สัญญา ว่าจะทำให้หวังเม่าที่หนึ่งด้วยตัวเองแน่นอน
คำตอบนี้ทำให้หวังเม่าดีใจแทบแย่ คุยกันอย่างสนุกสนาน เลขาเดินมาแจ้งว่ามีคนมาเยี่ยมชมกิจการก็สั่งให้ปฏิเสธไป
แต่คุยกันมานานขนาดนี้ ซ่งจื่อเซวียนกลับไม่ได้เอ่ยถึงเหตุผลที่มาวันนี้แม้แต่คำเดียว
ซ่งจื่อเซวียนไม่ได้ลืม เพียงแต่หวังเม่ากระตือรือร้นเกินไป ซ่งจื่อเซวียนจึงเอ่ยแทรกไม่ได้
ตอนนี้ หงหยวนเซินก็กระแอมไอสองครั้ง เอ่ยว่า “เอ่อ…ประธานหวัง ที่จริงที่ซ่งจื่อเซวียนมาวันนี้ เพราะมีเรื่องมาหาคุณครับ”
“อ้อๆ จริงสิ คุณดูสิผมคุยจนลืมไปหมดเลย ว่ามาสิจื่อเซวียนว่าเรื่องอะไร”
“ประธานหวัง คุณน่าจะทราบว่าช่วงนี้เกิดเรื่องกับบริษัทถังกรุ๊ปที่ปักกิ่งใช่ไหมครับ”
ได้ยินประโยคนี้ หวังเม่าก็เงียบนิ่งไป
ครู่หนึ่ง เขาก็เอ่ยว่า “จื่อเซวียน ถ้าเป็นเรื่องอื่น…ก็คุยได้หมด เช่นคุณอยากมาพัฒนาปักกิ่ง ผมช่วยเหลือเต็มที่แน่นอน แต่ถังกรุ๊ป…เรื่องค่อนข้างใหญ่น่ะ”
“หืม ท่านประธาน หรือว่าถังจวิ้นจะจบสิ้นแล้วเหรอครับ”
“ประมาณนั้นแหละ เรื่องคราวนี้ใหญ่เกินไป ผู้นำมากมายจับตาดูกันอยู่ทั้งนั้น ถ้าไม่หลักฐานสำคัญ ก็พลิกสถานการณ์ได้ยากมาก”
จากนั้น หวังเม่าก็ดูคลิปวิดีโอ
ในคลิปวิดีโอมีคำพูดของถังเซิน หวงลี่ลี่เมื่อคืน รวมถึงเรื่องที่โอนย้ายเงินของตระกูลถังอย่างไร ยิ่งมีที่พวกเขาใส่ร้ายถังจวิ้นอย่างไรด้วย
แน่นอนว่าวิดีโอช่วงครึ่งหลังอยู่ที่สถานีตำรวจแล้ว
เพราะช่วงครึ่งหลัง ถังเซินจึงถูกสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับวงการใต้ดิน และเกรงว่าถังเซินก็ต้องรับผิดตามกฎหมายที่กระทำผิดเพราะช่วงครึ่งแรกเช่นกัน
ดูวิดีโอจบ หวังเม่าก็เอ่ยอย่างจริงจัง “วิดีโอไม่ได้ตัดต่อใช่ไหม”
“ประธานหวัง วิดีโอนี้ผมถ่ายเอง ขอพูดคำพูดที่ไม่น่าฟังเลยนะครับ ในบ้านของถังเซินยังมีกล้องวงจรปิดอยู่ส่วนหนึ่ง ผม…ใช้วิธีการบางอย่างติดตั้งไว้ ด้านในก็มีหลักฐานแบบนี้”
หวังเม่าพยักหน้าน้อยๆ “คุณใช้วิธีอะไรเรื่องนั้นไม่ใช่ขอบเขตการทำงานของผม ผมดูแลแค่หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพเท่านั้น ถ้าไม่ได้ตัดต่อจริง ผมจะรายงานไปที่สำนักงานควบคุมตลาดทันที”
“ขอบคุณมากนะครับท่านประธาน”
ซ่งจื่อเซวียนเข้าใจทันที เดิมหวังเม่าไม่สนใจที่มาของวิดีโอ ขอแค่เป็นความจริง เขาก็กล้าที่จะส่งไปให้ทางการ
แต่ส่งหลักฐานชิ้นนี้ไป ต่อให้ช่วยบริษัทถังกรุ๊ปไม่ได้ ถังจวิ้นก็น่าจะปลอดภัยแล้ว
บอกลาหวังเม่า หงหยวนเซินก็จะพาซ่งจื่อเซวียนไปที่สมาคมผู้บริโภค
เนื่องจากครั้งนี้ร้านอาหารในเครือถังกรุ๊ปถูกคนร้องเรียน สมาคมผู้บริโภคก็ย่อมเข้าไปแทรกแซงเช่นกัน
แต่การตัดสินเรื่องราวไม่มีทางจะเปลี่ยนแปลงไปเพราะถังจวิ้นถูกสงสัยว่ามีความผิดหรือไม่ ดังนั้นทางสมาคมผู้บริโภคก็ไม่ได้มีวิธีการอะไรมากนัก
พูดได้ว่าถึงถังจวิ้นจะปลอดภัย แต่ถังกรุ๊ปถูกร้องเรียน นี่เป็นเรื่องจริง
ซ่งจื่อเซวียนถือโอกาสทิ้งทางนี้ไว้ แล้วไปที่สำนักงานตรวจสอบบัญชีกับหงหยวนเซิน
อธิบดีของสำนักงานตรวจสอบบัญชีเป็นเพื่อนร่วมห้องสมัยเรียนของหงหยวนเซินพอดี อีกทั้งมิตรภาพไม่ธรรมดาอย่างเห็นได้ชัด
ดังนั้นแม้การต้อนรับทั้งสองจะไม่ได้อบอุ่นขนาดหวังเม่า แต่ก็ไม่ได้วางอำนาจ
ซ่งจื่อเซวียนพูดถึงทังเจี้ยนที่รับผิดชอบทีมตรวจสอบบัญชีของบริษัทถังกรุ๊ปว่าทำงานอย่างไร รวมถึงท่าทางหยิ่งผยองนั้นด้วย
เขาตบโต๊ะเอ่ย “พวกคุณวางใจได้ เราจัดการทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา ถ้าถังกรุ๊ปไม่มีปัญหา ก็ไม่มีใครกล้าใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เขียนรายงาน”
“ขอบคุณครับอธิบดีเหลียง!”
“ส่วนทังเจี้ยน…ตอนนี้ในสำนักงานตักเตือนไปครั้งแล้วครั้งเล่าว่าไม่ควรใช้ความได้เปรียบในอาชีพกดคนอื่น คิดไม่ถึงว่าเขาจะยังกล้าทำแบบนี้”
เหลียงซานหมิงพูดพลางกดโทรหาใครสักคน
“หัวหน้าทัง ครั้งนี้คุณพาทีมไปตรวจสอบเรื่องของบริษัทถังกรุ๊ปใช่ไหม เป็นยังไงบ้าง”
“อ้อๆ อธิบดีเหลียง งานเรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้เรากำลังจัดเรียงข้อมูลกัน”
“อืม…มีปัญหาไหม”
ทังเจี้ยนเอ่ยทันที “หา? น่า…น่าจะมีล่ะมั้งครับ”
“หืม มีก็มีไม่มีก็ไม่มีสิ อะไรคือน่าจะมี” เหลียงซานหมิงเอ่ยพลางขมวดคิ้ว
“คุณลองคิดดูนะครับท่านอธิบดีเหลียง บริษัทถังกรุ๊ปของพวกเขาใหญ่ขนาดนี้ จะไม่มีปัญหาได้ยังไงครับ”
“เสียชื่อหมด คุณพูดแบบนี้ทั้งที่ไม่มีหลักฐานได้ยังไง ทังเจี้ยนผมจะบอกคุณไว้นะว่าพาสมาชิกทีมตรวจสอบของคุณทั้งหมดและข้อมูลมาที่ห้องประชุมเดี๋ยวนี้!”
ทางทังเจี้ยนตกใจ แต่อธิบดีคนใหญ่คนโตพูดแบบนี้ เขาก็ทำได้แค่ทำตาม
เหลียงซานหมิงพาหงหยวนเซินและซ่งจื่อเซวียนมาถึงห้องประชุมแล้วเช่นกัน
เห็นกองข้อมูลซ้อนๆ กัน เหลียงซานหมิงก็ไม่ได้ถามอะไรทังเจี้ยน แต่มองไปทางเด็กหนุ่มสมาชิกที่ทำงานคนหนึ่ง
“เสี่ยวอู๋ คุณเข้าร่วมการตรวจสอบหมดเลยใช่ไหม”
“ครับอธิบดีเหลียง ผมเข้าร่วมกระบวนการทั้งหมดครับ”
“พบปัญหาอะไรไหม”
เสี่ยวอู๋มองทังเจี้ยนแวบหนึ่งตามสัญชาตญาณ เห็นได้ชัดว่าไม่กล้าตอบส่งๆ
แต่เหลียงซานหมิงกลับเอ่ยว่า “ผมถามคุณ คุณมองเขาทำไม”
“ตอนนี้เหรอ หรือจะบอกว่า…ยังตรวจสอบไม่เสร็จเหรอ”
“หา? ไม่ใช่ครับ เสร็จแล้ว” เสี่ยวอู๋หน้าแดงไปหมด อย่างไรเขาก็เป็นแค่สมาชิกคนหนึ่ง ไหนเลยจะตั้งรับคำถามของอธิบดีได้ กดดันมากเกินไป
“เสร็จแล้วทำไมถึงบอกว่าตอนนี้ล่ะ หึ ทังเจี้ยน นี่คือคนที่คุณนำทีมงั้นเหรอ ทีมพวกคุณทำงานกันแบบนี้เหรอ”
“ผม…”
เหลียงซานหมิงยกมือปรามเขา “หัวหน้าทัง ผมคิดว่าคุณอาจจะไม่เหมาะสมกับงานนี้เท่าไร เอาอย่างนี้แล้วกัน เดือนหน้าคุณย้ายไปที่ห้องเอกสารแล้วกัน เหล่าหยางก็จะเกษียณอายุแล้ว คุณเตรียมรับช่วงต่อเลย!”
“หา?”
ทังเจี้ยนอึ้ง ห้องเอกสาร…นั่นเป็นที่ที่ไม่มีผลประโยชน์อะไรเลยนะ แม้แต่น้ำมันหรือน้ำเล็กน้อยยังไม่มี ไม่ใช่ว่าต้องยากจนจนตายใช่ไหม
อีกทั้งเขาทำงานนี้มาตลอด รับผิดชอบตรวจสอบบัญชี ก่อนหน้านี้ไม่มีใครกล้าหาเรื่องเขา
ตอนนี้โดนย้ายไปที่ห้องเอกสาร เพื่อนร่วมงานพวกนั้นไม่หัวเราะเขาตายเลยเหรอ
แต่ท่านอธิบดีก็พูดแล้ว จะทำอย่างไรได้อีก
“ตอนนี้ทังเจี้ยนโดนย้ายไปแล้ว พวกคุณใครจะรายงานกับผม”
เสี่ยวอู๋เห็นดังนั้นก็เอ่ยทันที “ผมเองครับท่านอธิบดี รายงานโครงการต่างๆ ของบริษัทถังกรุ๊ปในข้อมูลไม่พบปัญหาครับ ดังนั้นบัญชีถูกต้องทั้งหมด”
ได้ยินดังนั้น ในที่สุดซ่งจื่อเซวียนก็ผ่อนลมหายใจได้ ผ่านด่านนี้ไปแล้ว สุดท้ายถังกรุ๊ปก็คงไม่จนตรอกจนเกินไป…
…………………………………………………….