เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 499 ฉันไม่เอาแกไว้แน่
ตอนที่ 499 ฉันไม่เอาแกไว้แน่
………………..
ที่ด้านนอกของตลาดมืด คนของสำนักมีดใบไม้เริ่มทำการซุ่มโจมตีแล้ว
ไป๋ซานเอ๋อร์กล่าว “วางใจได้เลยครับท่านเจ้าสำนัก ตราบใดที่มันโผล่หัวออกมา มันหนีไปไหนไม่รอดแน่”
เฝิงเหยาจงพยักหน้า ไอ้ฉิบหาย แค่เด็กเหลือขอนั่นไม่พอ ยังมีเถ้าแก่หอเยวี่ยซีนั่นอีก
นังคนปากไม่มีหูรูด กล้าดูถูกฉัน วันนี้ต้องจับมันมาให้ได้ ฉันต้องการตัวนังผู้หญิงคนนี้!”
เฝิงเหยาจงพูดพร้อมกับประกายหื่นกระหายในตา
“ทราบแล้วครับ วันนี้ผมจะจับนังผู้หญิงคนนั้นมาให้ท่าน”
ณ หอเยวี่ยซี
ซ่งจื่อเซวียนจิบน้ำชา “ตวนมู่ ฉันยังไม่เข้าใจอยู่ดี เธอเป็นถึงเถ้าแก่หอเยวี่ยซี ทำไมถึงต้องไปเข้าเรียนที่วิทยาลัยอีกล่ะ”
“คุณเองก็เป็นเจ้าของภัตตาคารหลายที่ไม่ใช่เหรอคะ แล้วคุณจะไปวิทยาลัยทำไม”
ซ่งจื่อเซวียนชะงัก คำถามนี้เล่นเอาเขาไปไม่เป็น
“นี่…แต่ฉันเป็นอาจารย์นะ เธอไปเป็นนักศึกษา…น้อยใจแย่เลยสิ”
“ที่จริงฉันยังมีธุรกิจร้านอาหารเหมือนกัน หลักๆ ก็อยากจะไปเรียนอะไรนิดหน่อยค่ะ ว่าแต่…พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ฉันอยากขอให้คุณช่วยอะไรสักอย่าง”
“หืม ว่ามาสิ”
“ซ่งจื่อเซวียน คุณไปที่วิทยาลัยเพื่อ ‘บันทึกหย่งซั่น’ ใช่ไหม”
ซ่งจื่อเซวียนตกตะลึงไปเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าตวนมู่เยวี่ยรู้ได้อย่างไร
พอเห็นจื่อเซวียนพูดไม่ออก ตวนมู่เยวี่ยก็พูดต่อ “ฉันกับคุณก็เป็นเหมือนลูกศิษย์กับอาจารย์ ฉันไม่ปิดบังก็แล้วกัน ซ่งจื่อเซวียน อีกไม่นานบันทึกหย่งซั่นจะถูกส่งมอบให้กับวิทยาลัยแล้ว คุณช่วยหาทางเอาออกมาให้ฉันดูได้ไหมคะ”
ซ่งจื่อเซวียนจ้องมองตวนมู่เยวี่ยด้วยสายตาตกตะลึง
ในสายตาของเขาตวนมู่เยวี่ยเป็นหญิงสาวที่เพียบพร้อมมากคนหนึ่ง ไม่เพียงแค่หน้าตาดี แต่ยังมีแฟนคลับมากมาย เวลาไลฟ์ครั้งหนึ่งหาเงินได้เป็นกอบเป็นกำ
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า…เขาจะคิดผิด
ตวนมู่เยวี่ยไม่ใช่คนเรียบง่ายแบบนั้น ตรงกันข้าม…เธอโคตรจะซับซ้อน
“เธออยากอ่านบันทึกหย่งซั่นงั้นเหรอ”
“ใช่ นี่เป็นเป้าหมายในการไปวิทยาลัยของฉัน ถ้าไม่มีคุณ ฉันก็อาจจะหาคนอื่นมาช่วยแทน”
ตวนมู่เยวี่ยกล่าวโดยไม่ลังเล
“แน่นอนว่าซ่งจื่อเซวียน ฉันไม่มีทางขอให้คุณช่วยฉันฟรีๆ คุณเรียกค่าตอบแทนมาเลย”
ซ่งจื่อเซวียนได้ยินแล้วก็หัวเราะออกมา “ค่าตอบแทนเหรอ เรื่องนี้ฉันช่วยได้อยู่แล้ว ถึงตอนนั้นถ้ามีโอกาส ฉันจะหาทางช่วยให้เธอได้อ่านมันเอง”
“ไม่ใช่ถ้ามีโอกาส แต่ต้องให้ฉันได้อ่านจริงๆ นะคะ ฉันเดิมพันทั้งหมดไว้กับคุณแล้ว ถ้าไม่สำเร็จ…ฉันไม่อยากพลาด”
“หึๆ ตวนมู่ ช่วงนี้ธุรกิจร้านอาหารเธอเป็นไงบ้าง”
“อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง สัญญากับฉันค่ะก่อนว่าฉันต้องได้เห็น”
ซ่งจื่อเซวียนได้ยินดังนั้นก็ครุ่นคิด ก่อนจะพยักหน้า “โอเค ฉันจะช่วยให้เธอได้อ่านแน่นอน”
ในสายตาของซ่งจื่อเซวียน นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
สำหรับวิทยาลัยเองก็หวังว่าจะมีคนเก่งๆ มาร่วมศึกษาด้วย อีกอย่างบันทึกหย่งซั่นไม่ใช่ความลับอะไร
และบางที…เมนูที่อยู่ในบันทึกนั้นอาจจะถูกนำมาสอนในอนาคตก็ได้ ดังนั้นการให้ตวนมู่เยวี่ยได้เห็นก่อน ก็ไม่ใช่ปัญหา
ตวนมู่เยวี่ยได้ยินเช่นนั้น ก็เผยรอยยิ้มหวาน “ตกลงกันตามนี้นะคะ หัวหน้าอาจารย์อย่าโกหกกันล่ะ”
“หึๆ เธอช่วยฉันไว้ขนาดนี้ ฉันไม่ได้ตอบแทนเธอเลย ถือว่าเป็นการตอบแทนก็แล้วกันนะ”
ซ่งจื่อเซวียนพูดแล้วเอื้อมมือไปลูบกาวไม้ไผ่เขาเฉวียนหมิงที่วางข้างๆ
ตวนมู่เยวี่ยคลี่ยิ้ม แล้วพูดพลางไถโทรศัพท์ไปด้วย “ขากลับไปคุณต้องระวังตัวให้ดีนะ”
“หืม”
“ข้างนอกนั่นมีคนตามมาด้วยไม่น้อยเลย พวกมันคงวางแผนจะดักโจมตีคุณค่ะ”
พูดแล้ว ตวนมู่เยวี่ยก็หันโทรศัพท์ให้ซ่งจื่อเซวียนดู
ซ่งจื่อเซวียนเห็นกลุ่มคนที่หน้าประตู บางคนสูบบุหรี่ แต่ไม่เข้ามาในตลาด เห็นได้ชัดว่ากำลังรอคอยอะไรบางอย่าง
ถ้าเป็นลูกน้องรอเจ้านายออกมา ไม่น่าจะไปดักทางเข้าออก น่าจะไปกันคนมากกว่า
“หึๆ ฉันรู้ขีดจำกัดตัวเองน่า”
ซ่งจื่อเซวียนไม่รู้สึกกลัวอยู่แล้ว การมีฟางรุ่ยอยู่ข้างๆ ถือเป็นหลักประกันความปลอดภัย
อีกอย่างคนของหวงฟาและเฉิงปาก็ยังอยู่ข้างนอก ถึงจะสู้กันก็ไม่มีใครเอาชนะใครได้
หวงฟาได้ยินดังนั้นก็โพล่งขึ้นมา “แม่งเอ๊ย ไอ้บ้านนอกนี่ กล้ามาก่อเรื่องในตู้เหมินงั้นเหรอ นายท่านรองไม่ต้องสนใจ ฉันจะให้ลูกน้องไปจัดการมันเอง”
ซ่งจื่อเซวียนยิ้มบางๆ “ไม่ต้องหรอกครับ รอให้ผมออกไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน คนพวกนั้นผมยกให้เสี่ยหวงกับเสี่ยปาจัดการแล้วกัน”
“ได้เลย!”
“ตวนมู่ เธอก็ระวังดัวด้วย คนพวกนั้นเป็นพวกชั้นต่ำ ใครจะรู้ว่ามันจะทำอะไรเธอบ้าง”
ตวนมู่เยวี่ยหัวเราะ “ฉันเหรอคะ ฮ่าๆ ล้อฉันเล่นหรือไงคะ ถ้าคิดจะมาแหย็มกับตวนมู่เยวี่ยล่ะก็…”
เธอไม่ได้พูดครึ่งหลังของประโยค คิดจะมาแหย็มกับฉันล่ะก็? ทั้งตู้เหมินคงต้องสั่นสะเทือน!
หลังจากนั้น ซ่งจื่อเซวียนก็ผละออกจากหอเยวี่ยซี แล้วออกไปจากตลาดมืดทันที
ขณะที่กำลังจะก้าวพ้นเขตตลาด ซ่งจื่อเซวียนก็เอ่ยขึ้น “รุ่ยจื่อ พวกเราไปก่อนเถอะ คนอื่นๆ ปล่อยให้เสี่ยหวงจัดการไป”
“เข้าใจแล้วครับนายท่านรอง ถ้ามันกล้าเข้ามา ผมจะทำให้มันไม่กล้าหืออีกเป็นครั้งที่สอง!”
พูดจบก็ก้าวออกไป
ในตอนนี้เอง เฝิงเหยาจงเบิกตากว้าง เลือดขึ้นหน้าทันทีเมื่อเห็นศัตรู
“ไป๋ซานเอ๋อร์ พวกมันออกมาแล้ว ไปลากตัวมันมาให้ฉัน!”
“ได้ครับ!”
ดังนั้นทันทีที่ไป๋ซานเอ๋อร์พุ่งตัวออกไป คนอื่นๆ จึงไม่รีบร้อน เพราะพวกเขาชินกับการที่ไป๋ซานเอ๋อร์ลากตัวศัตรูมาได้ภายในไม่กี่วินาที
แต่เมื่อเห็นภาพต่อไป คนทั้งหมดถึงกับตะลึงตาค้าง
ไป๋ซานเอ๋อร์ยังไม่ทันเข้าประชิดตัวซ่งจื่อเซวียน ด้านหลังของเขาก็ปรากฏเงาดำโผล่มาไวๆ
ความเร็วของมันราวกับลมกรรโชก เพียงวูบเดียว ก็มาปรากฏตัวต่อหน้าไป๋ซานเอ๋อร์แล้ว
ไป๋ซานเอ๋อร์ถึงกับชะงักค้าง แต่ฟางรุ่ยเหวี่ยงหมัดกระแทกเข้าที่ใบหน้าของเขาทันที โดยไม่ให้เวลาตั้งตัว
ผัวะ!
เพียงหมัดเดียว ไป๋ซานเอ๋อร์ถึงกับล้มทั้งยืน แม้จะเป็นเวลากลางคืน แต่ฟันขาวๆ ของเขาก็หลุดออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน
เหล่านักเลงทั้งหลายต่างนิ่งอึ้ง บางคนแม้ว่าจะออกตัวไปแล้ว แต่ก็นึกเสียใจทันที
เสี้ยวขณะต่อมา ฟางรุ่ยวิ่งเข้าไปหาไป๋ซานเอ๋อร์อย่างรวดเร็ว ฝ่ายหลังเพิ่งจะหยัดตัวลุกขึ้นได้ ลูกเตะของฟางรุ่ยก็ลอยเข้าที่หน้าของเขาแล้ว
ผัวะ!
ไป๋ซานเอ๋อร์ถูกเตะอีกครั้ง คราวนี้เขาล้มฟุบลงกับพื้น เลือดไหลทะลักออกจากปาก
ฟางรุ่ยใช้เท้าเหยียบลำคอของไป๋ซานเอ๋อร์ไว้ ใบหน้าของอีกฝ่ายพลันขาวซีดเนื่องจากหายใจไม่ออก สีหน้าของเขาน่าสังเวชนัก
ในตอนนี้ทุกสายตาต่างจับจ้องมายังที่แห่งนี้ รวมถึงลูกน้องของเฝิงเหยาจง
แต่ละคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไป
“มัวยืนเอ๋ออะไรอยู่ เข้าไปพร้อมกันสิวะ แม่ง ไอ้พวกโง่!”
เฝิงเหยาจงแผดเสียงพร้อมกับชักมีดทั้งแปดเล่มออกมา
มีดแปดเล่มหมุนคว้างในมืออย่างรวดเร็ว ราวกับใบพัดของพัดลม ยากที่จะจับสังเกตใบมีดของจริง
ซ่งจื่อเซวียนเห็นดังนั้นก็ตกตะลึง “รุ่ยจื่อ มันมีมีด ระวังด้วย!”
ฟางรุ่ยยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “ก็แค่เศษเหล็กเท่านั้นแหละ!”
เฝิงเหยาจงและคนอื่นๆ พุ่งโจมตีซ่งจื่อเซวียนในคราวเดียวกัน แต่ฟางรุ่ยเข้ามาขวางทางไว้ได้ในชั่วพริบตา
เขายื่นมือไปฟาดที่ข้อศอกของเฝิงเหยาจงทันที
ถึงไม่แรงมาก แต่เฉียบคม
ผู้เชี่ยวชาญหมัดมวยต่างรู้กันดีว่าพลังที่แข็งแกร่งเป็นพื้นฐานที่ดี แต่หากใช้ทริคเป็น นั่นต่างหากคือหนทางเป็นราชา
เฝิงเหยาจงรู้สึกปวดชาไปทั้งแขนทันทีที่ถูกตีข้อศอก
อย่าว่าแต่จะใช้มีดเลย มีดแปดเล่มในมือร่วงตกพื้นหมดแล้ว
จากนั้นฟางรุ่ยก็เหวี่งมือตบเข้าที่ใบหน้าของเขาอย่างจัง
ภายในเวลาสามสี่วินาที มือขวาของเขาก็ฟาดเข้าที่ใบหน้าอีกฝ่ายไปแล้วหลายสิบครั้ง
เฝิงเหยาจงใบหน้าเริ่มเปลี่ยนรูป มุมปากแตก เลือดไหลซิบออกมาจากปากและจมูกรวมเป็นเนื้อเดียวกัน
ในตอนนี้เองลูกน้องของหวงฟาและเฉิงปาก็กรูเข้ามาจากรอบทิศ
หลงรื่อเยวี่ยและพวกต่างยืนตะลึง ทีแรกคิดจะยกพวกมากระทืบซ่งจื่อเซวียนแท้ๆ
แต่ที่ไหนได้…สถานการณ์กลับตาลปัตร กลายเป็นพวกเขาที่ถูกล้อมเสียเอง
“ซ่งจื่อเซวียน แกซุ่มโจมตีงั้นเหรอ!” หลงรื่อเยวี่ยโพล่งขึ้นมา
ซ่งจื่อเซวียนแค่นยิ้ม “คนที่ซุ่มโจมตีก่อนคือพวกแกไม่ใช่เหรอ ไอ้พวกโง่ รุ่ยจื่อ ไปกันเถอะ!”
พูดจบ ซ่งจื่อเซวียนก็เดินจากไปอย่างองอาจ
หลงรื่อเยวี่ยไม่อยากปล่อยเขาไปทั้งแบบนี้ แต่เฝิงเหยาจงและไป๋ซานเอ๋อร์โดนจัดการจนเละตุ้มเป๊ะหมดแล้ว แถมตอนนี้ยังโดนล้อมอีก เขาจะทำอะไรได้
“นายท่านรอง ให้ทำยังไงสั่งมาได้เลย!” เฉิงปาตะโกนมาจากที่ไกลๆ!
ซ่งจื่อเซวียนไม่แม้แต่จะหันกลับไป เพียงแสยะยิ้มน้อยๆ ยกนิ้วโป้งขึ้นมาแล้วคว่ำลง
“รับทราบ!”
ซ่งจื่อเซวียนขึ้นรถจากไป ขณะที่ออกรถยังได้ยินเสียงโหยหวนเหมือนหมูโดนเชือดไล่หลังมา
ทว่าเมื่อกลับไปถึงหอพัก ซ่งจื่อเซวียนกลับต้องตกตะลึง ถังหย่าฉีไม่อยู่ที่นั่น!
เขาตามหาเธอรอบหอพักรอบหนึ่ง ทั้งในห้องนอน ห้องหนังสือและที่อื่นก็ไม่พบ
เขาโทรหาถังหย่าฉีทันที แต่ได้ยินเพียงเสียงปิดเครื่อง
ตู้ม!
ซ่งจื่อเซวียนรู้สึกเหมือนสมองระเบิดไปแล้ว
เขาคิดจะโทรหาถังจวิ้น แต่สุดท้ายก็ไม่ได้โทร
ต้องเกิดเรื่องอะไรกับถังหย่าฉีแน่ๆ ปกติเธอจะเฝ้าโทรศัพท์ตลอด 24 ชั่วโมง จะปิดเครื่องเฉยๆ ได้อย่างไร
บอกถังจวิ้นตอนนี้ก็มีแต่จะทำให้อีกฝ่ายกังวลใจเปล่าๆ
แต่ในตอนนี้เอง โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เป็นเบอร์แปลกโทรเข้ามา
ใครจะโทรมาดึกดื่นป่านนี้
เขากดรับสายทันที
“ซ่งจื่อเซวียน กลับมาแล้วเหรอ” เสียงจากปลายสายผ่านการดัดเสียงมา
“แกเป็นใคร หย่าฉีอยู่ที่ไหน”
“ฮ่าๆๆๆ แหมโรแมนติกจังนะ รู้จักเป็นห่วงแฟนซะด้วย”
“อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน รีบบอกมาว่าแกอยู่ที่ไหน ฉันจะไปหาเดี๋ยวนี้!”
“ซ่งจื่อเซวียนเอ๋ยซ่งจื่อเซวียน แกคิดว่าทุกคนจะไร้สมองอย่างแกงั้นเหรอ”
ซ่งจื่อเซวียนหอบหายใจเพราะความโกรธ “แกต้องการอะไร”
“หลังจากฟ้าสาง แกมาแข่งกับฉันสักตั้งที่เขตป่าของวิทยาลัยอาหาร เป็นไง”
“เขตป่า? แข่งงั้นเหรอ”
ซ่งจื่อเซวียนเริ่มปะติดปะต่อเรื่องในหัว และพอจะเดาได้แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นใคร
“แฟนฉันอยู่ที่ไหน”
“เธอปลอดภัยดี แกมาถึงก็เจอเอง แต่ว่า…ต้องมาคนเดียวล่ะ ฉันเตรียมครัวไว้ให้แกแล้ว”
“ได้ ฉันจะไป ฉันจะบอกแกไว้นะซุนจิ้งจัว ถ้าแกกล้าแตะต้องหย่าฉีแม้แต่ปลายผม ฉันไม่เอาแกไว้แน่!”
ซุนจิ้งจัวระเบิดหัวเราะ “ฮ่าๆๆ แกเดาถูกด้วยว่าเป็นฉัน ชักจะสนุกขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ โอเค ฉันจะรอแกที่เขตป่า จำไว้ ถ้ามีใครตามแกมาด้วย ฉันไม่รับประกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับแฟนแก”
………………………………………………..
………………..