เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 506 ความหมายที่แท้จริง
ตอนที่ 506 ความหมายที่แท้จริง
………………..
ตวนมู่เยวี่ยยังเชื่อใจซ่งจื่อเซวียนเต็มที่
ดังนั้นเมื่อได้รับคำสัญญานี้ เธอจึงให้คนไปนำ ‘บันทึกหย่งซั่น’ มา
แต่ซ่งจื่อเซวียนกลับสังเกตการณ์อยู่ ก่อนอื่นตอนนี้ดึกมากแล้ว ปกติหอหงเยวี่ยไม่มีทางรับแขกอีก
แน่นอนว่าบุคคลอย่างผู้นำหลี่เป็นข้อยกเว้น
การที่สาวน้อยคนหนึ่งสามารถใช้ห้องส่วนตัวในหอหงเยวี่ยยามดึกดื่นได้…สถานะคงไม่ธรรมดาแน่นอน
และตอนนี้ยังสั่งคนไปนำ ‘บันทึกหย่งซั่น’ มาอีก
ไม่ต้องพูดถึงว่าหนังสือสูตรอาหารอันล้ำค่าอย่าง ‘บันทึกหย่งซั่น’ ไม่เหมาะที่จะให้คนนอกไปนำมา แต่สามารถเรียกใช้คนที่นี่ได้ ความสัมพันธ์ระหว่างตวนมู่เยวี่ยและหอหงเยวี่ยย่อมพิเศษยิ่งกว่านั้นอีก
ตวนมู่เยวี่ยหนอตวนมู่เยวี่ย สาวน้อยคนนี้มีสถานะยังไงกันแน่
แต่ตอนนี้ ‘บันทึกหย่งซั่น’ ที่หายไปได้กลับมาแล้ว ซ่งจื่อเซวียนจึงคร้านเกินกว่าจะตั้งคำถามจุกจิกแบบนี้แล้ว
เมื่อได้รับหนังสือสูตรอาหารแล้ว ซ่งจื่อเซวียนก็หมุนตัวเตรียมจะจากไป
ตวนมู่เยวี่ยลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “ซ่งจื่อเซวียนคุณจะไปไหน”
“ก็กลับวิทยาลัยน่ะสิ หนังสือสูตรอาหารหายไป พวกผู้อำนวยการก็ร้อนใจกันไปหมด แล้วยังจะไม่รีบเอาไปคืนอีกเหรอ”
“แล้วฉันจะทำยังไงล่ะ คุณสัญญากับฉันแล้วนะ”
ซ่งจื่อเซวียนตบหน้าผาก เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังต้องรักษาอาการป่วยของผู้หญิงคนนี้
แต่บอกตามตรงว่าเขาไม่รู้วิธีรักษา ‘โรค’ นี้จริงๆ
เขาครุ่นคิด “เอาอย่างนี้นะตวนมู่เยวี่ย คืนนี้เธอพักที่ตู้เหมินแล้วพรุ่งนี้เช้าค่อยกลับวิทยาลัย แบบนี้จะทำให้เธอไม่ถูกสงสัย”
ตวนมู่เยวี่ยพยักหน้า “ไม่มีปัญหา ในเมื่อสัญญากับคุณแล้ว ฉันจะเชื่อฟังแน่นอน แต่คุณจะเริ่มรักษาฉันได้เมื่อไรคะ”
ดูเหมือนตวนมู่เยวี่ยจะหาที่พึ่งพาและตัดสินแล้วว่าเธอป่วย แถมมีเพียงซ่งจื่อเซวียนเท่านั้นที่สามารถรักษาได้
“ฉัน…รอให้เธอกลับไปที่วิทยาลัยก่อนแล้วเราค่อยเริ่มได้ไหม”
จริงสิซ่งจื่อเซวียน คุณดู ‘บันทึกหย่งซั่น’ เล่มนี้คร่าวๆ ก่อนดีกว่าเพราะฉันเคยอ่านแล้ว เนื้อหาด้านใน…ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีประโยชน์ ถึงตอนนั้นพวกคุณอย่าหาว่าฉันตบตาแล้วกัน”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซ่งจื่อเซวียนก็พลิกหนังสือสูตรอาหารดูสองหน้าแล้วยิ้ม “ไม่หรอก หนังสือสูตรอาหารไม่มีปัญหา”
หลังจากพูดจบ เขาก็จากไป
แต่ตวนมู่เยวี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย “เขา…ยืนยันได้ด้วยเหรอ”
เมื่อออกจากหอหงเยวี่ย ซ่งจื่อเซวียนก็ไม่รอช้าและรีบกลับไปที่วิทยาลัยอาหารปักกิ่งในคืนนั้นทันที
ระหว่างทาง เขาได้เปิดอ่านหนังสือสูตรอาหาร
เขาพบว่าในหนังสือสูตรอาหารเล่มนี้ตรงตามที่ฟางจิ่งจือบอกทุกอย่าง อาหารในนั้นพบเห็นได้ทั่วไปในท้องตลาด
เช่น ไก่ผัดพิทักษ์วัง นึกไม่ถึงว่าในหนังสือสูตรอาหารอันล้ำค่าจะมีอาหารจานนี้ด้วย และไก่ผัดพิทักษ์วังก็ไม่ใช่อาหารในวัง
ไม่นานนัก ซ่งจื่อเซวียนก็เปิดไปถึงน้ำแกงเกล็ดปลาทองห้าสาย เขายิ้มเล็กน้อย อันที่จริงอาหารชนิดอื่นๆ นั้นเป็นเมนูหลอก อาหารที่แท้จริงอยู่ตรงนี้ต่างหาก
“ตาเฒ่านี่สุดยอดจริงๆ ที่รู้เรื่องพวกนี้หมดเลย”
หลังจากนั้นยังมีอาหารอีกมากมาย ต่อมาโต้วหลงเหมินก็ปรากฏ
ซ่งจื่อเซวียนไม่รีบร้อนที่จะดูรายละเอียด แต่ดูส่วนประกอบในหนังสือสูตรอาหารราชวงศ์ชิงและจำนวนเมนูอาหารที่สืบทอดมาจริงๆ เป็นอย่างแรก
เมื่อถึงเมนูมังกรทะยานสี่ย่านน้ำก็ใกล้จะเป็นส่วนท้ายของหนังสือเล่มนี้แล้ว
อ่านถึงตอนท้าย ซ่งจื่อเซวียนอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
หน้าหนังสือไม่ได้หายไป แต่ส่วนท้ายของหนังสือดูเหมือนจะยังเขียนไม่เสร็จ
อาหารเมนูสุดท้ายเรียกว่าอี้ถงเจียงซาน
มีการอธิบายมากมาย แต่ไม่มีสาระสำคัญ เดิมทีซ่งจื่อเซวียนคิดว่าส่วนท้ายจะมีวิธีทำอาหาร แต่…ก็จบเพียงเท่านี้
จุดนี้ทำให้เขาไม่เข้าใจ เป็นแบบนี้ได้ยังไง
“น้ำใสมีไผ่เขียวชอุ่ม คุณภาพเนื้อสดอร่อย”
ซ่งจื่อเซวียนคลี่ยิ้ม น้ำใสนี้สื่อถึงเขาเฉวียนหมิงไม่ใช่เหรอ นึกแล้วเชียวว่าต้องเป็นแบบนี้!
เมื่ออ่านวิธีการทำอาหารอีกครั้ง ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้าอย่างเชื่องช้า ดูเหมือนว่ากลับไปคราวนี้เขาจะลองทำมังกรทะยายสี่ย่านน้ำได้แล้ว
เนื่องจากมังกรทะยานสี่ย่านน้ำและโต้วหลงเหมินมีวิธีการปรุงอาหารใกล้เคียงกัน สิ่งที่เขาต้องทำคือใช้กาวไม้ไผ่เพื่อทำให้ปลาฉือมีรสชาติที่ต่างออกไป
นึกถึงตรงนี้ ซ่งจื่อเซวียนก็แอบตื่นเต้นขึ้นมา
บางที…นี่อาจเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นที่สุดสำหรับเขาในช่วงเวลานี้
เมื่อใกล้จะถึงปักกิ่ง เขาก็โทรหาวังเหว่ย
“ผู้อำนวยการวัง เป็นยังไงบ้างครับ”
“จื่อเซวียน ผมกำลังสอบสวนวิทยาเขตตะวันตกอยู่ หอพักอาจารย์ไม่มีปัญหาอะไร ตอนนี้เป็นหอพักนักเรียน คุณก็รู้ว่านักเรียนในวิทยาลัยของเราอาจจะยังอายุไม่ถึงยี่สิบทุกคน บางคนมีสถานะที่ไม่ธรรมดา ถ้าใช้จิตวิทยาก็ต้องใช้เวลานานหน่อย”
ซ่งจื่อเซวียนคลี่ยิ้ม “ลำบากผู้อำนวยการวังจริงๆ แต่พวกคุณไม่จำเป็นต้องสอบสวนแล้ว ยุบทีมเถอะครับ”
“หืม ยุบทีมเหรอ หมายความว่าไง!”
“วางใจเถอะครับ ตอนนี้ ‘บันทึกหย่งซั่น’ อยู่ในมือผมแล้ว”
“ว่าไงนะ” วังเหว่ยสับสน ทำไมถึงไปอยู่ที่ซ่งจื่อเซวียนล่ะ
“น้องชาย นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
ซ่งจื่อเซวียนไม่ได้เอ่ยถึงตวนมู่เยวี่ยอยู่แล้ว เขาแค่บอกว่าจำรูปร่างในกล้องวงจรปิดได้และบังเอิญเห็นคนปีนกำแพงออกมาข้างวิทยาลัยในตอนกลางคืนจึงพาฟางรุ่ยไล่ตามไป
รถไม่มีป้ายทะเบียนคันหนึ่งมารับคนในชุดดำด้านนอกวิทยาลัย พวกเขาจึงขับรถไล่ตามไปและบังคับให้คนคนนั้นหยุด
แม้ว่าจะแย่งหนังสือสูตรอาหารมาได้ แต่คนคนนั้นก็ยังหนีไปได้
คำอธิบายทั้งหมดนี้ถือว่าไร้ที่ติ และเนื่องจากรถไม่มีป้ายทะเบียน ทางวิทยาลัยจึงตรวจสอบได้ยาก
“วางใจเถอะผู้อำนวยการวัง ไม่มีปัญหาแน่นอน ถึงผมจะไม่เคยอ่านเนื้อหาในหนังสือสูตรอาหาร แต่ผมเคยเห็นปกหนังสือตอนประชุม คงไม่มีปัญหาแน่นอนครับ”
“งั้นก็ดีแล้ว ผมจะรีบไปรายงานผู้อำนวยการเฉิง เขากังวลจนไม่ได้พักผ่อนเลย”
“ครับ อีกประมาณสิบนาทีผมจะถึงวิทยาลัย แล้วผมจะเอาหนังสือสูตรอาหารไปให้คุณ”
พูดจบ ซ่งจื่อเซวียนก็วางสายและอ่านหนังสือสูตรอาหารต่อ
หลังจากทำความเข้าใจเนื้อหามังกรทะยานสี่ย่านน้ำแล้ว ซ่งจื่อเซวียนก็ไปอ่านเมนูอี้ถงเจียงซาน ซึ่งเป็นอาหารเมนูสุดท้ายด้วยความอยากรู้อยากเห็น
แต่ไม่ว่าจะหาเนื้อหาส่วนหลังกี่ครั้งก็ยังเหมือนเดิม และพบว่าไม่ใช่ปัญหาด้านการเขียน แถมไม่มีหน้าใดเสียหาย นี่นับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดี
มาถึงวิทยาลัย วังเหว่ยก็กำลังรออยู่ที่ทางเข้าวิทยาเขตตะวันออก เขายังโทรหายามให้เปิดไฟเขียวให้รถของซ่งจื่อเซวียนขับเข้าไป
หากไม่ได้เห็น ‘บันทึกหย่งซั่น’ เกรงว่าวังเหว่ยจะนอนหลับไม่สนิท
เมื่อได้ถือ ‘บันทึกหย่งซั่น’ ไว้ในมือ วังเหว่ยอ่านหลายรอบถึงค่อยแน่ใจว่าไม่มีปัญหา
“ดีมากๆ มันหายไปและได้กลับมาแล้ว…จื่อเซวียน คุณรู้ไหม เมื่อกี้ผมนี่สิ้นหวังแล้ว
ถ้าเกิดเรื่องขึ้นครั้งนี้ วิทยาลัยคงจัดการไม่ได้ พี่ชายคงต้องตกงานแน่ๆ”
ซ่งจื่อเซวียนยิ้มและตบไหล่วังเหว่ย “เอาล่ะผู้อำนวยการวัง คราวนี้สบายใจแล้วใช่ไหม รีบนำกลับไปก่อนแล้วค่อยเพิ่มความปลอดภัยให้รัดกุมขึ้นนะครับ”
วังเหว่ยพยักหน้าอย่างแข็งขัน “ได้ ผมจะไปจัดการ น้องชายไปพักก่อนเถอะ พรุ่งนี้เกรงว่าจะต้องเริ่มศึกษาหนังสือสูตรอาหาร ผมจะไปรายงานผู้อำนวยการเฉิงก่อน”
กลับมาถึงห้องพัก ซ่งจื่อเซวียนก็ไม่มีกะจิตกะใจจะนอน
เห็นถังหย่าฉีนอนหลับพริ้มอยู่ในห้องนอน เขาก็ระบายยิ้ม จากนั้นก็เดินไปสูบบุหรี่ที่ห้องนั่งเล่นและนึกถึงเนื้อหาของ ‘บันทึกหย่งซั่น’
เมื่อนึกถึงเนื้อหาเกี่ยวกับน้ำแกงเกล็ดปลาทองห้าสายและโต้วหลงเหมินใน ‘บันทึกหย่งซั่น’ อันที่จริงก็ไม่ได้แตกต่างจากหนังสือสูตรอาหารราชวงศ์ชิงมากนัก
ส่วนมังกรทะยานสี่ย่านน้ำก็คล้ายกับสิ่งที่ชายชราได้อธิบายไว้
ตอนแรกเขาคิดว่ามันไม่มีอะไร แต่ตอนนี้เขารู้สึกว่าเนื้อหาไม่ได้ธรรมดาขนาดนั้น
หรือบางที…ความหมายที่แท้จริงของ ‘บันทึกหย่งซั่น’ อาจจะอยู่ในนั้น
นึกถึงตรงนี้ เขาก็พยักหน้ามั่นใจ
วันรุ่งขึ้น ซ่งจื่อเซวียนทำกิจวัตรประจำวันก่อน นั่นคือช่วยหลายชั้นเรียนลงทะเบียนห้องทำอาหาร
จากนั้นก็ทานมื้อเช้าและไปที่อาคารอำนวยการ
เหตุผลหลักคือเขาอยากเริ่มคลาสวิจัยโดยเร็วที่สุด อันที่จริงเนื้อหาด้านหน้าของ ‘บันทึกหย่งซั่น’ นั้นไม่สำคัญสำหรับเขา สิ่งสำคัญคืออี้ถงเจียงซานซึ่งเป็นเมนูสุดท้าย
หลิงเจิ้นและโอวหยางเฟิ่งเหยากำลังนั่งดื่มชาอยู่ที่ห้องทำงานของเฉิงหวาลี่
เมื่อเห็นซ่งจื่อเซวียนเข้ามา เฉิงหวาลี่ก็รีบดีดตัวขึ้น “จื่อเซวียน ครั้งนี้นายมีส่วนเยอะมาก เมื่อวานหลังจากวังเหว่ยพูดจบ ฉันก็อยากไปหานายเลย แต่พอมาคิดดูแล้วว่าพวกนายสองคนอยู่ด้วยกัน ฉันก็เลยไม่ได้ไป”
“เหอะๆ ผู้อำนวยการเฉิงเกรงใจเกินไปแล้วครับ ‘บันทึกหย่งซั่น’ ไม่หายไปก็ดีแล้ว ถือว่าได้ตื่นตัวไว้ก่อน”
เฉิงหวาลี่พยักหน้าช้าๆ และยิ้มปริ่ม
ไม่มีใครสงสัยซ่งจื่อเซวียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ข้อแรก เขาไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ตอนที่ ‘บันทึกหย่งซั่น’ หายไป ฟางรุ่ยก็เช่นกัน
แต่พวกเขาอยู่กับผู้อำนวยการวิทยาลัย จึงสามารถรับรองได้
ข้อที่สอง ซ่งจื่อเซวียนเป็นผู้รับผิดชอบการวิจัยครั้งนี้ เขาสามารถอ่าน ‘บันทึกหย่งซั่น’ ได้ตามต้องการ ไม่จำเป็นต้องขโมย
เขาถือว่ามีส่วนช่วยเยอะมากในครั้งนี้
“จื่อเซวียน มาเช้าขนาดนี้คิดจะรีบเปิดคลาสวิจัยเหรอ”
ซ่งจื่อเซวียนรีบพยักหน้า “ใช่ครับ ผมมาขออนุมัติจากผู้อำนวยการเฉิง”
“ฮ่าๆๆ อนุมัติแน่นอน แค่นี้เอง ยังมีคนที่รอไม่ไหวมากกว่านาย ผู้เฒ่าหลิงกับคุณโอวหยางเริ่มกันแล้ว”
ซ่งจื่อเซวียนสังเกตเห็นว่าหลิงเจิ้นและโอวหยางเฟิ่งเหยาไม่ได้พูดคุยและดื่มชากัน พวกเขานั่งอยู่บนโซฟาฝั่งเดียวกันและกำลังดู ‘บันทึกหย่งซั่น’ ด้วยกัน
ไม่แปลกใจที่พวกเขาไม่ได้พูดกันนานขนาดนี้ เพราะพวกเขากำลังตั้งใจอ่าน
เพราะงั้นฉันหวังว่านายจะเร่งกระตือรือร้น ศึกษาให้เยอะ หารือให้มากขึ้น และพยายามหาแผนรับมือกับพวกมินามิโนะ เคอิให้เร็วหน่อยนะ”
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้า “วางใจได้เลยครับผู้อำนวยการเฉิง ผมทำได้ ว่าแต่ผู้อำนวยการเฉิง ผมรบกวนคุณให้ช่วยเรื่องหนึ่งได้ไหมครับ”
“หืม ได้แน่นอนสิ บอกมา!” เฉิงหวาลี่รับปากทันที
จากนั้นซ่งจื่อเซวียนก็หยิบใบสั่งยาออกมาแล้วมอบให้เฉิงหวาลี่
“ผู้อำนวยการเฉิง ในนี้มีวัตถุดิบยาหลายชนิด และเขียนจำนวนที่ต้องการไว้ด้วย คุณแค่ช่วยส่งคนไปหายาให้หน่อยนะครับ!”
“ได้ ง่ายนิดเดียว ฉันจะส่งเสี่ยวหลี่จากสำนักงานไป อีกเดี๋ยวจะส่งไปให้ที่ห้องพักนาย”
ซ่งจื่อเซวียนโค้งคำนับเล็กน้อย “รบกวนด้วยครับ”
อันที่จริงยาที่หานั้นเป็นของตวนมู่เยวี่ย
สำหรับอาการป่วยของเธอนั้น ซ่งจื่อเซวียนไม่กล้าวินิจฉัยว่าเป็นโรค
ความจริงน่าจะเป็นอาการทางจิตมากกว่า ซ่งจื่อเซวียนคิดถี่ถ้วนแล้ว ช่วงนี้ไม่ว่าจะเป็นการวิจัยหรือเรื่องอื่นๆ เขาก็ต้องพาตวนมู่เยวี่ยไปด้วย
สิ่งนี้จะทำให้เธอรู้สึกถึงการทำงานเป็นทีมและการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนทุกวัน บางทีเธออาจจะดีขึ้นก็ได้
ส่วนยาเหล่านั้น…อันที่จริงเป็นแค่ยาทั่วไปที่ช่วยบำรุงเลือด ขับความเย็น และสลายความชื้น
และยังเป็นประโยชน์สำหรับสตรีอีกด้วย
ถึงตอนนั้นเมื่อได้ปรับสภาพร่างกายและมีการเปลี่ยนแปลงทางสภาพจิตใจ บางทีตวนมู่เยวี่ยอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
ขณะที่กำลังพูดคุยกัน คนในคลาสวิจัยก็มาถึงครบแล้ว เฉิงหวาลี่จึงกล่าวเปิดคลาสวิจัย
ทุกคนเข้าไปในห้องประชุมระดับสูงและเริ่มวิจัย ‘บันทึกหย่งซั่น’
……………………………………….
………………..