เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 508 ซันไชน์กรุ๊ป
ตอนที่ 508 ซันไชน์กรุ๊ป
………………..
แต่หลังจากนั้นหนึ่งถึงสองนาที พวกอันธพาลทั้งหมดก็ล้มลงกับพื้น
ซ่งจื่อเซวียนก้าวไปข้างหน้าและเตะที่เอวของพี่เป้าทันที
“เมื่อกี้พูดกับฉันว่าไงนะ”
พี่เป้าแทบจะร้องไห้ และรีบลุกขึ้นมาคุกเข่า
“พี่ชายๆ ข้าน้อยมีตาแต่หามีแววไม่ อย่าทำผมเลย…”
“ใครส่งนายมา”
“เอ่อ…”
เมื่อพี่เป้าลังเล ซ่งจื่อเซวียนก็เบิกตากว้าง “เทียนซั่ว!”
“จัดไป!”
ซางเทียนซั่วไม่สนอะไรทั้งสิ้น เตะหน้าพี่เป้าในทันใด
ทันทีที่พี่เป้าคุกเข่า เขาก็ถูกเตะลงไปนอนกับพื้น
“อ๊าก…พี่ชาย ผมบอกแล้ว…”
ซ่งจื่อเซวียนก็มองพี่เป้าอย่างเย็นชาและไม่พูดอะไร
“พี่ชาย คือ…คือผู้จัดการหลี่ว์จากบริษัทซันไชน์ฟู้ดส่งผมมา”
“บริษัทซันไชน์ฟู้ดเหรอ”
ซ่งจื่อเซวียนชะงัก เขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
“บริษัทซันไชน์ฟู้ดเหรอ นั่นเป็นบริษัทในเครือของซันไชน์กรุ๊ป ฉันรู้จักพวกเขา พวกเขาทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและข้าว”
ถังจวิ้นกล่าว
“พ่อรู้จักเหรอคะ”
“งั้นคราวนี้ก็เป็นการแก้แค้นเหรอคะ” ถังหย่าฉีถาม
ซ่งจื่อเซวียนยิ้มอย่างเย็นชา “แต่วิธีการแก้แค้นต่ำไปหน่อย”
พูดจบ เขาก็มองไปที่พี่เป้า “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะไม่มีปัญหากับการผลิตตามปกติของพวกเราใช่ไหม”
“ไม่ ไม่มี ไม่มีปัญหาแน่นอน พี่ชายวางใจได้ ไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรอีก ผมไม่เข้าไปยุ่งแน่นอน!”
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้า “ออกไป!”
หลังจากที่พวกอันธพาลจากไป ถังจวิ้นก็ปล่อยให้โรงงานดำเนินการผลิตต่อ
เหลียงเฮ่าหัวหน้าโรงงานพูด “ประธานถัง ทางที่ดี…คุณแก้ไขเรื่องนี้ดีกว่าครับ ไม่งั้นหลังพวกเขาก่อเรื่องในครั้งนี้แล้วก็จะมีคนกลุ่มอื่นมาก่อเรื่องอีก และเราคงจะผลิตตามปกติไม่ได้ครับ”
ถังจวิ้นพยักหน้าและพูดว่า “ใช่ๆๆ ฉันจะจัดการเรื่องนี้ต่อเอง”
“อาถัง ฝากเรื่องนี้ไว้กับผมเถอะครับ”
พูดจบ เขาก็รับโทรศัพท์มือถือมาจากฟางรุ่ย
เขาได้บันทึกวิดีโอเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ตามคำสั่งของซ่งจื่อเซวียนแล้ว
อาศัยเพียงสิ่งนี้และไปหาสมาคมอาหารหรือเว็บไซต์จุนเค่อก็สามารถยืนยันบางเรื่องได้
จากนั้นซ่งจื่อเซวียนก็ให้พวกถังจวิ้นกลับไปก่อน ในขณะที่เขาพาคนของตนเองตรงไปที่บริษัทซันไชน์ฟู้ด
เขาไม่ได้ไปที่ซันไชน์กรุ๊ป เพราะตอนนี้เขาไม่ยังแน่ใจว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจากบริษัทใหญ่หรือบริษัทในเครือ
หากไปถึงที่นั่นแล้วคนที่ทำไม่ยอมรับ เขาจะหมดหนทาง ดังนั้นเขาต้องไปหาผู้จัดการหลี่ว์ของบริษัทซันไชน์ฟู้ดเสียก่อน
ระหว่างทางซ่งจื่อเซวียนยังติดต่อกับหวังเม่าซึ่งเป็นประธานสมาคมอาหารอีกด้วย
ครั้งสุดท้ายที่พบกัน ทั้งคู่มีความประทับใจกันมาก โดยเฉพาะหวังเม่าที่ต้อนรับอย่างอบอุ่น ซ่งจื่อเซวียนจึงจดจำไว้ในใจ
“ประธานหวัง จื่อเซวียนติดต่อคุณกะทันหันไปหน่อยครับ”
“ฮ่าๆ น้องชาย พูดห่างเหินเกินไปนะ ฉันยังหวังว่าถ้านายไม่ว่าอะไรก็มานั่งเก้าอี้ฉันเถอะ”
เมื่อฟังจบ หวังเม่าก็โกรธ
“อะไรนะ มันมากเกินไปแล้ว นี่เป็นการก่อกวนความเรียบร้อยของตลาดและเป็นการแข่งขันที่ไม่ยุติธรรม”
“เพราะงั้น…ท่านประธาน เพราะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ผมเลยมาหาคุณ ยังไงเรื่องนี้เราก็จัดการไม่ได้ง่ายๆ”
“อืม วางใจได้เลยน้องชาย ในเมื่อนายมาบอกเรื่องนี้กับฉันก็ต้องจัดการแน่นอน ฉันจะรีบรายงานกับหน่วยงานควบคุมตลาดทันที”
ซ่งจื่อเซวียนพูด “ขอบคุณท่านประธานมากครับ แล้วก็ตอนนี้ผมกำลังเดินทางไปที่บริษัทซันไชน์ฟู้ดครับ”
“ว่าไงนะ น้องชาย นายอย่าทำอะไรเลย ตอนนี้บ้านเมืองมีกฎหมาย ให้สหายจากหน่วยงานดูแลจัดการเถอะ!”
หวังเม่ากังวลว่าซ่งจื่อเซวียนจะแก้แค้น หากเป็นอย่างนั้นก็จะไม่สมเหตุสมผล
ซ่งจื่อเซวียนยิ้ม “ประธานหวังไม่ต้องกังวลครับ ผมแค่จะไปแก้ไขสถานการณ์แล้วดูว่าเรื่องนี้เป็นการตัดสินใจของบริษัทในเครือหรือบริษัทใหญ่กันแน่”
“งั้นก็ดี ห้ามก่อเรื่องวุ่นวายเป็นอันขาดนะ!”
ซ่งจื่อเซวียนวางสายก็ยิ้มออกมาอย่างเยือกเย็น เขาไม่ก่อเรื่องวุ่นวายแน่นอน แต่เรื่องนี้จะต้องมีคำอธิบาย
ไม่นานนักรถก็มาจอดหน้าบริษัทซันไชน์ฟู้ด
ซ่งจื่อเซวียนเดินตรงไปที่แผนกต้อนรับ “สวัสดีครับ ผู้จัดการหลี่ว์อยู่ที่ห้องทำงานไหนครับ”
“คุณได้นัดไว้หรือเปล่าคะ”
“เปล่าครับ!” ซ่งจื่อเซวียนตอบ
“ขออภัยค่ะคุณผู้ชาย ถ้าไม่ได้นัดไว้ก็เข้าพบผู้จัดการหลี่ว์ไม่ได้ค่ะ”
ซ่งจื่อเซวียนก็คิดไว้แล้วเช่นกัน เขายิ้ม “ผู้จัดการหลี่ว์จ่ายเงินให้พวกเราทำเรื่องบางอย่าง เรื่องนี้…ไม่สะดวกที่จะให้เด็กผู้หญิงอย่างเธอรู้ เข้าใจไหม”
หญิงสาวที่แผนกต้อนรับตกใจ
เธอทำงานในบริษัทมาได้ระยะหนึ่งแล้ว เธอรู้ว่าปกติถึงแม้ผู้จัดการหลี่ว์จะสวมชุดสูทและผูกเน็กไท แต่เขาก็ยังมีปฏิสัมพันธ์กับคนในสังคมอีกมากมาย
“ผู้จัดการหลี่ว์อยู่ห้องห้า…ห้าศูนย์สามค่ะ”
“ขอบคุณ”
ซ่งจื่อเซวียนจึงเดินนำพวกฟางรุ่ยไปที่ลิฟต์ทันที
ในห้องทำงานของผู้จัดการทั่วไปในขณะนี้
หลี่ว์เจ๋อเจียงกำลังพูดคุยและหัวเราะกับเลขาตัวน้อย
“เสี่ยวเถียนจ๋า เธอบอกว่าเธอจะสวยขนาดนั้นได้ยังไงใช่ไหม ฉันก็ชอบเธอมากขนาดนั้นแหละ”
“ตาบ้า ผู้จัดการหลี่ว์ คุณชอบล้อคนอื่นเล่นอยู่เรื่อย”
หลี่ว์เจ๋อเจียงคลี่ยิ้ม “ไม่ได้ล้อเล่นนะที่รัก เธอสวยมาก ฉันอดใจไม่ไหวอยากจะนอนกับเธอทุกครั้งที่เจอเลยล่ะ”
“บ้าจริง นี่อยู่ในบริษัทนะคะ จริงใจหน่อยสิคะ!” ขณะที่พูด เลขาตัวน้อยก็แตะที่หน้าผากของหลี่ว์เจ๋อเจียง
“แล้วไงล่ะ ฉันเป็นผู้จัดการทั่วไปในบริษัท ใครจะกล้าพูดเรื่องที่ฉันทำล่ะ”
ขณะที่พูด หลี่ว์เจ๋อเจียงก็ลุกขึ้นและผลักเลขาตัวน้อยลงบนโซฟา จากนั้นก็เริ่มปลดเน็กไทของตัวเอง
ใบหน้าของเลขาตัวน้อยแดงระเรื่อแสร้งทำเป็นเหนียมอายและพยายามขัดขืน
พลั่ก!
ทันใดนั้นประตูห้องทำงานก็ถูกผลักออก
หลี่ว์เจ๋อเจียงตกตะลึง “แม่งเอ๊ย ใครวะ พวกแม่งเป็นใครวะ ใครปล่อยให้พวกแกเข้ามา!”
ซ่งจื่อเซวียนคลี่ยิ้ม “ผู้จัดการหลี่ว์ ฉันมาเสนอหน้า ดูเหมือนว่า…จะมารบกวนเรื่องดีๆ ของนายซะแล้ว”
เลขาตัวน้อยรีบลุกขึ้นนั่งและจัดทรงผมของเธอให้เรียบร้อย ทั้งยังไม่ลืมที่จะจ้องเขม็งใส่หลี่ว์เจ๋อเจียง
“ไสหัวออกไป เสนอหน้ามาทำอะไร ข้าไม่รู้จักพวกแก ออกไปซะ!”
“ฮ่าๆๆ นายไม่รู้จักฉัน…แต่ฉันรู้จักนายนะ”
ได้ยินประโยคนี้ หลี่ว์เจ๋อเจียงก็ให้เลขาออกไปก่อนแล้วพูดว่า “ไอ้หนู แกมาจากไหน”
ซ่งจื่อเซวียนเดินไปข้างหน้าและนั่งบนโซฟา “ฉันเหรอ…ผู้จัดการหลี่ว์ นายคงรู้จักพี่เป้าใช่ไหม”
“ฮ่าๆ ไม่รู้จักเหรอ ไม่เป็นไร ฉันจะเล่าให้ฟัง ฟังแล้วดูว่ารู้จักหรือเปล่า
นายให้เงินพี่เป้าสั่งให้เขาไปหยุดโรงงานถังกรุ๊ปไม่ให้ผลิตอาหารฟาสต์ฟู้ด จำได้หรือยัง”
หลี่ว์เจ๋อเจียงจ้องเขม็งไปที่ซ่งจื่อเซวียนพักหนึ่ง “แกคือ…คนตระกูลถังเหรอ”
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้าเต็มที่ “นายเดาถูกแล้ว งั้นนายคิดว่าฉันควรได้รับคำอธิบายสำหรับเรื่องนี้หรือเปล่า”
“หึ แกกำลังขอคำอธิบายเหรอ แกพูดไม่ชัดนี่ ฉันไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าแกพูดเรื่องอะไร พวกแกควรไปหาคนที่เกี่ยวข้องสิ!”
ซ่งจื่อเซวียนยิ้มเล็กน้อย “ฉันถึงได้มาหานายไง…นี่มันเพราะอะไรล่ะ แน่นอนว่าพี่เป้าเป็นคนบอก ผู้จัดการหลี่ว์ ตอนนี้สินค้าของเราผลิตตามปกติแล้ว ที่ฉันมา…ก็แค่ขอคำอธิบายจากนาย”
“ว่าไงนะ แกกำลังบอกว่าพี่เป้าเลี้ยงเสียข้าวสุกเหรอ ฉันเชื่อแกได้ไหม”
“ฮ่าๆ นี่มันไม่สำคัญ แต่วันนี้ฉันต้องการผลลัพธ์ที่แน่นอน รุ่ยจื่อ!”
ฟางรุ่ยได้ยินก็ก้าวไปข้างหน้าและกดหลี่ว์เจ๋อเจียงลงบนโต๊ะกาแฟ โดยที่ใบหน้าของเขาแนบไปกับโต๊ะหินอ่อน หลี่ว์เจ๋อเจียงตกใจตัวแข็งทื่อ
“ไอ้ชั่ว พวกแกจะทำอะไร เชื่อไหมว่าฉันจะแจ้งตำรวจ”
ซ่งจื่อเซวียนหัวเราะและพูดว่า “ฮ่าๆ แจ้งตำรวจเหรอ เอาสิ แต่ต้องดูว่าใครจะแจ้งตำรวจก่อน!”
“แกหมายความว่าไง”
“อธิบายเรื่องโรงงานผลิตอาหารมาให้ชัดเจน ไม่งั้นวันนี้ฉันจะไม่ให้นายออกจากบริษัท เชื่อหรือเปล่าล่ะ”
หลี่ว์เจ๋อเจียงโกรธหนัก ปกติเขามักจะมีอารมณ์ฉุนเฉียว และเขามีเพื่อนบางคนที่อารมณ์รุนแรงมาก
พอเขาถูกกดหน้าลงกับโต๊ะ ก็ตะโกนด้วยความโกรธ “มาเลย ฉันไม่เชื่อ ฆ่าฉันสิ!”
“ได้ ฆ่าเขาซะ!”
ซ่งจื่อเซวียนพูดด้วยสีหน้าเย็นชา
หลี่ว์เจ๋อเจียงก็ตกตะลึง ไอ้หมอนี่เอาจริงเหรอ
วินาทีต่อมา เขารู้สึกเจ็บปวดที่เอวอย่างรุนแรง ฟางรุ่ยคุกเข่าบนแผ่นหลังของเขา เขาจึงรู้สึกราวกับว่ามีภูเขาทับอยู่ด้านบน และหายใจไม่ออก
“อ๊าก…อ๊าก…อย่า…อย่าทับฉันนะ เอวจะหักแล้ว…นายว่าควรจะทำยังไงล่ะ”
“ง่ายๆ หยุดงานสักหนึ่งชั่วโมง ความเสียหายน่าจะประมาณ…สองล้าน”
เมื่อซ่งจื่อเซวียนพูดจบ หลี่ว์เจ๋อเจียงก็ตกตะลึง “สองล้านเหรอ ปล้นกันแล้ว!”
เพียะ!
ซ่งจื่อเซวียนตบท้ายทอยหลี่ว์เจ๋อเจียง “ข้าแค่แย่งมา ไม่งั้นนายก็แจ้งตำรวจแล้วเราจะแก้ไขเรื่องนี้ด้วยวิธีอื่น แน่นอนว่านายก็ไม่ต้องเป็นผู้จัดการทั่วไปแล้ว!”
“ฉัน…พี่ชาย บอกตามตรง เรื่องนี้ไม่ได้เป็นความคิดของฉัน นายให้ฉันเอาเงินสองล้านออกมาเนี่ยนะ ไม่ยุติธรรมเลย…”
ซ่งจื่อเซวียนเลิกคิ้วเล็กน้อย เหอะๆ ยังจะแก้ตัวอีกเหรอ
“ไม่ใช่ความคิดของนายเหรอ”
“ใช่ นี่คือสิ่งที่ประธานขอให้ฉันทำ เขาบอกว่ายอดขายข้าวผัดที่ถังกรุ๊ปผลิตครั้งนี้พุ่งสูงขึ้นในสองวัน เป็นภัยคุกคามร้ายแรงกับอาหารฟาสต์ฟู้ดของเรา เพราะงั้น…”
“จางเฉิงเหรอ เหอะๆ เพราะรู้ว่าโรงงานการผลิตของเราไม่ได้ใหญ่โตและจ้างคนภายนอกอยู่ เพราะงั้นก็เลยให้นายหาคนมาหาเรื่องเราใช่ไหม”
ซ่งจื่อเซวียนพูดจบ หลี่ว์เจ๋อเจียงก็ถอนหายใจและพยักหน้า
“เอาล่ะ ฉันเข้าใจเรื่องนี้แล้ว แต่นายน่ะ…คืออย่างนี้นะผู้จัดการหลี่ว์ พวกนายจ้างโรงงานผลิตอาหารด้วยใช่ไหม” ซ่งจื่อเซวียนกล่าว
หลี่ว์เจ๋อเจียงพยักหน้าและพูดว่า “ใช่ เราจ้างโรงงานไว้สี่แห่ง”
“โอเค หยุดใช้โรงงานไปแห่งหนึ่งแล้วให้ถังกรุ๊ปใช้ฟรีสามเดือน เรื่องนี้จบแค่นี้แล้วกัน ไม่งั้นผู้จัดการหลี่ว์ ฉันรับรองเลยว่านายจะได้รับผลที่ตามมา!”
“ฉัน…เอ่อ…อ๊าก…”
ขณะที่หลี่ว์เจ๋อเจียงลังเล เข่าเหล็กขนาดใหญ่ของฟางรุ่ยก็กดทับลงอีกครั้ง
“ฉันตกลงๆ เดี๋ยวฉันจะเอาสัญญาไปที่ถังกรุ๊ป และรีบมอบให้พวกเขาใช้สามเดือนทันที!”
ซ่งจื่อเซวียนมองดูนาฬิกา “ฉันให้เวลานายสองชั่วโมง จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย ไม่งั้นนายคงจะรู้ผลที่ตามมานะ”
หลี่ว์เจ๋อเจียงพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
เขาได้พบเจอผู้คนมากมายในสังคม แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เจอคนอย่างซ่งจื่อเซวียน โหดเหี้ยมเกินไปแล้ว ไม่พูดเจรจาด้วยซ้ำ
ภายใต้แรงกดดัน หลี่ว์เจ๋อเจียงจึงเรียกคนให้มาทำสัญญาทันที โดยให้ถังกรุ๊ปใช้โรงงานฟรีเป็นเวลาสามเดือน
หลังจากที่ซ่งจื่อเซวียนออกจากบริษัทซันไชน์ฟู้ด เขาก็ตรงไปที่ซันไชน์กรุ๊ป
ทุกความอยุติธรรมมีเจ้าของ ทุกหนี้ต้องชดใช้ ในเมื่อจางเฉิงเป็นคนทำเรื่องนี้ก็ต้องไปหาจางเฉิง
………………………………………………………
………………..