เส้นทางเศรษฐีของ(ว่าที่)เชฟเหรียญทอง - ตอนที่ 509 ตัวแทนจำหน่ายที่ใหญ่ที่สุด
ตอนที่ 509 ตัวแทนจำหน่ายที่ใหญ่ที่สุด
………………..
กลับไปถึงถังกรุ๊ป ถังจวิ้นและถังหย่าฉีก็ยังกังวล
เพราะวันนี้เป็นการสร้างความวุ่นวายจากคนมีอิทธิพล คราวหน้าไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก
และตอนนี้ซ่งจื่อเซวียนก็ยังไปที่บริษัทซันไชน์ฟู้ด และไม่รู้เช่นกันว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
“เฮ้อ เด็กจื่อเซวียนคนนี้ทุ่มเทเพื่อตระกูลถังของเรา หย่าฉี ไม่งั้น…ลูกโทรไปหาเขาหน่อยสิ ถามว่าเป็นยังไงบ้าง”
ถังหย่าฉีพยักหน้าและรีบโทรหาซ่งจื่อเซวียนทันที แต่ไม่มีใครรับสาย
ถังหย่าฉีพลันตื่นตระหนกขึ้นมา “แย่แล้ว ไม่มีใครรับสายเลย พ่อคะ คงไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นใช่ไหมคะ”
ถังจวิ้นขมวดคิ้ว “เอ่อ…โธ่เอ๊ย บรรยากาศในบริษัทซันไชน์ฟู้ดนี้แย่มาตลอด พ่อได้ยินมาว่ายังเกี่ยวข้องกับคนมีอิทธิพลด้วย ถ้ามีเรื่องทะเลาะวิวาทกันจะทำยังไง เป็นความผิดของพ่อทั้งหมดเอง เมื่อกี้ควรจะห้ามไว้”
ถังหย่าฉีได้ยินเช่นนี้ก็ยิ่งกังวลมากขึ้น และน้ำตาแทบจะไหลพราก
“คงไม่มีเรื่องเกิดขึ้นจริงๆ ใช่ไหมคะ พ่อ หนูแจ้งตำรวจดีกว่าไหม”
ไต้ทงกล่าวที่ด้านข้าง “ท่านประธาน หย่าฉี พวกคุณไม่ต้องกังวล นายท่านรองมีรุ่ยจื่ออยู่คงไม่เป็นไร ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเทียนซั่วที่อยู่ด้วย”
“แต่…แต่ทำไมไม่รับสายเลยล่ะ หนูล่ะกังวลจริงๆ!”
ถังจวิ้นขมวดคิ้ว “นั่นสิ จื่อเซวียนทำแบบนี้กับเรา เรานั่งรออยู่ที่นี่ไม่ได้หรอก ไต้ทงขับรถไปที่บริษัทซันไชน์ฟู้ดกันเถอะ”
ขณะที่พวกเขากำลังจะออกไปก็เห็นรถอเนกประสงค์บิวอิคก์สีเทาขับเข้ามาในลาน
รถจอดและมีคนคนหนึ่งลงจากที่นั่งผู้โดยสาร นั่นคือหลี่ว์เจ๋อเจียง
หลี่ว์เจ๋อเจียงเคยเจอถังจวิ้นมาก่อนในการประชุม รีบเดินเข้าไปหาเขาทันที
“สวัสดีครับประธานถัง ผมชื่อหลี่ว์เจ๋อเจียงเป็นผู้จัดการทั่วไปของบริษัทซันไชน์ฟู้ด”
ได้ยินเช่นนี้ หลายคนก็ตกตะลึง กำลังพูดถึงอยู่คนเขาก็มาเลยเหรอ
ถังหย่าฉีเครียดขึ้นมาทันที นี่มันเกิดอะไรขึ้น มีอะไรเกิดขึ้นกับจื่อเซวียนหรือเปล่า ไม่งั้นคนจากบริษัทซันไชน์จะมาทำไม
“ที่แท้ก็ผู้จัดการหลี่ว์นี่เอง ฉันได้ยินชื่อมานานแล้ว!”
อย่างไรตอนที่อยู่ในโรงงานก่อนหน้านี้ พี่เป้าบอกว่าถูกผู้จัดการหลี่ว์ส่งมา เห็นได้ชัดว่าเป็นคนที่อยู่ตรงหน้านี้
แต่ทันใดนั้นหลี่ว์เจ๋อเจียงก็กล่าวขอโทษ “ประธานถัง ผมมาที่นี่เพื่อขอโทษโดยเฉพาะครับ”
“อะไรนะ ขอโทษเหรอ”
“ใช่ เราเข้าใจผิดกันเล็กน้อยที่โรงงานผลิตอาหาร ผมขอโทษคุณจากใจจริงและหวังว่าถังกรุ๊ปจะให้อภัยครับ”
“หืม?”
ถังจวิ้น ถังหย่าฉี และไต้ทงต่างก็มองหน้ากันและกัน ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“ประธานถัง ผมหวังว่าคุณจะรับคำขอโทษของเรา และเพื่อแสดงความจริงใจผมจึงนำสัญญามาหนึ่งฉบับ เราจ้างการผลิตในโรงงานไว้สี่แห่ง ตอนนี้เราจะปล่อยโรงงานหนึ่งให้ถังกรุ๊ปใช้งานเป็นเวลาสามเดือน คุณพอใจหรือเปล่าครับ”
ถังจวิ้นถึงกับงง ใช้ฟรีเหรอ
ปัญหาใหญ่ที่สุดสำหรับถังกรุ๊ปในตอนนี้คือเงินลงทุน ทุนต้นลดเหลือต่ำสุด พวกเขาจึงจ้างโรงงาน
แม้ว่าการผลิตจะช้าลง แต่ต้นทุนก็ต่ำกว่า ไม่เช่นนั้นค่าเช่าจะกลายเป็นแรงกดดันอย่างหนึ่ง
ตอนนี้มีคนให้ฟรีสามเดือนถือเป็นเรื่องที่ดี สามเดือนนี้เพียงพอที่จะฟื้นฟูกิจการของถังกรุ๊ปได้
อาจกล่าวได้ว่าหลังจากสามเดือนตามแนวโน้มการจำหน่ายในตอนนี้ ถังกรุ๊ปสามารถทำสัญญากับโรงงานได้อีกสองถึงสามแห่งได้
เพราะฉะนั้นสามเดือนนี้จึงมีความสำคัญ
แต่วันนี้หลี่ว์เจ๋อเจียงส่งคนมาก่อเรื่อง ตอนนี้กลับมาบอกว่าจะให้โรงงาน…ถังจวิ้นไม่เข้าใจ
เขาไม่คิดว่าจะมีขนมหวานตกลงมาจากท้องฟ้า เรื่องนี้ต้องมีเหตุผลแน่นอน หรือไม่…นี่อาจจะเป็นกับดัก
เป็นเพราะทำธุรกิจมาหลายปี ถังจวิ้นไม่มีทางยอมรับผลประโยชน์ดังกล่าวในทันที
“ผู้จัดการหลี่ว์ นี่นายล้อเล่นหรือเปล่า ทำไมพวกนายถึงปล่อยโรงงานให้เราใช้ฟรีๆ ล่ะ” ถังจวิ้นถาม
หลี่ว์เจ๋อเจียงยิ้มและพูดว่า “ประธานถังอย่าปฏิเสธเลยครับ เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นความผิดของเรา การชดเชยให้คุณนั้นเป็นเรื่องปกติ คุณรับไว้เถอะครับ”
ถังจวิ้นส่ายหัว “เหอะๆ เกรงว่าเราคงไม่มีทางรับไว้”
ถังจวิ้นโบกมือแล้วพูดว่า “ไม่ได้ทำอะไรก็รับสิ่งตอบแทนไม่ได้ ถ้าเป็นเพราะเหตุการณ์วันนี้เราแก้ไขความเข้าใจผิดกันได้ ผู้จัดการหลี่ว์ วันหลังใส่ใจให้มากกว่านี้หน่อย ถังกรุ๊ปก็พอใจแล้ว โรงงานนี้…ช่างมันเถอะ”
“หา? ไม่นะประธานถัง คุณรับไว้เถอะนะ ไม่งั้น…ไม่งั้นคุณซ่งไม่ปล่อยพวกเราไปแน่”
“อะไรนะ นายบอกว่า…จื่อเซวียนเป็นคนทำเหรอ” ถังจวิ้นเอ่ยถาม
หลี่ว์เจ๋อเจียงพยักหน้าแล้วพูดว่า “ใช่แล้วครับ วันนี้เขามาที่บริษัทเรา คุณซ่งให้เวลาผมแค่สองชั่วโมง ถ้าคุณไม่ยอมรับ ผม…ผมตายแน่”
หลี่ว์เจ๋อเจียงไม่ได้รู้จักซ่งจื่อเซวียนมากนัก แต่เพียงเรื่องเมื่อครู่นี้ เขาก็รู้ว่าซ่งจื่อเซวียนเป็นคนโหดเหี้ยม
ไต้ทงได้ยินเช่นนี้ก็ยิ้มและพูดว่า “ประธานถัง คุณรับไว้เถอะครับ ไม่งั้นเกรงว่านายท่านรองจะไม่ปล่อยคนคนนี้ไป”
ไต้ทงถือว่ารู้จักซ่งจื่อเซวียนเป็นอย่างดี เขาถ่อมตัวและรักสงบ แต่ถ้ามีคนมาเริ่มยั่วยุเขาก่อน…จะกลับเป็นกำปั้นเหล็กอย่างแน่นอน
“ก็ได้ ในเมื่อจื่อเซวียนต้องการแบบนั้น ถังกรุ๊ปจะรับไว้ ผู้จัดการหลี่ว์ ขอขอบคุณในนามของตัวแทนถังกรุ๊ปนะ”
“ไม่เป็นไรเลยครับ รีบเซ็นสัญญากันเถอะครับ”
ถังจวิ้นละเอียดรอบคอบมากขึ้นและอ่านสัญญาสองถึงสามครั้ง แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร ดูเหมือนว่าซ่งจื่อเซวียนจะเป็นคนทำจริงๆ
หลังจากนั้นพวกเขาก็เซ็นสัญญาและหลี่ว์เจ๋อเจียงก็รีบจากไป
ขณะเดียวกันซ่งจื่อเซวียนก็มาถึงซันไชน์กรุ๊ป
ขนาดของบริษัทใหญ่เทียบไม่ได้กับบริษัทซันไชน์ฟู้ด เป็นไปไม่ได้เลยที่จะได้พบกับประธานโดยตรง
แต่ซ่งจื่อเซวียนไม่สนใจ เมื่อเขาอยู่ในล็อบบี้บริษัทก็รีบโทรหาหวังเม่าและหงหยวนเซินทันที
เขาบอกว่าตรวจสอบเรื่องนี้แล้วและเป็นคำสั่งจากจางเฉิง ถือเป็นการทำลายความเรียบร้อยของตลาดขั้นรุนแรง
หวังเม่าได้ยินเช่นนั้นก็บอกว่าจะรีบมาทันที ส่วนหงหยวนเซินก็กำลังเดินทางไปด้วย
ประมาณครึ่งชั่วโมง หวังเม่าและหงหยวนเซินก็มาถึงซันไชน์กรุ๊ป
เดิมทีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิเสธที่จะให้ซ่งจื่อเซวียนและคนอื่นๆ ขึ้นไป แต่เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ของรัฐมาก็รีบติดต่อประธานบริษัททันที
กลิ่นหอมของชาลอยคลุ้งในห้องประชุมใหญ่ บริษัทใหญ่ก็คือบริษัทใหญ่ ชานี้ไม่ได้มีคุณภาพต่ำแน่นอน
ประธานจางเฉิงมองทุกคนด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม
“ไม่รู้เรื่องงั้นเหรอ เหอะๆ ต้องให้ผมเปิดวิดีโอไหม พี่เป้าบอกเองว่าเป็นหลี่ว์เจ๋อเจียง และหลี่ว์เจ๋อเจียงก็บอกว่ามันเป็นคำสั่งของคุณ” ซ่งจื่อเซวียนกล่าว
“ฮ่าๆๆ วิดีโองั้นเหรอ คุณซ่ง ผมกับคุณไม่เคยเจอกันมาก่อน วิดีโอนี้…จะใช้เป็นหลักฐานได้เหรอ ผมว่าคุณขอให้พวกเขาพูดแบบนั้นมากกว่า คุณมีเจตนาอะไรครับ”
ได้ยินเช่นนี้ ซางเทียนซั่วก็ตะโกนด้วยความโกรธ “แม่ง ยายแกสิ ใครจะมีเจตนาอะไรกับแก ตัวเองทำแล้วยังไม่ยอมรับอีก”
จางเฉิงคลี่ยิ้ม “ยอมรับอยู่แล้วถ้าผมเป็นคนทำ นี่ไม่ได้ทำแล้วทำไมต้องยอมรับด้วย แล้วก็ถ้าคุณยังพูดหยาบคายอีกครั้ง ผมจะไล่คุณออกไป”
“แก…แกก็ลองดูสิ ข้าจะฆ่าแกซะ!”
“อะแฮ่ม…” หวังเม่ากระแอมสองครั้ง “คุณซ่ง ดูแลคนของคุณด้วย”
“ครับท่านประธานสมาคม เทียนซั่วเงียบปาก ฉันจัดการเรื่องนี้เอง”
ซางเทียนซั่วหายใจแรงและนั่งลง เห็นได้ชัดว่ายังไม่พอใจอยู่
“เหอะๆ ผมยินดีต้อนรับทุกคนที่มาเยือนซันไชน์กรุ๊ป แต่ถ้ามีเจตนาไม่ดีผมอาจจะต้องปกป้องตัวเองด้วยวิธีทางกฎหมาย คุณซ่ง คุณคิดว่าไงครับ” จางเฉิงพูดด้วยรอยยิ้ม
ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้า “บางที…ผมอาจจะใช้วิธีทางกฎหมายได้เร็วกว่าคุณด้วยซ้ำ”
“ยินดีครับ แผนกกฎหมายและทีมกฎหมายของบริษัทผมกำลังว่างๆ พอดี ให้พวกเขามาฝึกงานสักหน่อย”
ได้ยินเช่นนี้ หวังเม่าก็กระซิบ “จื่อเซวียน เขาพูดถูก หลักฐานของนายยังไม่แน่นพอ ถึงแม้จะเป็นเรื่องจริง เราก็ไม่มีทางเอาผิดเขาได้”
ซ่งจื่อเซวียนสูดหายใจเข้าลึกๆ และคิดในใจว่าจางเฉิงคนนี้เป็นคนขี้ขลาดจริงๆ มาขนาดนี้แล้วยังปฏิเสธอีก
เขายิ้ม “ได้ครับ แต่ที่ผมมาคราวนี้ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือหวังว่าจะได้ร่วมมือกับประธานจาง”
“ร่วมมือเหรอ ผมยินดีแน่นอน แต่โครงการเล็กๆ ของพวกคุณ…ไม่ค่อยน่าสนใจจริงๆ นะ”
“เหอะๆ งั้นเหรอ ยอดขายข้าวผัดตระกูลถังของเรามีข้อมูลสนับสนุนอยู่ ถ้าประธานจางสนใจ ผมสามารถให้คุณเป็นตัวแทนที่ใหญ่ที่สุดในจีนได้ ผมได้ยินมาว่าธุรกิจของซันไชน์กรุ๊ปในเจียงหนานยิ่งใหญ่มาก ถ้าคุณยินดีทำหน้าที่เป็นตัวแทนในเขตเจียงหนาน ผมก็ยินดีที่จะแบ่งเงินก้อนแรกกับคุณ”
ซ่งจื่อเซวียนพูดต่อ “แน่นอนว่าเราได้ใช้ช่องทางในเว็บไซต์จุนเค่อแล้ว ดังนั้นถ้าประธานจางสนใจก็ต้องเปิดช่องทางอื่น”
จางเฉิงหัวเราะเสียงดังเมื่อได้ยิน “ฮ่าๆๆ คุณซ่งกำลังล้อเล่นใช่ไหม จะใช้ทรัพยากรในเจียงหนานของผมเหรอ ผมจะบอกให้นะว่าผมไม่ได้สนใจข้าวผัดนั่นของคุณเลย ตัวแทน…แม้ว่าคุณจะส่งโครงการมาให้ผม ผมก็ขี้เกียจจะทำ อาหารฟาสต์ฟู้ดของซันไชน์กรุ๊ปเราครองทรัพยากรในจีนได้เยอะ ผมจะต้องสนใจ…ข้าวผัดเหรอ”
ซ่งจื่อเซวียนคลี่ยิ้ม “ผมแค่อยากให้คุณลองไตร่ตรอง ผมจะรอคำตอบของคุณ ไปล่ะ!”
พูดจบ ซ่งจื่อเซวียนก็ยืนขึ้นและเดินออกไปจากห้องประชุม
หงหยวนเซินและหวังเม่ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย พวกเขาตามซ่งจื่อเซวียนมา แต่ผลลัพธ์คือโดนจางเฉิงขุ่นเคืองจนไม่พูดไม่จา พวกเขารู้สึกเหมือนตัวตลกเล็กน้อย
แต่หลังจากออกไปข้างนอก ซ่งจื่อเซวียนก็มอบบัตรมูลค่าห้าหมื่นหยวนให้หวังเม่าทันที
เขายังเข้าใจความจริงข้อนี้ และเขาจะปล่อยให้ผู้นำมาเสียเที่ยวไม่ได้
แม้ว่าหวังเม่าจะปฏิเสธอ้อมๆ แต่ซ่งจื่อเซวียนยังคะยั้นคะยอให้เงินเขาห้าหมื่นหยวนเป็นค่าตอบแทนการดำเนินการ จุดนี้ทำให้หวังเม่าพอใจอยู่บ้าง
ส่วนหงหยวนเซิน ซ่งจื่อเซวียนไม่ค่อยสนใจ ตราบใดที่ข้าวผัดอยู่บนเว็บไซต์จุนเค่อ และตัวเขาเองก็เป็นลูกค้า หงหยวนเซินจึงไม่คิดเล็กคิดน้อยจนเกินไป
ในรถ ซางเทียนซั่วพูดว่า “แม่งเอ๊ย โกรธฉิบหาย ไอ้ชาติหมานี่มันเป็นคนโกง เลวทราม มันควรจะโดนกระทืบเหมือนหลี่ว์เจ๋อเจียง กวนประสาท!”
“เทียนซั่ว แต่ละเรื่องแก้ไขด้วยวิธีเดียวกันหมดไม่ได้หรอกนะ”
เมื่อพูดจบ ซ่งจื่อเซวียนก็โทรหาเสี่ยเฉิงปา และบอกว่าอยากยืมคนจากเขา นั่นคือจางเปียว
เสี่ยเฉิงปาตอบตกลงฉับพลัน และให้จางเปียวขับรถไปปักกิ่งทันที
“นายท่านรอง สั่งมาได้เลย” จางเปียวพูดในสาย
“พี่เปียว คราวนี้ผมต้องพึ่งพาพี่จริงๆ ซันไชน์กรุ๊ปในปักกิ่ง ผมรู้ฝีมือพี่ ผมอยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจทั่วไปของพวกเขาสักหน่อย ต้องลุยให้เต็มที่เลยนะ”
“เหอะๆ เรื่องเล็กน้อย นายท่านรอง คืนนี้ฉันจะไปที่บริษัทพวกเขา ไม่ว่าจะสำคัญหรือไม่ก็ตาม ฉันจะหนุนหลังนายเอง”
ซ่งจื่อเซวียนมั่นใจในฝีมือของจางเปียวมาก เขาเป็นจอมขโมย
ซ่งจื่อเซวียนไม่เชื่อว่าซันไชน์กรุ๊ปที่มีผู้นำแบบนี้ ทุกเรื่องที่ทำก่อนหน้านี้จะมีแต่เรื่องที่ขาวสะอาด
……………………………………………..
………………..