แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 13 รับศิษย์สำเร็จอีกครั้ง รีบมาตีข้าเร็วเข้า
ในขณะที่เขากำลังนึกสงสัยในตัวระบบอยู่นั้นเอง
ตูม
เบื้องหน้าของเย่หนานพลันบังเกิดหลุมลึกขนาดใหญ่ขึ้นจากการกระแทก
ตายห่า ตัวอะไรวะนั่น เย่หนานสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ
เมื่อได้ยินเสียงกัมปนาท หลิงหลงและกู้เฉินต่างก็รีบวิ่งออกมาดู
เมื่อเห็นหลุมลึกที่หน้าประตู ทั้งสามคนก็ได้แต่นิ่งอึ้ง
ภายในหลุมลึกนั้น ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่ง สวมใส่เสื้อผ้าขาดวิ่น
อายุดูราวสิบหกสิบเจ็ดปี นอนได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่ภายใน
มิน่าล่ะ ข้าถึงหาคนไม่เจอ ที่แท้ก็ตกลงมาจากฟ้า แต่ว่า ทำไมสภาพถึงได้อนาถขนาดนี้ เย่หนานคิดในใจ
คนผู้นี้เป็นใครกัน กู้เฉินพินิจดูหญิงสาวในหลุมด้วยความสงสัย
แค่ก แค่ก
หญิงสาวไอปนเลือดออกมาอย่างยากลำบาก
ทันทีที่เงยหน้าขึ้น นางก็เห็นศีรษะสามหัวชะโงกหน้ามองนางอยู่
พวกเจ้าจะทำอะไร หญิงสาวสะดุ้งตกใจ
นางกระชับกระบี่ในมือ แล้วพยายามพยุงร่างลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล
สายตาจ้องมองทั้งสามด้วยความหวาดระแวง โดยเฉพาะกู้เฉิน
นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายการบำเพ็ญเพียรของกู้เฉิน ซึ่งแข็งแกร่งที่สุดในสามคนนี้ และดูเหมือนจะไม่ด้อยไปกว่านางเลย
ส่วนเย่หนานและหลิงหลงนั้น นางมองข้ามไปโดยสิ้นเชิง
ในสภาพบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้ นางย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของกู้เฉินแน่
ศิษย์รัก ไปรินน้ำมาสักแก้วซิ เย่หนานหันไปสั่งกู้เฉิน
ขอรับ ท่านอาจารย์ กู้เฉินพยักหน้ารับคำ
เมื่อได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ หญิงสาวก็ต้องตกตะลึง
หรือว่าข้าจะดูคนผิดไป นางหันกลับมาพินิจเย่หนานอีกครั้ง
เพราะ การที่ยอดฝีมือ ขั้นรวบรวมวิญญาณ เรียกผู้ฝึกตน ขั้นกลั่นลมปราณ ว่าท่านอาจารย์ เรื่องนี้ทำให้นางประหลาดใจยิ่งนัก
อย่าระแวงไปเลย ทำตัวตามสบายเถอะ นั่งก่อนสิ เย่หนานทำตัวเป็นกันเอง ยกเก้าอี้มาวางตรงหน้าหญิงสาว
ขะ ขอบคุณ หญิงสาวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขอบคุณ
แต่ทว่า มือของนางยังคงกำกระบี่แน่น
ในโลกผู้บำเพ็ญเพียร เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมเพทุบาย นางย่อมไม่หลงเชื่อเปลือกนอกของเย่หนานง่ายๆ
แม้ภายนอกนางจะดูเย็นชาและสร้างกำแพงกั้นผู้คน แต่มารยาทพื้นฐานนางก็ยังพอมี
แม่นาง ดื่มน้ำก่อน กู้เฉินยกแก้วน้ำออกมาส่งให้
ขอบคุณ หญิงสาวรับแก้วน้ำไป
แม้จะถือไว้ในมือ แต่นางกลับไม่ยอมดื่ม
เย่หนานสังเกตเห็นท่าทางนั้น ก็คิดในใจว่า ยัยหนูนี่ นอกจากจะเย็นชาแล้ว ยังขี้ระแวงสุดๆ ไปเลยแฮะ
แต่เขาก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ
แม่นาง ทำไมเจ้าถึงตกลงมาจากฟ้าได้ล่ะ เย่หนานถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ข้า ข้าถูกไล่ล่าจนหนีมาถึงที่นี่ หญิงสาวผู้เย็นชารู้ดีว่า สภาพของนางคงปิดบังอะไรไม่ได้
ถูกไล่ล่า เย่หนานชะงัก กวาดสายตามองไปรอบๆ ทันที
ไม่ต้องมองหรอก ข้าสลัดพวกมันหลุดแล้ว หญิงสาวผู้เย็นชาเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
นางมีนามว่าไป๋หลิง เดิมทีเป็นศิษย์เอกของสำนักใหญ่แห่งหนึ่ง ครอบครองรากวิญญาณธาตุน้ำแข็ง
ทว่า กลับถูกธิดาของเจ้าสำนักปองร้าย ช่วงชิงรากวิญญาณธาตุน้ำแข็งในร่างไปอย่างโหดเหี้ยม
มิหนำซ้ำ ยังขับไล่นางออกจากสำนัก
นางสูญเสียรากวิญญาณ เดิมคิดว่า อย่างน้อยก็ยังรักษาชีวิตรอดมาได้
แต่ที่คาดไม่ถึงคือ เพียงแค่ออกมาจากสำนักได้ไม่นาน ธิดาเจ้าสำนักผู้นั้นก็ส่งคนมาตามสังหารนาง
นางหนีหัวซุกหัวซุน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสวรรค์ยังเมตตาหรือไม่ ทำให้นางสลัดการตามล่ามาได้
แต่ด้วยอาการบาดเจ็บที่สาหัสเกินไป ทำให้เดินทางต่อไม่ไหว นางจึงฝืนใจสยบสัตว์อสูรบินได้ระดับ ขั้นกลั่นลมปราณ มาตัวหนึ่งเพื่อใช้เป็นพาหนะ
แต่พอ บินมาถึงน่านฟ้าเหนือเมืองเผิงเฉิง อาการบาดเจ็บกำเริบจนหน้ามืด นางจึงร่วงตกลงมา
เฮ้อ น่าเวทนาจริงๆ เย่หนานถอนหายใจในใจ
ข้อมูลของไป๋หลิง ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาเรียบร้อยแล้ว
แม่นางไป๋ เจ้ายินดีจะกราบข้าเป็นอาจารย์หรือไม่ เย่หนานเปิดประเด็นไม่อ้อมค้อม
เมื่อได้ยินคำนี้ แม้แต่กู้เฉินที่อยู่ข้างๆ ยังตกใจ
ก่อนหน้านี้เขาก็รู้สึกว่าเย่หนานดูจะใจดีกับแม่นางคนนี้เป็นพิเศษ
เพิ่งเจอกันแท้ๆ ทั้งเสิร์ฟน้ำ ทั้งหาเก้าอี้ให้นั่ง
ที่แท้ก็มีแผนจะรับศิษย์นี่เอง
หลิงหลงได้ยินดังนั้น ดวงตาก็ลุกวาว
ตลอดมามีแต่นางที่เป็นผู้หญิงคนเดียว หากได้ไป๋หลิงมาเป็นศิษย์ของเย่หนาน ก็เท่ากับนางมีศิษย์น้องหญิง
ถึงตอนนั้น นางก็จะมีเพื่อนเล่นแล้ว
มีเพียงไป๋หลิงที่ตกตะลึงจนตัวสั่น เพราะ เมื่อครู่เย่หนานเรียกนางว่าแม่นางไป๋
นางเพิ่งเคยเจอเย่หนานครั้งแรก ยังไม่ทันได้แนะนำแซ่สกุลเลยด้วยซ้ำ
ส่วนข้อสงสัยที่ว่าเย่หนานเป็นนักฆ่าที่ถูกส่งมาหรือไม่ นางตัดทิ้งไปได้เลยตั้งแต่แรก
ถ้าจะฆ่า คงลงมือไปนานแล้ว จะมัวมาพูดมาก ยกเก้าอี้ เสิร์ฟน้ำให้ทำไม
ข้าถามเจ้าอยู่นะ ยินดีจะเป็นศิษย์ของข้าหรือไม่ เย่หนานเห็นไป๋หลิงนิ่งเงียบ จึงถามย้ำอีกครั้ง
ข้า ชั่วขณะหนึ่ง หญิงสาวผู้เย็นชาไม่รู้จะตอบอย่างไร
นางลังเล
เพราะ หากวัดจากกลิ่นอาย เย่หนานเป็นเพียงผู้ฝึกตน ขั้นกลั่นลมปราณ
แต่เมื่อครู่ เขากลับรู้แซ่ของนางได้เอง ดูอย่างไรก็ไม่น่าใช่ ขั้นกลั่นลมปราณ ธรรมดาๆ
อีกทั้ง ยังมีศิษย์ระดับ ขั้นรวบรวมวิญญาณ อยู่ใต้สังกัดอีกคน ยิ่งทำให้นางมั่นใจว่า เย่หนานตรงหน้าต้องเป็นยอดฝีมือที่เร้นกายจากโลกภายนอกแน่นอน
แม่นาง ท่านอาจารย์ของข้านั้นเก่งกาจยิ่งนัก หากเจ้าได้กราบเป็นศิษย์ เจ้าจะต้องรู้สึกโชคดีอย่างแน่นอน กู้เฉินที่อยู่ข้างๆ รีบช่วยเชียร์อาจารย์
เห็นกู้เฉินช่วยพูด เย่หนานก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ยิ่งดู เขาก็ยิ่งถูกชะตากับเจ้าศิษย์คนนี้
ตกลง ข้ายินดี หลังชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ไป๋หลิงก็ตอบตกลง
เพราะ นางไร้ที่ไปแล้วจริงๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ระดับพลังของนางกำลังถดถอยลงเรื่อยๆ ไม่รู้ว่า จะกลายเป็นคนพิการไปเมื่อไหร่
อย่าว่าแต่เย่หนานเลย ลำพังแค่ระดับพลังของกู้เฉิน สำหรับนางในตอนนี้ก็นับว่าเป็นเกราะคุ้มกันชั้นดี
เพราะ กู้เฉินอายุรุ่นราวคราวเดียวกับนาง แต่กลับมีพลังถึง ขั้นรวบรวมวิญญาณ ระดับแปด เรื่องนี้ทำให้นางทึ่งมาก
และถ้าหากเย่หนานเป็นยอดฝีมือเร้นกายจริงๆ นางก็ถือว่ากำไรเห็นๆ
ดังนั้น ไม่ว่าจะคิดมุมไหน ก็ไม่มีคำว่าขาดทุน
ดี ต่อไปนี้เจ้าคือศิษย์คนที่สามของข้า นี่คือศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์พี่รองของเจ้า เย่หนานยิ้มแก้มปริ พลางแนะนำหลิงหลงและกู้เฉิน
ไป๋หลิงทำพิธีกราบอาจารย์ จากนั้นจึงหันไปทางหลิงหลงและกู้เฉิน ไป๋หลิง คารวะศิษย์พี่ใหญ่ และศิษย์พี่รอง
เพียงแต่ตอนมองไปที่หลิงหลง นางมีความสงสัยอยู่บ้าง
เพราะหลิงหลงดูเหมือนคนธรรมดา แต่กลับเป็นศิษย์พี่ใหญ่
ศิษย์น้องไม่ต้องมากพิธี กู้เฉินรีบโบกมือ
คิก คิก คิก ศิษย์น้องไม่ต้องเกรงใจ หลิงหลงวางมาดเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว
ทั้งสามคนเห็นท่าทางของหลิงหลงแล้วก็อดขำไม่ได้
แต่ ก็ไม่มีใครถือสา
ในโลกผู้บำเพ็ญเพียร อายุไม่ใช่อุปสรรค
หลิงหลง เจ้าพาไป๋หลิงไปเลือกห้องพักหน่อยสิ เย่หนานบอกหลิงหลง
ความจริงไม่ต้องรอให้สั่ง หลิงหลงก็จูงมือไป๋หลิงเดินเข้าไปข้างในเรียบร้อยแล้ว
[ติ๊ง ยินดีด้วย โฮสต์รับศิษย์สำเร็จ มอบรางวัลขั้นกลั่นลมปราณหนึ่งหมื่นชั้น]
[ติ๊ง ยินดีด้วย โฮสต์ปลดล็อกสกิลสุดโกง: หัตถ์ทองคำ และมอบรางวัลแก่ศิษย์ไป๋หลิง: รากวิญญาณเหมันต์เร้นลับ พร้อมปลดล็อกสกิลสุดโกง: รีบมาตีข้าเร็วเข้า]
[ติ๊ง เนื่องจากการรับศิษย์ครั้งที่สองสำเร็จ ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของศิษย์ทุกคนจะเพิ่มขึ้น ปัจจุบันอยู่ที่สามร้อยเท่า]
หัตถ์ทองคำ มันคือบ้าอะไรเนี่ย เย่หนานได้ยินชื่อจากระบบ หน้าก็ดำทะมึนขึ้นมาทันที