แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 125 เพิ่งก้าวขาออกจากบ้าน บ้านก็หายไปเสียแล้ว
คล้อยหลังเย่หนานจากไปได้เพียงไม่นาน
เงาร่างสองสายที่ดูมีพิรุธก็ปรากฏขึ้นบนยอดเขาทักษิณ
ท่านจอมหล่อเหลาขอรับ ไหนบอกว่าจะพาข้าน้อยไปที่ชอบที่ชอบ ไฉนจึงพาข้าน้อยกลับมาที่นี่อีกเล่า จอมมารเพลิงทมิฬเอ่ยถามพลางมองเจ้าตัวตลกด้วยสายตาว่างเปล่า
เจ้าตัวตลกที่หายหน้าไปพักหนึ่ง ดูเหมือนจะตัวสูงขึ้นไม่น้อย ไม่ใช่คนแคระแกร็นเหมือนแต่ก่อน บัดนี้ส่วนสูงของเขาดูใกล้เคียงคนปกติ แต่ชุดแต่งกายอันฉูดฉาดหลุดโลกและใบหน้าเปื้อนยิ้มพิลึกพิลั่นภายใต้หน้ากากนั้นยังคงเดิม
หากนำไปเทียบกับร่างกายอันกำยำล่ำสันของจอมมารเพลิงทมิฬแล้ว ก็ยังถือว่าคนละไซส์กันอยู่ดี
เจ้าตัวตลกไม่ได้สนใจคำถามของสมุนคู่ใจ เขาเดินดุ่มๆ ตรงไปยังเรือนพักของตนเอง
ทว่าเมื่อก้าวเท้าเข้าไปข้างใน เจ้าตัวตลกก็ต้องยืนนิ่งค้าง
ตู้เสื้อผ้า ตู้เสื้อผ้าที่เย่หนานเคยใช้ขังเขา บัดนี้อันตรธานหายไปแล้ว
บนพื้นห้องหลงเหลือเพียงเศษขี้เลื่อยและขี้เถ้ากองเล็กๆ เจ้าตัวตลกยืนจ้องมองกองขี้เถ้านั้นพลางตกอยู่ในห้วงความคิด
อย่าได้ถามว่าตู้เสื้อผ้าหายไปไหน
คำตอบมีเพียงหนึ่งเดียว คือถูกคุณชายเย่ผ่าเอาไปทำฟืนต้มน้ำชาเรียบร้อยแล้ว
เจ้าตัวตลกเดินกลับออกมานอกห้อง หยุดยืนแล้วเอียงคอมองไปรอบๆ ด้วยท่าทางยียวน
จอมมารเพลิงทมิฬที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ด้านข้าง ไม่กล้าเอ่ยปากถามซ้ำ ได้แต่รอคอยคำสั่งอย่างใจจดใจจ่อ
ทว่าในวินาทีถัดมา
จอมมารเพลิงทมิฬก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด
ภาพที่เห็นคือ เจ้าตัวตลกยื่นมือข้างหนึ่งออกไป แล้วทำท่าคว้าจับไปทางยอดเขาทักษิณที่อยู่เบื้องหลัง
วูบ
ไร้ซึ่งเสียงกัมปนาทหรือแผ่นดินไหว มีเพียงแสงสว่างวาบผ่านไปวูบหนึ่ง
ยอดเขาทักษิณทั้งลูกที่เคยตั้งตระหง่าน บัดนี้หดเล็กลงจนกลายเป็นภูเขาจำลองขนาดเท่าฝ่ามือ ลอยสงบนิ่งอยู่บนมือของเจ้าตัวตลกอย่างน่าอัศจรรย์
จอมมารเพลิงทมิฬอ้าปากค้าง พูดไม่ออกบอกไม่ถูก
สมบัติวิเศษที่ย่อขยายขนาดได้นั้นเขาพอเข้าใจ
แต่นี่มันคือภูเขาจริงๆ ภูเขาที่มีรากหยั่งลึกและเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดิน
หากจะให้ทำลายภูเขาทิ้งทั้งลูก เขาก็พอทำได้ แต่การย่อส่วนภูเขาจริงให้เหลือเท่าฝ่ามือแล้วพกพาไปมาเช่นนี้
นี่สินะ อิทธิฤทธิ์ของเซียน จอมมารเพลิงทมิฬตื่นเต้นจนเนื้อเต้น
ทุกครั้งที่เจ้าตัวตลกแสดงฝีมือ ล้วนทำลายกรอบความรู้เดิมของเขาจนย่อยยับ
เจ้าตัวตลกโยนภูเขาจำลองในมือเล่นไปมาราวกับของเล่น ก่อนจะเดินจากไปอย่างสบายอารมณ์
จอมมารเพลิงทมิฬรีบสาวเท้าตามไปติดๆ
การหายไปของยอดเขาทักษิณ เกิดขึ้นอย่างเงียบเชียบจนไม่มีผู้ใดในสำนักยู่ฮวาล่วงรู้ แม้แต่ยวี่เซียวจื่อผู้เป็นบรรพชนก็ยังไม่ระแคะระคาย
เย่หนานผู้จากไปแล้ว ย่อมไม่รู้เรื่องราวเหล่านี้ ก่อนออกจากเมืองหยุน เขาแวะกินดื่มจนอิ่มหนำแล้วจึงออกเดินทาง
ส่วนสองศิษย์อาจารย์ชางหยวน ก็ยังคงพักค้างแรมอยู่ในเมืองหยุน รอคอยโอกาสที่จะกลับไปเยี่ยมเยียนโดยหารู้ไม่ว่าเป้าหมายได้อันตรธานหายไปแล้ว
ลองจินตนาการดูเถิด หากเย่หนานรู้ว่าเพียงแค่ก้าวขาออกจากบ้าน บ้านทั้งหลังก็ถูกขโมยไป แถมยังเป็นการขโมยแบบยกเค้าจริงๆ เขาจะคลั่งขนาดไหน
ณ ห้องพักหรูหราในโรงเตี้ยมอีกแห่งหนึ่งของเมืองหยุน
สตรีสองนางกำลังนั่งปรึกษาหารือกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
คนหนึ่งคือหญิงชราใบหน้าซีดเผือด ลมหายใจติดขัด ส่วนอีกคนเป็นเด็กสาวงดงามที่ดูมีอาการดีกว่าเล็กน้อย
ท่านยายฮวา อาการของท่านเป็นอย่างไรบ้าง ฮวาเหลียนเอ่ยถามยายเฒ่าฮวาด้วยความเป็นห่วง
ทั้งสองคือฮวาเหลียนและยายเฒ่าฮวาที่หนีรอดมาจากสุสานโบราณ หลังการต่อสู้จบลง พวกนางรีบปลีกตัวมารักษาอาการบาดเจ็บ โดยเฉพาะยายเฒ่าฮวาที่โดนซัดจนสาหัส จำต้องพักฟื้นเพื่อปรับลมปราณ
ส่วนเรื่องของกู้เฉินและเย่หนาน ในยามนี้นางไม่มีเวลาไปสนใจแล้ว
คุณหนู ยายดีขึ้นมากแล้ว แต่ที่นี่ไม่ปลอดภัย เราต้องรีบกลับเผ่าโดยเร็วที่สุด ยายเฒ่าฮวากล่าวด้วยความหวาดระแวง
ครั้งนี้หากไม่ได้เย่หนานยื่นมือเข้าช่วย ชีวิตไม้ใกล้ฝั่งของนางคงดับสูญไปแล้ว
ถ้านางตายก็แล้วไปเถอะ แต่หากฮวาเหลียนเป็นอะไรไป นางคงนอนตายตาไม่หลับ
ฮวาเหลียนเป็นเด็กสาวที่นางเลี้ยงดูมากับมือ และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ฮวาเหลียนแบกรับภารกิจสำคัญที่จะชี้ชะตาอนาคตของขุมกำลังเบื้องหลังของพวกนาง
ข้าเข้าใจแล้วท่านยาย เพียงแต่ข้ายังคาใจเรื่องของกู้เฉินกับอาจารย์ของเขา ข้ารู้สึกว่าสองคนนั้นมีความลับยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ โดยเฉพาะอาจารย์ของกู้เฉิน ฮวาเหลียนยังคงตัดใจไม่ลง
คุณหนู ความแข็งแกร่งของคนผู้นั้นท่านก็ได้ประจักษ์กับตาแล้ว การรั้งอยู่ที่นี่รังแต่จะเสียเวลาเปล่า สู้เรากลับไปตั้งหลักที่เผ่า แล้วค่อยส่งคนมาสืบประวัติของระดับ เทพปฐพี ผู้นั้นภายหลัง ย่อมไม่ใช่เรื่องยาก ยายเฒ่าฮวาพยายามเกลี้ยกล่อม
ได้ฟังเหตุผลของยายเฒ่าฮวา ฮวาเหลียนก็พยักหน้าเห็นด้วย
ในดินแดนแถบนี้ ระดับ นภาเร้นลับ คือจุดสูงสุด ส่วนระดับ เทพปฐพี คือตำนาน
แต่จากคำบอกเล่าของยายเฒ่าฮวา ในขุมกำลังเบื้องหลังของพวกนาง ระดับ เทพปฐพี ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอันใด
ตกลง ถ้าเช่นนั้นเราออกเดินทางกันเดี๋ยวนี้ ในที่สุดฮวาเหลียนก็ตัดสินใจ
ยายเฒ่าฮวาลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก นางกลัวเหลือเกินว่าคุณหนูผู้ดื้อรั้นจะไม่ยอมกลับ
ตัดภาพมาที่ถนนสายเล็กนอกเมือง
โอ้โฮเฮะ ทางแยกสองทาง ไปทางไหนดีล่ะเนี่ย
เย่หนานนั่งอยู่บนรถลากที่เทียมด้วยลาตัวหนึ่ง จ้องมองทางแยกเบื้องหน้าด้วยความลังเล
ทันใดนั้น เขาก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมา เอื้อมมือไปตบหลังเจ้าลาเบาๆ
เจ้าลาน้อย เลือกเอาเลย เพื่อนยาก
เพียะ
เย่หนานสะบัดแส้ฟาดก้นลาไปหนึ่งที
ฮี่ๆๆๆ
เจ้าลาสะดุ้งโหยง ร้องลั่นด้วยความเจ็บปนตกใจ แล้วออกวิ่งสุ่มสี่สุ่มห้าไปทางแยกด้านหนึ่งทันที
ฮ่าๆๆ ข้านี่มันฉลาดจริงๆ เย่หนานหัวเราะร่าอย่างภูมิใจในความอัจฉริยะของตน
ทว่าหลังจากเย่หนานผ่านไปได้ไม่นาน
กลุ่มชายฉกรรจ์หน้าตาถมึงทึงกลุ่มหนึ่งก็กระโดดลงมาจากต้นไม้ข้างทาง ในมือของทุกคนถือดาบเล่มโตแวววาว
ลูกพี่ มันก็แค่ไอ้หนูระดับ กลั่นลมปราณ คนหนึ่ง จะไปมีน้ำยาอะไรให้ปล้น ลูกสมุนคนหนึ่งถามชายร่างยักษ์ผู้เป็นหัวหน้าด้วยความสงสัย
ไอ้โง่ เอ็งจะไปรู้อะไร ข้าจับตาดูมันมานานแล้ว ตั้งแต่ในเมือง มันเข้าร้านเหล้าหรูๆ สั่งอาหารเต็มโต๊ะ จ่ายเงินมือเติบไม่อั้น คิดดูสิว่าระดับ กลั่นลมปราณ ที่ไหนจะมีปัญญาทำตัวป๋าขนาดนั้น ถ้าไม่มีสมบัติมหาศาลติดตัว หัวหน้าร่างยักษ์หันไปเขกกบาลลูกน้อง
จริงรึพี่ เมื่อได้ยินเรื่องเงินๆ ทองๆ ดวงตาของเหล่าลูกสมุนก็ลุกวาว
ฮึ จำใส่สมองกลวงๆ ของพวกเอ็งไว้ บางครั้งเหยื่อที่ดูอ่อนแอ อาจพกความมั่งคั่งมหาศาลไว้กับตัว รู้จักใช้สมองบ้าง อย่าใช้แต่กำลัง หัวหน้าโจรเริ่มเทศนาสั่งสอนลูกน้องอย่างภาคภูมิใจ
ลูกพี่ แล้วถ้ามันเป็นลูกหลานตระกูลใหญ่ หรือมีผู้หนุนหลังโหดๆ ล่ะ ลูกน้องอีกคนเอ่ยถามด้วยความกังวล
ผัวะ
คราวนี้หัวหน้าโจรตบกบาลลูกน้องคนนั้นจนหน้าหัน หมุนคว้างอยู่กับที่สองสามรอบ
ไอ้ควาย เรื่องแบบนี้พวกเราทำมากี่ครั้งแล้ว ฆ่าให้ตาย ชิงของมา แล้วก็เผ่นแน่บ ใครหน้าไหนมันจะตามเราเจอ หัวหน้าโจรถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่ายกับความขี้ขลาดของลูกน้อง
เฮะๆๆ ลูกพี่ฉลาดที่สุด งั้นลงมือเลยไหมพี่ ลูกสมุนคนอื่นเริ่มคันไม้คันมือ ไม่ได้ปล้นใครมานานแล้ว
อย่าเพิ่งใจร้อน ตอนนี้เพิ่งออกจากเมือง คนยังพลุกพล่าน รอให้มันเข้าไปลึกกว่านี้อีกหน่อย ค่อยลงมือ เราแค่ตามไปเงียบๆ ก็พอ หัวหน้าโจรวางแผนอย่างรัดกุม
ทางด้านเย่หนานที่นอนเอกเขนกหลับอุตุอยู่บนรถลา หารู้ไม่ว่ามีมัจจุราชกลุ่มหนึ่งกำลังสะกดรอยตามมาติดๆ
เวลาล่วงเลยไปหลายชั่วยาม จนกระทั่งดวงตะวันเริ่มคล้อยต่ำ แสงยามสนธยาอาบย้อมผืนป่า
รถลาของเย่หนานได้เข้าสู่เส้นทางเล็กๆ ในหุบเขา สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าดงดิบทึบ ถนนแคบเสียจนรถม้าสวนกันลำบาก
ลูกพี่ เอาเลยไหม เหล่าลูกสมุนหันไปถามหัวหน้า
ชายร่างยักษ์ไม่ได้ตอบในทันที เขาขมวดคิ้วมองรถลาที่ยังคงมุ่งหน้าต่อไปด้วยความกังวล
ลูกพี่เป็นอะไรไป ลูกน้องสังเกตเห็นความผิดปกติ
ไม่มีอะไร แค่ข้าเคยได้ยินข่าวลือมาว่า เส้นทางสายนี้มีสัตว์อสูรดุร้ายอาศัยอยู่ ปกติไม่ค่อยมีใครกล้าใช้เส้นทางนี้กัน
หา สัตว์อสูรดุร้าย แล้วมันเก่งแค่ไหนล่ะพี่ แล้ว ทำไมพี่ไม่บอกแต่แรกล่ะโว้ย รู้งี้ลงมือตั้งแต่ตีนเขาแล้ว ลูกน้องคนหนึ่งบ่นอุบ
ผัวะ
หัวหน้าโจรตบกบาลมันอีกฉาดใหญ่
บัดซบ ข้าไม่ใช่เทวดานะโว้ย จะได้รู้ไปซะทุกเรื่อง ข้าก็เพิ่งจะนึกออกตอนนี้นี่หว่า หัวหน้าโจรตะคอกด้วยความโมโห
ลึกๆ แล้วเขาก็แอบเสียใจที่ไม่ได้ลงมือเร็วกว่านี้ มัวแต่ระวังตัวจนลืมเรื่องสัตว์อสูรไปสนิท
แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว จะถอยก็เสียดายของ ช่างหัวมัน รีบลงมือรีบจบ เสี่ยงหน่อยแต่น่าจะคุ้ม