แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 145 เย่หนานถูกเจาะเกราะป้องกัน
เย่หนานเดินดุ่ม ๆ ไปที่กองไฟโดยไม่ลังเล จับเจ้าหมาดำตัวน้อยขึ้นพาดบนตะแกรงย่างเหนือเปลวเพลิงทันที
ถึงกระนั้น เจ้าหมาดำก็ยังคงมองเย่หนานด้วยสายตาเหยียดหยาม ไม่ดิ้นรนขัดขืนแม้แต่น้อย
โอ้โห ยังจะทำเก่งอีกนะเย่หนานจ้องมองเจ้าหมาน้อยอย่างดุดัน
ทว่าผ่านไปครู่ใหญ่ ทั้งเย่หนานและสองสาวต่างก็ต้องประหลาดใจ
แม้เย่หนานจะมีเจตนาเพียงแค่ต้องการขู่ให้กลัว แต่โดนไฟลนขนาดนี้ อย่างน้อยขนก็น่าจะไหม้บ้าง
แต่ทว่า… เจ้าหมาดำกลับไม่สะทกสะท้าน ขนของมันไม่มีรอยไหม้แม้แต่เส้นเดียว
ดูเหมือนมันจะเริ่มเบื่อ เจ้าตัวเล็กจึงอ้าปากหาวหวอด แถมยังส่งสายตาท้าทายเย่หนานอีกด้วย
บัดซบ!เย่หนานลุกพรวดขึ้นด้วยความโมโห
ช่างเป็นลูกสุนัขที่ประหลาดนักเหมียวอินและเหมียวชิงอีมองดูด้วยความทึ่ง
เย่หนานคว้าตัวเจ้าหมาดำกลับมาถือไว้ในมือ พินิจพิเคราะห์อย่างละเอียด
เขาเองก็สัมผัสได้ว่าเจ้าหมาตัวนี้ไม่ธรรมดา แต่ดูไปดูมาก็ไม่เห็นความผิดปกติอะไร จึงเริ่มหมดความสนใจ
ช่างเถอะ ช่างเถอะ พวกเจ้าใครชอบมันบ้าง เอาไปเลี้ยงเองเลยเย่หนานยื่นเจ้าหมาดำไปตรงหน้าเหมียวอินและเหมียวชิงอี
เอ่อ… ขอบคุณท่านผู้อาวุโสเจ้าค่ะเหมียวอินยิ้มเขิน ๆ แต่ในใจก็นึกเอ็นดูความน่ารักของมันอยู่ไม่น้อย จึงยื่นมือออกไปรับ
แต่ทว่าในวินาทีถัดมา
กร๊อบ!
เจ้าหมาดำงับเข้าที่มือของเย่หนานเต็มแรง
ความเจ็บปวดแล่นปราดเข้ามาทำเอาเย่หนานสะดุ้งโหยง
โอ๊ย! ปล่อยนะเว้ย! ปล่อย!เย่หนานร้องลั่น ใบหน้าเขียวคล้ำด้วยความเจ็บปวด
ฟึ่บ!
หลังจากฝากรอยรักไว้แล้ว เจ้าหมาดำก็กระโดดแผล็บหนีไปนั่งยอง ๆ อยู่ไม่ไกล จ้องมองเย่หนานด้วยแววตาหยอกล้อ
เย่หนานก้มมองรอยฟันบนมือที่มีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย ดวงตาของเขาหรี่ลงด้วยความอันตราย
มันสามารถเจาะทะลุการป้องกันของเขาได้ เรื่องนี้ทำให้เย่หนานตกตะลึงจนแทบไม่อยากเชื่อสายตา
เจ้าระบบ นี่มันตัวบ้าอะไรกันเย่หนานเอ่ยถามในใจ
ทว่าระบบยังคงเงียบกริบไร้สัญญาณตอบรับเช่นเคย
เวรเอ๊ย! แกล้งตายอีกแล้วนะเย่หนานสบถในใจ
เย่หนานก้าวเท้าเข้าไปหาเจ้าหมาดำอย่างช้า ๆ ยืนค้ำหัวมองลงไปด้วยสายตาดูแคลน
ฝ่ายเจ้าหมาน้อยก็ไม่เกรงกลัว เงยหน้าจ้องตาเย่หนานกลับอย่างท้าทาย
หนึ่งคนหนึ่งหมาจ้องตากัน บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายดินปืน
ไปตายซะไป๊!เย่หนานตวัดขาเตะออกไปเต็มแรง
เปรี้ยง!
ร่างของเจ้าหมาดำลอยละลิ่วพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า กลายเป็นดาวตกหายวับไปในขอบฟ้าทันที
กินเนื้อข้าแล้วยังบังอาจมากัดข้า ต่อให้เจ้าไม่ธรรมดาแค่ไหน ข้าก็ไม่ไว้หน้าทั้งนั้น
ในโลกนี้ยังมีสิ่งใดเทียบเคียงกับระบบของเขาได้อีกหรือ เหลวไหลทั้งเพ
เห็นเย่หนานเตะเจ้าหมาน้อยกระเด็นหายไปต่อหน้าต่อตา สองสาวก็ไม่กล้าปริปากบ่น
ในเมื่อมันกัดเย่หนาน หากเป็นพวกนางก็คงโมโหเช่นกัน
ท่านผู้อาวุโส ท่านไม่เป็นไรนะเจ้าคะ!เหมียวอินรีบเข้ามาดูบาดแผลที่มือของเย่หนานด้วยความเป็นห่วง
ความจริงแล้วในใจลึก ๆ ของสองสาวต่างเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
เย่หนานต่อกรกับยอดฝีมือขอบเขตเทพปฐพีถึงสามคนโดยไร้รอยขีดข่วน แต่กลับมาเสียท่าถูกลูกสุนัขปริศนากัดจนเลือดออก เรื่องนี้ช่างเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
ไม่เป็นไร แค่เรื่องเล็กน้อยเย่หนานโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
มีเพียงเหมียวชิงอีที่มองไปยังทิศทางที่เจ้าหมาดำปลิวหายไปอย่างครุ่นคิด
สุนัขตัวนั้นต้องไม่ใช่สัตว์ธรรมดาแน่ ควรจะแจ้งให้ทางสำนักมาจับตัวมันไว้หรือไม่เหมียวชิงอีคิดในใจ
แต่เมื่อหันมามองเย่หนาน นางก็ล้มเลิกความคิดนั้น
มีเย่หนานผู้เป็นขุมทรัพย์เดินดินอยู่ตรงหน้า นางไม่ควรหาเรื่องใส่ตัว
หากทำอะไรให้เย่หนานไม่พอใจคงได้ไม่คุ้มเสีย อีกอย่าง… ดูจากแรงเตะเมื่อครู่ ไม่รู้ว่าเจ้าหมานั่นปลิวไปถึงไหนแล้ว
ดีไม่ดีอาจจะถูกเตะตายคาที่ไปแล้วก็ได้
หลังจากกินดื่มจนอิ่มหนำ เย่หนานก็ผล็อยหลับไป
ส่วนสองสาวไม่ได้นอน เพราะผู้ฝึกตนระดับนี้ไม่จำเป็นต้องพึ่งการนอนหลับ
พวกนางทำเพียงนั่งเฝ้ายามและลอบมองใบหน้ายามหลับใหลของเย่หนานเป็นพัก ๆ
ผู้อาวุโสชิงอี ท่านว่าท่านผู้อาวุโสเย่เป็นคนเช่นไรหรือเจ้าคะเหมียวอินนั่งเท้าคาง จ้องมองเย่หนานด้วยรอยยิ้มหวาน
เห็นท่าทางของเหมียวอิน เหมียวชิงอีรีบเอ่ยปรามคุณหนู อย่าได้นินทาท่านผู้อาวุโสเจ้าค่ะ
หลังจากดุคุณหนูเบา ๆ เหมียวชิงอีก็ชำเลืองมองเย่หนานอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นเขายังหลับสนิทจึงโล่งใจ
แม้เหมียวอินจะกระซิบเสียงเบา แต่ในความคิดของเหมียวชิงอี ยอดคนระดับเย่หนานมีหรือจะไม่ได้ยิน เพียงแต่เขาไม่ถือสาหาความเท่านั้น
ท่านผู้นี้ช่างเปี่ยมเมตตาและเป็นกันเองยิ่งนักเหมียวชิงอีอดทอดถอนใจด้วยความชื่นชมไม่ได้
ยอดฝีมือที่นางเคยพบเจอ ล้วนแต่วางมาดสูงส่งเย่อหยิ่ง แต่คนอย่างเย่หนานนั้น นางเพิ่งเคยพบเป็นครั้งแรก
หารู้ไม่ว่า ความจริงแล้วเย่หนานหลับเป็นตาย ไม่ได้รับรู้อะไรทั้งสิ้น
ค่ำคืนผ่านไปอย่างเงียบสงบ เหล่าสัตว์อสูรโดยรอบยังคงหมอบกราบอยู่ตลอดทั้งคืนโดยไม่กล้าขยับเขยื้อน
จนกระทั่งรุ่งสาง เย่หนานค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้น
ภาพแรกที่เห็นคือสองสาวกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมมื้อเช้า
แม้จะเป็นเมนูเนื้อย่างเหมือนเดิมและท่าทางยังดูเก้ ๆ กัง ๆ อยู่บ้าง แต่หลังจากดูเย่หนานย่างมาทั้งคืน พวกนางก็พอจะจดจำและทำออกมาได้น่าทานในระดับหนึ่ง
เมื่อเห็นว่าฟ้าสว่างแล้ว เย่หนานจึงโบกมือเรียกเก็บลูกแก้วสีฟ้าที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศกลับคืนมา
ทันทีที่ลูกแก้วถูกเก็บไป ฝูงสัตว์อสูรโดยรอบพลันลุกฮือขึ้นทันที
แววตาที่เคยนอบน้อมกลับกลายเป็นดุร้ายกระหายเลือด จ้องมองมาที่กลุ่มของเย่หนานอย่างอาฆาตมาดร้าย
นั่นไง ว่าแล้วเชียวเย่หนานส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
เหมียวอินและเหมียวชิงอีหน้าถอดสี รีบขยับมายืนขนาบข้างเตรียมพร้อมรับมือ
หากพวกเจ้าฟังภาษาคนรู้เรื่อง ก็จงรีบไสหัวไปซะ ข้าไม่อยากลงมือสังหารพวกเจ้าเย่หนานตะโกนก้องเตือนฝูงสัตว์อสูร
ทว่าสัตว์เดรัจฉานเหล่านี้มีสติปัญญาจำกัด ในหัวของพวกมันมีเพียงสัญชาตญาณดิบที่สั่งให้ฉีกทิชากรมนุษย์ตรงหน้าเป็นชิ้น ๆ เผ่าพันธุ์มนุษย์คือศัตรูของพวกมัน
เมื่อเห็นว่าคำเตือนไร้ผล เย่หนานจึงถอนหายใจ
ช่างเถอะ ในเมื่อไม่ยอมถอย ก็จงสยบลงเสีย!
สิ้นเสียง ร่างกายของเย่หนานก็สั่นสะเทือน
ตูม!
พลังปราณมหาศาลราวกับเขื่อนแตกทะลักทลายออกมาจากร่างของเย่หนาน
ปริมาณที่มากมายมหาศาลก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางคุณภาพ ในชั่วพริบตา แรงกดดันอันหนักอึ้งดุจขุนเขาไท่ซานก็ถาโถมเข้าใส่ฝูงสัตว์อสูรทุกตัว
ตึง!
วินาทีนั้น ไม่ว่าจะแข็งแกร่งเพียงใด สัตว์อสูรทุกตัวต่างถูกกดทับจนหมอบราบไปกับพื้นอีกครั้ง
พื้นดินยุบตัวลงเป็นหลุมลึกตามรูปร่างของพวกมัน แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองยังทำไม่ได้
แผ่นดินแตกระแหงเป็นรอยร้าว
ไม่ว่าคนหรือสัตว์ต่างมีสิทธิ์ที่จะมีชีวิต เย่หนานไม่ใช่คนอำมหิต ย่อมไม่คิดสังหารล้างบาง เขาจึงปลดปล่อยแรงกดดันออกมาเพียงส่วนหนึ่ง หากเขาเอาจริง สัตว์อสูรเหล่านี้คงระเบิดร่างแหลกเหลวไปนานแล้ว
สัตว์อสูรจำนวนมากมีเลือดซึมออกมาตามผิวหนัง แต่ทว่าไม่มีตัวใดถึงแก่ชีวิต
ดูท่าช่วงนี้การควบคุมพลังของข้าจะพัฒนาขึ้นเยอะแฮะเย่หนานมองดูผลงานของตนเองที่ทำให้พวกมันเจ็บตัวแต่ไม่ถึงตายด้วยความพึงพอใจ
วูบ!
เย่หนานเก็บแรงกดดันกลับคืน
ทันทีที่แรงกดดันจางหาย ฝูงสัตว์อสูรต่างตะเกียกตะกายลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีตายกันกระเจิดกระเจิง
แม้สติปัญญาจะต่ำต้อย แต่พวกมันก็รักตัวกลัวตาย พวกมันรู้ซึ้งแล้วว่ามนุษย์ผู้นี้ไม่ใช่สิ่งที่พวกมันจะต่อกรได้ สัญชาตญาณจึงสั่งให้หนีสุดชีวิต
เอาล่ะ ทีนี้เราก็ออกเดินทางกันต่อได้เย่หนานมองดูฝูงสัตว์ที่วิ่งหนีหายไปจนลับตา ก่อนจะหันกลับมาพูดกับสองสาวโดยไม่ทันสังเกต
แต่ผ่านไปหลายอึดใจ กลับไม่มีเสียงตอบรับจากด้านหลัง
หือเย่หนานขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
ทว่าเมื่อเขาหันกลับไปมองสตรีทั้งสอง เย่หนานก็ต้องทำหน้ามึนงง…