แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 149 รุมล้อมสังหารเย่หนาน
เมื่อเห็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นของเหมียวเฉิงเทียน เย่หนานก็แสยะยิ้มที่มุมปากอย่างดูแคลน
เพียะ!
โดยไม่มีพิธีรีตอง เย่หนานตบฉาดใหญ่เข้าที่ใบหน้าของเหมียวเฉิงเทียนเต็มแรง
โอ๊ยยย!
เสียงร้องโหยหวนดังลั่น ร่างของหญิงชราปลิวละลิ่วกระเด็นไปไกลราวกับว่าวสายป่านขาด
ภาพที่เกิดขึ้นทำเอาทุกคนในที่นั้นสูดหายใจเฮือกด้วยความตกตะลึง
ร่างของเหมียวเฉิงเทียนปลิวกระเด็นไปไกลหลายสิบเมตร ก่อนจะกระแทกพื้นเสียงดังสนั่นจนเกิดหลุมลึก
เจ้า… เจ้ามันรนหาที่ตาย!เหมียวเฉิงเทียนที่เลือดขึ้นหน้าจนลืมความเจ็บปวด ตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา
แม้ใบหน้าซีกหนึ่งจะบวมปูดจนผิดรูป แต่นางไม่สนใจอีกต่อไป
ฟึ่บ!
ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิม นางพุ่งเข้าใส่เย่หนานอีกครั้ง
ในมือปรากฏไม้เท้าหัวมังกร ซึ่งเป็นอาวุธวิเศษประจำกาย แสดงให้เห็นว่านางเอาจริงแล้ว
นางเชื่อว่าเมื่อครู่ตนเพียงแค่ประมาท จึงถูกเย่หนานลอบโจมตีทีเผลอ
เห็นเหมียวเฉิงเทียนพุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง เย่หนานขมวดคิ้วมุ่น
นึกว่าตบสั่งสอนไปทีหนึ่งจะทำให้ยายเฒ่าสงบสติอารมณ์ลงบ้าง ที่ไหนได้กลับยิ่งบ้าคลั่งกว่าเดิม
ให้ตายสิ… สำนักที่มีแต่ผู้หญิงนี่มันประสาทแดกกันหมดหรือไงนะเย่หนานบ่นในใจ
แต่การเคลื่อนไหวของเขากลับรวดเร็วยิ่งกว่าความคิด
เขาตัดสินใจว่าจะต้องสั่งสอนยายแก่หนังเหนียวคนนี้ให้หลาบจำ
กร๊อบ… กร๊อบ…
เย่หนานกำหมัดขวาแน่น พลังมหาศาลเริ่มอัดแน่นจนอากาศรอบกำปั้นบิดเบี้ยวผิดรูป
อื้อ! อื้อ! อื้อ!
เหมียวอินที่ถูกสะกดจุดใบ้ เห็นท่าไม่ดี นางจำภาพที่เย่หนานต่อยเทพปฐพีจนร่างระเบิดได้ติดตา จึงพยายามส่งเสียงอู้อี้ในลำคอเพื่อเตือนสติทุกคน
นังหนู เจ้าอยากจะพูดอะไรงั้นรึเหมียวฉานเห็นท่าทางร้อนรนของศิษย์รัก จึงคลายจุดใบ้ให้บางส่วน
ท่านผู้อาวุโสเย่! ได้โปรดยั้งมือด้วยเจ้าค่ะ!ทันทีที่ปากเป็นอิสระ เหมียวอินก็ตะโกนลั่น มุ่งเป้าไปที่เย่หนานโดยไม่สนใจคนอื่น
เสียงตะโกนของเหมียวอินทำให้ทุกคนชะงัก แม้แต่เย่หนานเองก็หยุดมือ
แม้เขาจะไม่ได้ตอบรับ แต่กำปั้นที่กำแน่นก็ค่อย ๆ คลายลง
เมื่อได้ยินวาจาที่ดูเหมือนจะเข้าข้างคนนอกและดูถูกฝีมือคนในสำนัก เหมียวฉานก็ขมวดคิ้ว นางรีบใช้วิชาสะกดจุดใบ้เหมียวอินอีกครั้ง
เหลวไหลสิ้นดี! เย่หนานต่อให้เก่งกาจแค่ไหน จะมีปัญญามาทำอะไรพวกนางในถิ่นของตัวเองได้
ตรงกันข้าม คำเตือนของเหมียวอินกลับยิ่งราดน้ำมันลงบนกองเพลิงโทสะของเหมียวเฉิงเทียน
นางรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี ทุ่มใส่ไม้เท้าในมือ แล้วฟาดลงไปที่ศีรษะของเย่หนานหมายจะสังหารให้ตายในไม้เดียว เพื่อล้างอาย
มารดามันเถอะ! พวกเจ้าเป็นบ้าอะไรกันนักหนา ชอบเล็งแต่หัวข้าเนี่ย!เย่หนานสบถอย่างหัวเสีย
เดิมทีเขากะจะต่อยสวนให้กระดูกหักสักท่อนสองท่อน
แต่เห็นแก่หน้าเหมียวอิน เขาจึงจำต้องเปลี่ยนวิธีการ
ไม้เท้าที่อัดแน่นด้วยพลังทำลายล้างฟาดลงมา
ตูม!
คลื่นกระแทกกระจายออกเป็นวงกว้าง โดยมีเย่หนานเป็นจุดศูนย์กลาง
พื้นดินรอบข้างถูกแรงอัดจนเปิดออกเป็นแผ่น ๆ ราวกับการลอกคราบ
ผู้ที่มีพลังด้อยกว่าเหมียวเฉิงเทียนต่างต้องถอยร่นหนีตาย
เหมียวฉานรีบกางม่านพลังปกป้องเหมียวอินและเหมียวชิงอีจากแรงกระแทก
แต่เมื่อฝุ่นจางลงและมองเห็นภาพกลางวงล้อมชัดเจน
ไม่ใช่แค่คนอื่น แม้แต่เจ้าสำนักเหมียวฉางอัน ดวงตาก็ยังฉายแววเคร่งเครียด
แต่ผู้ที่ตกตะลึงที่สุดย่อมหนีไม่พ้นเหมียวเฉิงเทียน
รูม่านตาของนางสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว
เพราะภาพตรงหน้าคือ เย่หนานใช้มือเปล่ารับไม้เท้าของนางเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย!
นอกจากเท้าของเขาที่จมลึกลงไปในดินอีกหน่อย ร่างกายของเขากลับไร้รอยขีดข่วน แม้แต่รอยถลอกก็ไม่มี!
ป… เป็นไปไม่ได้!เหมียวเฉิงเทียนหน้าซีดเผือด
ถ้าเจ้ามีน้ำยาแค่นี้… ตาข้าสวนกลับบ้างล่ะนะเย่หนานยิ้มเหี้ยม
แย่แล้ว!เหมียวฉางอันสังหรณ์ใจไม่ดี รีบตะโกนเตือนผู้อาวุโสรอง! ถอยออกมาเร็ว!
ได้ยินเสียงเตือน เหมียวเฉิงเทียนได้สติ นางพยายามกระชากไม้เท้ากลับคืน
แต่ทว่า… ไม้เท้ากลับไม่ขยับเขยื้อน ราวกับถูกคีมเหล็กกล้าคีบเอาไว้แน่น แม้จะออกแรงจนหน้าดำหน้าแดงก็ไม่เป็นผล
บัดซบ!เมื่อจนตรอก เหมียวเฉิงเทียนตัดสินใจทิ้งอาวุธคู่กาย เตรียมจะดีดตัวถอยหนี
ฟึ่บ!
แต่ยังไม่ทันที่เท้าจะก้าวออกไป มือใหญ่ข้างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาคว้าหลังคอของนางไว้แน่นราวกับคีบลูกไก่
ท่านเจ้าสำนัก! ช่วยข้าด้วย!เหมียวเฉิงเทียนกรีดร้องด้วยความสิ้นหวัง
วินาทีนี้ นางตระหนักถึงความห่างชั้นของพลังระหว่างนางกับเย่หนานอย่างแจ่มแจ้ง
ในขณะเดียวกัน นางก็พยายามระเบิดพลังปราณในร่างเพื่อสลัดให้หลุด
ทว่าพลังระดับเทพปฐพีขั้นที่ห้า เมื่อกระทบกับร่างกายของเย่หนาน กลับเกิดเสียงดัง เคร้ง! เคร้ง! ราวกับเหล็กกล้าปะทะกัน จนเกิดประกายไฟแลบ
แต่สำหรับเย่หนาน แรงระเบิดเหล่านั้นไร้ผลโดยสิ้นเชิง เขายังคงยืนนิ่ง จับคอเหมียวเฉิงเทียนไว้แน่นด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ลงมือ! ช่วยคน!เหมียวฉางอันเห็นท่าไม่ดี ตะโกนสั่งการเหล่าผู้อาวุโสทันที
รวมเหมียวฉานด้วย มีผู้อาวุโสระดับเทพปฐพีอยู่ประมาณหกเจ็ดคน
แน่นอนว่ายังมีผู้อาวุโสระดับนภาเร้นลับขั้นสูงอีกจำนวนหนึ่ง แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าตัวตนระดับเทพปฐพีพวกนางก็เป็นเพียงมดปลวก
พาเหมียวอินหนีไป!เหมียวฉานหันไปสั่งเหมียวชิงอี ก่อนจะพุ่งเข้าใส่เย่หนาน
ตอนนี้พวกนางตระหนักแล้วว่า พลังของเย่หนานนั้นเหนือกว่าที่คาดการณ์ไว้มากโข
โดยเฉพาะเหมียวฉานที่นึกเสียใจภายหลังที่ยอมพาเย่หนานเข้ามาในสำนัก
คุณหนู ไปเร็วเจ้าค่ะ!เหมียวชิงอีรีบคลายจุดให้เหมียวอิน แล้วลากตัวนางถอยห่างออกมา
ท่านผู้อาวุโสเย่! ได้โปรดเมตตาพวกนางด้วยเถิดเจ้าค่ะ!แม้จะถูกลากตัวออกไป แต่เหมียวอินก็ยังตะโกนขอร้องเย่หนานสุดเสียง
เดิมทีนางคิดว่าเย่หนานแค่เก่งกว่าผู้อาวุโสในสำนักเล็กน้อย
แต่จากที่เห็น เย่หนานมีพลังเหนือกว่าอย่างเทียบไม่ติด นางประเมินเขาต่ำไปจริง ๆ
เฮ้อ! วุ่นวายชะมัด… ช่างเถอะ เห็นแก่หน้าเหมียวอินที่เลี้ยงข้าวข้า ข้าจะช่วยเรียกสติพวกเจ้าหน่อยก็แล้วกันเย่หนานมองดูเหล่ายอดฝีมือหญิงที่พุ่งเข้ามาเป็นพรวนด้วยความปวดหัว
โดยไม่รอช้า เย่หนานเหวี่ยงร่างเหมียวเฉิงเทียนในมือ ฟาดใส่ผู้อาวุโสหญิงคนที่พุ่งเข้ามาใกล้ที่สุดราวกับเป็นอาวุธมนุษย์
ผู้อาวุโสหญิงนางนั้นกำลังง้างมือจะโจมตี พอเห็นเพื่อนร่วมสำนักถูกใช้เป็นโล่พุ่งเข้าใส่ ก็หน้าถอดสี รีบยั้งมือทันที
แต่เย่หนานไม่ได้ยั้งแรง ร่างของเหมียวเฉิงเทียนปะทะเข้ากับร่างของผู้อาวุโสหญิงคนนั้นอย่างจัง
ตุ้บ!
โอ๊ยยย!/อั่ก!
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นพร้อมกันสองเสียง
เสียงหนึ่งเป็นของเหมียวเฉิงเทียน อีกเสียงเป็นของผู้อาวุโสหญิงที่ถูกชนกระเด็น
ไอ้คนสารเลว! แน่จริงก็มาสู้กันซึ่งหน้าสิ! ใช้คนเป็นโล่แบบนี้ เจ้าไม่ละอายใจบ้างหรือไงผู้อาวุโสหญิงที่ถูกชนกระเด็นลุกขึ้นมาชี้หน้าด่ากราด
ฮึ! ถ้าข้าสู้กับพวกเจ้าซึ่งหน้า ข้ากลัวว่าพวกเจ้าจะตายกันหมดน่ะสิ ที่ข้าทำแบบนี้ก็เพื่อให้พวกเจ้าใจเย็นลง ข้าหวังดีนะเนี่ย!เย่หนานยักไหล่อย่างกวนประสาท
จังหวะนี้แหละ!เหมียวฉานเห็นเย่หนานมัวแต่ต่อล้อต่อเถียง จึงฉวยโอกาสลอบโจมตีจากด้านหลัง
ฮ่า ๆ ๆ… เจ้าพลาดแล้ว!ผู้อาวุโสหญิงที่เพิ่งลุกขึ้นหัวเราะร่า
แท้จริงแล้วนางแกล้งด่าเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
ปัง!
ฝ่ามือที่อัดแน่นด้วยพลังปราณมหาศาลของเหมียวฉาน กระแทกเข้ากลางแผ่นหลังของเย่หนานเต็ม ๆ
แคว่ก!
เสื้อด้านหลังของเย่หนานระเบิดออก เผยให้เห็นแผ่นหลังกำยำที่เปลือยเปล่า
ทว่า… เย่หนานเพียงแค่เซถลาไปข้างหน้าเล็กน้อย ร่างกายกลับไร้ซึ่งบาดแผลใด ๆ
บ... บ้าน่า!เหมียวฉานเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ในขณะที่เย่หนานกำลังจะหันกลับมา ประกายแสงเย็นเยียบสายหนึ่งก็พุ่งเข้ามาทางด้านข้าง
เมื่อหันไปมอง ก็พบพายุหมุนสีขาวขนาดมหึมาสูงเสียดฟ้ากำลังพุ่งตรงมาหาเขา
ข้าอุตส่าห์ออมมือให้ แต่พวกเจ้ากลับกะเอาให้ตายเลยรึเย่หนานหรี่ตาลง
พายุหมุนพุ่งเข้ามาประชิดตัว เย่หนานยื่นมือออกไปต้านรับพายุนั้นตรง ๆ
ครืดดด!
แรงปะทะก่อให้เกิดประกายไฟสาดกระเซ็นจากการเสียดสีระหว่างฝ่ามือกับพายุหมุน
ในเวลาเดียวกัน เหล่าผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ต่างระดมวิชาไม้ตายก้นหีบใส่ร่างเย่หนานไม่ยั้ง
ตูม! ตูม! ตูม!
พื้นดินแตกเป็นเสี่ยง ๆ รัศมีสิบลี้กลายเป็นสมรภูมิเดือด คลื่นพลังทำลายล้างระลอกแล้วระลอกเล่าแผ่ขยายออกไปไม่จบสิ้น
นี่มัน…เหมียวอินและเหมียวชิงอีที่มองดูอยู่ห่าง ๆ ต่างตกตะลึงจนพูดไม่ออก