แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 157 ป่าหมอกปีศาจ
อืม… ก็จริงอย่างที่เจ้าว่า โดยเฉพาะประโยคที่จั่วหัวถึงผู้ฝึกตนแห่งโลกเสวียนหลิง ชัดเจนว่าผู้จารึกต้องการส่งสารบางอย่างถึงพวกเรา… แน่นอนว่า อาจเป็นเจตนาที่ไม่หวังดีก็เป็นได้เหมียวฉางอันวิเคราะห์เสริม
ข้าก็เคยคิดเช่นนั้น แต่พอลองตรองดูดี ๆ ยอดคนระดับนี้จะมาเสียเวลาทำเรื่องไร้สาระไปเพื่ออะไร เส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรนั้นไร้ที่สิ้นสุด สิ่งที่เราไม่รู้ไม่ได้แปลว่ามันไม่มีอยู่จริง อาจเป็นเพราะระดับของเรายังไม่ถึงขั้นที่จะเข้าใจได้มากกว่าชางหยวนรีบโต้แย้ง
เหตุผลหลักที่เขาเชื่อมั่นเช่นนี้ เพราะหากเจ้าของแผ่นหนังมีเจตนาร้ายจริง เขาคงตายไปนานแล้ว ไม่ใช่ได้ประโยชน์มหาศาลจากการศึกษาตัวอักษรเหล่านี้จนมีวันนี้ได้
ในทางหนึ่ง เจ้าของแผ่นหนังสัตว์ก็นับว่าเป็นอาจารย์ของเขาเช่นกัน
เมื่อได้ยินเหตุผลของชางหยวน เหมียวฉางอันขมวดคิ้วแน่น ครั้งนี้นางไม่ได้เอ่ยค้าน
นางเองก็สัมผัสได้ถึงความพิเศษของตัวอักษรเหล่านั้น ยิ่งเข้าใกล้ สมองก็ยิ่งปลอดโปร่ง ร่างกายเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
นอกจากนี้ ตัวอักษรยังแผ่กลิ่นอายแห่งความชอบธรรมออกมาอย่างชัดเจน
ระดับพลังอย่างนาง ย่อมแยกแยะได้ว่าสิ่งใดดีสิ่งใดร้าย ไม่ใช่ของวิเศษดาด ๆ ที่จะมาหลอกนางได้ง่าย ๆ
ยิ่งพิสูจน์ได้ว่า เจ้าของลายมือนี้ย่อมไม่ใช่คนชั่วช้าสามานย์
ที่แท้ทวีปแห่งนี้มีชื่อว่าเสวียนหลิงนี่เอง…เย่หนานลูบคางพึมพำ
ท่านผู้อาวุธ ท่านมีความเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้เจ้าคะเหมียวฉางอันหันมาขอความเห็น
ชางหยวนเองก็จ้องมองเย่หนานด้วยความคาดหวัง
ในสายตาของพวกเขา เย่หนานผู้แข็งแกร่งเทียมฟ้า ย่อมต้องล่วงรู้ความลับของโลกใบนี้มากกว่าพวกตน
ความเห็น ข้าไม่มีความเห็นอะไรหรอก จะเป็นมหาภัยพิบัติจริงหรือไม่ ก็ค่อยว่ากันตอนมันมาถึง ตอนนี้สิ่งที่ควรทำคือกินให้อิ่ม นอนให้หลับ เที่ยวให้สนุก คิดมากไปก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้ ปล่อยไปตามธรรมชาติเถอะเย่หนานเอนหลังพิงพนักเก้าอี้โยก กล่าวอย่างไม่ยี่หระ
คำตอบแบบกำปั้นทุบดินของเย่หนานทำเอาชางหยวนและเหมียวฉางอันไปต่อไม่ถูก
จริงของท่านผู้อาวุโส… หากแม้แต่ยอดคนผู้จารึกข้อความยังหยุดยั้งไม่ได้ มดปลวกอย่างพวกเราจะไปทำอะไรได้ สู้ทำปัจจุบันให้ดีที่สุดดีกว่าชางหยวนยิ้มขมขื่น ยอมรับความจริง
นอกเรื่องไปไกลแล้ว… เมื่อกี้เจ้าบอกว่าเจ้ารู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับความผิดปกติของตระกูลเฟิงไม่ใช่รึเย่หนานวกกลับเข้าประเด็น
ท่านผู้อาวุธ สมัยที่ข้าออกท่องยุทธภพ ข้าเคยผ่านสถานที่แห่งหนึ่งที่มีความแปลกประหลาดและอันตรายมาก มันถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบตลอดทั้งปี แผ่นหนังสัตว์แผ่นนี้ข้าก็เก็บได้จากศพที่นอนตายอยู่รอบนอกของสถานที่แห่งนั้น
ข้าจึงสงสัยว่า ความเคลื่อนไหวของตระกูลเฟิงอาจเกี่ยวข้องกับที่นั่น เพราะเมื่อไม่นานมานี้ข้าแวะกลับไปดู พบว่ามีผู้คนไปรวมตัวกันแถวนั้นมากขึ้น มีคนจากหลายสำนัก และข้าก็เห็นเรือเหาะของตระกูลเฟิงด้วยชางหยวนอธิบาย
โอ้ ที่นั่นมีอะไรพิเศษงั้นรึ แล้วเจ้าจำตำแหน่งที่ตั้งได้ไหมยิ่งฟัง เย่หนานก็ยิ่งตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้น
สัญชาตญาณนักผจญภัยในตัวเขาเริ่มทำงาน ดูท่าเขาจะเจอที่เที่ยวใหม่เข้าให้แล้ว
จำได้แม่นยำขอรับท่านผู้อาวุธ ส่วนสาเหตุการเกิดของสถานที่แห่งนั้นข้าไม่ทราบแน่ชัด
รู้แต่ว่ามันอันตรายสุดขีด ต่อให้เป็นข้าในตอนนี้ หากหลงเข้าไป ก็คงมีแต่ตายกับตายชางหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เป็นไปไม่ได้… หรือที่ท่านพูดถึงคือป่าหมอกปีศาจ อยู่ห่างจากที่นี่ไปทางทิศเหนือหลายพันลี้ และมีทะเลสาบล้อมรอบอยู่หลายแห่งใช่หรือไม่เหมียวฉางอันเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
ถูกต้อง! ชื่อนั้นแหละ! และก็มีทะเลสาบอยู่แถวนั้นจริง ๆ… ท่านเจ้าสำนักรู้จักที่นั่นด้วยรึชางหยวนแปลกใจ
ฮึ! จะไม่ให้ข้ารู้จักได้อย่างไร ที่นั่นนับว่าเป็นเขตหวงห้ามก็ไม่ผิดนัก… อดีตเจ้าสำนักเหมียวอิน ท่านอาจารย์ของข้า เพื่อค้นหาโอกาสในการทะลวงด่านยืดอายุขัย ท่านตัดสินใจบุกเข้าไปในป่าหมอกปีศาจ… ผลปรากฏว่าเข้าไปได้ไม่ถึงร้อยเมตร ก็ต้องหนีตายออกมาด้วยสภาพปางตาย กลับมาถึงสำนักก็ล้มป่วยและสิ้นใจในเวลาต่อมาเหมียวฉางอันเล่าความหลังอันขมขื่น
อะไรนะ!ชางหยวนอุทานลั่น
เขารู้ว่าป่าหมอกปีศาจอันตราย แต่ไม่คิดว่าจะน่ากลัวถึงเพียงนี้
อดีตเจ้าสำนักเหมียวอิน เป็นถึงยอดฝีมือระดับเทพปฐพีขั้นที่เก้า แต่กลับเข้าไปได้ไม่ถึงร้อยเมตรก็เอาชีวิตไปทิ้ง
มีเพียงเย่หนานที่ดวงตาเปล่งประกายเจิดจ้า เพียงแค่ชื่อป่าหมอกปีศาจก็กระตุ้นต่อมความอยากรู้อยากเห็นของเขาจนแทบระเบิด
ปัง!
เย่หนานตบโต๊ะน้ำชาฉาดใหญ่ตกลง! ข้าตัดสินใจแล้ว อีกสองสามวัน เราจะไปบุกป่าหมอกปีศาจกัน!
เสียงประกาศก้องของเย่หนานทำเอาชางหยวนและเหมียวฉางอันสะดุ้งโหยง
อะไรนะเจ้าคะ ท่านจะเข้าไปในนั้นเหมียวฉางอันถามเสียงหลง สูดหายใจเข้าลึก
ชางหยวนเองก็หนังตากระตุก
เขากะไว้แล้วเชียวว่าเย่หนานต้องมาไม้นี้
แน่นอน! ไม่ได้เจอเรื่องน่าสนุกแบบนี้มานานแล้ว ถ้าไม่ไปดูให้เห็นกับตาคงเสียดายแย่… แต่พวกเจ้าไม่ต้องไปก็ได้นะ ข้าไปคนเดียวได้เย่หนานกล่าวอย่างจริงจัง
ไม่เจ้าค่ะ! ข้าจะไปด้วย!เหมียวฉางอันรีบปฏิเสธหากตระกูลเฟิงกำลังวางแผนการเกี่ยวกับสถานที่แห่งนั้นจริง ข้ายิ่งต้องไปดูให้เห็นกับตา หากพวกเขาหาวิธีเข้าไปข้างในได้และได้ของวิเศษออกมา สำนักเหมียวอินคงตกอยู่ในอันตราย
เหมียวฉางอันมองการณ์ไกล นางยอมเสี่ยงดีกว่านั่งรอความตาย
แผ่นหนังสัตว์ในมือชางหยวนเป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าในป่านั้นมีสมบัติล้ำค่าซ่อนอยู่
ยิ่งตอนนี้ตระกูลเฟิงกับสำนักเหมียวอินเป็นศัตรูคู่อาฆาต นางต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายไม่ให้คลาดสายตา
อืม ก็มีเหตุผล งั้นเจ้าก็ไปด้วยกันเย่หนานพยักหน้าเห็นด้วย แม้เขาจะมั่นใจว่าปกป้องสำนักเหมียวอินได้ แต่คนเราต้องรู้จักพึ่งพาตนเอง จะให้เขาอยู่เฝ้าสำนักตลอดไปก็คงไม่ได้
ท่านผู้อาวุโส… ข้าขอติดตามไปด้วยขอรับ!ชางหยวนกัดฟัน ตัดสินใจขอแจมด้วย
หือ ไม่กลัวว่าเข้าไปแล้วจะไม่ได้กลับออกมาหรือ ดีไม่ดีข้าอาจพาเจ้าไปตายก็ได้นะเย่หนานยิ้มเยาะ
โชคเคราะห์เป็นของคู่กัน หากต้องตายในนั้น ก็ถือเป็นคราวเคราะห์ของข้า ข้าไม่โทษท่านผู้อาวุโส แต่หากรอดออกมาได้… นั่นคือกำไรชีวิตที่คุ้มค่า!ชางหยวนตอบด้วยแววตามุ่งมั่น
ตกลง ในเมื่อใจกล้าขนาดนี้ ก็ตามข้ามาให้ติด ๆ แล้วกัน อย่างน้อยข้ารับรองได้ว่าพวกเจ้าจะไม่ตายเย่หนานมองชางหยวนด้วยสายตาชื่นชม
อ่ะ นี่… คืนให้เย่หนานยื่นแผ่นหนังสัตว์คืนให้ชางหยวน
ไม่! ไม่ขอรับ! ข้าขอมอบมันให้ท่านผู้อาวุโส มันอยู่ในมือท่านย่อมมีประโยชน์มากกว่าอยู่กับข้า ลำพังข้าที่มีปัญญาเพียงหางอึ่ง คงไม่อาจไขความลับของมันได้หมดสิ้น ข้าว่ามันเหมาะกับท่านมากกว่าชางหยวนปฏิเสธเสียงแข็ง ดันแผ่นหนังกลับไป
เอาอย่างนั้นรึ ก็ได้… ในเมื่อเจ้าพูดขนาดนี้ ข้าก็จะรับไว้ แต่ข้าไม่ชอบเอาเปรียบใคร อยากได้อะไรแลกเปลี่ยนก็บอกมาเย่หนานรับแผ่นหนังมาเก็บไว้โดยไม่เกรงใจ
เขาสัมผัสได้ลาง ๆ ว่าแผ่นหนังสัตว์นี้มีความลับซ่อนอยู่มากกว่าที่ตาเห็น
มิกล้าขอรับ! การได้รับใช้ท่านผู้อาวุธ ถือเป็นเกียรติสูงสุดของข้าน้อยแล้วชางหยวนรีบปฏิเสธ แค่ได้ประจบเอาใจเย่หนานเขาก็ดีใจจนเนื้อเต้นแล้ว จะกล้าเรียกร้องสิ่งใดอีก
ฟึ่บ!
สิ้นคำของชางหยวน ขวดหยกใบเล็กก็ลอยละลิ่วออกมาจากมือเย่หนาน
ชางหยวนรีบรับไว้ด้วยความงุนงง
ท่านผู้อาวุโส นี่คือ…ชางหยวนมองขวดหยกในมืออย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
รับไปเถอะ ของสิ่งนี้ช่วยยกระดับพรสวรรค์และรากฐานการบำเพ็ญเพียรได้ ต่อให้เป็นเจ้าที่อายุมากแล้ว ก็ยังสามารถทลายขีดจำกัดเดิมได้เย่หนานกล่าวเรียบ ๆ
ได้ยินสรรพคุณ ชางหยวนถึงกับตัวสั่นสะท้าน
ตุ้บ!
เขาทรุดตัวลงคุกเข่าโขกศีรษะให้เย่หนานทันทีขอบพระคุณท่านผู้อาวุโส! ขอบพระคุณอย่างยิ่งขอรับ!
น้ำตาแห่งความปิติไหลพราก นี่คือโอสถทิพย์เปลี่ยนเส้นเอ็นไขกระดูก!
ในโลกนี้ พรสวรรค์คือสิ่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิด ยากจะเปลี่ยนแปลง หากไม่มีวาสนาพลิกฟ้า ย่อมไม่อาจฝืนลิขิตสวรรค์
แต่เย่หนานกลับมอบวาสนานั้นให้เขาอย่างง่ายดายราวกับให้ขนมเด็ก
ความรู้สึกซาบซึ้งและตื้นตันใจท่วมท้นอก จนเขาพูดไม่ออก
ในสายตาของเขาตอนนี้ เย่หนานคือเทพเจ้าผู้ทรงมหิทธานุภาพที่ไม่อาจหยั่งถึง
ความกังวลเรื่องการบุกป่าหมอกปีศาจมลายหายไปจนสิ้น เพียงแค่มีเย่หนานอยู่ด้วย ต่อให้บุกนรกเขาก็ไม่หวั่น!