แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 158 วาสนาของเหมียวฉางอันและชางหยวน
เมื่อได้ยินถ้อยคำของเย่หนานและได้เห็นขวดหยกในมือของชางหยวน หัวใจของเหมียวฉางอันก็เต้นระรัวราวกับกลองศึก
นางมิคาดคิดเลยว่าเย่หนานจะมีของวิเศษระดับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเช่นนี้อยู่ในครอบครอง แถมยังใจกว้างมอบให้ผู้อื่นอย่างง่ายดายราวกับเป็นของไร้ค่า
ชั่วพริบตานั้น เหมียวฉางอันแทบจะกลั้นเสียงอุทานไม่อยู่ ในใจอยากจะเอ่ยปากขอเย่หนานบ้าง แต่ด้วยศักดิ์ศรีเจ้าสำนักและมารยาท นางจึงจำต้องสงบจิตสงบใจ
ราวกับอ่านความคิดออก เย่หนานคลี่ยิ้มบาง ๆ เมื่อสังเกตเห็นแววตาละห้อยของนาง
ส่วนนี่เป็นของเจ้า… พักอาศัยในถิ่นของเจ้า จะให้อยู่เปล่า ๆ ก็กระไรอยู่เย่หนานสะบัดมือ ขวดหยกอีกใบก็ปรากฏขึ้น
ให้… ให้ข้าหรือเจ้าคะ!เหมียวฉางอันถามเสียงหลงด้วยความไม่แน่ใจ มือไม้สั่นเทาขณะยื่นออกไปรับ
แน่นอนเย่หนานพยักหน้ายืนยัน
ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโสอย่างสูงเจ้าค่ะ!เมื่อได้รับคำยืนยัน เหมียวฉางอันรีบทรุดตัวลงคุกเข่าโขกศีรษะขอบคุณด้วยความตื้นตันใจอย่างที่สุด
เอาล่ะ พวกเจ้าแยกย้ายกันไปดูดซับพลังเถิด เผื่อว่าจะช่วยยกระดับพลังบำเพ็ญได้บ้าง ถึงเวลาบุกป่าหมอกปีศาจจะได้มีหลักประกันเพิ่มขึ้นอีกหน่อยเย่หนานโบกมือไล่
รับทราบเจ้าค่ะ/ขอรับ!ทั้งสองขานรับพร้อมเพรียง
ไม่รอช้า เหมียวฉางอันและชางหยวนรีบแยกย้ายกลับไปทำสมาธิด้วยความตื่นเต้น
แม้โอสถทิพย์ที่เย่หนานมอบให้พวกเขาจะมีอานุภาพด้อยกว่าของจูหลานอยู่บ้าง แต่สำหรับพวกเขาแล้ว นี่คือวาสนาที่หาที่เปรียบมิได้
มีเพียงชางเนี่ยนที่ยืนต้มน้ำชาอยู่เงียบ ๆ ด้วยความอิจฉาตาร้อน เขาเองก็อยากได้บ้าง แต่ด้วยฐานะผู้น้อยจึงไม่กล้าเอ่ยปาก
ค่ำคืนผ่านพ้นไปอย่างเงียบสงบ เย่หนานนั่งทอดอารมณ์อยู่เช่นนั้นจนกระทั่งรุ่งสาง
ในเวลาเดียวกัน ณ ห้องโถงใหญ่ตระกูลเฟิง
เหล่าผู้อาวุโสและระดับสูงของตระกูลเฟิงนั่งประจำที่อย่างพร้อมเพรียง บนบัลลังก์ประธานมีชายชุดครามนั่งสง่าน่าเกรงขาม
เบื้องล่างมีดรุณีน้อยในชุดกระโปรงสีน้ำเงินยืนสงบนิ่ง แม้จะดูอ่อนวัยเพียงสิบเจ็ดสิบแปดปี แต่ระดับพลังบำเพ็ญกลับสูงถึงขั้นปฐพีเร้นลับ
อืม… ไม่เลว ไม่คิดว่าเจ้าจะทำงานได้รวดเร็วเพียงนี้ชายชุดครามเอ่ยชมเฟิงซุนด้วยความพึงพอใจ
งานที่นายท่านมอบหมาย ข้าน้อยมิกล้าชักช้าแม้แต่วินาทีเดียวขอรับเฟิงซุนถอนหายใจโล่งอกที่เจ้านายพอใจ
เจ้าชื่ออะไร สามารถเอาชนะเหล่าอัจฉริยะมากมายจนได้เป็นที่หนึ่ง และยังมีระดับพลังบำเพ็ญสูงส่งตั้งแต่อายุยังน้อย ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนักชายชุดครามเบนสายตามาพิจารณาดรุณีน้อย
แม้จะได้รับคำชม แต่ดรุณีน้อยในชุดสีน้ำเงินกลับมีสีหน้าเรียบเฉย แววตาแฝงความดูแคลนจาง ๆ
นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบผู้น้อยมีนามว่าหลานหลิงไม่ทราบว่า… เราจะออกเดินทางเมื่อไหร่หรือเจ้าคะ
ใช่แล้ว ดรุณีน้อยผู้นี้คือหลานหลิงที่หายตัวไปนานนั่นเอง
นางเพิ่งออกจากถ้ำเก็บตัวบำเพ็ญเพียร ทรัพยากรที่มีร่อยหรอลง แต่ด้วยพรสวรรค์และความเข้าใจในมรรคาอันล้ำลึกจากการกลับชาติมาเกิด นางจึงทะลวงเข้าสู่ขอบเขตปฐพีเร้นลับ ได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับผู้อื่น การบำเพ็ญเพียรต้องค่อยเป็นค่อยไปและอาศัยความเข้าใจ
แต่สำหรับนาง นางเข้าใจทุกขั้นตอนอย่างถ่องแท้ เพียงแค่เดินซ้ำรอยเดิมเท่านั้น ไร้ซึ่งคอขวดใด ๆ ขอเพียงมีทรัพยากรเพียงพอ นางก็สามารถทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดได้
นางไม่คาดคิดว่าทันทีที่ออกจากถ้ำ จะมาเจอกับประกาศรับสมัครคนของตระกูลเฟิงที่มีค่าตอบแทนเป็นทรัพยากรมหาศาล
ประจวบเหมาะกับที่นางต้องการทรัพยากรจำนวนมากเพื่อเลื่อนระดับ จึงตัดสินใจมาลองดู
ด้วยความได้เปรียบของการเป็นอดีตจักรพรรดินี นางจึงคว้าชัยชนะมาได้อย่างง่ายดาย จนได้มายืนอยู่ ณ ที่แห่งนี้
หลานหลิง ดี… เรื่องราวทั้งหมดเฟิงซุนคงอธิบายให้เจ้าฟังแล้ว หวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังชายชุดครามจ้องมองหลานหลิงด้วยสายตาลึกล้ำ
แน่นอนเจ้าค่ะหลานหลิงพยักหน้า
รับหยกชิ้นนี้ไป เมื่อเจ้าพบสิ่งนั้น มันจะนำทางเจ้าเองชายชุดครามโยนหินสีดำใสขนาดเท่าหัวแม่มือให้หลานหลิง
หลานหลิงรับมาพิจารณา แม้จะไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่หากเป็นของวิเศษจริง มีหรือนางจะยอมมอบให้ใคร
เอาล่ะ เจ้าไปเตรียมตัวเถอะ พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางชายชุดครามโบกมือไล่
หลานหลิงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป
เมื่อแผ่นหลังของหลานหลิงลับตา เฟิงซุนจึงหันไปกระซิบกับชายชุดคราม
นายท่าน ข้าสังหรณ์ใจว่านังหนูคนนี้ไม่ธรรมดา ท่าทีของนางสงบนิ่งเกินเด็กทั่วไป เกรงว่าจะเกิดปัญหายุ่งยากภายหลังหรือไม่ขอรับ
นั่นสิ แม้แต่อัจฉริยะในตระกูลข้า เมื่ออยู่ต่อหน้าข้ายังต้องตัวสั่นงันงก แต่นังหนูนี่กลับนิ่งเฉย ไร้ความเกรงกลัวต่อผู้แข็งแกร่ง หากไม่ติดว่าอายุกระดูกของนางยังเยาว์วัย ข้าคงนึกว่าเป็นตาเฒ่าพันปีปลอมตัวมาชายชุดครามเห็นพ้อง
เช่นนั้นจะทำอย่างไรดีขอรับ หรือจะหาคนใหม่เฟิงซุนเสนอแนะ
ไม่ทันแล้ว เวลาเหลือน้อยเต็มที เอาคนนี้แหละ… ต่อให้นางจะไม่ธรรมดาแค่ไหน ก็เป็นเพียงมดปลวกปฐพีเร้นลับ ตัวหนึ่ง จะทำอะไรได้ อีกอย่าง… ข้าได้วางหมากป้องกันไว้แล้ว ไม่ต้องกลัวนางจะตุกติกชายชุดครามแสยะยิ้มมั่นใจ
ฝ่ายหลานหลิงที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องโถง ก้มมองฝ่ามือที่กำหินสีดำไว้ สีหน้าพลันเคร่งขรึม
ที่กลางฝ่ามือของนาง ปรากฏรอยประทับสีดำรูปทรงเดียวกับหินก้อนนั้นเด่นชัด
ไม่ว่านางจะพยายามโคจรพลังขับไล่อย่างไร มันก็ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
บัดซบ! ประมาทไปจนได้หลานหลิงสบถในใจด้วยความเจ็บใจ
นึกไม่ถึงว่าจักรพรรดินีผู้ระมัดระวังตัวเสมอมา จะมาเสียท่าให้ลูกไม้ตื้น ๆ เช่นนี้
แต่ไม่นานนางก็สงบสติอารมณ์ได้ฮึ! แค่รอยประทับกระจอก ๆ ให้มันอยู่ต่ออีกสักสองสามวันจะเป็นไรไป
หลานหลิงเองก็สนใจในป่าหมอกปีศาจแห่งนั้นเช่นกัน สถานที่ลึกลับเช่นนี้ย่อมซุกซ่อนวาสนาและอันตรายไว้คู่กัน
แต่นางมั่นใจว่านอกจากพลังบำเพ็ญที่ยังไม่ถึงจุดสูงสุดแล้ว ประสบการณ์และความรู้ระดับจักรพรรดินีของนางนั้นเหนือกว่าใคร
การเดินทางครั้งนี้ นางกุมความได้เปรียบไว้ในมืออย่างแน่นอน
ท่านผู้อาวุโสไม่ได้หลอกข้า… ข้ารู้สึกได้ว่าขีดจำกัดถูกทำลายลงแล้ว ความรู้สึกนี้…
ราวกับจะทะลวงผ่านได้อีกหลายขั้น!ณ ตำหนักส่วนตัวในสำนักเหมียวอิน เหมียวฉางอันสำรวจร่างกายตนเองด้วยความตื่นเต้น
หลังจากดูดซับโอสถทิพย์ของเย่หนาน ระดับพลังของนางก็ก้าวกระโดดจากเทพปฐพีขั้นที่แปด ขึ้นสู่ขั้นที่เก้าสูงสุด
แต่สิ่งที่ทำให้นางดีใจยิ่งกว่าระดับพลัง คือการเปลี่ยนแปลงของรากฐานและพรสวรรค์ภายในกาย
ในขณะเดียวกัน บนยอดเขาสูงที่พักของเย่หนาน ชางหยวนก็กำลังปีติยินดีไม่แพ้กัน
ระดับพลังของเขาพุ่งพรวดจากเทพปฐพีขั้นที่สาม ไปสู่ขั้นที่หก ทะลวงผ่านสามขั้นย่อยในคราเดียว!
ตัดสินใจไม่ผิดจริง ๆ ที่ติดตามท่านผู้อาวุโสเย่ ข้าจะมัวบำเพ็ญเพียรอย่างโง่เขลาไปทำไม!ชางหยวนรำพึงด้วยความตื้นตัน
หากบำเพ็ญเพียรด้วยวิธีปกติ ต่อให้ใช้เวลาอีกหลายสิบปี ก็ไม่แน่ว่าจะเลื่อนระดับได้แม้แต่ขั้นเดียว ยิ่งระดับสูง ยิ่งยากเข็ญ
การเลือกเจ้านายที่ถูกต้อง สำคัญกว่าความพยายามจริง ๆ!
หลังจากสงบจิตใจที่พลุ่งพล่านได้แล้ว ชางหยวนก็รีบไปหาเย่หนานที่กำลังนั่งอาบแดดยามเช้าอยู่
ท่านผู้อาวุโส เราจะออกเดินทางเมื่อไหร่ดีขอรับชางหยวนถามด้วยความกระตือรือร้น
เขาอยากจะสร้างผลงานถวายเย่หนานใจจะขาด
หากได้รับความไว้วางใจจากเย่หนาน วาสนาย่อมไหลมาเทมาไม่ขาดสาย
ข้าก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่พอดี เจ้าว่าเราออกเดินทางกันตอนนี้เลยดีไหมเย่หนานเองก็ชักจะเบื่อแล้ว
ดีเลยขอรับ! เพียงแค่ท่านผู้อาวุโสเอ่ยปาก ข้าน้อยจะรีบไปแจ้งท่านเจ้าสำนักเหมียวทันทีชางหยวนดูจะตื่นเต้นยิ่งกว่าเย่หนานเสียอีก