แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 185 หลงกลขึ้นรถโจร
รับทราบเจ้าค่ะ เมี่ยวฉางอันขานรับ ก่อนจะขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายรั้งท้ายสุดด้วยท่าทางสำรวม นางนั่งหันข้างปล่อยขาเรียวยาวลงมาข้างตัว ดูงดงามประหนึ่งเทพธิดาแม้ในยามต้องซ้อนท้ายสัตว์พาหนะประหลาด
แหม… ท่านั่งช่างเรียบร้อยกันจริงๆ เย่หนานหันไปมองท่าทางของนางแล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มขำด้วยความเอ็นดู
เอาล่ะ นั่งให้มั่น จับให้แน่น รถจะออกแล้ว! เย่หนานตะโกนบอกทุกคนด้วยความคึกคัก
ทว่าเมื่อถึงเวลาต้องขับจริง เขากลับเริ่มเกาหัวแกรกๆ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ขี่มอเตอร์ไซค์ล้ำยุคขนาดนี้ เขาคิดว่าจะต้องบิดคันเร่งเหมือนรถทั่วไป แต่พอลองบิดดูกลับพบว่าแฮนด์รถแข็งโป๊ก ขยับไม่ได้เลยสักนิด
ไอ้ปัญญาอ่อน นี่มันขับยังไงฟะ? เย่หนานหันไปถามระบบปัญญาประดิษฐ์ของรถด้วยความหงุดหงิด
ระบบการขับขี่มีสองโหมด โหมดแรกคือ โหมดอิสระ อาชาจักรพรรดิจะเป็นผู้ควบคุมเอง โหมดที่สองคือ โหมดสัตว์พาหนะเย่หนานควบคุม
สิ้นเสียงตอบรับ หน้าจอแสงโปร่งใสก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเย่หนาน บนหน้าจอนั้นเต็มไปด้วยตัวอักษรยิบย่อยอัดแน่นเป็นพืด นับรวมแล้วคงมีเป็นพันหน้า
เห็นคู่มือการใช้งานหนาเตอะขนาดนี้ คิ้วของเย่หนานก็ขมวดจนแทบจะผูกกันเป็นปม
บ้าเอ๊ย! เยอะขนาดนี้ใครจะไปอ่านไหว? ขนาดเคล็ดวิชาข้ายังขี้เกียจฝึกเลย ประสาอะไรกับคู่มือรถ เอาวะ ลองโหมดอิสระไปก่อนแล้วกัน เย่หนานตัดสินใจอย่างรวดเร็วด้วยความขี้เกียจตามนิสัยถาวร
ติ๊ด… ติ๊ด… เปิดใช้งานโหมดอิสระ อาชาจักรพรรดิพร้อมออกเดินทาง ขอเชิญสัตว์พาหนะเย่หนานนั่งให้เรียบร้อย
ได้ยินคำว่า สัตว์พาหนะ อีกครั้ง ใบหน้าของเย่หนานก็ดำคล้ำลงทันที
ฟึ่บ!
โดยไม่เปิดโอกาสให้ใครได้ตั้งตัว อาชาจักรพรรดิพุ่งทะยานออกตัวด้วยความเร็วสูงจนหน้าหงาย แรงกระชากมหาศาลทำให้ทุกคนต้องรีบคว้าเกาะกันพัลวัน
ลูกพี่! ท่าไม่ดีแล้วขอรับ! เซวี่ยขวงร้องเสียงหลง ดวงตาเบิกโพลงมองไปทิศทางที่รถกำลังพุ่งไป
เมื่อเย่หนานและคนอื่นๆ มองตามไป สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปทันที
เชี่ย! แกจะวิ่งไปไหน? ทางมันอยู่ขวานู่น! แกจะเลี้ยวซ้ายไปทำซากอะไร! เย่หนานตะโกนลั่นด้วยความเดือดดาล หน้าเขียวหน้าเหลือง
เพราะทางซ้ายที่รถกำลังพุ่งเข้าไปหานั้น… มันคือกำแพงหินทึบตัน!
ติ๊ด… ติ๊ด… ขอเชิญสัตว์พาหนะเย่หนานนั่งให้เรียบร้อย… ขอเชิญสัตว์พาหนะเย่หนานนั่งให้เรียบร้อย…
เจ้าปัญญาประดิษฐ์ยังคงท่องประโยคเดิมซ้ำๆ ราวกับแผ่นเสียงตกร่อง ไม่สนใจเสียงโวยวายของผู้โดยสาร
แม่รงเอ๊ย! ข้าจะลง! ไอ้รถปัญญาอ่อนนี่มันไม่ใช่รถปกติแล้ว! เย่หนานสบถลั่น เตรียมจะกระโดดหนีตาย
เมี่ยวฉางอันและคนอื่นๆ ก็คิดเช่นเดียวกัน ต่างพากันขยับตัวเตรียมสละยาน
ทว่าวินาทีถัดมา!
แกร๊ก!
ห่วงโซ่สีทองอร่ามพุ่งออกมาจากตัวรถ ล็อกข้อเท้าของทุกคนไว้อย่างแน่นหนาตรึงติดกับตัวถังรถทันที
เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? เย่หนานชะงักกึกด้วยความตกใจ
ลูกพี่! ข้าดิ้นไม่หลุดขอรับ! เซวี่ยขวงหน้าซีดเผือด พยายามกระชากขาออกแต่ไร้ผล
ไม่ใช่แค่เขา เมี่ยวฉางอันและคนอื่นๆ ก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน
ไม่ว่าจะออกแรงดิ้นรนเพียงใด หรือแม้แต่โคจรพลังปราณเพื่อทำลายพันธนาการ ห่วงโซ่ทองคำนั้นก็ยังคงรัดแน่นไม่คลาย ยิ่งไปกว่านั้น พลังปราณที่พวกเขาระเบิดออกมา กลับถูกตัวรถดูดซับไปจนเกลี้ยง
เย่หนานพยายามออกแรงงัดข้อกับมัน แต่เขาสัมผัสได้ว่าห่วงโซ่นี้ไม่ธรรมดา ยิ่งดิ้นมันยิ่งรัดแน่น แถมยังมีลักษณะยืดหยุ่นเหนียวหนึบราวกับตังเม
หากเขาจะใช้กำลังหักดิบทำลายมันทิ้งก็ย่อมทำได้ แต่เกรงว่าอาชาจักรพรรดิคันงามนี้คงแหลกเป็นเศษเหล็กไปด้วย
อุตส่าห์ได้พาหนะสุดเท่มาทั้งที เขาไม่อยากทำพังคามือตั้งแต่ยังไม่ได้ใช้งานจริง
แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ พลังปราณที่เขาปล่อยออกมาก็ถูกดูดกลืนไปในพริบตาเช่นกัน
บัดซบ! นี่มันหลวมตัวขึ้นรถโจรชัดๆ! เย่หนานสบถอย่างหัวเสีย
หือ? หรือว่าไอ้เจ้านี่มันเห็นพวกเราเป็นถ่านไฟฉาย?
ทันใดนั้น เย่หนานสังเกตเห็นแผงหน้าปัดบริเวณหัวรถ มีช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ห้าช่องเรียงกันอยู่ ช่องแรกกำลังกระพริบถี่ๆ
เพื่อพิสูจน์ข้อสันนิษฐาน เย่หนานลองเร่งเร้าพลังปราณในกายส่งผ่านไปยังตัวรถอย่างบ้าคลั่งราวกับเปิดก๊อกน้ำ
และเป็นไปตามคาด พลังปราณที่ไหลออกไปถูกรถดูดซับจนหมดสิ้น ช่องสี่เหลี่ยมช่องแรกหยุดกระพริบ เปลี่ยนเป็นสีเต็มหลอด แล้วช่องที่สองก็เริ่มกระพริบต่อทันที
ไอ้เวรตะไล! มันเอาเรามาทำเป็นแบตเตอรี่จริงๆ ด้วย! เย่หนานพูดไม่ออกบอกไม่ถูก
เปิดใช้งานโหมดเจาะทะลวง!
ในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นตระหนกทำอะไรไม่ถูก เสียงของอาชาจักรพรรดิก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ท่ามกลางสายตาตกตะลึง ส่วนหัวของรถก็ยืดกรวยแหลมสีทองออกมา
ครืด… ครืด…
เพียงพริบตา กรวยเล็กๆ นั้นก็ขยายตัวหมุนวนกลายเป็นสว่านยักษ์สีทองหมุนติ้วด้วยความเร็วสูง
โครม!!!
อาชาจักรพรรดิพาทุกคนพุ่งเข้าชนกำแพงหินอย่างจังโดยไม่มีการชะลอความเร็ว
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ประกายไฟแลบแปลบปลาบ ภายในถ้ำที่สลับซับซ้อนและเต็มไปด้วยทางตัน บัดนี้มีแสงสีทองสายหนึ่งพุ่งทะลวงไปทั่วทิศทาง
กำแพงหินอันแข็งแกร่งเมื่ออยู่ต่อหน้าสว่านยักษ์ของอาชาจักรพรรดิ ก็เปราะบางราวกับเต้าหู้ ถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดเป็นผุยผงตลอดเส้นทาง
โอ้โห! โหดสลัดรัสเซีย! ดูท่าข้าจะเข้าใจเจ้าผิดไปนะ เจ้าปัญญาอ่อน! เย่หนานอดไม่ได้ที่จะอุทานด้วยความทึ่ง แม้จะยังเน้นคำว่า ปัญญาอ่อน ใส่เจ้ารถคู่ใจก็ตาม
ลึกๆ แล้ว เขาตื่นเต้นจนเนื้อเต้น
เมี่ยวฉางอันและคนอื่นๆ ต่างตกตะลึงจนตาค้าง พาหนะที่มีอานุภาพทำลายล้างรุนแรงเพียงนี้ พวกเขาไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนในชีวิต โดยเฉพาะพลังในการเจาะทะลวงภูเขาหินราวกับผ่าเนยเช่นนี้ แม้แต่ยอดฝีมือระดับสูงยังทำได้ยาก
แต่ถึงจะน่าทึ่งเพียงใด สภาพของพวกเขากลับดูไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เศษหินดินทรายปลิวว่อนจนเนื้อตัวมอมแมมสกปรกไปทั้งตัว
ลูกพี่! แล้วมันจะหยุดยังไงขอรับ? มันคงไม่วิ่งบ้าคลั่งแบบนี้ไปตลอดหรอกนะ? เซวี่ยขวงตะโกนถามคำถามสำคัญขึ้นมา เขารู้สึกว่าเจ้าก้อนเหล็กนี่มันเริ่มจะวิปริตผิดเพี้ยนเกินไปแล้ว
ได้ยินคำถามนั้น เย่หนานและคนอื่นๆ ก็ชะงักกึก
นั่นสิ… มันหยุดยังไง? เย่หนานลืมถามไปเสียสนิท
เฮ้ย! ไอ้ปัญญาอ่อน โหมดอิสระนี่มันหยุดยังไงวะ? เย่หนานตะโกนถามเสียงสั่น
กำลังตรวจสอบ... กรุณารอสักครู่… ติ๊ด… ติ๊ด… ขอเชิญสัตว์พาหนะเย่หนานนั่งให้เรียบร้อย ให้อาชาจักรพรรดิพาคุณสัมผัสประสบการณ์ดั่งสายลม
ได้ยินคำตอบ เย่หนานถึงกับหน้าเอ๋อ
เมี่ยวฉางอันและคนอื่นๆ ก็ยืนงงเป็นไก่ตาแตก
สายลมบ้านป้าแกสิ! แม่งเอ๊ย! ตอนนี้ข้าชักสงสัยแล้วว่าไอ้ระบบเฮงซวยกับไอ้ปัญญาอ่อนนี่มันพวกเดียวกันหรือเปล่า! สีหน้าของเย่หนานย่ำแย่ถึงขีดสุด
คราวนี้ซวยของจริง หยุดไม่ได้แล้ว!
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
อาชาจักรพรรดิยังคงพุ่งทะยานชนดะไปทั่ว พร้อมกับส่งเสียงเตือนซ้ำซากให้เย่หนานนั่งดีๆ
กลุ่มผู้โดยสารจำยอมต้องนั่งมองหน้ากันเลิ่กลั่กด้วยสีหน้าเหมือนกลืนแมลงวัน
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยก็น่าจะหลายวันแล้วที่พวกเขานั่งแข็งทื่ออยู่บนรถ ปล่อยให้อาชาจักรพรรดิพาซิ่งไปตามยถากรรม
โครม!
ทันใดนั้น อาชาจักรพรรดิก็พุ่งชนกำแพงทะลุออกไปอีกครั้ง ไม่รู้ว่าเป็นกำแพงด่านที่เท่าไหร่แล้ว
แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม เพราะมีแสงสว่างสาดส่องเข้ามา
โอ๊ย… ในที่สุดก็ออกมาได้! ฮือๆๆ… เซวี่ยขวงเห็นแสงตะวันก็ปล่อยโฮออกมาด้วยความดีใจ หากต้องอยู่ในความมืดนานกว่านี้ เขาคงเป็นบ้าตายแน่
เย่หนานและคนอื่นๆ ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ทว่าความดีใจนั้นอยู่ได้เพียงชั่วอึดใจ เดียวพวกเขาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความสยดสยอง
เชี่ย! ไอ้ปัญญาอ่อน! เบรก! เบรกสิโว้ย! ข้างหน้ามันหน้าผา! เย่หนานตะโกนลั่น มือพยายามหักแฮนด์รถเพื่อเปลี่ยนทิศทาง
แต่อาชาจักรพรรดินั้นบ้าคลั่งเกินควบคุม มันส่ายไปส่ายมาอย่างรุนแรงจนเย่หนานไม่อาจบังคับทิศทางได้ดั่งใจ
ฉิบหายแล้ว… จบกัน… เย่หนานเห็นรถไม่ฟังคำสั่ง ยังคงพุ่งตรงไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง เขาก็เลิกดิ้นรน ปล่อยเลยตามเลย
เซวี่ยขวงและคนอื่นๆ ทำหน้าเหมือนคนตายซาก วิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้ว
ฟึ่บ!
อาชาจักรพรรดิไม่ทำให้ผิดหวัง มันพุ่งทะยานออกจากขอบหน้าผา เหินฟ้าขึ้นสู่ความว่างเปล่าอย่างงดงาม
เมื่อมองลงไปเห็นหุบเหวลึกไร้ก้นบึ้งเบื้องล่าง หัวใจของเย่หนานและพรรคพวกก็ดิ่งวูบจนเย็นวาบไปถึงขั้วหัวใจ