แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 216 รวมพลยอดฝีมือ
ก็ใช่น่ะสิขอรับ ท่านเล่นยกยอดเขาทักษิณไปทั้งลูกแบบนั้น ข้าก็นึกว่าท่านอาจารย์จะทิ้งศิษย์คนนี้ไปเสียแล้ว มู่เป่ยเฉินยิ่งพูดยิ่งทำหน้าเหมือนเด็กน้อยขี้น้อยใจ
ข้าไม่ได้ย้าย! ตอนข้าออกมา ข้าก็แค่เก็บข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นมาเท่านั้น ภูเขาตั้งบะเริ่มเทิ่มขนาดนั้น ข้าจะแบกมาทำไม ข้าบ้าหรือเปล่า เย่หนานฟังแล้วก็ได้แต่ทำหน้างุนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก
หา ท่านไม่ได้ย้ายมาหรือขอรับ เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของเย่หนาน มู่เป่ยเฉินเองก็เริ่มมึนงงไปตามๆ กัน
หรือจะเป็นไปได้ว่า… พอข้าออกมาแล้ว ทางสำนักยุทธภัณฑ์หยกงามก็สั่งรื้อถอนยอดเขาทิ้ง เย่หนานสันนิษฐานความเป็นไปได้เพียงข้อเดียวที่นึกออก
ไม่มีทางเจ้าค่ะท่านผู้อาวุโส ข้ารู้นิสัยของท่านบรรพบุรุษดี ต่อให้ท่านจากไปและไม่หวนกลับมาอีก ยอดเขาลูกนั้นก็จะถูกคงสภาพไว้เพื่อรอท่านเสมอ ไม่มีทางถูกรื้อทิ้งแน่นอน อวี้เซียนรีบแย้งทันควัน
แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่หว่า เย่หนานยกมือลูบคางครุ่นคิด แต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก
ในขณะที่เย่หนานกำลังใช้ความคิด เสียงแหบพร่าของหญิงชราก็ดังแทรกขึ้น
ขอบพระคุณคุณชายเย่ที่ช่วยชีวิตเจ้าค่ะ หญิงชราประคองหยุนเตี๋ยเข้ามาหาก่อนจะย่อกายคารวะด้วยความเคารพสูงสุด
ไม่เป็นไรหรอก คนกันเองทั้งนั้น พวกเจ้าเป็นเพื่อนกับหลิงหลง ช่วยเหลือกันก็เป็นเรื่องสมควร เย่หนานตอบรับอย่างเป็นกันเอง
เพียงแต่เมื่อหันไปเห็นสายตาของหยุนเตี๋ยที่จ้องมองเขาตาเยิ้มแทบจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว เย่หนานก็ได้แต่พูดไม่ออก
หญิงชราเห็นกิริยาของคุณหนูตนเองแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยความระอา แต่ก็มิได้ห้ามปรามอันใด
ไปกันเถอะ ไปดูตรงใจกลางป่ากันว่ามีอะไร เย่หนานหันไปชักชวนทุกคน
คุณชายเย่เจ้าคะ ท่านสังหารคนของตระกูลหวงไป เกรงว่าทางตระกูลหวงคงไม่ยอมจบเรื่องนี้ง่ายๆ แน่ ระหว่างทาง หญิงชราเอ่ยเตือนด้วยความกังวล
ช่างเถอะ ถ้ายังไม่รู้จักเจียมตัว ก็แค่ลบตระกูลหวงทิ้งไปซะก็สิ้นเรื่อง เย่หนานโบกมืออย่างไม่ยี่หระ
เมื่อเห็นท่าทีสบายๆ ของเย่หนาน หัวใจของหญิงชราก็กระตุกวูบ
การที่เย่หนานกล้าเอ่ยวาจาเช่นนี้ ย่อมแสดงว่าเขามีความมั่นใจในพลังฝีมือของตนเองอย่างเปี่ยมล้น
เมื่อหวนนึกถึงวิธีการสังหารที่เด็ดขาดและพลังอำนาจที่เย่หนานแสดงออกมาเมื่อครู่ ในใจของหญิงชราก็เกิดการคาดเดาไปต่างๆ นานา
ไม่ว่าอย่างไร การที่สามารถสังหารยอดฝีมือขั้นนภาเร้นลับได้อย่างง่ายดายปานพลิกฝ่ามือ อย่างน้อยที่สุดเขาก็ต้องอยู่ในระดับเดียวกับท่านผู้นำตระกูล เมื่อคิดได้เช่นนี้ หญิงชราก็คลายความกังวลลง
หากมีมหายุทธ์ระดับนั้นคอยหนุนหลัง ย่อมไม่ต้องเกรงกลัวตระกูลหวง
สรุปแล้ว การได้พบกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังหลิงหลง และความสัมพันธ์อันดีระหว่างหลิงหลงกับหยุนเตี๋ย นับเป็นผลดีต่อตระกูลหยุนอย่างมหาศาล
ตระกูลหยุนของเราเท่ากับได้พันธมิตรระดับเดียวกับท่านผู้นำตระกูลเพิ่มมาอีกหนึ่งคน สถานะของตระกูลเราในอนาคตย่อมสูงส่งขึ้น โดยเฉพาะในการแย่งชิงวาสนาครั้งนี้ เราย่อมได้เปรียบอย่างแน่นอน หญิงชราลอบคำนวณผลได้ผลเสียในใจ
ทว่ายังมีสิ่งหนึ่งที่นางไม่เข้าใจ แม้เย่หนานจะแสดงฝีมือที่แข็งแกร่งและเหนือชั้น แต่สมบัติวิเศษมากมายที่หลิงหลงครอบครองนั้น ดูไม่น่าใช่สิ่งที่ใครจะหยิบยื่นให้กันได้ง่ายๆ นางรู้ดีว่าแม้แต่ผู้นำตระกูลของนางเองยังไม่มีสมบัติระดับท้าทายสวรรค์เช่นนี้ แต่เย่หนานกลับมี
นี่คือปริศนาที่นางยังขบไม่แตก
เว้นเสียแต่ว่าเย่หนานจะเป็นตัวตนระดับตำนานที่เหนือล้ำจินตนาการไปไกลโข แต่ข้อสันนิษฐานนี้ถูกหญิงชราปัดตกไป เพราะในสายตานาง แม้เย่หนานจะเก่งกาจ แต่ก็ยังไม่น่าจะไปถึงขั้นนั้น
ไม่นานนัก คณะของเย่หนานก็เดินทางมาถึงขอบวงแหวนศิลาจารึกอีกครั้ง
ระหว่างทางพวกเขาได้พบกับเสวี่ยขวงที่วิ่งตามมาทัน
ทว่ายามนี้เสวี่ยขวงเอาแต่ตามประจบเอาใจหลิงหลงไม่ห่าง จนหยุนเตี๋ยเริ่มรู้สึกหมั่นไส้ แต่สายตาของนางส่วนใหญ่ยังคงจับจ้องไปที่เย่หนาน
บริเวณรอบวงแหวนศิลาจารึกเนืองแน่นไปด้วยผู้บำเพ็ญเพียรจำนวนมหาศาล ทุกคนต่างจ้องมองศิลาที่เปล่งแสงสีทองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ก๊าซ!
ทันใดนั้น เสียงร้องแหลมสูงของพญานกก็ดังกึกก้องไปทั่วฟ้าดิน
ทุกคนต่างเงยหน้าขึ้นมองตามเสียง ก่อนจะพบกับอินทรียักษ์ขนาดมหึมาที่บินโฉบลงมาเหนือพื้นที่ พร้อมกับกลุ่มคนที่ยืนตระหง่านอยู่บนหลังของมัน
นั่นคนของพรรคโลหิต! ผู้บำเพ็ญเพียรบางคนจำเครื่องแต่งกายของคนบนหลังนกได้ทันที
ทันทีที่พรรคโลหิตมาถึง รถม้าหรูหราอลังการคันหนึ่งก็เหาะเหินเดินอากาศตามมาติดๆ
เมื่อเห็นรถม้าคันนี้ ทั้งหยุนเตี๋ยและหญิงชราต่างใจเต้นระรัว
นึกไม่ถึงว่าท่านพ่อจะมาด้วยตัวเองจริงๆ หยุนเตี๋ยอุทานด้วยความแปลกใจ
คำพูดของหยุนเตี๋ยไม่ได้ทำให้อวี้เซียนและคนอื่นๆ แปลกใจนัก เพราะก่อนหน้านี้ก็ได้ยินบทสนทนาระหว่างหยุนเตี๋ยกับหวงจงมาบ้างแล้ว
ทันทีที่มาถึง หยุนซางแผ่จิตสัมผัสอันกล้าแข็งออกไปตรวจสอบรอบบริเวณ แม้จะถูกกฎเกณฑ์ของป่าหมอกปีศาจกดทับพลังไว้บางส่วน แต่ด้วยระดับพลังที่สูงส่ง รัศมีจิตสัมผัสของเขาก็ยังกว้างไกลกว่าคนทั่วไป
ยัยลูกตัวดี อยู่นั่นเอง หยุนซางพบตัวบุตรสาวในทันที ก่อนจะก้าวลงจากรถม้า
ร่างสง่าผ่าเผยของหยุนซางมุ่งตรงดิ่งมาหาหยุนเตี๋ย สายตาจับจ้องที่บุตรสาวเขม็ง
แม่นม พาข้าขึ้นไปที หยุนเตี๋ยรู้ตัวว่าหนีไม่พ้น จึงหันไปขอความช่วยเหลือจากหญิงชราด้วยท่าทางขัดเขิน
เจ้าค่ะ คุณหนู หญิงชราไม่กล้าชักช้า รีบพาหยุนเตี๋ยเหาะขึ้นไปหาหยุนซาง
ท่านพ่อ แหะๆ… หยุนเตี๋ยยิ้มแห้งๆ แก้เก้อ
ยังรู้อีกรึว่ามีพ่อ เวลาจะออกมาข้างนอกทำไมไม่บอกกล่าวกันสักคำ แล้วเจ้าด้วย… อายุอานามก็ปูนนี้แล้ว เด็กมันไม่รู้ความ เจ้าก็พลอยไม่รู้ความไปด้วยรึ หยุนซางตวาดตำหนิทั้งบุตรสาวและหญิงชรา แต่แววตากลับแฝงความโล่งใจ
ท่านผู้นำ เป็นความผิดของข้าน้อยเองเจ้าค่ะ ไม่เกี่ยวกับคุณหนู หญิงชรารีบก้มหน้ายอมรับผิดด้วยความหวาดเกรง
เฮ้อ! ช่างเถอะๆ ข้าก็ไม่ได้อยากจะตำหนิอะไรพวกเจ้าจริงจังหรอก เพียงแต่จะไปไหนมาไหนอย่างน้อยก็น่าจะบอกกันบ้าง ทำให้ข้าต้องถ่อสังขารออกมาตามหาพวกเจ้าแบบนี้ ข้าไม่ได้ว่างงานเหมือนพวกเจ้านะ หยุนซางบ่นอุบด้วยความอ่อนใจ
รู้แล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ ครั้งหน้าข้าจะบอกท่านแน่นอน หยุนเตี๋ยฉีกยิ้มกว้าง รีบเข้าไปกอดแขนบิดาอย่างออดอ้อน
อ้อจริงสิ ลูกได้เพื่อนใหม่ด้วยนะเจ้าคะ ระหว่างทางถ้าไม่ได้พวกเขาช่วยไว้ ลูกคงไม่มีโอกาสได้กลับไปหาท่านพ่อแล้ว หยุนเตี๋ยรีบเสริม
หือ เพื่อน หยุนซางขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้ารับรู้ เพราะเขารักและตามใจบุตรสาวคนนี้มากที่สุด
วูบ!
ท่ามกลางสายตายำเกรงของเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรโดยรอบ หยุนเตี๋ยพาหยุนซางร่อนลงมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้ากลุ่มของเย่หนาน
หยุนซางกวาดสายตามองเย่หนานและพรรคพวกแวบหนึ่ง ก่อนจะหมดความสนใจ
เขาคิดว่าบุตรสาวคงไปเป่าหูย ยกยอเพื่อนใหม่เกินจริงตามประสา แต่เขาก็ไม่ได้คิดจะฉีกหน้าลูกสาว
ท่านพ่อ ท่านนี้คือ… หยุนเตี๋ยเริ่มแนะนำทุกคนทีละคน
ขอบใจพวกเจ้ามากที่ช่วยดูแลลูกสาวข้า หยุนซางกล่าวขอบคุณตามมารยาท น้ำเสียงแข็งกระด้างเล็กน้อย ใครฟังก็รู้ว่าพูดไปตามหน้าที่
เย่หนานเพียงปรายตามองหยุนซางแวบแรก แล้วก็ทำหูทวนลม หันไปสนใจศิลาจารึกเบื้องหน้าแทน ราวกับผู้นำตระกูลหยุนเป็นเพียงอากาศธาตุ
หยุนเตี๋ยเห็นท่าทีของบิดาก็เริ่มหน้ามุ่ยด้วยความไม่พอใจ
เรียนท่านผู้นำ สิ่งที่คุณหนูพูดมาเป็นความจริงทุกประการเจ้าค่ะ โดยเฉพาะคุณชายท่านที่กำลังดูศิลาจารึกอยู่นั้น… แข็งแกร่งมาก คาดว่าระดับพลังไม่ด้อยไปกว่าท่านเลยเจ้าค่ะ หญิงชราทนดูต่อไปไม่ไหว จึงตัดสินใจส่งกระแสจิตรายงานความจริงแก่หยุนซาง
หือ เจ้าพูดจริงรึ นั่นมันแค่เด็กขั้นกลั่นลมปราณไม่ใช่หรือไง หยุนซางขมวดคิ้วมุ่น หันขวับกลับไปมองเย่หนานอีกครั้งอย่างพินิจพิเคราะห์
คนอื่นเขาอาจไม่เชื่อ แต่คำพูดของแม่นมเก่าแก่ผู้นี้เขาเชื่อถืออย่างสนิทใจ มิเช่นนั้นคงไม่วางใจฝากฝังบุตรสาวให้ดูแล
แต่ไม่ว่าจะเพ่งมองอย่างไร ในสายตาของเขา เย่หนานก็เป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นกลั่นลมปราณธรรมดาๆ คนหนึ่ง จะไปเทียบชั้นเป็นยอดฝีมือระดับเดียวกับเขาได้อย่างไร