แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 217 บททดสอบเริ่มต้น
สหายเต๋า ข้าคืออวิ๋นซาง ขอบใจเจ้ามากที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเมื่อครู่นี้ เพื่อความไม่ประมาท อวิ๋นซางตัดสินใจเดินเข้าไปหาเย่หนานพร้อมประสานมือคารวะด้วยความนอบน้อม
ไม่เป็นไร เย่หนานตอบกลับเรียบๆ โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง สายตายังคงจับจ้องพิจารณาศิลาจารึกเบื้องหน้าอย่างจดจ่อ
เมื่อเห็นท่าทีเมินเฉยของเย่หนาน อวิ๋นซางขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ก็รีบระบายลมหายใจออกเพื่อปรับอารมณ์ ก่อนจะเอ่ยต่อ ดูเหมือนสหายเต๋าจะสนใจศิลาจารึกเหล่านี้มาก ข้าพอจะได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับมันมาบ้าง
โอ้ เจ้ารู้หรือ เมื่อได้ยินดังนั้น เย่หนานจึงละสายตาจากศิลาจารึก หันมามองอวิ๋นซางด้วยความสนใจ
ในขณะเดียวกัน บนฟากฟ้าเบื้องบน กลุ่มคนของพรรคโลหิตก็กำลังจับตามองกลุ่มของเย่หนานอยู่เช่นกัน
ทว่าเพียงปรายตามองแวบเดียว พวกเขาก็หมดความสนใจ แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลน
หึ! เป็นถึงยอดฝีมือระดับจิตวิญญาณดั้งเดิมผู้ยิ่งใหญ่ กลับไปลดตัวหัวร่อต่อกระซิกกับฝูงมดปลวก เสวี่ยเฟิง ผู้นำกลุ่มพรรคโลหิตเอ่ยด้วยสีหน้าเหยียดหยาม
ว่ากันว่าสถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่นั่งฌานดับขันธ์ของยอดคนระดับ ขอบเขตไร้ประมาณ ศิลาจารึกแต่ละแผ่นที่เห็นอยู่นี้ แท้จริงแล้วคือค่ายกลเคลื่อนย้ายที่เชื่อมต่อกับสนามทดสอบ มีเพียงการผ่านด่านศิลาจารึกทีละชั้นเท่านั้น จึงจะสามารถเข้าไปถึงใจกลางได้ อวิ๋นซางถ่ายทอดข้อมูลที่ตนทราบอย่างหมดเปลือก โดยไม่ปิดบัง
อย่างนั้นหรือ น่าสนุกดีนี่ เย่หนานมองดูศิลาจารึกที่เรียงรายซ้อนทับกันเบื้องหน้า แม้จะไม่รู้แน่ชัดว่าขอบเขตไร้ประมาณนั้นแข็งแกร่งเพียงใด แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งจิตวิญญาณนักผจญภัยของเขาได้
พี่ชายหนาน ก่อนหน้านี้มีคนเลวแย่งร่มของข้าไป ข้าหามันไม่เจอเลย ในขณะที่เย่หนานกำลังสนทนากับอวิ๋นซาง หลิงหลงก็วิ่งเข้ามาฟ้อง พร้อมกับอวิ๋นเตี๋ยที่เดินตามมาติดๆ สายตาของนางยังคงจ้องมองเย่หนานไม่วางตา
ร่ม ร่มอะไร เย่หนานทำหน้าฉงน
ก็ร่มสีขาวที่มีกระดิ่งห้อยกรุ๊งกริ๊งที่พี่ชายให้ข้ามาไงเล่า หลิงหลงทวนความจำ
เกิดอะไรขึ้น เย่หนานหันไปถามอวี้เซียน
คุณชาย เรื่องมันเป็นอย่างนี้เจ้าค่ะ… อวี้เซียนจึงเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังโดยละเอียด
ตระกูลฉี มิน่าเล่าถึงยังเดินทางมาไม่ถึงเสียที อวิ๋นซางที่ยืนฟังอยู่พยักหน้าเข้าใจ
ส่วนสาเหตุที่ตระกูลหวงยังไม่โผล่หัวมา อวิ๋นเตี๋ยและหญิงชราได้รายงานให้เขาทราบแล้วว่าถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก
ไม่เป็นไร ไว้ว่างๆ ข้าจะไปทวงคืนจากไอ้ตระกูลฉีอะไรนั่นให้เอง เย่หนานลูบศีรษะน้อยๆ ของหลิงหลงอย่างปลอบโยน
คงไม่ต้องลำบากถึงเพียงนั้น จากที่ข้ารู้จักนิสัยคนตระกูลฉี พวกมันต้องกลับมาแน่ วาสนาใหญ่หลวงขนาดนี้ พวกมันไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือไปหรอก อวี้เซียนกล่าวเสริม
อย่างนั้นก็ยิ่งดี ข้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปตามหา เย่หนานดวงตาเป็นประกาย
อวิ๋นซางที่ยืนอยู่ข้างๆ เริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมา เขาเองก็อยากจะเห็นกับตาว่าพลังที่แท้จริงของเย่หนานนั้นร้ายกาจเพียงใด
นึกไม่ถึงว่าตระกูลหวงที่เพิ่งมาถึงจะถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น หากตาเฒ่าหวงกังรู้เข้า คงได้คลั่งตายแน่ อวิ๋นซางลอบถอนหายใจในใจ
ไม่ไกลออกไปนัก สองพ่อลูกตระกูลจิน จินต้าฝูและจินต้าเป่า อยากจะเข้าไปทักทายเย่หนานใจจะขาด แต่เมื่อนึกถึงความแข็งแกร่งของเย่หนานและบารมีของผู้ที่เขากำลังสนทนาด้วย ทั้งคู่จึงไม่กล้าบุ่มบ่าม ทำได้เพียงพยายามตีสนิทกับกลุ่มของมู่เป่ยเฉินแทน
ทางด้านพรรคโลหิต สีหน้าของปิงเสวียนดูย่ำแย่ลงทุกขณะ
เจ้าเป็นอะไรไป เสวี่ยเฟิงสังเกตเห็นความผิดปกติจึงเอ่ยถาม
ท่านผู้อาวุโส ข้าเจอศัตรูคู่อาฆาตที่ทำลายล้างนิกายของข้าแล้ว ปิงเสวียนจ้องเขม็งไปที่มู่เป่ยเฉินที่ยืนปะปนอยู่กับฝูงชนเบื้องล่าง
โอ้ เสวี่ยเฟิงมองตามสายตาของนางไป เมื่อเห็นว่าเป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นนภาเร้นลับคนหนึ่ง ก็กล่าวอย่างไม่ยี่หระ ตอนนี้เจ้าก็นับเป็นคนของพรรคโลหิตแล้ว หากมีโอกาสข้าจะช่วยเจ้าล้างแค้นเอง
ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโส แต่ว่ามีคนตระกูลหยุนอยู่ด้วย… ปิงเสวียนดีใจจนเนื้อเต้น แต่เมื่อนึกถึงความแข็งแกร่งของตระกูลหยุนที่ดูเหมือนจะสนิทสนมกับมู่เป่ยเฉิน ก็อดกังวลไม่ได้
วางใจเถอะ แค่มดปลวกไม่กี่ตัว ตระกูลหยุนไม่กล้าแตกหักกับพรรคโลหิตเพียงเพราะเรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้หรอก เสวี่ยเฟิงกล่าวด้วยความมั่นใจ
ว่าแต่ทำไมคนตระกูลหวงกับตระกูลฉียังไม่โผล่หัวมาอีก เสวี่ยเฟิงเปลี่ยนเรื่อง พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความสงสัย
วิ้ง!
สิ้นเสียงของเสวี่ยเฟิง ทันใดนั้นศิลาจารึกทุกแผ่นก็เปล่งแสงเจิดจ้า พื้นผิวของศิลาแปรเปลี่ยนเป็นระลอกคลื่นดุจผิวน้ำ
ดูท่า… บททดสอบจะเริ่มแล้ว อวิ๋นซางกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
พวกเจ้ารอข้าอยู่ข้างนอกไหม เย่หนานหันไปถามอวี้เซียนและคนอื่นๆ
ไม่เอา! ข้าจะไปกับพี่ชายหนาน หลิงหลงส่ายหน้าดิก ปฏิเสธทันควัน
ข้าด้วย! มู่เป่ยเฉินและคนอื่นๆ ต่างรีบเสนอตัว มองเย่หนานด้วยสายตาคาดหวัง
เปล่าประโยชน์ ตามตำนานกล่าวว่าศิลาจารึกแต่ละแผ่นรองรับคนได้เพียงสามคนเท่านั้น และเมื่อเข้าไปแล้วก็ไม่แน่ว่าจะได้เจอกัน คำพูดของอวิ๋นซางดับฝันของทุกคนลงทันที
เจ้ารู้ลึกขนาดนี้ เคยเข้ามาแล้วงั้นรึ เย่หนานหันมองอวิ๋นซางด้วยความสงสัย รู้สึกว่าหมอนี่จะรู้เยอะเกินไปหน่อย
ข้าไม่เคยเข้ามาหรอก แต่บรรพบุรุษของข้าเคยเสี่ยงตายเข้ามาและบันทึกเรื่องราวเอาไว้บ้าง อวิ๋นซางอธิบาย
อ๋อ อย่างนี้นี่เอง เย่หนานพยักหน้าเข้าใจ
เอาอย่างนี้ เจ้าติดตามพี่สาวอวี้เซียนของเจ้าไป ข้ามีธุระสำคัญต้องรีบจัดการ เป็นเด็กดี เข้าใจไหม เย่หนานหันไปสั่งความกับหลิงหลง
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากพาหลิงหลงไปด้วย แต่เวลาทำภารกิจของเขามีน้อยนิด หนึ่งวันที่ระบบให้มา ตอนนี้ผ่านไปครึ่งค่อนวันแล้ว ขืนกระเตงหลิงหลงไปด้วยรังแต่จะทำให้ล่าช้า
อื้อ หลิงหลงเห็นสีหน้าจริงจังของเย่หนาน จึงจำใจพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย แม้ปากจะยื่นออกมาด้วยความขัดใจก็ตาม
พวกเจ้าจัดแจงกันเองเถอะ จะรออยู่ข้างนอกก็ได้ ข้าขอตัวล่วงหน้าก่อน เย่หนานบอกกล่าวกับทุกคน
สหายเต๋า เช่นนั้นเรามาร่วมทางกันเป็นอย่างไร ทันทีที่เย่หนานก้าวเท้า อวิ๋นซางก็รีบเสนอตัว
เอ่อ… ตามใจเจ้าแล้วกัน เย่หนานตรองดูครู่หนึ่ง เห็นว่าอวิ๋นซางดูมีฝีมือพอตัว จึงพยักหน้าตกลง
ฮ่าๆๆ! ดี! อวิ๋นซางหัวเราะร่า เดินเคียงข้างเย่หนานไปยังศิลาจารึกแผ่นหนึ่ง
วูบ!
ทันทีที่ทั้งสองวางมือทาบลงบนศิลาจารึก ผิวสัมผัสที่เหมือนระลอกน้ำก็ส่งแรงดูดมหาศาลดึงร่างของทั้งคู่หายวับไปในพริบตา
ลูกพี่! พวกเราก็เข้าไปลุยกันเถอะ! อวิ๋นเตี๋ยเห็นบิดาล่วงหน้าไปแล้ว ก็หันมาทำท่าฮึกเหิมใส่หลิงหลง
แน่นอนอยู่แล้ว! ข้าจะยอมแพ้พี่ชายหนานได้ยังไง! หลิงหลงกำหมัดน้อยๆ แน่น ก่อนจะนำทีมอวี้เซียนและอวิ๋นเตี๋ยเลือกศิลาจารึกแผ่นหนึ่งแล้วเดินหายเข้าไป
เอาไงดี พวกเราจับกลุ่มกันไหม มู่เป่ยเฉินหันไปมองจินต้าฝูและคนที่เหลือ
ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก สุดท้ายก็พยักหน้าตกลง
หลังจากจัดสรรกลุ่มกันเรียบร้อย ทุกคนต่างเลือกศิลาจารึกและทยอยหายเข้าไปภายใน
ไม่ใช่แค่พวกเขา ผู้บำเพ็ญเพียรจำนวนมหาศาลที่รายล้อมอยู่ต่างก็กรูกันเข้าไปเสี่ยงโชค
พวกเราก็ไปกันเถอะ! เสวี่ยเฟิงแห่งพรรคโลหิตสั่งการลูกน้อง แล้วพากันเดินเข้าสู่ศิลาจารึก
ดูเหมือนจะยังมาทันสินะ
เมื่อผู้คนเริ่มเบาบางลง เงาร่างนับสิบสายก็ปรากฏตัวขึ้น ผู้นำกลุ่มคือชายวัยกลางคนที่มีร่มสีขาวในมือ
ท่านพ่อ เราจะทำอย่างไรดี ฉีซวนหันไปถามบิดา
จะรีบร้อนไปไย เรื่องวาสนาสำคัญกว่า ป่านนี้พวกมันคงเข้าไปกันหมดแล้ว เอาไว้เจอตัวข้างในค่อยว่ากัน ชายวัยกลางคนแสยะยิ้ม หมุนร่มสีขาวในมือเล่นด้วยความถูกใจ ยิ่งมองก็ยิ่งหลงใหล อยากจะได้ตัวหลิงหลงมาครอบครองเสียเหลือเกิน
เมื่อบริเวณนั้นเหลือคนเพียงประปราย…
บนเนินเขาเล็กๆ แห่งหนึ่ง ชายหนุ่มหน้าตาเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำในชุดแดงค่อยๆ โผล่หัวขึ้นมาดูลาดเลา
ผัวะ!
วินาทีถัดมา ก้อนอิฐปริศนาก็ฟาดเปรี้ยงเข้าที่หัวของเขา จนหน้าทิ่มดินจมหายลงไปอีกครั้ง
บัดซบ! ถ้าเจ้าแน่จริงก็เอาอิฐทุบข้าให้ตายไปเลยสิวะ! ทำไมต้องมาทรมานข้าแบบนี้ด้วย อ๊ากกก...
ชายชุดแดงนาม เสวี่ยซาตะโกนลั่นด้วยความคับแค้นใจ สองมือพยายามบีบคอชายชุดดำท่าทางประหลาดที่ถืออิฐอยู่ในมือ แล้วเขย่าอย่างบ้าคลั่ง
ผัวะ!
แต่ชายชุดดำหาได้สนใจไม่ เขายังคงทำหน้าที่ของตนอย่างขยันขันแข็ง ง้างก้อนอิฐฟาดลงไปที่ใบหน้าของเสวี่ยซาซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างเลือดเย็น